บทที่ 9 การเจอกันโดยบังเอิญที่ภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์น
มองไปยังอู๋ตี้ที่ซึ่งกำลังกังวลอย่างมาก หญิงสาวก็ป้องปากและอมยิ้มไม่หยุด
“นายดูผอมลงจากเมื่อครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันนะ วิ่งลดน้ำหนักอยู่เหรอ?”
เด็กสาวยิ้มหวานและพูดแบบเป็ธรรมชาติกับอู๋ตี้
พอได้ยินแบบนั้นเขาก็ก้มลงไปมองเสื้อตัวเองที่เปียกเหงื่อไปทั้งตัว ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจว่าเขาวิ่งเพื่อลดน้ำหนักอยู่สินะ เพราะเธอเองก็คงจะวิ่งอยู่เหมือนกันเพราะเธอดูมีเหงื่อชุ่มสุดๆ แต่หารู้หรือว่าว่าแท้จริงแล้วเขาก็แค่กังวล
“อา ใช่ๆ ฉันกำลังวิ่งลดน้ำหนักน่ะ แหะๆ...”
อย่างไรก็ตาม อู๋ตี้นั้นปล่อยผ่านเื่ที่กังวลก่อนหน้าและยอมรับเื่นี้ไปแทน นั่นเพราะว่าั้แ่ครั้งสุดท้ายที่เจอกันนั้น เขาก็แลกเปลี่ยนไขมันไปกับยาอายุวัฒนะแล้วก็รูนแห่งความโชคดีไปแล้ว ซึ่งมันทำให้น้ำหนักเขาหายไปกว่า 11 กิโลเลยทีเดียว
ดูเหมือนว่าเขาจะผอมลงอย่างมากจากเมื่อ 2 วันก่อน เขาไม่สามารถบอกเธอเื่ฝันแปลกๆนั่นได้ เพราะมันอาจจะทำให้เขาดูเหมือนคนเสียสติได้
“ดูท่านายจะมีไฟแล้วสิ คนอ้วนทุกคนน่ะ มีพลังที่แฝงเร้นกันหมดแหละ เพราะงั้นนายทำได้แน่ๆ!”
คำพูดของเธอนั้นให้กำลังใจอู๋ตี้ได้จนทำให้เขารู้สึกตัวเบาขึ้นมาเลย ราวกับว่าตอนนี้เขากำลังบินอยู่บนปุยเมฆเสียอย่างนั้น
“อ๊ะ จริงสิ เมื่อครั้งที่แล้วเธอเลี้ยงขนมปังฉัน เพราะงั้นฉันจะเลี้ยงข้าวเธอกลับละกัน”
ในที่สุดอู๋ตี้ก็สามารถรวบรวมความกล้าที่จะพูดสิ่งแรกที่เขาอยากจะพูดออกไปได้เสียที
“ไม่ต้องน่า มันแค่ขนมปัง 2 ชิ้นเอง ไม่เป็ไรหรอก” หญิงสาวโบกมือและพูดด้วยรอยยิ้ม
อย่างใดก็แล้วแต่ อาจจะเป็เพราะความรีบร้อนของอู๋ตี้ด้วย มันเลยทำให้เขาได้ความกล้ามาจากที่ไหนก็ไม่รู้และพูดออกไป “ไม่ ฉันน่ะ ตั้งใจจะมาชวนเธอไปทานข้าวเย็นด้วยกันจริงๆนะ!”
หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อเธอมองเห็นความซื่อของอู๋ตี้ผ่านสายตาของเขา เธอก็ยิ้มแบบอายๆก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
“ก็ได้ ฉันเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน ถ้างั้นเราก็ไปโรงอาหารกันเถอะ”
เมื่อได้ยินหญิงสาวตอบตกลง อู๋ตี้ก็ตื่นเต้นสุดๆและพูดต่อ “ที่อยากพาไปทานน่ะ เป็ร้านอาหารข้างนอก พอดีว่าฉันได้คูปองลดราคามาจากภัตตาคาร แล้วมันจะหมดอายุวันนี้ถ้าไม่ได้ใช้มัน ถ้ายังไงพวกเราไปด้วยกันนะ?”
