ตอนที่ 17 เื่สนุกอยู่ข้างหลัง
“คุณหนู พรุ่งนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเ้าคะ” คนไปหมดแล้ว เชียนเชียนถึงวิ่งเข้ามา คิดถึงคำพูดที่เพิ่งได้ยินจากเหนียนอิ๋งชุนที่นอกประตู ก็รู้สึกกังวลอย่างมาก “หรือว่าคุณหนูคิดจะแต่งงานกับคุณชายอัมพาตนั่นจริงหรือเ้าคะ”
เหนียนอิ๋งสี่ครุ่นคิดแล้ว ทันใดนั้นถามว่า “เชียนเชียน รู้หรือไม่ว่านี่เป็ครั้งที่เท่าไรแล้วที่ข้าถูกส่งไปดูตัว”
เชียนเชียนผงกศีรษะ สีหน้าดูไม่ดีเล็กน้อย “น่าจะประมาณสามสิบกว่าครั้งได้แล้วเ้าค่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าเหนียนอิ๋งสี่ขยายกว้างทันที น้ำเสียงมาพร้อมกับความผิดแปลก “ในเมื่อถูกคนยกเลิกมาสามสิบกว่าครั้งแล้ว ครั้งนี้ก็เช่นกัน เ้าไปนอนเถอะ ข้ารู้ขอบเขตตัวเองดี”
แม้เชียนเชียนจะไม่รู้ว่านางหมายถึงอะไร แต่ก็ยังผงกศีรษะ หันกายเดินออกจากห้องไป นางยังมีความเชื่อมั่นต่อเหนียนอิ๋งสี่ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะโง่หรือไม่ นางก็มีเหตุผลอันแน่วแน่อยากดูแลเหนียนอิ๋งสี่อยู่ แม้ว่าเหตุผลนี้นางจะพูดออกมาไม่ได้ในตอนนี้ก็ตาม
ทุกคนที่ควรไปก็ไปกันหมดแล้ว สิ่งแรกที่เหนียนอิ๋งสี่ทำคือยกผ้าห่มขึ้นดูว่าเซวียนอี้หนิงตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ นี่เป็ตู้กดเงินเครื่องเดียวที่นางเหลืออยู่ตอนนี้ หากขาดอากาศตายไปก็ไม่มีความหมายแล้ว
เซวียนอี้หนิงที่อยู่ใต้ผ้าห่มใบหน้าขึ้นสีแดงเืฝาดเล็กน้อย อาจเพราะเอาแต่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม ตรงปลายจมูกและหน้าผากปกคลุมไปด้วยเม็ดเหงื่อเล็กๆ
ใบหน้าที่โชคร้ายบวกกับผลลัพธ์ที่เห็นในตอนนี้ ดูอย่างไรก็รู้สึกมีแต่ได้ผลประโยชน์ แม้แต่เหนียนอิ๋งสี่ก็อดยื่นมือไปจิ้มแก้มของเขาไม่ได้ “นี่ เ้ายังสบายดีอยู่ไหม”
ััอันละเอียดอ่อนถูกส่งไปยังประสาทการรับรู้ผ่านปลายนิ้ว เหนียนอิ๋งสี่ที่ดึงมือกลับรู้สึกอิจฉาในใจอย่างยิ่ง ให้ตายสิ ผิวพรรณนี่ช่างนุ่มลื่นเหมือนวุ้นผลไม้จริงๆ ดูผิดมนุษย์มนาเกินไปแล้ว
ตู้ถูกคนผลักเปิดออกจากด้านใน ถังฉู่เดินออกมา อาศัยแสงจันทร์สำรวจมองเหนียนอิ๋งสี่อย่างละเอียดอยู่พักใหญ่ มองอย่างไรก็ไม่อาจเชื่อมโยงคนโง่เมื่อครู่นี้กับนางได้เลย
“ดูเหมือนว่าคนตระกูลเหนียนไม่ค่อยประทับใจเ้าเท่าไรนัก” ผู้ที่พูดคือเซวียนอี้หนิง น่าแปลกมากที่ประโยคคำถามทั้งหมดเมื่อเอ่ยจากปากเขาแล้วจะกลายเป็ประโยคยืนยันทันที และไม่มีที่ว่างสำหรับให้คนโต้แย้งเลย
