เวทีประลองเงียบสงัดลงอีกครั้ง เมื่อผู้าุโประจำสนามเอ่ยเสียงดังฟังชัด:
“คู่ที่สองของรอบ 8 คนสุดท้าย… หลี่หยาง ปะทะ หลี่เซียน!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที แม้ชื่อของหลี่เซียนจะโดดเด่นมาั้แ่ต้นในฐานะผู้มีจิติญญาสีฟ้า แต่นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ หลี่หยาง — เด็กหนุ่มที่ถูกตราหน้าว่า “ไร้ค่า” กลับกลายมาเป็ดาวรุ่งผู้สั่นะเืสนามประลอง!
สองร่างก้าวขึ้นสู่เวทีอย่างสง่างาม —
หลี่เซียน สีหน้าสงบนิ่ง แววตายังคงอ่อนโยนไม่เปลี่ยน
หลี่หยาง จิตสงบ แต่ภายในกลับตื่นตัวเต็มที่ หลังจากเผชิญหน้ากับศึกหนักมาแล้วหลายรอบ
ก่อนที่การประลองจะเริ่ม หลี่เซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ:
“หลี่หยาง ข้าดีใจที่ได้ประมือกับเ้าด้วยตนเอง ขอให้เราได้ต่อสู้โดยไม่ออมมือ”
หลี่หยางพยักหน้ารับ
“เช่นกัน”
ผู้าุโยกมือขึ้น ก่อนจะประกาศเสียงดัง
“เริ่มการประลอง!”
ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศเริ่มการประลอง หลี่เซียน ก็ยกมือขึ้นประสานอย่างสง่างาม พลังิญญาแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาอย่างสงบ แต่ทรงพลัง ก่อนที่เสียงคำรามเบา ๆ จะดังก้องจากแดนิญญาเื้ั
สัตว์อสูรตัวแรก ปรากฏขึ้นเป็ร่างของ เต่ามรกตวารี — สัตว์อสูรธาตุน้ำสายช่วยเหลือ
• ชนชั้น: ชั้นสูง
• ระดับ: นักรบขั้น 5
• ธาตุหลัก: น้ำ
• ประเภท: สายสนับสนุน/รักษา
• เพศ: เพศเมีย
• ลักษณะเด่น: กระดองมรกตแข็งแกร่งแวววาว มีวงแหวนเวทวนอยู่รอบตัว ค่อย ๆ ปลดปล่อยม่านน้ำที่สามารถฟื้นฟูาแของพันธมิตร
ตัวที่สอง บุปผาน้ำแข็งหกแฉก
• ชนชั้น: ชั้นยอด
• ระดับ: นักรบขั้น 6
• ธาตุหลัก: น้ำแข็ง / ไม้
• ประเภท: โจมตี/ควบคุม
• เพศ: ไม่มี (พืชิญญา)
ลักษณะเด่น:
• รูปร่างคล้ายดอกไม้หิมะขนาดใหญ่ กลีบดอกหกกลีบเรียงรอบจุดศูนย์กลาง แต่ละกลีบเปล่งแสงสีฟ้าอมขาวและมีลวดลายคล้ายอักขระน้ำแข็ง
• ตรงกลางดอกมีแกนผลึกน้ำแข็งหมุนวนคล้ายหัวใจของพืช สะสมพลังเพื่อปล่อยพลังโจมตีมหาศาล
• เมื่อเข้าสู่สนามต่อสู้ จะลดอุณหภูมิรอบตัวในทันที ทำให้พื้นแข็งและบรรยากาศเย็นะเื
ใต้สายตาของผู้คนที่จ้องมองมา หลี่หยางยืนนิ่งอยู่กลางลานประลอง แววตาเขาเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย ราวกับรับรู้ถึงแรงกดดันจากอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
“อสูรของหลี่เซียน…” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะปรายตามองไปยัง บุปผาน้ำแข็งหกแฉก ที่ยืนเบ่งบานกลางไอเย็นอันหนาวเหน็บ และเต่ามรกตวารี ที่อยู่ไม่ไกล พร้อมส่งกลิ่นพลังแห่งการฟื้นฟูออกมาอย่างสม่ำเสมอ
เขาเข้าใจแล้ว—ว่าทำไมหลี่เซียนจึงไม่เคยกล่าวถากถางหรือดูแคลนตนแม้แต่น้อย
เพราะแท้จริงแล้ว…นางเองก็มีอสูริญญาที่เป็ สายพฤกษา เช่นเดียวกับเขา
ผู้มีสิ่งที่เหมือนกันย่อมเข้าใจซึ่งกันและกัน
