อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 117 ปิดบัง

    บทที่ 117 ปิดบัง

     

    “จี๊ด!” ราชาหนูขาวส่งเสียงเรียกเจ้าหน้าที่พวกนั้น จะบอกว่าเป็นเสียงเรียกก็ไม่ถูกต้องนัก หากฟังดีๆแล้วเหมือนเสียงก่นด่ามากกว่า

     

    “จี๊ด!! (พวกฉันมาช่วยขนาดนี้แล้ว ยังคิดที่จะโจมตีอีกรึ? ไอ้พวกเนรคุณ ไอ้พวกโง่เง่า!)” ถึงจะไม่รู้ความหมายของเสียง “จี๊ด!!” นั้น แต่น้ำเสียงและอารมณ์ได้แสดงออกทั้งหมดแล้ว 

     

    “เอ่อ หรือว่า...หนูขาวพวกนี้จะเป็นของสิบเอกอันที่เพิ่งพูดถึงเมื่อครู่...”

     

    “น่าจะเป็นแบบนั้นนะ ลดอาวุธกันก่อนก็แล้วกัน” 

     

    พวกระดับสูงไม่รู้ว่าควรจะสรรหาคำอะไรมาพูดในสถานการณ์นี้ ถึงพวกเขาจะเคยเห็นหน่วยพิเศษที่สามารถควบคุมสัตว์กลายพันธุ์ของกองทัพได้ แต่มันก็ไม่เหมือนกัน ไม่สิ! จะบอกว่าไม่เหมือนกันก็ไม่ได้ เพราะมันแทบจะไม่มีอะไรคล้ายกันเลย ดังนั้นต้องบอกว่ามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่างหาก!!

                

    หน่วยพิเศษควบคุมสัตว์กลายพันธุ์เป็นหน่วยพิเศษของกองทัพ การจะเข้าร่วมหน่วยนั้นได้ต้องเป็นอัจฉริยะและมีพรสวรรค์ ที่สำคัญที่สุดคือต้องพร้อมตายทุกเมื่อ เพราะบางครั้ง...ยังไม่ทันได้ออกไปทำภารกิจ พวกเขาก็ถูกพวกกลายพันธุ์ที่พยายามฟูมฟักมาตลอดฆ่าตายได้แล้ว ไหนเลยจะคาดหวังว่าภารกิจของพวกเขาจะสำเร็จลุล่วงดี

                

    ส่วนใหญ่แล้ว ภารกิจที่มอบให้หน่วยพิเศษนี้ ก็มักจะเป็นภารกิจที่ไม่มีทางออกใดๆแล้ว เป็นภารกิจที่ทำก็ตาย ไม่ทำก็ตาย ดังนั้นแทนที่จะปล่อยไปโดยไม่ทำอะไร สู้ลองทำไปสักตั้ง เผื่อว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งแน่นอนว่าจนกระทั่งตอนนี้...ยังไม่มีงานไหนที่พวกเขาทำสำเร็จเลย

                

    แต่ก็นั่นแหละ...หน่วยพิเศษนี้เป็นความหวังของมนุษย์ชาติ ตราบที่พวกเขาหาวิธีในการควบคุมสัตว์กลายพันธุ์ได้ อนาคตก็จะง่ายต่อลูกหลานแล้ว

                

    ผู้ใช้พลังจะทำหน้าที่แค่ออกคำสั่ง หลังจากนั้นก็ให้พวกกลายพันธุ์สังหารกันเอง นี่กลายเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งกว่าการอาบน้ำเสียอีก...

                 

    ราชาหนูขาวไม่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่พวกนี้กำลังตกใจกับอะไร พวกมันเพียงต้องการทำหน้าที่ให้เสร็จแล้วก็รีบกลับไปนอนพักในฟาร์ม กินอาหารชั้นยอด หลังจากนั้นก็คอยเพาะเลี้ยงหนูขาวกลายพันธุ์ตัวจิ๋วในฟาร์มก็ได้แล้ว ชีวิตที่แสนสงบสุขแบบนั้น ใครบ้างจะไม่ชอบ

                

    นี่ดีกว่าตอนที่พวกเขาจะต้องวิ่งไปรอบๆเพื่ออาหารเองอีก ที่ฟาร์มของเจ้านายน่ะ...มีแต่ของดีๆทั้งนั้นเลย!

