เช้าวันใหม่ เสี่ยวหลินเตรียมห่อผ้าที่ดูดีที่สุดใส่ส้มลงไปหลายลูก ตามด้วยทับทิมลูกโตอีกห่อละสามลูก เพราะทับทิมมีจำนวนน้อยกว่า เมื่อวานบิดากับท่านตาตามท่านอาหนุ่มน้อยของนางไปเก็บส้มและทับทิมมาจนหมดต้น ได้ทับทิมมาครึ่งตะกร้าราวยี่สิบกว่าลูก ส่วนส้มนั้นได้สี่ตะกร้าใหญ่
วันนี้นอกจากจะนำผลไม้ไปฝากเหล่าผู้ใหญ่ที่เคารพแล้ว นางยังเตรียมไข่เค็มต้มนับร้อยฟองไปขายเป็นชุดสุดท้าย โดยมีบิดากับท่านอาตามไปช่วยขายด้วย
เดินทางมาถึงร้านเหล้าเล็กๆ ก็มีลูกค้ามารออยู่ก่อนแล้ว ซื้อไข่กันไปคนละสิบยี่สิบฟองไม่นานก็หมดลง นางยังถือโอกาสบอกกล่าวว่าคงไม่ได้มาขายหมึกย่างแล้ว เพราะเข้าหน้าหนาว ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจดีว่าหน้าหนาวนั้นหาจับสัตว์น้ำลำบาก
"นี่อะไรรึ" ซ่งหลีรับห่อผ้ามาจากแม่หนูน้อยแก้มกลม
"ผลไม้เจ้าค่ะ เสี่ยวหลินไปเจอมาในป่า อร่อยมากนะเจ้าคะ"
"อย่างนั้นหรือ ขอบใจเจ้าที่เอามาฝากคนแก่นะ" ชายชราลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ
ร่ำลากันเสร็จแล้วสถานที่ต่อไปก็คือร้านตีเหล็กของเจิ้งหลวน มอบของเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาพร้อมกับกล่องใส่เงินส่วนแบ่งเดือนที่สาม เป็นจำนวนเงินยี่สิบตำลึงทอง เสี่ยวหลินยิ้มหน้าบานออกมาจากร้านพร้อมกับบิดา
"เสี่ยวหลินร่ำรวยอีกแล้ว" เทียนเฉินมองหลานสาวอย่างตื่นเต้น เสี่ยวหลินหัวเราะคิกคักก่อนจะหยิบก้อนทองออกมาส่งให้ท่านอาของนางหนึ่งก้อน
"อะไรหรือ" เด็กหนุ่มมองมือป้อมที่ยื่นก้อนตำลึงทองมาให้
"เสี่ยวหลินให้ท่านอา เอาไว้ซื้อขนมนะเจ้าคะ" นางยัดก้อนตำลึงใส่มือของเขาก่อนจะเดินไปขึ้นรถเข็นแล้วนั่งรออย่างอารมณ์ดี
เทียนเฉินมองก้อนตำลึงทองในมือตาวาว ก่อนจะรู้สึกเย็นหลังวาบๆ พอหันกลับไปมองก็เห็นพี่ชายของตนกำลังทำตาขวางอยู่ เด็กหนุ่มรีบยัดก้อนเงินใส่อกเสื้อแล้วเดินไปประจำด้านหลังรถเข็น
"เสี่ยวหลินให้ข้า พี่ใหญ่ไม่ต้องมาทำหน้ายักษ์"
"ท่านพ่อห้ามแย่งท่านอานะเจ้าคะ เงินขายเห็ดหลินจือเสี่ยวหลินก็ให้ท่านพ่อหมดเลยนะ" ใบหน้ากลมหันมาเอ่ยดุบิดา แก้มกลมๆ พองขึ้นอย่างไม่พอใจ
