“ฉีฉี ลูกเป็อะไรไป” หลี่ซูหว่านเห็นลูกสาววิ่งร้องไห้เข้าบ้านมา ตอนนั้นเธอคิดว่าลูกสาวไปลาเพื่อนเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศแล้วคงรู้สึกเสียใจ แต่ไม่คิดว่าพอถึงเวลาอาหารเย็น ลูกสาวก็ยังไม่ยอมออกมาจากห้อง เธอตัดสินใจใช้กุญแจสำรองเปิดห้อง และเห็นลูกสาวนั่งขดตัวด้วยท่าทางหวาดกลัว
“คุณแม่ ไม่ใช่หนูนะคะ หนูไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ คุณป้าเย่เธอเป็ลมไปเอง” หานซูฉีพูดไปร้องไห้ไป
“ลูกพูดว่าอะไรนะ เื่นี้เกี่ยวอะไรกับคุณนายเย่”
“คุณป้าเย่เป็ลมไปเอง หนูไม่ได้ทำร้ายเธอนะคะ”
หลี่ซูหว่านคว้าไหล่ทั้งสองข้างของลูกสาว ก่อนจะถามเสียงเข้ม “ตกลงว่าลูกไปทำอะไรมา ลูกคงไม่ได้ไปทำร้ายคุณนายเย่ใช่ไหม ลูกรู้ไหมว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ตระกูลหานของเราคงอยู่ประเทศ C ไม่ได้อีกแล้ว”
“หนูไม่ได้ทำเลยจริงๆ นะคะ” หานซูฉีพูดย้ำ
เพียะ!
“หานซูฉี แกรีบบอกฉันว่าแกไปทำอะไรมากันแน่” หลี่ซูหว่านะโถามร้อนใจ เธอกลัวเหลือเกินว่าลูกสาวจะไปทำร้ายเจียงหว่าน หากเป็อย่างนั้น เธอจะรับมือกับตระกูลเย่ยังไง
หานซูฉีถูกตบก็ได้สติขึ้นมา “แม่คะ หนูแค่อยากเจอจื่อหาน”
เมื่อเห็นว่าลูกสาวเริ่มได้สติ หลี่ซูหว่านปรับน้ำเสียงลงแล้วถามลูกสาวอีกครั้ง “ลูกใจเย็นๆ แล้วเล่าให้แม่ฟังว่ามันเกิดเื่อะไรกันแน่ ทำไมลูกเอาแต่พูดถึงคุณนายเย่”
“พรุ่งนี้คุณพ่อจะให้หนูกับพี่ใหญ่บินไปต่างประเทศแล้ว หนูแค่อยากเจอจื่อหาน พอหนูรู้ว่าวันนี้คุณป้าเย่จะไปเดินซื้อของที่ห้าง หนูเคยได้ยินคุณพ่อคุณแม่พูดว่าครอบครัวเดิมของคุณป้าเย่เป็ครอบครัวยากจนและเห็นแก่ตัว หนูก็เลยจะเอาเื่ครอบครัวของเธอขึ้นมาขู่ให้เธอพาจื่อหานมาพบหนู” หานซูฉีร้องไห้
“แล้วยังไงต่อ”
“หนูไม่รู้ว่าหนูจะเรียกคุณป้าเย่ออกมาพบได้ยังไง หนูก็เลยจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยแถวนั้นให้ไปบอกคุณป้าเย่ว่าเห็นจื่อหานถูกคนทำร้ายที่บันไดหนีไฟ คุณป้าเย่ก็เชื่อค่ะแม่ เธอมาที่บันไดหนีไฟตามที่หนูบอก จากนั้นหนูก็คว้ามือเธอไว้เพราะกลัวว่าเธอจะหนี แต่ยังไม่ทันที่หนูจะได้พูดอะไรเลยค่ะ คุณป้าเย่กรี๊ดแล้วก็เป็ลมไป หนูใหนูก็เลยกลับมาที่บ้านนี่ล่ะค่ะ” หานซูฉีจับมือคุณแม่ไว้แน่น “แม่คะ แม่ต้องเชื่อหนูนะคะ หนูไม่ได้ทำร้ายคุณป้าเย่จริงๆ”
หลี่ซูหว่านถอนหายใจโล่ง อย่างน้อยลูกสาวของเธอก็ไม่ได้ทำร้ายเจียงหว่านจนได้รับาเ็ “หนูมั่นใจใช่ไหมว่าคุณนายเย่แค่เป็ลม”
“แน่ใจค่ะแม่ ก่อนที่หนูจะวิ่งหนี หนูก็ไม่เห็นว่าคุณป้าจะาเ็ตรงไหน”
“แล้วมีใครเห็นหนูหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ตอนหนูวิ่งออกมาไม่เห็นมีใครอยู่แถวนั้นเลย”
