ณหุบเขาเทพอสูร ที่ตั้งอยู่ในมหาทวีปต้าเซียนยอดเขาที่สูงที่สุดซึ่งอยู่ใจกลางหุบเขา มีคลื่นพลังปราณกำลังหมุนวนและรวมตัวกันนี่เป็สิ่งบ่งบอกว่ามีผู้กำลังหลอมศาสตราลมปราณชั้นสูง
ยอดเขาตอนนี้มีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่แม้ภายนอกจะดูเป็ชายหนุ่ม แต่เขามีอายุหลายหมื่นปี และเป็ผู้เดียวในทวีปต้าเซียนที่สามารถบรรลุถึงปราณระดับพระเ้าได้อีกทั้งเขายังรั้งตำแหน่งเ้ายุทธภพมานานนับหมื่นปีไม่มีผู้ใดในต้าเซียนที่ไม่รู้จัก ไป๋หู่ แห่งตระกูลไป๋ตัวเขานั้นได้รับพลังในการคงอยู่ตลอดกาล ไม่แก่ ไม่ป่วย แต่สามารถถูกฆ่าหรือวางยาพิษให้ตายได้
เบื้องหน้าของไป๋หู่คือเตาหลอมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยลวดลายและอักขระลมปราณที่กำลังส่องแสงออกมา มันคือเตาหลอมอาวุธซึ่งชายหนุ่มผู้นี้กำลังทำการหลอมศาสตราระดับเทวะที่มิเคยมีผู้ใดหลอมสำเร็จมาก่อน
‘อีกนิดเดียวเท่านั้นขั้นตอนการขึ้นรูปก็จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว’ ไป๋หู่ที่นั่งเอามือประสานกันเขากำลังควบคุมปราณอย่างระมัดระวัง เพราะหากผิดพลาดขึ้นมานอกจากทุกสิ่งที่เขาทำมาจะสูญเปล่าแล้ว แม้แต่ตัวเขาเองก็อาจจะตายได้ จากแรงะเิ
เปรี๊ยะ
แต่สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็เกิดขึ้นด้วยพลังรุนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวศาสตราเทวะที่กำลังหลอมทำให้เตาหลอมนั้นเริ่มรับไม่ไหว เกิดรอยร้าวขึ้นจุดหนึ่ง และลามไปทั่วอย่างรวดเร็ว
‘ฉิบหายล่ะ’ไป๋หู่ที่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในเสี้ยววินาทีเขารู้ว่าชีวิตนี้ของเขาคงจบสิ้นลงแล้วจึงทำการประสานมือเป็อักขระลมปราณอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน
‘หนึ่งทรัพย์สมบัติสองความทรงจำ สามความรู้ สี่โลหิตสัตว์เทพ ห้าพลังปราณ’ไป๋หู่ทำการผนึกทุกอย่างลงในิญญาของเขา ถึงแม้เขาจะตายไป แต่เมื่อได้มาเกิดใหม่เขาจะมีความทรงจำและความรู้ในวิชาต่าง ๆ ของชาตินี้ แต่การจะนำทรัพย์สมบัติโลหิตสัตว์เทพ หรือพลังลมปราณออกมาใช้ได้นั้นเขาจำเป็จะต้องฝึกจนถึงขั้นปราณจิตก่อนถึงจะสามารถนำพวกมันออกมาจากห้วงจิติญญาของเขาได้
ตูม
