เอ็ดเวิร์ดไปพูดพร่ำทำเพลงเขาเรียกใช้การ์ดในมือโดยการท่องคาถาตามการ์ดในนั้นในทันที
“เทพอัคนีประทานพรแห่งเพลิงโลกันต์ชำระแดนร้างเพลิงอนันต์พลันก่อเกิดพลังไม่หมดสิ้น...ปีก...ความหวัง...พลัง...การสรรสร้างแห่งเปลวเพลิง!” หลังจากเอ็ดเวิร์ดร่ายเวทจบ...ระบบก็แจ้งออกมา...
ผู้เล่นสมโชคได้รับไอเทมเตาพลังงานเพลิงนิรันดร์ 1 ชิ้น ผู้เล่นสามารถตรวจดูได้ในช่องเก็บของของท่าน...
“เยส!” เสียงเอ็ดเวิร์ดตะโกนอย่างสะใจ
“เจ๋ง!” แทนกำหมัดแน่น
“เยี่ยมเลยพี่เอ็ด” บลานซ์พูดออกไป
“นานๆ ทีก็ทำอะไรสำเร็จบ้างก็ดีนะ” คงไม่ต้องบอกว่าเป็นเสียงของนิกกี้
“เราจะมียานบินแล้ว!” ลินมีสีหน้าดีใจสุดขีด
ทุกคนดีใจแล้วพูดคุยกันด้วยเสียงหัวเราะในตอนนี้ก็เหลือแค่ขั้นตอนที่นำของที่ต้องใช้ไปหา Npc สร้างยานบินที่อยู่ทางท่าอากาศยานทางตะวันออกของเมืองนี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแต่ก่อนที่จะออกไปนั้นแทนก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เดียวก่อน...เดี๋ยวๆๆ” ชายหนุ่มพูดขณะขมวดคิ้วนึกถึงบางอย่าง
“มีอะไรอีกล่ะพ่อมนุษย์เจ้าปัญหา” นิกกี้ท้าวเอวถามออกไป
“ถ้าการ์ดลาวาซาลาแมนเดอร์นั่นเป็นการ์ดที่ใช้ทำเครื่องยนต์ยานบินแล้วการ์ดใบนี้ก็น่าจะใช้แบบนี้เหมือนกันน่ะสิ” แทนพูดพร้อมกับหยิบการ์ดลิควิดเชลไกอาที่ได้มาจากการล้มบอสแห่งโอเอซิสออกมามันมาอยู่ที่เขาเพราะเป็นหัวหน้าปาร์ตี้ในตอนนั้น
ทุกคนลืมนึกถึงการ์ดใบนี้ไปเสียสนิทมันเป็นการ์ดที่มีคุณสมบัติเหมือนกับการ์ดลาวาซาลาแมนเดอร์ไม่มีผิดเพี้ยนไม่สามารถใช้ได้ ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ และไม่สามารถขายได้...