     

    “จี๊ด!!” มันส่งเสียงดังออกมาเพื่อกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ทหารรับเอาขวดแก้วไวรัสมาถือไว้ การร่วมมือกันครั้งนี้จบลงด้วยดี แม้เจ้าหน้าที่ระดับสูงจะระวังตัวมากจนทำให้ดูตลก ถึงอย่างนั้น...หลังจากที่หนูขาวมอบไวรัสเสร็จแล้ว พวกมันก็วิ่งกลับเข้าไปในฐานวิจัยทันที ไม่รอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงพวกนั้นพูดอะไรด้วยซ้ำ

     

    “เอ่อ....นี่ นี่ก็แปลว่าภารกิจสำเร็จแล้วใช่หรือไม่”

     

    “คิดว่าเป็นแบบนั้นครับ” ทั้งหมดมองหน้ากันท่ามกลางความเงียบ ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์เติ้งยังเป็นห่วงเด็กๆของเขา คงจะไม่สามารถเรียกสติกลับมาได้

     

    “รีบแจ้งให้หน่วยปฏิบัติการลงพื้นที่เถอะครับ ไม่อย่างนั้นพวกที่ติดอยู่ในฐานวิจัย อาจจะรับมือหนักเกินไปก็ได้”

     

    “อ่า นั่นสิ ได้เลยพันเอกเติ้ง พวกเราเองก็เตรียมเข้าไปข้างในเถอะ ปล่อยให้หัวหน้าภารกิจรออยู่ที่นี่เพื่อนำไวรัสออกไป”

     

    “ได้” คนเป็นพันเอกพยักหน้ารับ เขาอยากจะเข้าไปถล่มฐานวิจัยนี้ตั้งแต่แรกแล้ว 

                

    ด้านใน หลังจากที่ซูหยวนรู้ว่าพวกราชาหนูขาวทำภารกิจสำเร็จแล้ว เธอก็ผ่อนคลายไปไม่น้อย รุ่นพี่หวังไม่เข้าใจอะไรเลย มีเพียงการประกาศอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการที่ไวรัสถูกขโมยไป แน่นอนว่าต่อให้ไม่เข้าใจอะไรเลย ก็ยังรู้ว่านี่เป็นฝีมือของรุ่นน้องอัน!

     

    “ตอนนี้...พวกเราก็ต่อสู้กลับได้แล้วใช่ไหม?”

     

    “ฉันคิดว่าใช่ค่ะ” ซูหยวนพูดแบบนั้น ไม่ต้องรอให้มีคำสั่งอื่นอีก รุ่นพี่หวังที่ต้องออมแรงไปก่อนหน้านี้ก็หยิบลูกศรของตัวเองออกมา 3 อัน

     

    “เห็นว่าพวกฉันอ่อนแอกันรึไง ถึงได้พาคนมาแค่นี้น่ะ!!” ไม่พูดเปล่า ศรทั้งสามยังถูกปล่อยออกไปทันทีด้วย

                

    รุ่นพี่หวังนั้นสำเร็จวิชาศรตามเป้าแล้ว ดังนั้นไม่ว่าศัตรูจะพยายามหลบหลีกแค่ไหน ก็ไม่สามารถหนีพ้นความตายที่ศรมอบให้ได้

                

    ซูหยวนเองก็ละทิ้งมีดในมือ เธอรีบเอาธนูจากด้านหลังมาในตอนที่พวกมันกำลังตกใจกับการโจมตีของรุ่นพี่หวัง จากนั้นก็ใช้ “ศรพริบตา” เพื่อปลิดชีพเจ้าหน้าที่ของฐานไปได้

                

    อาศัยความร่วมมือของทั้งสองคน ครู่เดียวก็สังหารคนไปได้ 5 คนแล้ว ความรวดเร็วนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ของฐานรู้สึกตกใจ แน่นอนว่าพวกเขาก็แค่ตกใจเท่านั้น ในสถานการณ์แบบนี้...พวกเขาจะไม่เคยฝึกฝนมาก่อนได้อย่างไร

                

    เมื่อรู้ว่าทักษะความสามารถสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องเอาอุปกรณ์ที่ฐานมีให้มาจัดการแทน!