ไป๋หู่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นพร้อมกับการะเิของเตาหลอมศาสตราเทวะของเขา ซึ่งแรงะเินั้นรุนแรงเปลวเพลิงสีขาวปะทุออกจากเตาหลอมกลืนกินสรรพสิ่งที่อยู่ในรัศมีมากกว่า 500กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็สัตว์ มนุษย์ สัตว์อสูร หรือแม้แต่ภูมิประเทศทั้งหมดเพียงพริบตาเดียว ทุกอย่างก็กลายเป็เพียงพื้นดินราบเรียบ ไร้สิ่งมีชีวิตใด ๆ
ไป๋หู่ที่ตอนนี้นั้นกลายเป็ิญญาเขาเตรียมตัวเข้าสู่ปรโลก หากแต่มีบางสิ่งกำลังดึงิญญาเขาเข้าไปหามันซึ่งสิ่งนี้นั้นมีลักษณะเป็รอยแยกสีดำ มันกำลังดูดเอากรวด หินทรายและเถ้าธุลีที่หลงเหลือจากการะเิเข้าไป ไม่เว้นแม้แต่ิญญาของเขาด้วย
‘นี่คือรอยแยกมิติที่เกิดจากการะเิของเตาหลอมสินะ’ิญญาของไป๋หู่ถูกชักนำเข้าสู่รอยแยกมิติ โดยที่เขาไม่อาจขัดขืนได้จากนั้นสติของเขาก็ดับวูบลงเพียงแต่เบื้องล่างนั้นยังเหลือบางสิ่งที่ปักเอาไว้บนพื้นดิน มันสามารถต้านทานแรงดึงดูดจากรอยแยกมิติได้มันคือ...........
“ฮึกๆ ฮือ ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กหนุ่มดังเข้ามาในโสตประสาทของไป๋หู่
“อืม”ไป๋หู่รู้สึกตัวและลืมตาขึ้นเขาพบว่าิญญาของเขาอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่คล้ายกับโถงถ้ำ ที่มีทางไปต่อทั้ง 4ทิศ และเบื้องหน้าของเขาก็พบที่มาของเสียงร้องไห้ที่ทำให้เขารู้สึกตัวตื่น
เด็กหนุ่มที่กำลังร้องไห้นั้นมีผิวที่ซีด และผอมมาก แก้มตอบ ดวงตาลึก ใต้ตาคล้ำหากแต่ยังมีเค้าโครงความหล่อเหลาปรากฎให้เห็นอยู่บ้าง
“เ้าเป็ผู้ใด”ไป๋หู่ถาม
“ผะ...ผมชื่อไป่เจ๋อ ครับ” เด็กหนุ่มตอบ
“อืมเ้าตอบข้าได้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใด” ไป๋หู่ถาม
“ก่อนหน้านี้มีิญญาหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่มาก่อนผมบอกกับผมว่าที่นี่คือทางแยกภพครับด้านหน้าของคุณจะเป็ทางไปยังนรกภูมิ ด้านซ้ายจะไปยังแดน์ด้านขวาจะไปยังนครบาดาล ส่วนด้านหลังนั้นเป็ทางไปยังแดนมนุษย์กับเดรัจฉาน”ไป่เจ๋ออธิบาย
“แล้วทำไมเ้าไม่ไปยังทางไปสู่์เสียล่ะ”ไป๋หู่ถาม
“ทำไม่ได้ครับมันมีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นเอาไว้อยู่ ถ้าฝืนฝ่าเข้าไปิญญาของพวกเราจะแตกสลายได้ หากไม่มีกำแพงพวกนี้ขวางกั้นิญญาคงมุ่งไปเส้นทาง์กันหมด” ไป่เจ๋อตอบ