ตอนแรก อู๋ตี้นั้นเกือบจะพูดไปว่าเขาถูกรางวัลลอตเตอรี่แล้ว หากแต่เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าหากพูดว่าเขาถูกรางวัล 10 ล้านหยวนไป บางทีมันอาจจะเหมือนโอ้อวด ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจได้ ดังนั้นเขาจึงใช้วิธีพูดถึงภัตตาคารแทน
เธอฟังเขาพูดและตอบรับเขาด้วยความยินดีอย่างที่เขาคาดหวังโดยที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ
อู๋ตี้นั้นมีความสุขมากๆ เขาไม่รอช้าที่จะหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและเรียกรถอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็รีบกลับไปยังห้องของเขาเพื่ออาบน้ำอาบท่าและแต่งตัวใหม่ก่อนที่จะกลับไปหาเธอและเดินออกนอกมหาวิทยาลัย
ระหว่างทางนั้นพวกเขาทั้งสองก็รู้สึกผ่อนคลายและคุยกันอย่างมีความสุข
เธอคนนี้ชื่อ เอ้อซีซี สกุลเธอนั้นค่อนข้างจะพิเศษเพราะสามารถพบได้ยากมากแล้วในปัจจุบัน
ยิ่งไปกว่านั้น อู๋ตี้เองก็ยังประหลาดใจเพราะเธอคนนี้ก็อยู่ในแผนกบัญชีด้วยเหมือนกัน หากแต่เธอนั้นเพิ่งจะเข้ามาที่นี่ได้เป็ปีแรก เพราะฉะนั้นแล้วมันจึงไม่ใช่เื่แปลกหากเขาจะไม่เคยเจอเธอมาก่อน
แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อได้อยู่ภายใต้รั้วสถาบันเดียวกันแล้ว และในวันนี้ก็ได้รู้จักกันเสียที แบบนี้เขาค่อนข้างมั่นใจเลยว่าเขาน่าจะมีโอกาสได้เจอเธออีกครั้งในอนาคต
หลังจากที่ขึ้นไปบนรถที่จองไว้แล้ว อู๋ตี้ก็พูดขึ้นถึงเื่ที่นี่เป็ครั้งแรกที่เขากล้าที่จะชวนใครไปในสถานที่ดีๆ และภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นก็ถือเป็ตัวเลือกอันดับหนึ่งที่เขาคิดออก
และสิ่งที่แตกต่างจากเดิมแบบสุดๆนั่นก็คือ ตอนนี้อู๋ตี้มีทรัพย์สินนับสิบล้านแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เื่เกินตัวอะไรหากเขาคิดจะกินภัตตาคารหรูระดับนี้
เมื่อคนขับได้ยินว่าเขา้าจะไปภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์น สีหน้าของเขาก็ดูให้ความเคารพอู๋ตี้ขึ้นมาทันที
ความหรูหราของภัตตาคารแห่งนี้นั้น ต่อให้เขาที่เป็คนขับรถก็ยังรู้ ชื่อเสียงมันกระฉ่อนมานานแล้วว่าใครก็ตามที่เข้าไปกินอาหารในภัตตาคารแห่งนี้ได้ยังไงก็ต้องเป็คนรวยเท่านั้น เพราะอาหารราคาเริ่มต้นก็ปาเข้าไป 3,000 หยวนแล้ว
ครู่หนึ่ง อู๋ตี้และเอ้อซีซีก็ลงมาจากรถ และพวกเขาพบว่าที่จอดรถตรงหน้านั้น กว่าครึ่งหนึ่งเป็รถที่ดูหรูหราราคาหลักล้านขั้นต่ำกันทั้งนั้น
เอ้อซีซีนั้นไม่ได้คิดเลยว่าอู๋ตี้จะพาเธอมาภัตตาคารหรูระดับนี้ และทันใดนั้นใบหน้าเล็กๆนั้นก็เกิดกังวลขึ้นมาพร้อมๆกับจับเสื้อตัวเองไว้ด้วย
“อู๋ตี้ อย่าใช้เงินเกินตัวสิ! เปลี่ยนร้านกันเถอะ”
อู๋ตี้ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มให้เธอและพูด “ไม่เป็ไร กินที่นี่แหละ เพราะยังไงซะฉันก็มีคูปองส่วนลดอยู่แล้ว มันไม่แพงเกินไปหรอก”
คูปองอะไรนั่นน่ะไม่มีหรอก จริงๆเขาก็แค่อยากจะตอบแทนด้วยมื้อดีๆสักมื้อเฉยๆ
เพียงแค่เดินไปถึงประตูภัตตาคาร บริเวณประตูไม้ที่ประดับประดาด้วยการตกแต่งแบบตะวันตก บริกรที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็รีบหยุดพวกเขาไว้ก่อน
“สวัสดีครับ ได้มีการจองล่วงหน้าไว้หรือเปล่าครับ?”