“แล้วคนที่หนูจ้างล่ะ”
“หนูคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรนะคะ เพราะหนูยังจำหน้าเขาไม่ได้เลย คุณป้าเย่ก็น่าจะจำไม่ได้เหมือนกัน”
“เอาล่ะ อีกสักพักคุณพ่อก็จะกลับมาแล้ว ถ้าเกิดเื่ขึ้นกับคุณนายเย่จริง คุณพ่อก็ต้องเล่าให้เราฟัง แต่หนูต้องทำตัวให้เป็ปกติ อย่าทำพิรุธให้คุณพ่อจับได้” หลี่ซูหว่านกอดลูกสาวอย่างปลอบใจ “แม่รู้ว่าหนูชอบจื่อหาน แต่คราวหน้าหนูจะรีบร้อนอย่างนี้ไม่ได้”
“แต่แม่คะ ตอนนี้จื่อหานกับนังเถาเถาเปิดตัวว่าคบกันแล้วนะคะ หนูไม่อยากแพ้ให้กับนังนั่น จื่อหานต้องเป็ของหนู”
“เปิดตัวคบแล้วจะเป็ไรไป ต่อให้พวกเขาแต่งงานกัน เราก็แย่งเขามาได้อยู่ดี” หลี่ซูหว่านลูบผมลูกสาว “หนูไปอยู่ที่ต่างประเทศสักสี่ห้าปี ถึงตอนนั้นหนูก็เป็ผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว ถ้าหนูยังไม่เปลี่ยนใจ แม่จะช่วยหนูแย่งเย่จื่อหานมาจากหลิงผูเถาให้ได้”
“หนูก็จะไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกของเขาน่ะสิคะ”
“คนแรกมันจะไปสำคัญอะไร แม่ก็ไม่ใช่ภรรยาคนแรกของคุณพ่อซะหน่อย แต่ทุกวันนี้คุณพ่อก็มีแค่แม่กับพวกลูกไม่ใช่เหรอ”
“คุณพ่อเคยมีภรรยามาก่อนที่จะแต่งงานกับคุณแม่เหรอคะ” หานซูฉีถาม เธอไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อน
“จะเรียกว่าภรรยาก็ไม่ถูก เอาเป็ว่าคุณพ่อเคยมีคนรักมาก่อน แต่สุดท้ายคุณพ่อก็เป็ของแม่” หลี่ซูหว่านไม่บอกลูกสาว เื่มันผ่านมายี่สิบปีแล้ว เธอไม่อยากพูดถึงอดีตอีก
หานซูฉีจ้องคุณแม่ “หนูเชื่อคุณแม่ค่ะ พอหนูเรียนจบกลับมา คุณแม่ต้องช่วยหนูแย่งจื่อหานมาให้ได้นะคะ”
“แม่ต้องช่วยหนูอยู่แล้วสิ ก็หนูเป็ลูกสาวคนเดียวของแม่นี่นา” หลี่ซูหว่านกอดลูกสาว “ลูกไปใช้ชีวิตที่เมืองนอกให้สบายใจ อยากเรียนอะไรก็เรียน และอย่าลืมทำตัวให้สวยๆ เข้าไว้ เอาให้เย่จื่อหานเป็ฝ่ายที่จะคลานเข้ามาหาหนูให้ได้นะจ๊ะ”
ได้รับคำปลอบใจจากคุณแม่ หานซูฉีก็กลับมาใจเย็นและยิ้มได้อีกครั้ง ใช่...คุณแม่พูดถูก ต่อให้เย่จื่อหานกับหลิงผูเถาแต่งงานกัน พอเธอกลับมา เธอก็ยังจะแย่งเขามาอยู่ดี
และบทสนทนาบนโต๊ะอาหารของตระกูลหานวันนั้นก็คือเื่ที่เจียงหว่านหมดสติอยู่ที่บันไดหนีไฟของห้าง ยังดีที่มีคนพาเธอไปส่งโรงพยาบาลได้ทัน ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กในท้อง แต่น่าเสียดายที่ตระกูลเย่จับตัวคนร้ายมาลงโทษไม่ได้ เพราะกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นเสียพอดี
หลี่ซูหว่านกับหานซูฉีแอบหันมาสบตากันอย่างโล่งเมื่อรู้ว่าครอบครัวรอดพ้นจากวิกฤติมาได้แล้ว ทั้งสองภาวนาขอบคุณสิ่งศักดิ์ที่เจียงหว่านไม่แท้งลูก และกล้องวงจรปิดก็จับภาพหานซูฉีและพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เธอจ้างไว้ไม่ได้