“แล้วต้องรอนานเท่าใดจึงจะสามารถไปได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะไปเส้นทางไหนได้ ในเมื่อกำแพงพวกนี้เป็กำแพงที่พวกเรามองไม่เห็น”ไป๋หู่ถาม
“หญิงสาวคนที่อธิบายเื่พวกนี้ให้ผมฟังเธอรออยู่สักพักใหญ่ ิญญาเธอก็ถูกดูดไปยังเส้นทางของแดนมนุษย์ครับป่านนี้เธอคงไปเกิดแล้ว” ไป่เจ๋อตอบ
“เข้าใจล่ะว่าแต่ทำไมเ้าถึงร้องไห้เล่า รู้หรือไม่ ิญญาที่ตกอยู่ในอารมณ์ด้านลบจะมีทางไปเพียงทางเดียวคือแดนนรกภูมิ” ไป๋หู่กล่าว
“จะ....จริงเหรอครับ”ไป่เจ๋อถาม
“จริงดังนั้นทำจิตให้สงบและหยุดร้องไห้คร่ำครวญได้แล้ว ถ้าอยากระบายอะไรก็คุยกับข้าได้เห็นแบบนี้ก่อนตาย ข้ามีอายุนับหมื่นปีเชียวนะ” ไป๋หู่กล่าว
“มิน่าล่ะทำไมคุณถึงใช้ภาษาโบราณจัง” ไป่เจ๋อกล่าว
“ข้าเพิ่งตายเองเหตุใดเ้าจึงว่าข้าใช้ภาษาโบราณ” ไป๋หู่ถาม
“ก็ภาษาที่คุณใช้น่ะประเทศของผมเลิกใช้ไปเป็ร้อยปีแล้วครับ” ไป่เจ๋อตอบ
“งั้นเหรอมิน่าเล่า การแต่งกายของเ้าถึงได้ดูแปลก ๆตอนแรกข้านึกว่าเป็ชนเผ่าใดที่อยู่ในสถานที่ลี้ลับเสียอีก เอาเถอะไหนเ้าลองเล่าชีวิตของเ้าให้ข้าฟังสิอย่างน้อยมันจะได้ช่วยให้เ้าได้ระบายออกมาบ้าง” ไป๋หู่กล่าว
“ครับผมอาศัยอยู่กับพ่อแม่ในห้องเช่าเล็ก ๆ ทุกวันตอนเช้ามืดต้องทำงานส่งหนังสือพิมพ์ไปโรงเรียนก็สายเกือบทุกวัน หลังเลิกเรียนก็รับงานมาทำบ้าง ไม่ก็ไปรับจ้างทำงานกว่าจะเสร็จก็ดึก ถึงบ้านผมก็อาบน้ำนอน ไม่ได้ทบทวนบทเรียนเลย ตอนเช้าก็สมองเบลอฟังอาจารย์สอนไม่รู้เื่สักนิด ผลการเรียนก็ต่ำเตี้ย เลยโดนรังแกจากพวกเด็กหลังห้องจนมีอยู่วันหนึ่ง ผมดันไปสบตากับเด็กสาวที่หัวโจกหลังห้องกำลังจีบอยู่มันเป็ลูกของนักการเมืองท้องถิ่นถ้าจะให้อธิบายในภาษาของคุณก็คล้ายกับพวกขุนนางที่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้องมันให้คนของพ่อมันมาดักรอระหว่างทางที่ผมกลับบ้าน จากนั้นก็ซ้อมจนผมสลบพวกมันถึงจากไป พอผมรู้สึกตัวก็ลากสังขารตัวเองกลับบ้าน กินยาแก้ปวดแล้วก็นอนรู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว” ไป่เจ๋อกล่าว ดวงตาของเขาเริ่มเอ่อคลออีกครั้ง
“เ้าห่วงพ่อกับแม่ของเ้าสินะ”ไป๋หู่ถาม