ใช่แล้ว หากคุณ้าจะรับประทานอาหารที่นี่ล่ะก็ คุณต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น เพราะไม่งั้นแล้วต่อให้คุณมีเงินคุณก็จะโดนหยุดอยู่ตรงด้านหน้านี้เหมือนกัน
บริกรคนดังกล่าวนั้นสวมเสื้อกั๊กเรียบตรง เขาดูเป็คนเ้าอารมณ์มากๆ ถึงแม้ว่าน้ำเสียงเขาจะสุภาพมากๆก็ตาม แต่กลับกันสายตาที่มองมายังอู๋ตี้และเอ้อซีซีนั้นกลับดูสงสัยสุดๆ
นี่ก็เื่จริง เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ก็ต่างเป็คนรวยกันทั้งนั้น แต่เมื่อมองมายังสองคนตรงหน้าแล้ว นี่มันก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กมหาลัยทั่วๆไปเลย แถมยังแต่งตัวปกติอีก โดยเฉพาะเด็กอ้วนนี่ แต่งตัวยังกะจะมาขายของ มันไม่เหมือนกับคนที่พร้อมจะจ่ายเงินจำนวนมากที่นี่เลย
ในฐานะของบริกรเฝ้าหน้าประตูแห่งนี้แล้ว เขาจำเป็ต้องทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยและมาตรฐานขัดกรองคนของที่นี่ไว้ด้วย เพราะแขกทุกๆคนคือระดับ VIP ดังนั้นเขาไม่สามารถปล่อยให้คนธรรมดาเข้าไปป่วนแขกสุดพิเศษได้หรอก
“อู๋ตี้ ที่นั่งที่นี่ต้องจองก่อนนะ ไปกันเถอะ”
เอ้อซีซีกระตุกเสื้ออู๋ตี้อีกครั้งขณะที่เธอโดนบริกรที่อยู่หน้าประตูจับจ้อง ซึ่งนี่มันทำให้เธอกังวลมากขึ้นด้วยเพราะอีกฝ่ายทำราวกับว่าเธอจะมาขโมยของเสียอย่างนั้นแหละ
นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอ เพราะเหนือสิ่งอื่นใด เธอเองก็เพิ่งเคยมาที่หรูหราแบบนี้เป็ครั้งแรก การที่โดนมองด้วยสายตาแบบนั้น หากเธอจะรู้สึกไม่สบายใจก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
อย่างไรก็ตาม อู๋ตี้นั้นขมวดคิ้วขึ้นมา ถึงบริกรตรงหน้าจะพูดจาไพเราะก็เจริง แต่ก็กำลังมองต่ำลงมายังเอ้อซีซีพร้อมทั้งความรู้สึกไม่สบายใจด้วย
เขาหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและเปิดข้อความบางอย่างให้บริกรดู
“นี่เป็โต๊ะของฉันที่จองไว้เมื่อประมาณ 10 นาทีที่แล้ว โต๊ะที่ 6 เอาไปดูหน่อยไหม?”
หลังจากที่รับโทรศัพท์มาและอ่านข้อความนั้นแล้ว สีหน้าของบริกรหนุ่มก็ประหลาดใจสุดๆ จากนั้นมันก็เปี่ยมด้วยความกลัวและรู้สึกว่าเื่นี้จะไม่ง่ายเสียแล้ว
เหล่า VIP คนอื่นๆต่างก็แสดงความนับถือพร้อมทั้งโค้งให้เขาเช่นกัน ใช่แล้ว มิคกี้เวสเทิร์นนี้หากจะเข้ามาก็ต้องจองล่วงหน้า และบางครั้งก็ต้องจองล่วงหน้าหลายวันเลยทีเดียว
แต่มันก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่ นั่นคือโต๊ะ VIP บางประเภทที่ร้านเปิดให้จอง จะมีค่าใช้จ่ายในการจองราวๆ 20,000 หยวน ซึ่งถือเป็โต๊ะ VIP ที่พิเศษท่ามกลางเหล่าแขก VIP ด้วยกันเอง นั่นเพราะว่าถึงพวกเขาจะรวย แต่การยอมจ่าย 20,000 เพื่อจองโต๊ะนั้นมันก็กระไรอยู่ ดังนั้นแล้วโต๊ะแถวนี้จึงจองง่ายที่สุด
เมื่อตอนที่อยู่ในรถ อู๋ตี้นั้นจองโต๊ะแบบนี้ไปโดยที่ไม่ได้ดูอะไรนัก นั่นก็เพราะเขามีเงินกว่า 10 ล้านอยู่กับตัวแล้ว เพราะงั้นเข้าจึงมั่นใจในตัวเองเอาเสียมากๆ
สีหน้าของบริกรนั้นดูดรอปลงทันที ในตอนนี้เขารู้สึกไม่สบายใจและเสียใจสุดๆ
ตอนนี้เขาคิดแล้วว่าอู๋ตี้ต้องเป็พวกลูกคนรวยที่ทำตัวติดดินแน่ๆ ถึงได้แต่ตัวแบบคนทั่วๆไปแบบนี้ ครอบครัวของเขาต้องเป็พวกคนรวยที่มีอำนาจอยู่เื้ัแหงๆ
ในใจของเขานั้นยังคงก่นด่าตัวเองที่ทำตัวเมินเฉยและกล้าที่จะกีดกันแขกระดับ VIP เช่นนี้ ถ้าหากผู้จัดการเขารู้เื่นี้เข้าล่ะก็ เขาได้ถูกไล่ออกแบบไม่ต้องสงสัยเลย
แต่ยังไงซะอู๋ตี้ก็แสดงออกอย่างชัดเจนเลยว่าไม่ได้ใส่ใจอีกฝ่ายมากนั้น เขาดึงเอ้อซีซีที่ดูจะยังคงเขินอายให้เข้าไปในภัตตาคารเมื่อไม่มีอะไรขวางกันแล้ว
“ร-รอแป๊บได้ไหม ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อน!”