                

    น่าเสียดายที่ห้องควบคุมถูกยึดไปแล้ว ไม่อย่างนั้นอันซูหยวนและรุ่นพี่หวังไม่มีทางรอดพ้นไปได้ ในขณะที่ซูหยวนกำลังต่อสู้ ห้องควบคุมก็พยายามช่วยเหลือพวกเธอเต็มที่ด้วยการปล่อยกับดักมาขวางข้างหน้าระหว่างเธอกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในเวลานี้...กลายเป็นว่ากับดักของฐาน เป็นอุปสรรคของพวกเขาแทนเสียนี่!!

                

    ไม่ใช่แค่เรื่องกับดักเท่านั้น คนอื่นๆของทีมเก็บไวรัสก็พากันย้อนกลับมาตามทางแล้ว เพราะคนของพวกเขามากกว่า แถมระหว่างทางก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยน้อยกว่าด้วย ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะจัดการได้เร็วกว่าทางซูหยวน ตอนที่มาเจอกัน...เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของฐานเกือบทั้งหมดก็มารวมกันที่นี่แล้ว

                

    มากกว่า 50 คน!!

                

    จำนวนนี้ดูเหมือนจะเยอะมากเมื่อเทียบกับสมาชิกของทีมเก็บไวรัส เพียงแต่...ทักษะของผู้ใช้ธนูเหล่านี้เป็นทักษะระดับสูงเกือบทั้งหมด ในที่สุด...พวกเขาก็มีโอกาสให้ได้โชว์ฝีมือแล้ว

     

    “ไปเลย!! เก็บพวกมันให้หมด!!”

     

    “เงาไร้เสียง!!” ทุกคนหยิบธนูของตัวเองออกมา เพียงพริบตาเดียวก็ลดจำนวนของเจ้าหน้าที่ไปมากกว่าครึ่ง

     

    “ยอมแพ้ซะ! ถ้ายอมแพ้ พวกเราจะหยุดเท่านี้” หัวหน้าทีมเก็บไวรัสคำรามเสียงดังเพื่อข่มขวัญ หลังจากนั้นก็ใช้การเปิดโอกาสให้พวกเขา เท่านี้...เจ้าหน้าที่หลายคนก็ลังเลแล้ว

                

    เมื่อมีการลังเล ก็ไม่น่าแปลกใจที่การต่อสู้อันดุเดือดจะจบลงอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่านอกจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับต่ำพวกนี้ เจ้าหน้าที่คนอื่นๆของฐานก็ทยอยกันเข้ามา แต่คนของกองทัพก็เร็วยิ่งกว่า เมื่อรู้ว่าไวรัสถูกนำออกไปแล้ว ตอนนี้ทั้งฐานก็แค่สนามฝึกซ้อมให้พวกเขาเท่านั้น

                

    ต่อให้จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขนาดไหน สุดท้ายก็ไม่ใช่กองกำลังเพื่อการต่อสู้อยู่ดี ส่วนใหญ่ยังเน้นไปที่การวิจัย เงินจ้างผู้รักษาความปลอดภัยระดับสูงมีไม่มากนัก ผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง...ฐานวิจัยนี้ก็ถูกกองทัพยึดครองแล้ว

     

    “สิบเอกอัน เป็นอย่างไรบ้าง...” หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการไม่สนใจคนอื่น เขายังคิดทบทวนอยู่ในหัวเกี่ยวกับผลงานที่สิบเอกอันได้ทำก่อนหน้านี้

                

    แน่นอนว่าสมาชิกในทีมปฏิบัติการแรกนั้นรู้ดีที่สุดว่าความสำเร็จนี้เป็นเพราะใคร ดังนั้นพวกเขาจึงรอฟังคำตอบของซูหยวนด้วย

     

    “ปลอดภัยค่ะหัวหน้า แต่ว่า....ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้อง”

     

    “เรื่องจะขอร้อง?”

     

    “ใช่ค่ะ เรื่องอุปกรณ์ที่ตระกูลจางมอบให้....” ซูหยวนสั่งให้พวกหนูขาวซ่อนตัวอย่างดีแล้ว ตอนนี้มีแค่พวกผู้นำเท่านั้นที่ได้เห็นตัวตนของหนูขาว ดังนั้น...เธอย่อมต้องการขอให้พวกเขาช่วย

     

    “เข้าใจแล้ว เรื่องนี้จะไม่ถูกเปิดเผยออกไป มันเป็นอาวุธลับของเธอก็ควรจะเป็นของเธอ...ส่วนเรื่องกระบวนการต่อสู้ทั้งหมดที่ผ่านมา จากที่ตรวจสอบ พบว่าไฟล์บันทึกข้อมูลช่วงนั้นถูกทำลายไป...”