“ครับแต่ผมคงไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ผมตายแล้ว และกลับไปหาพวกท่านไม่ได้แล้ว”ไป่เจ๋อตอบ ดูเหมือนเขาจะเริ่มทำใจได้แล้ว
“อย่างไรเ้าก็ยังมีพ่อแม่ค่อยเลี้ยงดูตัวข้านั้นกำพร้า ได้ท่านอาจารย์เก็บมาเลี้ยงดูสั่งสอนฝึกยุทธ์และลมปราณจนข้าได้บรรลุลมปราณพระเ้า ไม่แก่ ไม่ป่วย และไม่ตายด้วย หากข้าไม่ทำเื่ผิดพลาดอย่างการหลอมศาสตราเทวะขึ้นมาจนมันะเิและทำให้ชีวิตของตัวข้าและเหล่าสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้นถูกทำลายจนหมดสิ้น”ไป๋หู่กล่าว ขณะเดียวกันเขาก็เห็นไป่เจ๋อนั้นดวงตาเป็ประกาย กำลังจ้องมองเขาอยู่
“คุณไป๋คุณเป็ผู้ฝึกยุทธ์เหรอครับ” ไป่เจ๋อถาม
“ถูกต้องเ้ามิเคยพบผู้ฝึกยุทธ์รึ” ไป๋หู่ตอบและถามกลับ
“ไม่เคยเลยครับในยุคสมัยของผมน่ะ พลังภายใน ลมปราณ วิทยายุทธ์ ผู้ฝึกยุทธ์ มีแต่ในนิยายละครซีรีส์หรือในภาพยนตร์เท่านั้น” ไป่เจ๋อตอบ
“สิ่งใดคือนิยายแล้วซี.....อะไร รี่ ๆ นะ” ไป๋หู่ถาม
“อาเอาเป็ว่านิยายก็คืองานวรรณกรรมครับ ส่วนละครซีรีส์ถ้าจะให้พูดก็คล้ายการแสดงละครใน เพียงแต่สมัยนี้เขามีอุปกรณ์บันทึกภาพและสามารถนำมาเล่นเพื่อดูซ้ำ ๆ ได้ โดยไม่ต้องให้คนแสดงเล่นซ้ำครับ” ไป่เจ๋อตอบ
“อ้อคล้ายวิชาย้อนภาพอดีตสินะ” ไป๋หู่กล่าว
“อันนี้ไม่รู้สิครับว่าแต่ คุณไป๋เสียชีวิตที่ไหนเหรอครับ” ไป่เจ๋อถาม
“ข้าสิ้นชีพลงที่หุบเขาเทพอสูรในมหาทวีปต้าเซียนน่ะ”ไป๋หู่ตอบ
“หุบเขาอสูร......ทวีปต้าเซียนแต่โลกที่ผมอยู่มันไม่มีสถานที่แบบนั้นบันทึกไว้เลยนะครับคุณพอวาดแผนที่ให้ดูได้รึเปล่าครับ” ไป่เจ๋อถาม
“ได้สิ”ไป๋หู่พยักหน้า เขาวาดรูปทวีปต้าเซียนออกมาให้ดู โดยการใช้พลังจิติญญาเล็กน้อยส่วนไป่เจ๋อนั้นก็ต้องดวงตาเบิกกว้างอีกครั้ง เมื่อพบความจริงที่น่าตกตะลึง
“นี่มันไม่ใช่โลกของผมครับคุณมาจากสิ่งที่พวกผมเรียนกันว่ามิติคู่ขนาน อธิบายง่าย ๆ ก็คือโลกที่ผมกับคุณอยู่มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย” ไป่เจ๋อกล่าว
“แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรเล่า”ไป๋หู่ถาม
“ในโลกของผมนั้นมีทวีปใหญ่ 5 ทวีป ทวีปที่ผมอยู่คือ ทวีปเทพัคราม ประเทศัทองไม่มีหุบเขาเทพอสูร หรือทวีปต้าเซียนพวกเรามีความรู้ในศาสตร์ที่ว่ากันด้วยหลักเหตุและผลที่เรียกกันว่า วิทยาศาสตร์พลังปราณ กำลังภายใน ผู้ฝึกยุทธ์เป็เพียงเื่ฝันกลางวันเท่านั้น” ไป่เจ๋อตอบ
‘ซวยแล้วถ้าเป็อย่างที่เ้าหนูนี่พูดมาก หากข้าหลุดมาอีกมิติหนึ่งแล้วไปเกิดร่างกายของข้าจะมีตันเถียนหรือไม่นะ แล้วเส้นลมปราณล่ะ’ ไป๋หู่เริ่มวิตกกังวล
“อ๊ะ”ไป่เจ๋อนั้นอุทานขึ้น ร่างกายของเขาเริ่มสลายกลายเป็ละอองแสงลอยไปยังเส้นทางแดน์
“ไม่ต้องห่วงหากข้าเจอพ่อกับแม่ของเ้า ข้าจะช่วยเลี้ยงดูพวกเขาแทนเ้า” ไป๋หู่กล่าว
“ขอบคุณมากขอบคุณจริง ๆ” ไป่เจ๋อนั้นทิ้งคำพูดขอบคุณไว้ ก่อนที่ละอองแสงละลอยลับหายไปในเส้นทางไปแดน์
“หือ”ไป๋หู่รู้สึกว่าิญญาของเขาเองก็เริ่มกลายสภาพเป็แบบเดียวกับไป่เจ๋อแล้วเช่นกัน
ไม่นานกายิญญาของเขาก็กลายเป็ละอองแสงลอยไปยังทางไปแดนมนุษย์ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงไปอีกครั้งหนึ่ง
“.......เจ๋อ”เสียงหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาทของไป๋หู่
‘หือเสียงใครน่ะ เขากำลังเรียกใคร’ ไป๋หู่คิดเขาจึงพยายามเพิ่งสมาธิเพื่อฟังเสียงให้ชัดขึ้น
“ไ......เจ๋อ”เสียงนั้นยังคงเรียกอยู่
“ไป่เจ๋อ”ครั้งนี้เสียงชัดขึ้น
‘อึกปวดหัว ปวดไปทั้งตัวเลย บางส่วนก็เจ็บมาก หรือหลังคลอด ข้าถูกทำร้ายกัน’ไป๋หู่คิดก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาของเขาขึ้น
“ไป่เจ๋อลูกฟื้นแล้ว แม่คิดว่าลูกจะเป็อะไรไปซะอีก” หญิงวัยสามสิบกว่าเมื่อเห็นคนที่นอนอยู่บนเบาะนอนลืมตาเธอก็ประคองร่างของคนที่นอนอยู่ขึ้นมากอดและเริ่มหลั่งหยาดน้ำสีใสออกจากหางตาแน่นอนว่าไป๋หู่เริ่มปะติดปะต่อเื่ได้แล้ว
‘เดี๋ยวนะนี่มันเื่บัดซบอะไรกัน เหตุใดข้าจึงมิได้ไปเกิดใหม่แต่กลับมาอยู่ในร่างที่สิ้นลมหายใจของเ้าหนูนั่นแทนกัน’ ไป๋หู่คิดเขาอยากจะะโออกมายิ่งนัก
ไป๋หู่ยังไม่ทันได้หายใดีอาการปวดหัวก็กำเริบขึ้น ทำให้เขาเอามือสองข้างขึ้นกุมหัวด้านไป่เหลียนฮวาที่กอดลูกชายของเธอไว้ รู้สึกได้ถึงเสียงร้องด้วยความเ็ปจึงรีบผละออกมาก็พบว่าลูกชายเธอมีสีหน้าเ็ปทรมาน
“เป็อะไรรึเปล่าลูกไปโรงพยาบาลไหม แม่พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง” ไป่เหลียนฮวากล่าว
“มะ...ไม่ต้องหรอกครับ....คะ....แค่ปวดหัวจากไข้เมื่อตอนกลับมานิดหน่อย”ไป๋หู่รีบตอบกลับไปทันที
“เดี๋ยวแม่ไปเอาผ้าชุบน้ำมาถ้าไม่ไหวก็บอกนะรู้ไหม” ไป่เหลียนฮวากล่าว ก่อนจะลุกไปห้องครัวที่อยู่ไม่ไกลนัก
ส่วนไป๋หู่ตอนนี้กำลังเรียบเรียงความทรงจำในหัวซึ่งมันเป็ความทรงจำ ความรู้ ความคิดทั้งหมดที่ไป่เจ๋อเ้าของร่างมีทำให้เขารู้ว่าครอบครัวของไป่เจ๋อนั้นมีฐานะยากจนมากทั้งพ่อแม่และตัวของไป่เจ๋อต่างก็ต้องออกไปรับจ้างทำงานไป่เจ๋อมีความฝันที่จะเป็ดารา เพราะเขาเห็นในโทรทัศน์ว่าพวกดาราได้เงินเยอะและแต่ละคนมีฐานะดี มีหน้ามีตา ได้รับการยอมรับ ซึ่งมันตอบโจทย์ปมในใจของไป่เจ๋อที่อยากให้พ่อแม่สุขสบาย และไม่มีใครดูถูกตัวเขาและครอบครัว
‘เช่นนั้นเพื่อตอบแทนเื่ร่างของเ้าข้าสัญญาว่าจะดูแลพ่อแม่ของเ้าให้สุขสบายและมีอายุยืนยาวและใช้ร่างของเ้าทำตามความฝันที่เ้าตั้งใจไว้ให้เป็จริง’ไป๋หู่คิดและหวังว่าไป่เจ๋อผู้เป็เ้าของร่างจะรับรู้
“นอนลงเร็วเข้าเดี๋ยวแม่เอาผ้าชุบน้ำโปะหัวให้จะได้สบายขึ้น แล้วนี่ดูซิ ไปโดนใครทำร้ายมาแจ้งความไหม”ไป่เหลียนฮวาที่เดินออกมาเห็นลูกชายท่าทางเหม่อลอยก็รีบเข้าไปจับให้ลูกชายนอนลงพร้อมกับเอาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาวางลงที่หน้าผาก
“ขอบคุณขอ...เอ่อ....ครับทะ....แม่ ผมดีขึ้นมากแล้ว ไปพักผ่อนเถอะครับ อีกฝ่ายเป็ลูกนักการเมืองท้องถิ่นอย่าไปมีปัญหาดีกว่าครับ” ไป๋หู่กล่าว
“ก็ได้เดี๋ยวแม่ทำโจ๊กให้กินนะ” ไป่เหลียนฮวากล่าว
“ขอบคุณครับแม่”ไป๋หู่กล่าวก่อนจะหลับตาลง
ไป่เหลียนฮวานั้นรู้สึกวิตกกังวลอยู่ตลอดตอนเธอกลับมาที่บ้านแล้วไม่เจอลูก เธอคิดว่าลูกคงออกไปทำงานแต่ไม่นานลุงหวังที่อยู่ห้องข้าง ๆ กับชายอีกคนหิ้วปีกลูกชายของเธอที่ไม่ได้สติตามร่างกายและใบหน้ามีรอยฟกช้ำ ยังโชคดีที่หน้าไม่บวมตอนนั้นเธอคิดว่าจะเสียลูกไปซะแล้ว
ด้านไป๋หู่ที่ถึงแม้จะหลับตาลงแต่เขาก็เริ่มสำรวจร่างกายของไป่เจ๋อทันทีสิ่งแรกที่ทำคือตรวจดูว่าที่โลกแห่งนี้มนุษย์ยังมีตันเถียนหรือไม่เพราะจากที่ไป่เจ๋อเล่ามา อาจเป็ไปได้ว่ามนุษย์ที่โลกนี้ไม่มีตันเถียนกันทำให้ไม่สามารถฝึกพลังปราณได้
‘หือตันเถียนก็มีนี่ เช่นนั้นเหตุใดมนุษย์ที่โลกนี้ถึงฝึกปราณกันไม่ได้แต่อย่าให้ข้ารู้เชียวว่าไอ้เทพบัดซบองค์ใดกล้าเล่นตลกกับข้าเช่นนี้หากข้ารู้เมื่อไหร่ ข้าจะเผาศาลเ้าของเ้าทุกแห่งให้กลายเป็ตอตะโกไปเลย’ไป๋หู่คิด
ไป๋หู่สำรวจอาการาเ็ของร่างนี้มีหลายจุดที่ต้องใช้เวลาหลายวันในการรักษาหากพึ่งการแพทย์ของโลกนี้ตามความรู้ที่ไป่เจ๋อมีแต่สำหรับผู้ฝึกปราณอย่างไป๋หู่แล้ว ของแค่นี้เพียงพริบตาเดียวก็หายเป็ปกติแล้ว
‘ก่อนอื่นต้องเริ่มชักนำปราณเข้าสู่ตันเถียนก่อน’ไป๋หู่เริ่มสูดอากาศเข้าไป และจะชักนำมันไปที่ตันเถียน แต่มีสิ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดขั้นตอนการบ่มเพาะปราณลง
‘ปราณของที่โลกนี้สกปรกมากหากชักนำมันสู่ตันเถียนโดยตรง ภายหน้าการทะลวงขั้นจะเป็ไปได้ยากยิ่งต้องทำให้มันบริสุทธิ์ก่อน’ไป๋หู่เริ่มกระบวนการนำสิ่งสกปรกออกจากปราณที่เขาชักนำเข้ามาในร่างกายจากนั้นหายใจออกเพื่อนำสิ่งสกปรกออก และส่งปราณที่บริสุทธิ์แล้วเข้าสู่ตันเถียน
‘เยี่ยมเลยเท่านั้นร่างนี้ก็เข้าสู่ขั้นก่อลมปราณ ขั้น 1 แล้ว’ ไป๋หู่ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นเขาวาดอักขระลมปราณ “บริสุทธิ์” ไว้ที่จมูกของเขาเพื่อให้ปราณที่เขารับเข้ามามีแต่ปราณที่บริสุทธิ์แล้วเท่านั้น อีกทั้งยังเปลี่ยนปราณในร่างกายให้เหมือนกับปราณที่มีอยู่รอบตัวทำให้การดูดซับพลังปราณนั้นรวดเร็วยิ่งขึ้น
ปัง
เพียงไม่นานไป๋หู่ก็ก้าวเข้าสู่ขั้น2 แล้ว แม้ปราณบนโลกแห่งนี้จะเบาบาง แต่ก็ไม่ได้เป็ปัญหากับเขาแต่อย่างใดในตอนนี้เพราะปราณที่ใช้ในการทะลวงขั้นยังไม่มากนัก
‘พลังปราณเพียงพอแล้วเริ่มรักษาภายนอกก่อน แม่ของไป่เจ๋อจะได้ไม่เป็ห่วง คืนนี้ค่อยซ่อมแซมอวัยวะภายในอีกที’ไป๋หู่ไม่รอช้า โคจรลมปราณรักษารอยฟกช้ำและแผลภายนอกทันทีจากนั้นค่อยวาดอักขระลมปราณ “รักษา” ลงบนแผงอกที่ผอมแห้งของร่างนี้ต่อเพราะดูเหมือนว่าแม่ของไป่เจ๋อจะทำโจ๊กเสร็จแล้ว
“ไป่เจ๋อตื่นขึ้นมาทานโจ๊กได้แล้ว” ไป่เหลียนฮวายกชามใส่โจ๊กที่ไร้ซึ่งเนื้อสัตว์แต่ยังดีที่ตอกไข่ไก่ใส่มาด้วย 1 ฟอง
ไป๋หู่ลืมตาและค่อยๆ ลุกขึ้น เขารับชามโจ๊กมาและตักเข้าปากทีละนิดส่วนไป่เหลียนฮวาก็คอยสังเกตอาการลูกชายไม่ห่าง
“อุ๊บ”ไป๋หู่มองหาแก้วเปล่าใกล้ ๆ และคว้ามันมาจ่อที่ปากอย่างรวดเร็ว