แม้ความเคารพซึ่งกันและกันจะยังไม่เด่นชัด
แต่ความเข้าใจใน “ความยาก” ของการควบคุมสัตว์อสูรสายพฤกษานั้น
ทำให้หลี่หยางลอบถอนหายใจหนึ่งครั้ง
“ศัตรูที่เข้าใจเ้า…มักเป็ศัตรูที่อันตราย”
เขารู้ดีว่าคู่ต่อสู้นี้ไม่อาจประมาทได้แม้แต่น้อย
สายสนับสนุน + ควบคุม + โจมตี
ผสานกันอย่างสมดุล
หากมองกลยุทธิ์ไม่ขาดั้แ่ต้น
จะกลายเป็ศึกยืดเยื้อที่อาจพลิกผันได้ทุกเมื่อ
“จิ้งจอกเงาจันทร์” ปรากฏตัวออกมาช้าๆ ท่ามกลางม่านหมอกจาง สีเงินม่วงวาววับสะท้อนแสงดวงตะวัน
หางทั้งห้าของมันพลิ้วไหวเบาๆ ขณะยืนข้างหลี่หยาง
ถึงแม้ทักษะ เร้นเงา ของมันจะถูกลดทอนด้วยสนามที่ถูกควบคุมด้วยน้ำแข็ง
แต่ ความมั่นใจของหลี่หยางก็ไม่ลดลงเลย
ด้วยคัมภีร์ “หงส์เจ็ดสีกรีดนภา – ขั้นที่สอง”
มันสามารถ ต่อสู้ข้ามระดับได้ถึง 4 ขั้น
แม้จะเผชิญกับศัตรูในระดับ นักรบขั้น 6
แต่สำหรับจิ้งจอกเงาจันทร์ตอนนี้
ศึกนี้…ยังไม่เกินความสามารถ!
เขาค่อยๆ ยกมือแตะที่หน้าอก
สายลมบางเบาโบกไหว
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นทอประกาย
“มาเถอะ…ขอให้ศึกนี้ ทำให้เราก้าวไปอีกขั้น”
เสียงประกาศเริ่มการประลองเพิ่งสิ้นสุดลง ร่างของหลี่หยางก็เคลื่อนไหวในทันที!
“จิ้งจอกเงาจันทร์ ไป!”
แสงสีม่วงเงินพุ่งแหวกอากาศออกไปเบื้องหน้า ร่างของจิ้งจอกเงาจันทร์พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสุดขีด ราวกับสายฟ้าที่เปล่งประกายใต้แสงจันทร์ หางทั้งห้ากวัดแกว่ง สะท้อนแสงวาววับขณะตะปบใส่ บุปผาน้ำแข็งหกแฉก
ฉัวะ!
กลีบดอกบางส่วนปลิวกระจาย ขณะที่ดอกไม้น้ำแข็งเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างอย่างพริบตา เถาวัลย์น้ำแข็งสีขาวอมฟ้าพุ่งสวนกลับมาทันควัน พร้อมกับแรงไอเย็นที่แผ่ขยายจนพื้นเวทีบางส่วนเริ่มกลายเป็น้ำแข็ง
“มันพยายามแช่แข็ง!”
หลี่หยางขมวดคิ้วทันที
ถ้าหาก จิ้งจอกเงาจันทร์ ถูกควบคุมด้วยน้ำแข็งได้
ความได้เปรียบของเขาจะพังทลายในพริบตา!
“หลบ!”
จิ้งจอกเงาจันทร์หายวับไปทันที ทิ้งไว้เพียงเงาจางที่ถูกแช่แข็งไว้แทน ก่อนจะปรากฏขึ้นด้านข้างและฉีกกรงเล็บเข้าใส่บุปผาน้ำแข็งหกกลีบอีกครั้ง
ฉัวะ! ฉัวะ!
กลีบดอกอีกหลายชั้นถูกฉีกขาดเป็รอยลึก
แต่ก่อนที่มันจะพุ่งโจมตีซ้ำ
ละอองน้ำบางเบาก็ลอยฟุ้งขึ้นมาจากด้านหลังของบุปผาน้ำแข็ง
เต่ามรกตวารี
สัตว์อสูรสายสนับสนุนของหลี่เซียน
กำลังใช้พลังแห่งธาตุน้ำรักษาแผลของบุปผาน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง
แผลที่ถูกฟันเมื่อครู่ เริ่มฟื้นตัวในเวลาอันรวดเร็ว
แม้จิ้งจอกเงาจันทร์จะได้เปรียบด้านความเร็ว
แต่ การที่อีกฝ่ายมีพลังฟื้นฟู
ทำให้ไม่อาจตัดสินผลแพ้ชนะได้อย่างรวดเร็ว
การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…!
เสียงลมเย็นเยือกเริ่มกรีดผ่านเวทีการประลอง…
บุปผาน้ำแข็งหกแฉก สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะปลดปล่อยไอเย็นออกมาจากกลีบดอกทีละชั้น พริบตานั้น…
“ฟุ่บ—!”
หมอกน้ำแข็งหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า ก่อนจะปกคลุมสนามทั้งผืนในพริบตา พื้นหินของเวทีค่อย ๆ กลายเป็น้ำแข็ง ลื่นเป็มันเงาราวกับแผ่นกระจกที่ไม่มีที่เกาะ
จิ้งจอกเงาจันทร์ ก้าวเหยียบลงกลางเวที พื้นที่เปลี่ยนแปลงในชั่วอึดใจส่งผลให้การเคลื่อนไหวรวดเร็วเฉียบคมของมันช้าลงอย่างชัดเจน
กรรรร! — เท้าเล็กบางของมันลื่นไถลเล็กน้อย ก่อนจะฝืนพยุงร่างไว้ได้
“ตอนนี้แหละ! บุปผาน้ำแข็ง ยิงหอกน้ำแข็งต่อเนื่อง!”
เสียงหลี่เซียนดังก้อง
กลีบดอกทั้งหกแผ่ออกพร้อมกัน
“ชึ่บ! ชึ่บ! ชึ่บ!”
หอกน้ำแข็งจำนวนหลายสิบเล่มพุ่งออกมาจากภายในกลีบดอกอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
ทิศทางพุ่งสลับ ซ้าย ขวา บน ล่าง ไม่ให้ทางหลบง่าย ๆ
จิ้งจอกเงาจันทร์ยังพยายามใช้ทักษะ “เร้นเงาจันทร์” ในการหลบหลีก แต่ความเร็วที่ลดลงในพื้นสนามน้ำแข็ง ทำให้การหายตัวแต่ละครั้งเริ่มทิ้งร่องรอยไว้มากขึ้น
“ฉึก—!!”
หนึ่งในหอกน้ำแข็งแทงทะลุถากสีข้างของจิ้งจอกเงาจันทร์
เืสีเงินสาดกระเซ็นออกมาจากาแ
เสียงร้องเบา ๆ ของมันดังขึ้น พร้อมกับร่างที่ถูกผลักถอยหลัง
หลี่หยาง กำหมัดแน่น
นี่เป็ครั้งแรกที่ จิ้งจอกเงาจันทร์ ของเขาถูกโจมตีจนาเ็ชัดเจนแบบนี้!
“ดีมาก บุปผาน้ำแข็ง! อย่าหยุด!” หลี่เซียนเร่งเร้า
หอกน้ำแข็งยังคงพุ่งเข้าโจมตีไม่ขาดสาย
แม้เต่ามรกตวารีด้านหลังจะยังไม่ได้ใช้ทักษะรุก แต่เพียงพลังสนับสนุนกับหมอกน้ำแข็งของบุปผา ก็พลิกเกมได้อย่างชัดเจน
เวทีเริ่มกลายเป็สนามประลองของเธอโดยสมบูรณ์…
แต่นั่นใช่ว่าหลี่หยางจะยอมง่าย ๆ…!
เสียงพสุธาะเิกึกก้องกะทันหัน!
ในจังหวะที่ บุปผาน้ำแข็งหกแฉก กำลังเร่งยิงหอกน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง ดั่งสายฝนปกคลุมเวที หลี่เซียนยิ้มเยือกเย็น คิดว่าอีกเพียงก้าวเดียว…ชัยชนะจะอยู่ในมือเธอ
แต่ในวินาทีนั้นเอง—
หลี่หยางกลับยิ้มขึ้นที่มุมปาก แววตาเปล่งประกายเจิดจ้า
“เ้า…ลืมอะไรไปรึเปล่า?”
“หายไปไหน!?”
หลี่เซียนเบิกตากว้าง รู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ
จิ้งจอกเงาจันทร์ ที่เมื่อครู่ยังอยู่ท่ามกลางฝนหอกน้ำแข็ง บัดนี้ได้ สลายไปจากจุดเดิม ราวกับหายตัวเข้าสู่เงามืดอีกครั้งอย่างสมบูรณ์
“ไม่…!”
หลี่เซียนเพิ่งเข้าใจ ในวินาทีที่สายตากวาดไปเห็นแสงสะท้อนสีเงินจาง ๆ อยู่ด้านหลังของ…
“เต่ามรกตวารี!”
ฉัวะ—!!
เสียงพลังพุ่งปะทะกระแทกดังสนั่น
เงาของจิ้งจอกเงาจันทร์ ปรากฏขึ้นเื้ัเต่ามรกตวารีอย่างเงียบงัน
พร้อมกับฟาดกรงเล็บด้วยพลังที่หลอมรวมจาก “คัมภีร์หงส์เจ็ดสีกรีดนภา ขั้นที่สอง”
“กรงเล็บเงาจันทร์!”
พลังเร้นเงาแปรเปลี่ยนเป็คมกระบวนท่าเฉียบขาด
ร่างของเต่ามรกตวารีสั่นสะท้าน ก่อนจะปลิวกระเด็นออกไปนอกสนาม กระแทกกำแพงเวทีเสียงดังลั่น
หมดสภาพในหนึ่งกระบวนท่า!