                

    เมื่อได้ยินคำของหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ ซูหยวนก็คลี่ยิ้มให้เขา เรื่องราชาหนูที่เธอขอให้มันออกมาช่วยก่อนหน้านี้ ควรจะเก็บเอาไว้เป็นความลับจริงๆ โดยเฉพาะกับการใช้สัตว์กลายพันธุ์ระดับต่ำอย่างหนูขาวเหล่านั้น....

                

    ภารกิจนี้เสร็จลงไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าการเรียกหนูขาวออกมาช่วยจะถูกเปิดเผยออกไปแล้ว แต่ซูหยวนไม่ได้กังวลเลย ที่โลกนี้...นอกจากการเป็นนักล่าที่ใช้พลังงานเป็นอาวุธแล้ว ก็ยังมีวิธีการต่อสู้อื่นๆอีกมาก การฝึกสัตว์กลายพันธุ์เองก็มีหลายสถาบันที่สอนเรื่องนี้ แม้ว่าพวกเขาจะทำไม่ได้ดีเท่ากับที่ซูหยวนทำ แต่โลกใบนี้ก็มีเรื่องลึกลับมากมาย

                

    อาจารย์เติ้งมองซูหยวนเปลี่ยนไปจากเดิมอีกมาก ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าการฝากฝังให้เธอกลายเป็นตัวแทนของเขาเพื่อเข้าถึงจิตวิญญาณธนูนั้นจะถูกต้องหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ทักษะด้านหอกที่เขาอยากจะเปิดโอกาสให้ซูหยวนได้ทดลองเท่านั้น เวลานี้...เธอก็ยังสามารถเชี่ยวชาญในการฝึกสัตว์กลายพันธุ์อีกด้วย

                

    เด็กคนนี้....ไม่รู้ว่าเกิดมาเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ชาติโดยเฉพาะหรือไม่! เพราะทักษะของเธอแต่ละด้านเหนือความคาดหมายไปไกลแล้ว

                

    ภารกิจปฏิบัติการจบลงแล้วก็จริง แต่เรื่องการทำภารกิจยังไม่เสร็จทั้งหมด พวกเธอจำเป็นต้องกลับไปที่ฐานวิจัยของกองทัพในฐานนักวิจัย และใช้เวลาอยู่ที่นั่น 1 สัปดาห์เสียก่อนเพื่อความแนบเนียน ไม่อย่างนั้นจะถูกคนในกองทัพสงสัยเอาได้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นหรือไม่

                

    ส่วนเรื่องของฐานวิจัยแห่งนั้น เป็นกองทัพที่ยึดเอามาเป็นของตัวเอง โดยมอบให้กับหัวหน้านักวิจัยคนหนึ่งเป็นเจ้าของ แน่นอนว่าไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าฐานวิจัยนี้ถูกยึดโดยกองทัพไปแล้ว ไม่อย่างนั้น...พวกที่แอบทำเรื่องผิดกฎหมายคนอื่นๆจะรู้วิธีการของพวกเขา สุดท้ายจะหลบหนีได้ทันเวลา!

                

    ซูหยวนมีเวลาว่างในห้องนี้ เธอเหมือนกับนักวิจัยตัวจริงมาก เพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่...หญิงสาวก็เอาแต่อ่านงานวิจัยของฐานเพื่อเพิ่มความรู้ให้กับตนเอง ในขณะที่นักธนูคนอื่นๆผลัดกันเข้าออกห้องวิจัยเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยก็เท่านั้น

                

    เวลาผ่านไปเกือบครบ 1 สัปดาห์ ในที่สุด...ชุดปฏิบัติการของพวกเธอก็ได้เวลากลับออกไป ซูหยวนเตรียมเก็บข้าวของอันน้อยนิดของตนเองซ่อนไว้ในรถเข็นอีกครั้ง แต่ตอนนั้นเอง ก่อนที่พวกเธอจะได้เดินทางกลับ จู่ๆพลธนูจากสกุลอี้ ผู้เป็นท่านลุงของอี้เหิงและอี้กังก็มาขวางทางเธอไว้