การลาออกจากโรงเรียนแล้วบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศของหานซ่งเฉวียนและหานซูฉีไม่มีผลกับหลิงผูเถาและเย่จื่อหานมากนัก ตรงข้าม ทั้งคู่กลับรู้สึกดีที่คนน่ารำคาญออกไปจากชีวิตพวกเขาเสียที และการเรียนในชั้นมัธยมปลายปีที่สามก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“เวลาผ่านไปเร็วมากเลยนะ ตอนนี้พวกเรากำลังจะเรียนจบชั้นมัธยมปลายปีสามกันแล้ว พวกแกจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศหรือจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ” โจวต้าเหนิงทำหน้าเซ็ง “คุณพ่อคุณแม่จะส่งฉันไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม คราวนี้ฉันต้องไปอยู่ไกลพวกแกมากเลย”
“มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัมเหมาะกับแกที่จะเรียนด้านการสื่อสาร เพราะในอนาคตแกจะต้องสืบทอด C-Daily ต่อ แกไปเรียนที่นั่นก็ถูกแล้วไง” หลิงผูเถาพูดยิ้มล้อเลียน “กลัวเหงาเหรอ พี่ชายฉันคงไม่ปล่อยให้แกเหงาหรอกน่า”
“แกก็พูดไปเรื่อย พี่ซีฮันกับฉันไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย แล้วเขาจะมาสนใจฉันทำไมว่าฉันจะเหงาหรือไม่เหงา” โจวต้าเหนิงหน้าแดงเมื่อนึก ถึงมื้อค่ำเมื่อวานที่เธอถูกสารภาพรัก
“ทำไมแกต้องหน้าแดงด้วย หรือว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น” เจิ้งซิงอีหรี่ตาถาม “แกคงไม่ได้รวบหัวรวบหางพี่ซีฮันแล้วนะ”
“ยัยซินดี้ ฉันยังเป็เพื่อนแกอยู่ไหม”
“ก็เพราะฉันรู้จักนิสัยของแกดีน่ะสิ ฉันถึงเป็ห่วงกลัวว่าพี่ซีฮันจะถูกแกรังแก”
“แกไม่ต้องมาสนใจเื่ของฉันแล้ว แกบอกฉันมาก่อนว่าแกจะไปเรียนต่อที่ไหน คงไม่ใช่ที่ลอนดอนหรอกนะ” โจวต้าเหนิงยิ้ม “ก่อนหน้านี้ทำมาล้อว่าพี่เฟยอวี่ชอบมาตามฉัน ทำเอาคนทั้งโรงเรียนคิดว่าฉันกับพี่เฟยอวี่เป็แฟนกัน แล้วทีนี้เป็ไง พอเขามาสารภาพรักก็ทำตัวไม่ถูกเลยสิ”
คราวนี้เป็เจิ้งซิงอีที่หน้าแดง “ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ฉันเห็นวันๆ พี่เฟยอวี่ก็เอาแต่เข้าหาแก เดี๋ยวบัตรคอนเสิร์ต เดี๋ยวบัตรดูละครเวที เดี๋ยวตั๋วหนังรอบปฐมทัศน์ มีแต่คนพิเศษเท่านั้นล่ะที่จะได้รับของดีๆ แบบนี้”
“ก็เป็ของขวัญที่ฉันให้ข้อมูลแกกับเขาไปไง” โจวต้าเหนิงถามต่อ “รีบตอบมา แกจะไปเรียนต่อที่ลอนดอนใช่ไหม”
“อืม” เจิ้งซิงอียิ้ม “แต่ไม่ใช่เพราะพี่เฟยอวี่ไปเรียนที่นั่นหรอกนะ เป็เพราะสถาบันแฟชันที่ฉันอยากเรียนอยู่ที่ลอนดอนต่างหาก อีกอย่างลอนดอนก็อยู่ใกล้ฝรั่งเศส ฉันสามารถบินไปดูแฟชันโชว์ของแบรนด์ชั้นนำได้สะดวกด้วย พวกแกก็รู้ว่าตอนนี้ซินดี้ดีไซน์ของฉันเริ่มเป็ที่รู้จักในตลาดโลกแล้ว ฉันกับคุณแม่ก็เลยได้รับเชิญให้ไปร่วมงานอยู่บ่อยๆ”
“ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไร พวกแกได้เรียนในสาขาที่ชอบก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ” หลิงผูเถาพูดขึ้น
“แล้วแกล่ะเถาเถา แกจะเรียนต่อที่ไหน” เจิ้งซิงอีถาม
“ฉันอยากเป็ซอมเมอลิเยร์[1]”
“สถาบันที่มีชื่อเสียงด้านนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นอังกฤษหรือไม่ก็ฝรั่งเศส แต่จื่อหานอยากเรียนต่อด้านไอที เขาจะยอมแยกกับแกเหรอ กว่าจะเรียนจบก็หลายปีเลยนะ” โจวต้าเหนิงรีบถาม
“บังเอิญว่ามหาวิทยาลัยในลอนดอนตอบรับฉันแล้ว” เย่จื่อหานเดินยิ้มเข้ามา “ฉันกับเถาเถาไม่มีทางจะไปเรียนอยู่ไกลกัน เพราะฉันคงทนคิดถึงเถาเถาไม่ไหว ส่วนพวกเธอสองคนก็เชิญไปเรียนให้ไกลๆ ฉันสองคนจะได้มีเวลาอยู่กันตามลำพังสักที”
“เย่จื่อหาน ฉันไม่คิดเลยนะว่านายจะหน้าไม่อายขนาดนี้” โจวต้าเหนิงนึกขึ้นได้ “แต่นายลืมไปหรือเปล่าว่าพวกเราต่างก็เรียนในยุโรป หึ...ฉันจะไปเยี่ยมเถาเถาทุกสัปดาห์เลย”
“ถ้างั้นฉันคงต้องขอความช่วยเหลือจากที่ซีฮันซะแล้ว ฉันคิดว่าพี่ซีฮันคงไม่ปล่อยให้เธอไปไกลจากสายตาเขาหรอก”
โจวต้าเหนิงได้แต่ปิดปากเงียบเพราะไม่สามารถเถียงเย่จื่อหานได้ พี่ซีฮันพูดว่ายังไงนะหลังจากสารภาพรักกับเธอ ‘ไม่ว่าเธอจะไปอยู่ที่ไหน พี่ก็จะตามไปอยู่ใกล้ๆ เธอ เราจะไม่แยกจากกัน’
“ิเฉิน ผ่านมาเกือบปีแล้ว ทำไมเื่ของลูกกับหนูเถาเถายังไม่คืบหน้าอีกล่ะ” ฉั่วลี่อิงถามลูกชาย
“แม่ครับ ตอนนี้เถาเถายังเรียนไม่จบมัธยมปลายเลยนะครับ ถ้าผมไปจีบเธอตอนนี้ คนอื่นคงจะหาว่าผมหลอกลวงเด็ก รอให้เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยก่อนสิครับ ถึงตอนนั้นผมจะเดินหน้าจีบเธออย่างเต็มที่เลย” หวงิเฉินยิ้ม “แม่อย่าลืมนะครับว่ามหาวิทยาลัยของผมเป็มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ เถาเถาต้องสอบเข้ามาเรียนที่นี่แน่นอน”
“แกยังไม่รู้ใช่ไหมว่าหนูเถาเถาจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ” ฉั่วลี่อิงเห็นลูกชายทำหน้าใ “แม่ถึงบอกไงว่าแกมัวแต่ชักช้า เนี่ยดูสิ หนูเถาเถากำลังจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศพร้อมกับเย่จื่อหานแล้ว”
“เื่สำคัญอย่างนี้ทำไมคุณแม่เพิ่งมาบอกผมล่ะครับ” หวงิเฉินเตรียมจะออกไปข้างนอก
“นั่นแกจะไปไหน?”
“ผมก็จะไปหาน้องเถาเถาน่ะสิครับ ผมจะไปถามเธอให้แน่ใจว่าเื่ที่แม่ได้ยินมาเป็เื่จริงหรือเปล่า”
-------------------------
[1] ซอมเมลิเยร์ คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะไวน์ ซึ่งทำหน้าที่ในการเลือก คำแนะนำ การจัดเก็บ และการเสิร์ฟไวน์ให้เหมาะสมกับเมนูอาหารและรสนิยมของลูกค้า