"เทียนเฉินจะต้องใช้เงินอะไรเล่า เดี๋ยวพ่อเก็บไว้ให้เขาเป็นเงินสินสอดรอแต่งเมียดีกว่า" เทียนหรงพยายามหาเหตุผลมาพูดคุยกับบุตรสาว หากเอาเงินจำนวนมากเก็บไว้กับเจ้าเด็กหน้าเหม็นนี่ จะไม่ทำให้เขากลายเป็นคนเกเรใช้เงินฟุ่มเฟือยหรือ
"ถึงเวลานั้นเสี่ยวหลินจะจัดการเองเจ้าค่ะ" เด็กอ้วนกอดอกเชิดหน้าขึ้น ก่อนจะสั่งให้เทียนเฉินเขินรถมุ่งหน้าไปยังร้านยา พบว่าท่านปู่หงฉวนไม่อยู่จึงได้ฝากของไว้กับลูกจ้างร้านยา พอออกมาก็มุ่งหน้าต่อไปยังจวนเจ้าเมือง
นางคาดเดาไว้แล้วว่าเขาต้องเป็นคนใหญ่คนโต อีกทั้งยังแอบได้ยินท่านตาพูดคุยกับท่านอาด้วย นางจึงยิ่งมั่นใจเต็มสิบส่วน และวันนี้นางก็พกหยกสีสวยที่ท่านลุงโจวเคยมอบให้ใส่ย่ามมาด้วย
เทียนหรงถอนหายใจ มองตามร่างของน้องชายและบุตรสาวที่เดินเชิดหน้าออกไปจนกลัวว่าจะปวดคอ เขาถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเดินตามไป
"ดื้อทั้งอาทั้งหลาน"
มาถึงจวนขนาดใหญ่มีกำแพงสูง ประตูทางเข้าใหญ่โตสวยงาม เสี่ยวหลินเงยหน้ามองทำตาโตร้องว้าวไม่หยุด แต่พอรถเข็นคันน้อยมาจอดหน้าทางเข้าทหารเฝ้าประตูก็รีบถือดาบเดินมาหาพวกนางด้วยท่าทีคุกคามทันที
"พวกเจ้ามาจอดรถเข็นอะไรตรงนี้ ไม่เห็นป้ายรึว่านี่จวนผู้ใด!"
เสี่ยวหลินมองท่าทางเอาเรื่องนั้นอย่างไม่เข้าใจ ก็แค่มาจอดรถเข็นจำเป็นต้องตะคอกกันด้วยหรือ เด็กอ้วนก้าวลงจากรถเข็นเงยหน้ามองทหารตัวโตอย่างไม่กลัวเกรง
"ข้ามาขอพบท่านลุงโจวหมิงเจ้าค่ะ" เสี่ยวหลินเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี เทียนเฉินกลัวว่าทหารพวกนี้จะตีหลานสาวก็รีบวิ่งมาดึงนางหลบไปด้านหลัง เทียนหรงที่เดินตามมาห่างๆ ก็รีบวิ่งเข้ามาเช่นกัน
"ฮ่าๆๆ น้ำหน้าอย่างเจ้ารึจะขอพบท่านเจ้าเมือง อีกทั้งยังกล้าเรียกท่านว่าท่านลุงอีก ไม่อยากมีชีวิตอยู่อย่างสงบแล้วใช่หรือไม่" ทหารตัวโตหัวเราะเสียงดัง แต่ดวงตากลับแข็งกร้าว
เทียนหรงเห็นท่าทางไม่ดีจึงรีบเข้ามาขอโทษขอโพย
"พี่ชาย ข้าขออภัยแทนบุตรสาวด้วย แต่วันนี้นางตั้งใจนำผลไม้มามอบให้ท่านเจ้าเมือง พี่ชายช่วยเรียนท่านเจ้าเมืองได้หรือไม่ ว่าพวกข้าคนบ้านถังมาขอพบ"
"เหอะ! ไม่ต้องมามากความ ไสหัวออกไปก่อนที่คนด้านในจะออกมาเจอเข้า ชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเจ้าคงจะอยากมาขอให้ท่านเจ้าเมืองช่วยเหลือเรื่องไร้สาระน่ะสิ"
"พี่ชาย พวกข้าตั้งใจจะมามอบของเท่านั้นขอรับ"
"อย่างนั้นก็เอาของมา แล้วรีบๆ ออกไปเสีย"
"แล้วข้าจะมั่นใจได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ ว่าของจะถึงมือท่านลุง" เสี่ยวหลินพูดขึ้นมาบ้าง
นางมองดูท่าทางของทหารสองคนนี้ก็รู้แล้วว่าพวกเขาคงไม่เอาของไปมอบให้ท่านลุงโจวหมิงเป็นแน่ ดีไม่ดีคงจะเอาของของนางไปทิ้งหรือเก็บไว้กินเองมากกว่า
"นังเด็กปากดีคนนี้!" ทหารยกดาบข้างตัวขึ้นมา
"มีอะไรกัน" เสียงหวานดังขึ้นมาจากด้านใน ก่อนที่ร่างงามในชุดสีชมพูสวยจะเดินออกมา
เสี่ยวหลินมองคนตรงหน้าแล้วเบิกตากว้าง นี่มันท่านป้าคนงามนี่นา หรือว่านางจะเป็นภรรยาของท่านลุงโจวกัน โอ้! โลกช่างกลมเกินไปแล้ว!
"มีชาวบ้านมาก่อกวนนิดหน่อยขอรับ พวกข้าน้อยจะรีบไล่ไปเดี๋ยวนี้เลยขอรับ" ทหารทั้งสองโค้งตัวเคารพฮูหยินท่านเจ้าเมือง ก่อนจะหันมาเตรียมตัวไล่คนที่มาก่อนกวน แต่เสี่ยวหลินก็ตะโกนขึ้นมาก่อน
"ท่านป้าคนงาม!" ร่างกลมวิ่งผ่านร่างบิดาและทหารตัวโตไปกอดหมับเข้าที่เอวของสตรีในชุดสีชมพู ทหารทั้งสองเตรียมจะเข้ามาดึงออกไปแต่ก็ไม่กล้าถูกตัวฮูหยิน
"แม่ค้าน้อย เจ้านั่นเอง หายไปไหนมาตั้งหลายวัน หืม" เหลียนฮวามองใบหน้ากลมๆ อย่างคิดถึง นางจับเด็กน้อยออกมาลูบหัวลูบแก้ม ใจจริงอยากจะหอมแก้มด้วยซ้ำแต่หางตากลับเหลือบเห็นบุรุษสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูจวนเสียก่อน
"แม่ค้าน้อยมาทำอะไรที่นี่หรือจ๊ะ" นางมองแก้มกลมๆด้วยความเอ็นดู
"เสี่ยวหลินมาหาท่านลุงโจวเจ้าค่ะ เสี่ยวหลินตั้งใจจะเอาผลไม้มาฝาก" เด็กอ้วนตีเนียนจับมือนุ่มอย่างสนิทสนม ยังไม่วายแอบหันไปยักคิ้วให้ทหารทั้งสองอย่างเหนือกว่า
"เสี่ยวหลิน คือชื่อของเจ้าหรือ"
"ใช่เจ้าค่ะ เสี่ยวหลินชื่อถังเสี่ยวหลินเจ้าค่ะ" นางยกยิ้มหวานประจบคนตรงหน้า
เดี๋ยวเถอะ เจ้าพวกทหารคนเถื่อน นิสัยไม่ดี เสี่ยวหลินจะเอาคืนแน่ ฮึ
เหลียนฮวาได้ยินอย่างนั้น ก็นั่งลงตรงหน้าของเด็กน้อย นางมองสำรวจเจ้าเด็กตัวกลมตรงหน้าอย่างถ้วนถี่ ใบหน้าน่ารักๆ แก้มกลมๆ ช่างน่ารักน่าหยิกจริงเชียว
"เสี่ยวหลินรู้จักสามีของป้าด้วยหรือ"
"ท่านลุงโจวคือสามีของท่านป้าคนงามเองหรือเจ้าคะ ท่านลุงเคยไปซื้อมันเทศของเสี่ยวหลินถึงบ้านเลยเจ้าค่ะ"
"อย่างนั้นเองหรือจ๊ะ เห็นว่าเจ้าเอาของฝากมาให้สามีของป้า เช่นนั้นก็เข้าไปด้านในกันเถิด เชิญท่านทั้งสองด้วยนะเจ้าคะ" นางหันไปเอ่ยเชื้อเชิญบุรุษที่ยืนอยู่ด้านนอก
สองหนุ่มที่เห็นสตรีใบหน้างดงามส่งยิ้มหวานให้ ก็ใบหน้าขึ้นสีแดง
เหลียนฮวาจับจูงมือเด็กน้อยตัวกลมพาเดินเข้าประตูจวนไป แต่เจ้าเด็กตัวแสบก็ยังหันกลับมายิ้มเยาะให้กับทหารสองนายที่ยืนหน้าซีดอยู่
บอกแล้วว่ารู้จักกับท่านลุงก็ไม่เชื่อ ฮิฮิ
เสี่ยวหลินหันมองไปรอบๆ จวนอย่างสนใจ ระหว่างทางเดินมีต้นไม้กับดอกไม้ที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว ทางเดินยังปูด้วยหินอย่างดี มีหลังคาสวยงามทอดยาวไปจนถึงตัวเรือน
นายหญิงของจวนก้มมองหัวเล็กๆ ที่หันมองรอบทิศอย่างเอ็นดู หากนางชอบก็อยากจะชวนมาอยู่ที่จวนด้วยกัน เหลียนฮวาคิดไปก็อมยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนที่ประโยคคำพูดของสามีจะผุดขึ้นมาในหัว นางจึงได้แต่กดข่มความต้องการเอาไว้ในใจ ขอเพียงให้เด็กน้อยมาเยี่ยมนางบ้างก็พอแล้ว
สองพี่น้องเทียนหรง เทียนเฉิน เดินตามฮูหยินเจ้าเมืองเข้ามา ยิ่งเห็นความงดงามหรูหราเกินกว่าที่ชาวบ้านอย่างพวกเขาจะอาจเอื้อมก็ให้รู้สึกว่ามาอยู่ผิดที่ผิดทาง ด้านหลังยังมีบ่าวรับใช้ของเหลียนฮวาตามมาอีกราวสี่คน
ความใหญ่โตนี้ช่างทำให้คนรู้สึกต่ำต้อยโดยแท้
"ไปตามท่านพี่มาเถิด บอกว่ามีแขกมาหา" พอมาถึงห้องโถงที่ประดับตกแต่งอย่างงดงาม เหลียนฮวาก็หันไปเอ่ยกับบ่าวคนสนิท
"เจ้าค่ะฮูหยิน" บ่าววัยใกล้เคียงกันกับเหลียนฮวาน้อมรับคำแล้วเดินออกไปด้านนอก
"เชิญเจ้าค่ะ ตามสบายเลยนะเจ้าคะ" เหลียนฮวาหันมาเอ่ยกับบุรุษสองคนที่เดินตามมา
"เอ่อ ขอรับฮูหยิน" เทียนหรงรับคำ เขากับน้องชายเตรียมจะนั่งลงที่พื้นแต่ก็ถูกเจ้าบ้านเรียกเอาไว้ก่อน
"เดี๋ยวเจ้าค่ะ ขึ้นมานั่งด้านบนสิเจ้าคะ พวกท่านเป็นแขกจะนั่งที่พื้นได้อย่างไร"
"เอ่อ" เทียนหรงหันไปปรึกษาน้องชายทางสายตา แต่เด็กหนุ่มก็ทำหน้าเหลอหลาใส่
"พวกเราเป็นเพียงชาวบ้านจะกล้านั่งได้อย่างไรเจ้าคะ" เสี่ยวหลินรับรู้ถึงความลำบากใจของบิดา จึงเงยหน้าขึ้นเอ่ยกับคนด้านข้าง
"เจ้าเป็นแขกของสามีป้า ป้าจะเสียมารยาทให้แขกนั่งที่พื้นได้อย่างไร ถึงจะเป็นชาวบ้านแต่ก็เป็นคนเหมือนกัน มีเกียรติมีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะจ๊ะ"
เสี่ยวหลินลอบให้คะแนนความมีทัศนคติดีของท่านป้าคนงาม รับไปเลยร้อยคะแนน สองพี่น้องบ้านถังได้ยินอย่างนั้นก็ค่อยๆ หย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ไม้เนื้อดี ราคาของมันคงจะสามารถสร้างบ้านหลังเล็กได้ทั้งหลังแน่นอน
เสี่ยวหลินเองก็ถูกเหลียนฮวาอุ้มขึ้นนั่งบนเก้าอี้ตัวยาวข้างๆ นาง ครู่หนึ่งก็มีบ่าวรับใช้ยกจานขนมกับกาน้ำชามาวางให้ พร้อมกับรินน้ำชาส่งให้แขกและนายหญิงของตนด้วย
"จริงสิ ข้าชื่อเหลียนฮวา เป็นฮูหยินของบ้านนี้เจ้าค่ะ" เหลียนฮวาเอ่ยแนะนำตัวเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้ทำความรู้จักกับแขกเลย
"ข้าน้อยถังเทียนหรงขอรับ ส่วนนี่น้องชายของข้า ชื่อถังเทียนเฉินขอรับ" เทียนหรงตอบกลับอย่างนอบน้อม พลางใช้ศอกสะกิดน้องชายที่มองขนมตาไม่กระพริบ
"ข้าน้อยถังเทียนเฉินขอรับ"
"ตามสบายเลยนะเจ้าคะ จิบชากับทานขนมสักหน่อย ข้าให้บ่าวไปตามท่านพี่แล้ว อีกสักครู่ก็คงมา" นางผายมือไปยังน้ำชาและขนมที่วางไว้บนโต๊ะ มองดูแขกที่ยังมีท่าทางเกรงอกเกรงใจจึงไม่อยากทำให้พวกเขาอึดอัด มือเรียวเอื้อมไปหยิบขนมมาให้เด็กน้อยข้างตัวแทน
"กินนี่สิจ๊ะ ขนมอบไส้เหมยกุ้ยเคี่ยวกับน้ำตาล"
"ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้า"
เสี่ยวหลินรับขนมสีสวยมา หน้าตาของมันดูคล้ายกับคุกกี้ แต่ด้านในเป็นไส้กุหลาบเคี่ยวกับน้ำตาล ตั้งแต่เกิดมาจนตายไปรอบหนึ่งแล้วนางก็ยังไม่เคยกินขนมที่ทำมาจากดอกกุหลาบเลยสักครั้ง
เด็กอ้วนอ้าปากกัดขนมเข้าไปคำใหญ่ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อได้รับความหวานที่เข้ากับความกรุบกรอบของขนมอบ นางเคี้ยวหงุบหงับอย่างเอร็ดอร่อย เหลียนฮวามองแก้มกลมๆ ที่ขยับตามการเคี้ยวของเด็กน้อยแล้วก็ยิ้มออกมา
"อร่อยไหมจ๊ะ"
"อร่อยมากๆ เลยเจ้าค่ะท่านป้า เสี่ยวหลินไม่เคยกินขนมแบบนี้เลยเจ้าค่ะ" ปากน้อยอ้าออกงับขนมเข้าปากอีกคำใหญ่ เจ้าตัวเล็กโยกตัวอย่างอารมณ์ดี เหลียนฮวาเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะอย่างเอ็นดู
"อย่างนั้นเดี๋ยวป้าให้คนห่อขนมให้เจ้าเอากลับไปกินที่บ้านนะ" นางยกมือลูบหัวทุย ดวงตาจับจ้องมองแก้มกลมๆ ด้วยใจที่คันยุบยิบ
อยากจะหอมแก้มบุตรผู้อื่นให้หนำใจเสียจริง
"ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านป้าคนงาม" เสี่ยวหลินยิ้มตาหยี
สองพี่น้องบ้านนถังเองก็เพลิดเพลินกับน้ำชาคุณภาพดี กลิ่นหอมๆ และขนมแสนอร่อย ชาวบ้านของพวกเขาอย่างมากก็ต้มน้ำร้อนดื่มเท่านั้น ไหนเลยจะมีปัญญาซื้อใบชาราคาแพงมาชงดื่ม
ครู่ใหญ่ร่างสูงใหญ่ของโจวหมิงก็เดินเข้ามา สองพี่น้องบ้านถังลุกขึ้นคารวะก่อนจะนั่งลงเมื่อเมื่อโจวหมิงเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเอง
"นั่งลงเถิด ไม่ต้องมากความ ว่าแต่วันนี้มาถึงที่นี่มีอะไรหรือ" โจวหมิงเอ่ยถาม ก่อนจะมองไปยังภรรยาที่นั่งเงียบอยู่ ที่แท้ก็เพราะมีเด็กน้อยตัวกลมนั่งอยู่ด้วยนี่เอง เขาเดินไปนั่งเก้าอี้ด้านข้างของภรรยา มองดูนางเอาอกเอาใจเจ้าเด็กแก้มกลมที่อ้าปากงับขนมจนแก้มตุ่ย
"บุตรสาวของข้าตั้งใจจะนำผลไม้มามอบให้ท่านเจ้าเมืองน่ะขอรับ" เทียนหรงรีบสะกิดน้องขายให้ส่งห่อผ้ามา ซึ่งเทียนเฉินก็รีบหยิบมาให้
เทียนหรงจึงวางห่อผ้าลงตรงหน้าของโจวหมิง ซึ่งเจ้าของบ้านก็เอื้อมมือมาเปิดดู เห็นเป็นผลไม้สีแดงลูกใหญ่ กับสีส้มที่มีอยู่เต็มถุง
"โอ้! นี่มันจวี๋จึกับสือหลัว ผลไม้ราคาแพงที่เมืองหลวง พวกเจ้าถึงกับไปซื้อมาเลยหรือ" โจวหมิงมองผลไม้เหล่านี้อย่างตกใจ ที่เมืองหลวงพวกมันราคาไม่ถูกเลย อีกทั้งยังมีน้อยอีกด้วย
"บุตรสาวข้าเพียงไปเจอมันในป่าน่ะขอรับ นางนึกถึงก็เลยเอามาฝาก ไม่ได้ไปซื้อหามาหรอกขอรับท่าน"
"ที่เมืองหลวงถือว่าเป็นผลไม้มงคลเลยนะ จวี๋จึนี่สื่อถึงความโชคดี ส่วนสือหลัวแสดงถึงอำนาจขับไล่สิ่งอัปมงคล"
สองพี่น้องอ้าปากค้าง แค่ผลไม้ถึงกับมีความหมายยิ่งใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ พวกเขาหันมองหน้ากันด้วยท่าทางโง่งม เสี่ยวหลินเองก็นึกไม่ถึงเช่นกัน นางกระพริบตาปริบๆ มองดูผลไม้ที่ตนเก็บมาจนลืมเคี้ยวขนมที่อยู่ในปาก
"ฮ่าๆๆ ขอบใจพวกเจ้ามากที่มีใจนึกถึง ผลไม้พวกนี้ใช่ว่ามีเงินแล้วจะซื้อกินได้นะ นอกจากความหมายดีและราคาแพงแล้ว พวกมันยังหายากอีกด้วย พวกเจ้าโชคดีแล้วที่ไปพบเข้า" โจวหมิงหัวเราะอย่างชอบใจ
"แล้วนี่พวกท่านมีธุระไปที่ใดต่อหรือไม่เจ้าคะ หากไม่มีเชิญอยู่ทานมื้อเที่ยงที่นี่ร่วมกับเรานะเจ้าคะ" เหลียนฮวาได้ทีเอ่ยขึ้นมา นางเพียงอยากใช้เวลาร่วมกับแม่หนูน้อยให้นานๆ หน่อย
"เอ่อ ไม่ได้ไปไหนขอรับ แต่ว่าจะดีหรือขอรับ"
"ดีสิ อยู่ทานอาหารด้วยกันหลายคนจะได้อร่อย ข้ากับฮูหยินกินกันเพียงสองคนเงียบเหงาไม่น้อยเลย บุตรชายสองคนก็ไปศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่เมืองหลวงไม่ค่อยได้กลับบ้านนัก จริงสิ มันเทศของพวกเจ้ารสชาติดีไม่น้อย ปีหน้ายังจะปลูกอีกหรือไม่"
"ปลูกขอรับ หากเป็นไปได้ก็อยากจะปลูกตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิเลย ในหนึ่งปีจะได้เก็บเกี่ยวได้สองรอบ"
"ดีๆ หากเป็นไปได้เจ้าก็เพิ่มพื้นที่ในการปลูกหน่อยนะ ช่วงนี้มีหลายเมืองที่น้ำท่วมอาหารขาดแคลน หน้าหนาวนี้คงลำบากไม่น้อยเลย"
"ในปีหน้าข้าตั้งใจจะเผยแพร่วิธีการปลูกมันเทศให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านเซินหลินของเราขอรับ ผลผลิตจะได้เพิ่มมากขึ้นแน่นอน"
เหลียนฮวาเห็นว่าเหล่าบุรุษเริ่มพูดคุยเรื่องงานน่าเบื่อกันแล้วจึงเอ่ยขอตัวพาเด็กน้อยตัวกลมออกไปเดินชมสวนที่ด้านนอก
เสี่ยวหลินเดินตามแรงจับจูงออกมาที่สวนดอกไม้ ซึ่งยามนี้เริ่มร่วงโรยแล้ว มีบ่าวหลายคนกำลังเก็บกวาดใบไม้ที่ร่วงจากต้นอย่างขยันขันแข็ง
บ้านคนรวยนี่จะว่าดีก็ดี มีบ่าวหลายคนคอยหยิบจับทำนู่นทำนี่ให้ แต่เสี่ยวหลินคิดว่าไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ มีแต่คนเดินไปเดินมาเต็มไปหมด
เหลียนฮวาเห็นเด็กน้อยเดินคิ้วขมวดก็เอ่ยถามอย่างห่วงใย
"เสี่ยวหลินเป็นอะไรจ๊ะ ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้น ไม่อยากออกมาเดินเล่นหรือ"
"เปล่าเจ้าค่ะ เสี่ยวหลินกำลังคิดว่าที่บ้านของท่านป้ามีคนเยอะแยะเต็มไปหมดเลย" เหลียนฮวาได้ยินอย่างนั้นก็ยกยิ้มเอ็นดู
"พวกเขาเป็นบ่าวรับใช้ที่ป้าจ้างมาทำงานจ้ะ จริงสิ เป็ดที่ป้าซื้อมามันตัวอ้วนขึ้นมากเลยนะ เสี่ยวหลินอยากไปดูหรือไม่"
"เอ๋ มันยังไม่ตายหรือเจ้าคะ" เสี่ยวหลินกระพริบตาปริบๆ นี่ท่านป้าเอาเป็ดสองตัวนั่นมาเลี้ยงหรอกหรือ!
แปลกคนจริง
##########################################