ทันทีที่เข้ามาด้านใน เอ้อซีซีก็รีบมองไปรอบๆเพื่อหาห้องน้ำก่อนเลย ดูเหมือนว่าเธอนั้นจะกังวลมากเกินไปั้แ่ที่หน้าประตูแล้ว
“ได้สิ ฉันเองก็จะไปล้างมือด้วยเหมือนกัน ถ้ายังไงเดี๋ยวรอที่ประตูนะ”
พวกเขารีบมาเข้าห้องน้ำก่อน เอ้อซีซีนั้นเดินดิ่งเข้าไปยังห้องน้ำหญิงก่อนเลย ในขณะที่อู๋ตี้ก็ล้างมือและออกมายืนรอเธอด้านนอก
ตอนนั้นเอง หญิงสาวผู้ออกมาจากห้องน้ำหญิงเหมือนกัน และเมื่อเธอเห็นอู๋ตี้ เธอก็ชะงักไปและเอ่ยถามขึ้นมา “นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงน่ะ?”
“ย-เหยาเหยา!?” อู๋ตี้โพล่งออกมาเสียงดัง ใช่แล้ว เธอคือแม่สาวที่นั่งโต๊ะเดียวกับเขานั่นแหละ เทพธิดาแห่งดวงใจ ซูหลี่เหยา
วันนี้เปาซิงหวังเองก็พาเธอมาที่ภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นเพื่อทานอาหารเย็น เธอนั้นตื่นเต้นมากๆ ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างที่เธอกำลังดื่มด่ำกับมื้อเย็นนี้ นักดนตรี 4 คนก็ปรากฏตัวขึ้นมา คนหนึ่งเล่นแซ็กโซโฟน สองคนเล่นไวโอลิน และอีกหนึ่งคนเล่นแอคคอร์เดียน ทั้งหมดสวมชุดทักซิโด้สีดำดูหรูหรา
เมื่อคนเ่าั้มาถึงโต๊ะของเธอ พวกเขาก็เริ่มเล่นดนตรีสไตล์ยุโรปเบาๆคลอบรรยากาศ
ยามที่เธอได้ััถึงบรรยากาศที่สูงส่ง อาหารที่เอร็ดอร่อย รวมไปถึงชีวิตที่ผ่อนคลายแบบนี้ มันก็ทำให้ซูหลี่เหยาร้องไห้ออกมาอย่างมีความสุข
คนเหล่านี้คือวงออเคสตร้าขนาดเล็กที่เปาซิงหวังหามาเพื่อค่ำคืนนี้เลย ซึ่งมันเหมือนกับพล็อตหนังรักหวานซึ้งสุดๆ
ด้วยสถานการณ์แบบนี้ มันทำเอาซูหลี่เหยาไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ เพราะงั้นเธอเลยขอตัวลุกมาเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะแต่งเติมเสริมสวย เธอนั้นไม่อยากให้ตัวเองดูน่าเกลียดต่อหน้าเปาซิงหวังหรอกนะ เทพธิดากับเธอ คือภาพทรงจำของกันและกัน
ไม่นานนักหลังจากที่ออกมา การที่ต้องมาเจออู๋ตี้ที่นี่มันทำเอาทั้งสองต้องมองหน้ากันด้วยความใอยู่ครู่หนึ่ง
*เพี๊ยะ*
ซูหลี่เหยาง้างมือตบเข้าไปที่หน้าอู๋ตี้ในทันที ใบหน้าสวยของเธอเปี่ยมด้วยความโกรธ จากนั้นก็ชี้หน้าด่าอู๋ตี้ต่อ
“แก! ไอ้หมูโรคจิต! กล้าดียังไงถึงตามฉันมาน่ะ!”