เหนียนอิ๋งสี่ยิ้มอย่างไม่คิดอะไร พลางเริ่มจัดการาแบนร่างของทั้งสอง ที่จริงนางอยากจะกล่าวมากว่าถ้อยคำของเซวียนอี้หนิงยังดูค่อนข้างละมุนละม่อม หากใช้ถ้อยคำจากตัวนางเองมาพูด นี่มิใช่แค่ไม่ประทับใจ แต่เป็เกลียดเข้ากระดูกดำต่างหาก
เห็นนางไม่กล่าว ถังฉู่จึงเอ่ยต่อจากนั้นว่า “เ้าเคยทำเื่ล่วงเกินต่อพวกเขาใช่หรือไม่”
เหนียนอิ๋งสี่ที่กำลังรักษาาแของถังฉู่พลันเงยหน้าขึ้น คิดอย่างจริงจังอยู่พักหนึ่งก็เอ่ยว่า “บางทีอาจเป็ตอนที่ข้าเป็บ้าะโลงบ่อน้ำพร้อมกับลูกของพวกเขา หรืออาจเป็ตอนที่ข้าจุดไฟเผาประตูห้องของนางในขณะที่เดินละเมอ”
ภายใต้แสงจันทร์ แก้มของถังฉู่กระตุกอย่างเห็นได้ชัด ต้องบอกว่านี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็น...สตรีที่น่าทึ่งเช่นนี้
ในอีกด้านหนึ่งเซวียนอี้หนิงรินชาเย็นถ้วยหนึ่งให้ตัวเอง ดวงตาดั่งน้ำลึกมองวิธีการรักษาาแที่สะอาดและคล่องแคล่วฉับไวของเหนียนอิ๋งสี่ พลันจมอยู่ในห้วงความคิดอีกครั้ง
ดวงอาทิตย์ยามเช้าขึ้นทางทิศตะวันออก ย้อมเมฆกลายเป็สีแดง
เหนียนอิ๋งสี่ที่คุ้นเคยกับการตื่นเช้าอยู่แล้วขณะนี้กำลังออกกำลังกายยามเช้าอยู่ในลานเรือน กล่าวกันว่าคนโง่ก็มีวาสนาของคนโง่ ต้องขอบคุณผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็คนโง่อย่างนาง ตราบใดที่นางอยู่ในเรือนของตนเองต่อให้รื้อกระเื้ัคาหรือขุดดินสูงสามฉื่อ[1] ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีสายตาคู่อื่นคอยสอดส่องอีก
เพราะไม่มีใครสนใจคนโง่
สายลมอ่อนยามเช้าพัดกิ่งหลิวที่ซ้อนทับกันเป็ชั้นโดยรอบ เหนียนอิ๋งสี่ผู้ไม่มีชุดหรูหราสวมเพียงกระโปรงยาวสีขาวราบเรียบ ผ้าคาดเอวสีขาวที่เรียบง่ายในแบบเดียวกันทำให้เอวของนางยิ่งดูอรชรมากขึ้น ชายกระโปรงที่กระจายริมเท้ากระเพื่อมยกโค้งขึ้นลงตามการเคลื่อนไหวของนาง
เซวียนอี้หนิงที่ไม่ได้นอนหลับลึกทั้งคืนเดินไปที่ริมหน้าต่างและได้เห็นฉากนี้ เมื่อมองจากท่วงท่าของนาง ดูเหมือนนางกำลังฝึกวรยุทธ์ แต่ละกระบวนท่าปะทะกับแรงลมด้วยพลังเปี่ยมล้นและมั่นคง แต่สิ่งที่ต่างจากคนทั่วไปคือ ไม่ว่าจะเป็การหมุนตัว ยกมือ และการเหวี่ยงเท้าของนางราวกับมีความสง่างามอ่อนช้อยซ่อนอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งทำให้คนมองทุกกระบวนท่าของนางในมุมที่น่าชื่นชมโดยไม่รู้สึกเบื่อและเปลืองแรงสักนิด
เชิงอรรถ
^ หน่วยวัดความยาวของจีน หมายถึงฟุต