“การ์ดนี่...” เรนพูดขึ้น “ไม่เคยเห็นเลยแฮะ แต่ที่แน่ๆมันต้องเป็นการเครื่องยนต์ยานบินแน่ๆ เพราะการ์ดแบบนี้แล้วเป็นระดับ 20 ดาวมีแค่อย่างเดียวการ์ดเครื่องยนต์ยานบินแน่ๆ” เธอพูดขณะยังจ้องไปที่การ์ดในมือของแทน
แทนหันมองหน้านิกกี้บลานซ์ เอ็ดเวิร์ด ลิน ตามด้วยอายะและทากะ “ลองเลยมะ...” เขาถามพร้อมกับยกการ์ดในมือขึ้นมา
“ลอง...” นิกกี้ตอบทันที
“โดยไวเลย” เอ็ดเวิร์ดว่า
“ลองเลยแทน” บลานซ์สนับสนุน
“พี่แทนลองเล้ย!” ลินเชียร์เสียงดังส่วนอายะและทากะพยักหน้าเห็นด้วย
แทนเดินตรงดิ่งไปที่ถาดเปลี่ยนการ์ดแต่ก็ต้องเดินวนกลับมาที่กลุ่มเพื่อน “รอแป๊บ...ลืมซื้อหินเทวทูต” ชายหนุ่มพูดก่อนจะเดินส่ายหัวไปเอาเงิน 24,00กิลจ่ายไปแล้วได้รับหินเทวทูตแล้วเดินกลับไปที่ถาดหินอีกครั้ง
แทนยื่นการ์ดออกไปเพื่อใส่ลงในถาดหินแต่ก่อนที่เขาจะปล่อยมือจากการ์ดก็ชักมือกลับมาเสียก่อน แทนมองการ์ดในมืออย่างถี่ถ้วนและเมื่อเห็นว่าเป็นการ์ดลิควิดเชลไกอาแน่นอนก็ถอนหายใจ
“เกิดพลาดใส่การ์ดแอเรียลงไปอีกมีหวังโดนด่าเละ” เขาพูดพร้อมกับวางการ์ดในมือลงไปในถาดหินตรงหน้าหลังจากนั้นไม่นานการ์ดสีแดงเหมือนที่เอ็ดเวิร์ดได้รับก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าของแทนการ์ดการก่อกำเนิดพลังอนันต์ การ์ดเมจิกระดับ 30 ดาว
“เฮ้ย...!” แทนตกใจเมื่อเห็นจำนวนดาว
“มีอะไร!?” นิกกี้ตกใจนึกว่าเกิดอะไรผิดพลาด
“คาถามันสามสิบดาว” แทนพูดขณะจ้องดูตัวเลขที่อยู่บนการ์ด
“ไหน...ขอฉันดูหน่อย” เรนเดินเข้าไปดูทันทีและเมื่อเธอมองเห็นก็ทำหน้างงเข้าไปอีก “ไม่เคยเห็นจริงๆมีทางเดียวคงต้องทดลองใช้” เธอพูดขึ้น

แทนพยักหน้าแล้วมองไปที่เพื่อนๆของเขาที่นับว่าเป็นเจ้าของการ์ดใบนี้ด้วยกันและเมื่อทุกคนเห็นด้วยเขาก็พยักหน้าเตรียมใช้การ์ดที่อยู่ในมือโดยที่ทุกคนจ้องกันตาไม่กระพริบแต่มิร่านั้นมองไปรอบๆ วิหารโดยไม่ได้สนใจเรื่องการ์ดสักเท่าไร
“ว่าแต่ทำไมจะต้องทำเป็นกาณ์ดเมจิกด้วยทำเป็นกาณืดไอเทมก็สิ้นเรื่อง...ใช้ทีเดียวก็หายไปเหมือนกัน” แทนพูดเบาๆ
เนื่องจากการสร้างเครื่องยนต์ของยานบินเป็นเรื่องน่าตื่นตะลึงและยิ่งใหญ่...เราจึงอยากให้ผู้เล่นได้สัมผัสสิ่งที่เหนือล้ำหากเราสร้างเป็นการ์ไอเทม,...ผู้เล่นจะพูดเพียงว่า ‘ไอเทม!’ แต่เมื่อเป็นการ์ดเมจิกเช่นนี้แล้ว...ผู้เล่นจะได้ร่ายเวท...เพิ่มความขลังของการสร้าง
เสียงจากระบบแทรกขึ้นมาทำให้ทุกคนที่ได้ยินมีปฏิกิริยาต่างกันไปแทนส่ายหัวก่อนจะมองไปด้านบนแล้วพยักหน้ารับ “ตามใจเถอะพ่อ...” เขาพูดออกไป
อันนี้มันแน่นอนอยู่แล้วเรเป็นผ็สร้าง...สมควรแล้วที่จะตามใจเรา
เมื่อได้ยินแบบที่ว่าแทนก็ยิ้มแบบปลงๆหลังจากนั้นเขาก็เลิกสนใจเสียงจากระบบ หันมาท่องคาถาที่การ์ดในมือแสดงออกมา
“ไร้สิ้นสุด แม้แสงไม่ส่องถึงความมืดไม่กลืนกิน ไร้เสียง ไร้สำเนียง พลังไร้ที่มาก่อเกิดจากความว่างเปล่าสู่อนันต์แรงโน้มถ่วง แรงดึงดูด ผสานเป็นหนึ่งไม่มีสอง...การก่อเกิดพลังอนันต์!”แทนเรียกใช้การ์ดในมือหลังจากจบบทร่ายเวท เสียงประกาศจากระบบก็ดังขึ้น
ผู้เล่นแทนไทยได้รับไอเทมเตาพลังงานอิฟินิตี้กราวิตรอน 1 ชิ้นผู้เล่นสามารถตรวจดูได้ในช่องเก็บของของท่าน...
“อืม...สำเร็จแฮะ” แทนพูดขึ้นพร้อมกับเปิดช่องเก็บของหาไอเทมชิ้นที่เพิ่งจะได้มาใหม่และเมื่อเขาพบ...ก็หยิบไอเทมนั้นออกมาส่งค่อไปให้เรนตรวจดู
หญิงสาวรับไอเทมนั้นมาแล้วค่อยๆตรวจดู ความทรงจำของเธอที่เหมือนจะเคยเห็นชื่อนี้ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆและเมื่อมันชัดเจนถึงที่สุดเรนก็พูดออกมา
“ไม่น่าเชื่อ...” สายตาทุกคนจ้องมาทีเธอแต่สายตาของเรนเองจ้องกลับไปที่แทน“นี่มันเครื่องยนต์สำหรับสร้างยานระดับโกลด์เลยนะ!” เรนพูดเสียงตื่น
“ห่ะ...” แทนมองหน้าคนพูดทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เรนว่า“แล้วไหนว่าทเวลฟ์วิงก์มียานระดับโกลด์ทำไมไม่รู้จักการ์ดใบนี้” เขาถามขึ้นทันที
“อ่าว...ฉันเคยซื้อเบนซ์ต้องเคยเข้าศูนย์ซ่อมบีเอ็มดับเบิ้ลยูด้วยรึไงระดับโกลด์ก็มีหลายแบบวุ้ย โซลาร์ฮาโลยานธงของเราเป็นระดับโกลด์ก็จริง แต่ก็เป็นแบบที่บรรทุกคนจำนวนมากมันยังมีระดับโกลด์แบบอื่นๆ อีกหลายอย่าง ทั้งเป็นสุดยอดด้านความเร็ว พลังโจมตีป้องกัน หรืออย่างอื่นๆ ระดับโกลด์จะมีความสามารถแบบที่ว่าเหนือกว่าระดับซิลเวอร์แต่มันมีหลายอย่างมาก แถมบางลำยังไม่เคยมีใครสร้างได้เลยด้วยซ้ำ” เรนตอบออกไปด้วยเสียงต่อว่า
“แล้วอันนี้มันเอาไว้สร้างยานแบบไหนกัน” แทนถามต่อสายตาของเขาบ่งบอกว่าอยากรู้แทบอกแตกตายอยู่ตรงนั้นแล้ว
“ใช่ๆๆๆๆ” ลินเข้าร่วมวงทันทีถ้าพูดถึงเรื่องยานบินเมื่อไรดวงตาของเธอจะเป็นประกาย
“ไม่รู้!จะบ้าเหรอ...พวกนายเห็นฉันเป็นพจนานุกรมยานบินประจำ D.W.O. หรือไงขอกลับไปตั้งหลักแล้วเอาคู่มือออกมาดูก่อนเซ่!” หญิงสาวผมแดงท่าทางทะมัดทะแมงตอบออกไปพร้อมกับถกแขนเสื้อขึ้นดูเหมือนเธอเองก็จะอยากรู้เรื่องนี้ไม่น้อยกว่าคนที่เหลือ
“เรากลับไปที่สเฟียร์ร้านค้าของเราก่อนดีกว่าไหม” นิกกี้พูดออกมาเมื่อคนที่อยู่ในวิหารแห่งการเปลี่ยนแปลงเริ่มหันมามอง
“ไปที่กิลด์สาขาของเราก็ได้ ที่นั่นสงบดีเราอยากดื่มชาแล้วด้วย” มิร่าเสนอ
“กิลด์สาขา?” บลานซ์ที่เงียบอยู่ถามขึ้น
“ทเวลฟ์วิงก์เรามีสาขาอยู่ที่นี่เป็นตึกสูงสี่ชั้นอยู่กลางเมือง” เรนตอบเสียงเข้ม“ถ้าเป็นที่นั่นก็ดี มันกว้างและสะดวกเวลาจะทำอะไร” เรนว่า
“มีสาขาด้วย งี้ก็ต้องมีหัวหน้าสาขา” แทนพูดขึ้น
“ยืนอยู่นี่ไงล่ะ” เรนพูดพร้อมกับหรี่ตามองไปที่แทน “พวกนายจะร่ำไรกันอีกนานไหมรีบไปกันดีกว่า ฉันเริ่มคันมืออยากจะเริ่มประกอบอะไรเจ๋งๆ แล้ว” เธอพูดพร้อมกับเดินนำออกไปด้านนอกวิหารตามด้วยคนอื่นๆมิร่าแอบมองเอ็ดเวิร์ดอยู่เป็นระยะ แต่ดูเหมือนจะไม่กล้าพูดอะไรออกไป...
หน้าวิหารแห่งการเปลี่ยนแปลงเป็นลานกว้างมันมีบันไดขนาดใหญ่ทอดจากปากประตูวิหารที่กว้างหลายสิบเมตรทอดลงไปยังลานกว้างที่ว่าคนหลายสิบคนนั่งอยู่แถวนั้น ทั้งพวกที่มานั่งเล่นทั้งพวกที่กำลังวางแผนว่าจะเปลี่ยนการ์ดอะไรบ้างรวมทั้งพวกหมดทุนเพราะการ์ดที่เปลี่ยนไปนั้นสลายไปบ้างหรือได้การ์ดไม่ดีบ้าง
แต่ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ถูกจัดอยู่ในพวกที่ว่า...คนเหล่านั้นรอฆ่าพวกที่ได้การ์ดมีค่ามากๆจากการเปลี่ยนการ์ดในวิหารแห่งนักเดินทาง
“เฮ้ยน้อง!” เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้เล่นที่เดินในท่าไม่ค่อยจะปกติธรรมดากลุ่มผู้เล่นนับสิบคนเดินยกไหล่ทำหน้าตาน่ากลัวเดินเข้ามาหาพวกของแทน
“เสียงนี้...ตามมาด้วยทีนแน่ๆ” เอ็ดเวิร์ดพูดพร้อมกับส่ายหัวไปมาทันที นี่เป็นเหตุผลข้อเดียวที่ทำให้เขาไม่ย้ายจากคัลเดียไปเมืองใหญ่เมืองอื่นนั่นก็เพราะคัลเดียเป็นเมืองใหญ่ที่อยู่ในโซนสีเขียวทำให้เขารอดจากการฆ่ากันเองของผู้เล่นและแน่นอนถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นเมื่อไร...เขาคงรอดไม่เกิดสองนาทีสิบสองวินาที
“พวกนั้นเอาอีกแล้ว วันนี้พวกนี้เป็นรายที่สี่แล้วนะที่พวกมันจะฆ่า” คนกลุ่มหนึ่งที่อยู่แถวนั้นคุยกันก่อนจะลุกเดินหนีออกไป
“เจ้าพวกนี้โชคร้ายจริงแฮะต้องมาเจอกับพวกกริชเงา” อีกเสียงหนึ่งสนับสนุนก่อนจะส่ายหัวไปมา
“พวกน้องลืมอะไรไปป่าว ห๊ะ!” เจ้าคนตัวใหญ่ที่ยกไหล่จนจะสูงเสมอหูพูดออกมาด้วยเสียงเกรี้ยวกราดพวกที่อยู่ข้างๆ ทำหน้ายียวนใส่พวกแทนตามด้วยเสียงหัวเราะ
“เวรของกรรม...” แทนบ่นออกมา
“เอ็งเลยไอ้กระจอก!” คนที่ยืนอยู่ข้างชายร่างใหญ่ชี้หน้าแทนก่อนจะเลื่อนไปที่เอ็ดเวิร์ด“แกอีกคนไอ้หน้าจืด!” ชายคนนั้นจะคอกเสียงดัง
“พูดอย่างกะเคยชิมหน้าตูงั้นล่ะ” เอ็ดเวิร์ดบ่นเบาๆ
“เอาง่ายๆ จะได้ไม่ต้องมีการฆ่ากัน” เจ้าคนตัวใหญ่ที่ดูท่าจะเป็นหัวหน้าพูดขึ้น “เอามา...” เขาหงายมือแล้วกวักเรียก
“ผมไม่สูบบุหรี่พี่ ไม่มีไฟแช็คหรอก สูบมาก ‘แม่ง’ ตายเร็วแต่เอ๊ะ...ไม่สูบบางทีก็อาจตายได้นะพี่ ถ้าเกรียนไม่ดูตาม้าตาเรือ” แทนออกอาการเกรียนใส่ทันที...ฉากแบบนี้แหละที่เขารอคอย
“อ่าว...ปากหมางี้ก็คงไม่ต้องพูดกันใครไม่เกี่ยวถอยไป! แต่ไอ้สองตัวนี่ไปไหนไม่ได้!” เจ้าตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดังทำเอาคนแถวนั้นหันมามองแต่แทนที่จะสลายหายไปอย่างที่โดนสั่งกลับถอยออกไประยะหนึ่งแต่ก็ยังคงรอดูเรื่องสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น
“เลเวลเฉลี่ยราวๆ 70 ค่ะหัวหน้าเจ้าตัวหัวหน้านั่นเลเวล 97” เรนกระซิบบอกมิร่าหลังใช้เครื่องมือตรวจสอบเลเวลระดับสูงที่สามารถรู้เลเวลของเป้าหมายได้แน่นอน
“อีควิป!อีควิป! ซัมมอน! ซัมมอน!” คนหนึ่งในกลุ่มที่อยู่ตรงหน้าของพวกแทนเรียกใช้อาวุธและเรียกมอนสเตอร์ออกมาโจมตีใส่บลานซ์ที่ออกมาอยู่แถวหน้าตั้งแต่เริ่มมีเรื่อง
“2,768!”
“2,290!”
“2,452!”
ค่าความเสียหายเกิดขึ้นกับบลานซ์ในขณะที่เขาเองยังไม่ได้เตรียมตัวมิร่ายังนิ่งอยู่ เธอยังไม่พูดอะไร ผิดกับอายะและทากะที่เตรียมตัวอยู่แล้ว...
ไม่สิ...สองคนที่ว่าลงมือแล้วต่างหาก...
“อีควิป! อีควิป! ราเซ็น!” เสียงเรียกใช้สกิลของอายะรัวออกมา
“ไรจิน! คารูระ!” ทากะที่มีสกิลการต่อสู้ไม่มากนักเรียกใช้สกิลออกมา
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็พุ่งเข้าฟันใส่พวกที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดในทันที
“6,326!” “6,098!” “6,532!” “7,890!”
“6,276!” “6,324!” “7,344!”
“6,391!” “6,954!” “7,832!”
“6,911!” “6,451!” “7,898!”“7,986!”
“6,093!” “6,473!”“7,375!”
การโจมตีของอายะและทากะทำให้ฝั่งตรงข้ามจากที่มีสิบเอ็ดคนก็เหลือเก้าในทันทีพี่น้องคู่นี้จากการช่วยเหลือของแทนทำให้เลเวลอยู่ในระดับเกือบหนึ่งร้อยแต่ที่ทำให้ทั้งสองเก่งขึ้นมากก็คือการ์ดที่ใช้อยู่ เพราะดาบที่อายะถืออยู่นั้นอยู่ในระดับ15 และ 14 ดาวตามลำดับส่วนคารูระดาบยาวถือสองมือที่ทากะถืออยู่ระดับ 13 ดาวดาบยาวแห่งปักษาสวรรค์ที่โผบินไปบนท้องฟ้า