     

    “สิบเอกอัน”

     

    “สิบเอกอี้?” ซูหยวนทักทายเขากลับ แต่น้ำเสียงของเธอมีความสงสัยเจือปนอยู่ด้วย ตลอดเวลาที่ผ่านมา...ซูหยวนรู้ว่าสิบเอกอี้คนนี้ไม่พอใจเธอนัก ถึงอย่างนั้น...พวกเขาก็ต่างคนต่างอยู่มาโดยตลอด อีกฝ่ายไม่พูดกับเธอ เธอก็ไม่มีอะไรจะพูดกับเขา คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะเป็นเขาที่เข้ามาทักทายเธอก่อน

     

    “ได้ยินว่าเธอมีทักษะในการใช้ธนูมาก...” เขาเกริ่นนำในขณะที่สำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน

     

    “เธอใช้ทักษะในการยิงธนูสนับสนุนภารกิจสำคัญจนทำให้ขึ้นมาเป็นสิบเอกได้ในเวลาอันสั้น เทียบเท่ากับที่ฉันทำงานมาตลอดสิบปี นั่นคงเป็น...ความสามารถที่พิเศษไม่น้อยเลยสินะ?” สิบเอกอี้แค่นหัวเราะออกมา 

                

    เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กสาวคนหนึ่งจะเลื่อนตำแหน่งรวดเร็วขนาดนี้ เพียงอยู่ชั้นปีที่หนึ่งเท่านั้น ก็ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งสิบเอกเสียแล้ว...

                

    แน่นอนว่าเขายังไม่รู้ ตอนนี้แม้แต่ตำแหน่ง “จ่าสิบตรี” ก็กำลังรอซูหยวนอยู่ ขอเพียงภารกิจนี้สำเร็จ การเลื่อนตำแหน่งก็ไม่ยากอีกแล้ว

                

    ถ้าเขารู้ว่าเด็กสาวสกุลอันไม่ได้แค่มีตำแหน่งเท่ากันกับเขา แต่กำลังจะแซงหน้าเขาไปไกล ไม่รู้ว่าเขาจะโกรธมากขึ้นอีกแค่ไหน!!

                

    ลึกๆแล้ว ภายใต้การไม่ยอมรับนี้ สิบเอกอี้ก็คิดว่าการเลื่อนตำแหน่งที่รวดเร็ว คงไม่พ้นตระกูลจางที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เขาได้ยินมาบ้างว่าประธานจางคนนั้นเลือกเด็กคนนี้ด้วยตัวเอง ทั้งยังสนับสนุนเด็กสาวเป็นกรณีพิเศษจนหลายคนพูดกันว่าเธอเป็นลูกนอกสมรสของเขาที่พลาดท่าตั้งแต่ยังเด็ก

                

    ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาต่างกันเกินไป เขาเองก็คงเชื่อไปแล้ว!

     

    “ขอบคุณที่สนใจค่ะ ทักษะของฉันไม่ได้ยอดเยี่ยมเหนือคนอื่น แต่เป็นเพราะฉันเข้าใจความสามารถของตัวเองดี จึงสนับสนุนภารกิจสำคัญนั้นได้ค่ะ” ซูหยวนไม่เคยถ่อมตัวตั้งแต่ต้น และครั้งนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องด้อยค่าตัวเอง

                

    ความสามารถของเธอตอนนี้ไม่นับว่าดีที่สุด เทียบกับสิบเอกอี้ก็อาจจะไม่ได้ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม...การทำงานของเธอประสานเข้ากับทุกคนได้เป็นอย่างดี เธอไม่ได้มุ่งแต่จะโดดเด่น ทว่าความโดดเด่นนี้เกิดขึ้นมาเองหากตั้งใจอย่างรอบคอบ

                

    ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าตอนที่เธอเลื่อนตำแหน่งเป็นสิบเอก เวลานั้นเธอยังฝึกฝนวิชาไม่สำเร็จด้วยซ้ำ หากตอนนั้นเธอสำเร็จวิชาศรพริบตาเหมือนตอนนี้แล้ว เชื่อเถอะว่าการเป็นตัวเอกของภารกิจนั้นก็ไม่ได้ยากเย็นเลย....

     

    ……………………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน