โอเค ต่อจากนี้ไปคือ่เวลาที่ผมชาติเก่าจะต้องทำความเข้าใจไอ้โลกแฟนตาซีนี่สักที นั่นหมายความว่า ตัวผมในชาติปัจจุบันต้องทำความเข้าใจกับมันใหม่อีกรอบหนึ่ง
อย่างที่ผมบอก ผมอาศัยอยู่ในแคว้นออฟเทร็มของอาณาจักรมัสโตรนั่ม อาณาจักรนี้เป็หนึ่งในอาณาจักรที่ทรงอิทธิพลอย่างมาก และแคว้นออฟเทร็มเป็หนึ่งในแคว้นที่อยู่ใกล้ใจกลางอาณาจักรมากที่สุด พวกเราเลยมีโอกาสได้ติดต่อกับเชื้อพระวงศ์และตัวแทนขององค์กรศาสนาบ่อยกว่าพวกขุนนางชั้นรอง ๆ ลงมาที่ปกครองแคว้นที่ไกลกว่านั้น
จะว่าไปแล้วก็ดูแปลกนะ ที่การตายของผมชาติเก่าในฐานะมนุษย์เงินเดือนทั่วไปที่ซวยไปโดนโจรปล้นฆ่า ยังไม่ค่อยเป็ที่นิยมเท่ากับทรักซังชนอันเป็วิธีไปต่างโลกที่เกร่อมากใน่นั้น ๆ ผมไม่รู้นะว่าใครจากโลกนั้นจะเบื่อเื่วิธีไปต่างโลกแบบนั้นหรือเปล่า แต่ส่วนตัวผมมองว่ามันมีโอกาสที่จะทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบในหมู่เด็ก ๆ มากขึ้น ผมก็หวังว่าจะไม่มีใครอยากจะฆ่าตัวตายจริงด้วยทรักซังหรอกนะ เพราะไอ้พวกอุบัติเหตุจากทรักซังในโลกนั้นก็ค่อนข้างเยอะแล้ว
กลับมาที่เื่โลกของผมต่อ ขึ้นชื่อว่าเป็พวกต่างโลกทั่วไป มันก็ต้องขับเคลื่อนด้วยสกิลเวทมนตร์ตามประสาเกมออนไลน์และไลฟ์เซอร์วิสทั่วไปอยู่แล้ว หลากหลายอาณาจักรก็มีวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็ของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน แต่ที่เหมือนกันทุกอาณาจักรทั่วโลกนี้ก็คือ พิธีกรรมตรวจสอบคุณสมบัติด้านเวทมนตร์หลังจากบุคคลเ่าั้อายุสิบสองปีบริบูรณ์ ใช่ครับ หลายเื่ใช้กันมาเยอะแล้ว แต่จะกำหนดไว้อายุเท่าไหร่ก็แล้วแต่เื่ต่าง ๆ เขากำหนดกัน เป็พิธีกรรมที่จะชี้ชะตาอนาคตของแต่ละคนว่าจะไปรอดหรือไม่ ตัวเอกหลายคนก็แบบ ไม่มีพลังจนถูกขับไล่ไสส่ง เหยียดหยาม หรือแม้กระทั่งโดนกล่าวหาว่าเป็อะไรก็ตามที่ฟังดูแย่ เช่นโดนเก็บมาเลี้ยง ลูกนอกสมรส อะไรประมาณนี้ แต่ภายหลังกลายเป็ว่าตัวเอกมีระดับวงจรเวทย์ลึกลับในตัวที่ไอ้เครื่องตรวจพลังที่ส่วนใหญ่เป็ลูกแก้วจะจับไม่ได้ หรือบางเื่ตัวเอกก็แบบเปิดเผยระดับวงจรเวทย์ในตัวั้แ่วันแรกว่าสูงกว่าคนทั่วไป และเอาให้สุดที่ทำลูกแก้วแตกไปเลย
ถามว่าตอนอายุสิบสองขวบบริบูรณ์แล้วไปตรวจสอบระดับเวทมนตร์ ผมอยู่ระดับไหนน่ะเหรอ ทันทีที่ผมแตะลูกแก้วนั้น มันก็ส่องแสงซะแบบ ขอใช้วลีของหนังเื่หนึ่งมาจำกัดความได้ว่า “มันจ้าซะเหลือเกิน!” เอาง่าย ๆ คือผมมีคุณสมบัติเข้ากันได้กับเวทมนตร์ที่โคตรสูงผิดปกติจนนึกว่าผมเป็ เอ่อ…ไม่เทพอวตารลงมา ก็บุคคลจากตำนานกลับชาติมาเกิด ทั้ง ๆ ที่ตระกูลโมรันนัสไม่เคยมีอะไรแบบนี้เลยสักนิดเดียว จริงอยู่ที่มันก็มีบางตระกูลที่เคยมีพวกนาน ๆ ทีจะมีคนที่แบบพลังเวทย์สูงผิดปกติแบบผม แต่ั้แ่ต้นตระกูลโมรันนัสเป็ต้นมา มีผมคนเดียวนี่แหละที่พลังสูงขนาดนี้
อันที่จริงตระกูลโมรันนัสเป็พวกที่อยู่สายมัลติคลาสที่มีมากกว่าสามคลาส คือเน้นปลดล็อกเก็บสะสมช่องเก็บสกิลคลาสไว้เยอะ ๆ จะได้ผสมผสานกันเป็สกิลแปลกใหม่และให้เอฟเฟกต์กับโบนัสที่หลากหลายขึ้น แต่เพราะแบบนี้แหละสเกลพลังของคนทั้งตระกูลรวมกันเลยไม่ค่อยสูงเท่ากับที่ผมมี แล้วผมก็เป็มัลติคลาสคนเดียวในตระกูลที่ค่าพลังเวทย์สูงผิดปกติซะด้วย โอเค จริงอยู่ที่บางคนก็เป็มัลติคลาสที่มีค่าพลังเวทย์สูงผิดปกติ แต่ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่พวกรากหญ้าจริง ๆ ก็พวกคนในตระกูลขุนนางบางคนที่นาน ๆ จะมีที ไม่ใช่แบบตลอดหลายชั่วโคตรไม่มีใครพลังสูงเวอร์ แล้วมีรุ่นหนึ่งเพิ่งมามีเป็ครั้งแรกแบบนี้
จากนั้นผมก็เลยตัดสินใจเลือกคลาสซอร์ดแมนเป็อันดับแรก จะได้ทำการฝึกดาบไปด้วยในตัว แต่แน่นอนว่าสายเวทย์ผมก็สนใจเหมือนกัน ก็เลยลงมันทั้งสองทางซะเลย ไป ๆ มา ๆ ผมก็กลายเป็ว่าเรียนรู้ได้เร็วมากซะด้วยสิ ก็ตามประสาพวกต่างโลกทั่วไปครับ ยิ่งเรียนรู้เร็วก็ยิ่งเก่งขึ้นเร็ว ทักษะการฟันดาบในยุคกลางผมใช้ซะเต็มที่เลย เอาให้คุ้มกับที่เรียนมา
เอาล่ะ ผมขอชี้แจงสักนิดหนึ่งว่า โลกเนี้ยมันไม่มีสื่อบันเทิงสมัยใหม่แบบโลกเก่าที่ผมจากมาหรอกครับ อย่างมากก็พวกกวีหรือวรรณกรรม ไหนจะเื่ที่ว่าโลกนี้ไม่มีการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เปิดเป็โรงเรียนอะไรหรอกครับ ก็แค่จ้างอาจารย์มาสอนเป็การส่วนตัวก็เท่านั้นเอง แต่โอ้มายกอด เหมือนผมต้องเคาะสนิมความรู้ขั้นพื้นฐานที่ชาติเก่าเคยร่ำเรียนมาใหม่ทั้งหมดเลย และด้วยความที่สมัยก่อนก็เน้นสังคมชายเป็ใหญ่อยู่แล้ว จะมีตรรกะความเป็ชายทำพิษก็เป็เื่ปกติครับ อย่างลูกผู้ชายห้ามแสดงความอ่อนแออย่างเนี้ย ตอนแรกผมก็นึกว่าที่โลกนี้จะมีตรรกะแบบนี้ตามสไตล์ของพวกยุคโบราณซะอีก แต่ไป ๆ มา ๆ ที่โลกนี้ดันมีอะไรแบบที่ว่าน้อยกว่าที่คิดเฉยเลย
แน่นอนว่าความสนใจในการงานของแต่ละเพศในยุคนั้นก็จะไม่เหมือนกันอยู่แล้ว อย่างผู้ชายก็จะสนใจเื่ร่างกาย้าปะทะหรือการเมืองการปกครอง ส่วนผู้หญิงก็งานศิลปะล้วน ๆ ครับ แต่ไอ้คำว่า “ไม่เสมอไป” ก็ใช้ได้กับโลกนี้เหมือนกัน บางที่ก็เปิดรับผู้หญิงเข้ารับการฝึกต่อสู้หรือศึกษาการเมืองการปกครองได้เหมือนผู้ชาย และก็เปิดรับผู้ชายในการหัดรังสรรค์งานศิลป์เหมือนผู้หญิงเช่นกันครับ
การที่ผมเรียนรู้เร็ว ทำให้ผมสามารถเข้าทำงานในตำแหน่งสำคัญ ๆ ได้มากขึ้น อย่างเป็องครักษ์ของรัชทายาทที่ยังไม่ขึ้นครองราชย์ คอยปกป้องชีวิตพวกเขาแบบสุดชีวิตให้ปลอดภัยอะไรประมาณนี้ แต่ขณะเดียวกัน ผมก็หาทางแอบเนียนไปสมัครเข้ากิลด์นักผจญภัยด้วยในตัว และได้เข้าไปเป็นักผจญภัยฝึกหัด ซึ่งผมจะเน้นทำเควสต์ที่มีระดับความยากแค่เทียร์ต่ำสุดก่อน เพราะพวกมอนสเตอร์ในเควสต์เ่าั้อ่อนกว่าพวกความยากสูง ๆ ตั้งหลายขุม อ้อ แล้วก็ผมจะบอกไว้ก่อนว่าที่โลกนี้เนี่ยพวกมอนสเตอร์มันมีอยู่จริง และเป็อันตรายอย่างมาก ใครก็ตามที่ชอบติดภาพจำมาจากต่างโลกเื่อื่นที่ชอบฟอกขาวจอมมารและอสุรกายและใส่ร้ายศาสนจักรและมนุษย์ให้เป็พวกชั่วร้ายสุดกู่ มาเกิดใหม่ในโลกนี้ก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนจะไปเป็มิตรกับไอ้พวกจอมมารในโลกนี้ เพราะพวกมันคือมารร้ายของจริงไม่จกตาแบบวิถีแฟนตาซีตะวันตก ก็จะมีพวกก็อบลิน ออร์ก โทรลล์ โอเกอร์ ซึ่งแม้จะแบ่งออกเป็หลายเผ่า แต่ส่วนใหญ่ก็เป็พวกป่าเถื่อนชอบปล้นสะดมชาวบ้านทั่วไปอยู่แล้ว
และเมื่อผมอายุได้สิบห้าปี ผมก็ได้พบรักแบบตกหลุมรักเต็มเปาเข้ากับเคลลีน ดัชเชสน้อยจากตระกูลอัสเทรีย เธอนั้นใจดีกับผมมาก และบังเอิญว่าเธอเองก็ได้สมัครเข้ากิลด์นักผจญภัยกิลด์เดียวกับผม และเธอก็ได้ตัดสินใจฝึกฝนอะไรที่ผู้ชายสนใจพอ ๆ กับที่เธอสนใจงานศิลป์เลยครับ แต่พูดถึงงานศิลป์ ตัวผมชาติเก่าก็เคยฟังดนตรีเหมือนกันครับ แต่เป็แนวเมทัลเดือด ๆ หนัก ๆ เสียงคำรามกรีดร้องต่ำเหมือนหมูไม่ก็แผดกรี๊ดแบบแบนชีก็มี แต่ไอ้โลกแฟนตาซีแบบนี้จะไปหาเพลงเมทัลมาฟังประกอบการต่อสู้ของผมนี่มันก็กระไรอยู่อ่ะนะ
กลับมาที่เคลลีนเถอะครับ ในที่สุดตระกูลอัสเทรียและตระกูลโมรันนัสก็ตกลงกันจัดงานแต่งให้ และก็มีพระาา พระราชินี และพระสันตะปาปามาเป็ประธานในพิธีวิวาห์เลยครับ อ้อ จะว่าไปแล้ว ในอาณาจักรมัสโทรนั่มของเรามีรัชทายาทเป็เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปด ที่เสด็จพระราชสมภพในวันเดียวกับที่ผมเกิดพอดี และพระองค์ได้สมรสกับเ้าหญิงเจนนิเฟอร์ที่สามจากอาณาจักรโอคอนเนีย ซึ่งเป็อาณาจักรเพื่อนบ้านใกล้ชิดกันและเป็พันธมิตรกันอยู่แล้วครับ แน่นอนว่าพวกเขาก็มาเป็รองประธานในพิธีสมรสของผมกับเคลลีนด้วย
แต่พอผมอายุได้สิบแปดปี เื่ที่ไม่คาดคิดก็ดันเกิดขึ้นจนได้ นั่นก็คือการที่ผมตั้งท้องด้วยตัวเอง ใช่ครับ คุณได้ยินไม่ผิด ผมตั้งท้องจริง ๆ ออสเทร็ธ นอฟเลส โมรันนัส ดยุกน้อยแห่งแคว้นออฟเทร็ม เริ่มตั้งท้องในวันที่ตัวเองอายุสิบแปดปี! คือจริง ๆ ในอาณาจักรมัสโทรนั่มก็เคยมีเหตุการณ์ที่คู่บ่าวสาวที่อยากจะมีลูก แต่เ้าบ่าวตัดสินใจร่ายคาถาทำตัวเองท้องแทนเ้าสาวอยู่บ้าง แต่ตอนนั้นผมก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองโดยไม่รู้ตัวและไม่เคยบอกล่วงหน้า ทั้งอาการแพ้ท้องและอารมณ์แปรปรวนระหว่างการตั้งท้อง แถมหนำซ้ำลูกในท้องซึ่งเป็ลูกชาย (และผมชาติเก่าก็เพิ่งมารู้ทีหลังแม้จะเดาส่งเดชไปก็เถอะ) ก็อยู่กับผมมาได้ถึงสองปีถ้วนโดยที่ยังไม่เจ็บท้องคลอดสักที เวรกรรม
เอาเถอะ เวิ่นเว้อกับอดีตไปเยอะมากละ ผมตัดกลับไปยังปัจจุบันเลยดีกว่า
คืนหนึ่งผมกำลังจะล้มตัวลงนอนละ แบบดับไฟตะเกียงจะล้มตัวนอนละ แต่ทว่าผมก็เหลือบไปเห็นแสงสว่างเจิดจ้าที่ไม่ได้มาจากตะเกียงหรือเทียนเลยแม้แต่น้อย แสงนั่นมันคืออะไรกัน
“สวัสดี พ่อหนุ่ม” เสียงของสตรีนางหนึ่งดังขึ้น นางฟ้าเหรอเนี่ย
“อะไรกันเนี่ย?” ผมอุทาน “นี่ท่านเป็ใครกัน”
“ข้าก็คือเทพธิดาเอลซ่า ผู้ที่อัญเชิญให้เ้ามาที่นี่ยังไงล่ะ” สตรีนางนั้นตอบ
เทพธิดาเอลซ่า เอ๊ะ หรือว่า…
“อัญเชิญ…ชาติเก่าของผมให้มาสิงในร่างนี้งั้นเหรอครับ?” ผมถาม
“ใช่แล้ว” เทพธิดาเอลซ่าตอบ “จริง ๆ ข้ามิใช่เทพธิดาองค์เดียวที่อัญเชิญบุคคลจากโลกอื่นมาจุติที่นี่ดอกนะ ยังมีเทพธิดาอีกหลายองค์ที่อัญเชิญผู้อื่นมาด้วย”
“แล้วผม…เอ่อ…มีความสำคัญยังไงกับที่นี่เหรอครับ?”
“เื่นั้นเดี๋ยวข้าจะเปิดเผยทีหลังแล้วกัน แต่ตอนนี้ข้ามีสิ่งที่จะให้เ้ารับรู้ก่อน”
เมื่อเทพธิดาเอลซ่าพูดจบนางก็ยื่นมือไปแตะหน้าผากผม และสิ่งที่ผมเห็นตรงหน้าก็คือ…
ชื่อ: Ostreth Novles Morannus
เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ผู้กลับชาติมาเกิด)
อายุ: 20 ปี
เพศ: ชาย
คลาส: Multiclass 5 Classes
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100%
Magic Compatibility Rank: EX+
Average Power Rank: Default 5 (23)
Condition: 2 years pregnant
Reincarnated Skill: Analyze [A], Fast Learning [B], Skill Reflector [EX+], ??? [S] (x10+)
STR: 26
AGI: 22
MAG: 23
INT: 27
DEX: 21
VIT: 25
ชัดเลยว่านี่คือหน้าสเตตัสเกี่ยวกับตัวผมชัด ๆ แต่แน่นอนว่าระบบแบบนี้มันไม่อยู่ในการรับรู้ของคนในโลกนี้อยู่แล้ว มันเลยเป็ลักษณะพิเศษที่มีผม (และคนอื่น ๆ ที่กลับชาติมาเกิดแบบผม) เท่านั้นที่จะเปิดใช้งานมันได้
ผมเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ เลยขอถามเทพธิดาเอลซ่าจนพอจะอธิบายให้คุณผู้อ่านฟังได้บ้างครับ เริ่มจากไอ้ตัวย่อสามตัวทั้งหกค่าก่อน มันคือค่าสเตตัสที่แบ่งอันดับเป็ตัวเลข เอาง่าย ๆ ยิ่งตัวเลขมากแสดงว่ามีเลเวลที่สูงขึ้น และไอ้ค่าที่ระบุเป็ตัวย่อสามตัวนี้แหละที่ไม่มีกำหนดตายตัวและเราสามารถเพิ่มเติมขึ้นมาได้ ซึ่งจะมีผลกับค่าอำนาจโดยเฉลี่ยด้วย ซึ่งมันจะแบ่งแรงก์เป็ Default 1-7, Professional 1-7, Expertise 1-7, และ Expertise+ 1-28 ในตอนต้นเกม แต่ว่าจะมีแรงก์ Expertise+ 29 ขึ้นไปให้ปลดล็อกหลังจากแรงก์ตัวเองถึง Expertise+ 28 แล้ว ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับค่าพลังของไอเท็มด้วย เพราะมันจะช่วยท็อปอัปค่าอำนาจโดยเฉลี่ยให้มากขึ้นไปอีก
STR: Strength ชื่อบอกยี่ห้อครับ ความแข็งแกร่ง
AGI: Agility เหมือนกันครับ ความคล่องตัวของผู้เล่น
MAG: Magic ความสามารถทางเวทมนตร์ ก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน
INT: Intelligent บอกยี่ห้ออีกแล้ว ความฉลาดของผู้เล่น ในโลกนี้มันแยกจาก MAG อย่างชัดเจนเพราะสองค่านี้ไม่ได้พึ่งพากันและกันเหมือนกับที่เื่อื่นหรือเกมอื่นเขาทำกัน ก็นะ เื่พวกนั้นหรือเกมเ่าั้มองว่าจอมเวทย์เนี่ยเป็บัณฑิตที่มีวิชาความรู้ แตกฉานวิชา แต่บางเื่หรือบางเกมก็มีอีกค่าคือ WIS: Wisdom ซึ่งเป็ค่าที่ซับซ้อนกว่านั้น คือความฉลาดที่สามารถเอาไปใช้งานได้ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่เกมไหนหรือเื่ไหนจะตีความอ่ะนะ ดูสิบเื่ เล่นสิบเกม ก็ตีความไม่เหมือนกันอีกเพราะมันเป็เื่ปัจเจกบุคคลล้วน ๆ
DEX: Dexterity ความแม่นยำของทักษะที่ต้องใช้อวัยวะต่าง ๆ
VIT: Vitality ความทนทานต่อสิ่งต่าง ๆ เช่น อาการาเ็ พิษ หรือโรคภัยไข้เจ็บ บางเื่หรือบางเกมอาจจะนับเป็ CON: Constitution ซึ่งก็มีความคล้ายกันครับ
ทั้ง DEX และ VIT มักจะมาคู่กับ AGI และ STR ในด้านทักษะเสมอครับ หลายเื่และหลายเกมก็มักจะมาเป็แบบนั้นอยู่แล้วครับ
ส่วนระดับความเข้ากันได้ของวงจรเวทย์นี่กำหนดไว้ตายตัวอยู่แล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ต่อมาก็คือ Health, Mana, และ Stamina ซึ่งนับเป็ค่าร้อยละทั้งหมด แต่จะต่างกันตรงสีของแถบค่าและเลขร้อยละ โดยถ้าเกิน 70 เปอร์เซ็นต์แถบพลังชีวิตก็จะเป็สีเขียว แต่ถ้าต่ำกว่านั้นจนถึง 30 เปอร์เซ็นต์ก็จะขึ้นสีเหลือง ซึ่งเกิดขึ้นตอนที่ได้รับาเ็ปานกลาง และถ้าต่ำกว่านั้นอีกก็จะขึ้นสีแดง ซึ่งมันจะเกิดขึ้นตอนที่ได้รับาเ็สาหัสเจียนตายนี่แหละครับ
ส่วนมานา เป็ค่าพลังที่เน้นเื่ปริมาณพลังที่เราใช้กับการออกสกิลเวทมนตร์ ถ้าเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ก็จะขึ้นแถบมานาเป็สีฟ้าอ่อน แต่ถ้าใช้ไปจนไม่ถึงร้อยละ 70 ก็จะขึ้นสีเหลืองซึ่งจะร่ายเวทย์ไม่ออกอยู่บ้าง ใช้ไปอีกจนต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ก็จะขึ้นสีแดง คราวนี้และจะร่ายเวทย์แทบไม่ออกเลย
และสตามิน่า ก็ค่าพลังที่แสดงพละกำลังทางกายภาพเป็หลัก ถ้าเกินร้อยละ 70 ก็จะขึ้นแถบสตามิน่าเป็สีขาว เราเคลื่อนไหวได้เร็วและคล่องตัวมากขึ้นอยู่แล้ว แต่ถ้าใช้ไปจนต่ำกว่า 70% ก็จะขึ้นเป็แถบสีเหลืองซึ่งเราจะเคลื่อนไหวช้าลงครึ่งหนึ่ง เพราะถ้าเราเคลื่อนไหวเร็วกว่านี้จะเหนื่อยหอบ และยิ่งใช้มันจนต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ แถบจะขึ้นสีแดง เราจะเคลื่อนไหวช้าอย่างกับ …เอ่อ… เต่าคลานละกัน เทียบกับสลอธน่าจะเวอร์ไปหน่อย แต่เอาง่าย ๆ มันช้าพอจะทำให้เรากลายเป็เป้านิ่งถูกโจมตีได้ง่าย และตอนนั้นเราต้องร่ายเวทย์กันอย่างเดียวถ้ามานายังเหลือพอ ถ้ามานาหมดด้วยก็ ตามนั้นครับ
ใช่ครับโลกนี้แยกมานาและสตามิน่าออกจากกัน ไม่เหมือนบางเกมหรือบางเื่ที่รวมให้เป็แถบเดียวกัน เหมือนกับว่าการเคลื่อนไหวไปมีผลกับมานาหรืออะไรอย่างนั้นเลยแฮะ
แน่นอนว่าสภาพร่างกายผมก็คือกำลังตั้งครรภ์สองปี เลยไม่ได้มีค่าสถานะที่ตรงตามที่ระบุไว้ในหน้าสเตตัส หรืออย่างน้อยก็จนกว่าจะคลอดลูกในท้องผมออกมานั่นแหละครับ
จะว่าไปแล้วมาพูดถึงเื่พรที่ผมได้รับสักหน่อยละกัน มีอยู่สี่อย่าง และที่สำคัญก็คือสามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกใช้งานบ่อย ๆ หรือผ่านเงื่อนไขที่ต่างออกไป ถึงจะขึ้นได้ยากกว่าค่าสถานะร่างกายก็ตาม
อันแรก สกิลประเมินระดับ [A] ไอ้นี่คือสกิลที่ทำให้ผมตรวจสอบทุกอย่างในโลกนี้ได้ ยกเว้นก็แต่ไอเท็มบางชนิด หรือพวกสิ่งมีชีวิตที่มีสกิลบางอย่างที่ป้องกันไม่ให้ผมใช้สกิลนี้ได้
สกิลเรียนรู้ไวระดับ [B] ทำให้ผมเรียนรู้และฝึกฝนสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วขึ้น 2.5 เท่า
ส่วนสกิลที่สาม เอ่อ… ผมขอเก็บไว้ก่อน และขอข้ามไปใบ้ถึงสกิลที่สี่ที่ขึ้นเครื่องหมายคำถาม ปรัศนีย์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งท่านเทพธิดาเอลซ่าบอกว่า เป็สกิลลับที่ยังไม่ได้รับการปลดล็อก ซึ่งผมมีอย่างนี้เป็สิบสกิลขึ้นไป ถ้างั้นไม่เรียกว่าเป็หมวดหมู่เลยหรือไงเนี่ย
“เดี๋ยวก่อน แล้วคุณมาบอกผมตอนอายุปูนนี้เนี่ยนะ?” ผมถามท่านเอลซ่า
“อ่า เื่นั้นข้าต้องขอโทษจริง ๆ” เทพธิดาเอลซ่ากล่าว “ตอนที่ข้าพาเ้ามาจุติในร่างเนี้ย ข้าไม่ได้จริงจังในการผนึกพลังเวทย์ของเ้าไว้เหมือนกับที่เทพธิดาองค์อื่นทำกัน ลูกแก้วเวทมนตร์ก็เลยแสดงพลังเวทย์ของเ้าออกมาแบบนั้นแหละ เห็นว่าเ้าดูเป็คนมีเหตุผลมากกว่าก็เลยบอกเ้าั้แ่ตอนนี้ซะเลย ไม่ต้องไปพึ่งพาแฟรี่ประจำตัวหรอก ถึงจะช้าไปห้าปีหลังจากที่ข้าปลุกพลังให้เ้าก็ตาม”
อย่างนี้นี่เอง ว่าแต่ เมื่อกี๊ท่านบอกว่าเทพธิดาองค์อื่น หรือว่า…
“ท่านไม่ใช่เทพธิดาองค์เดียวที่อัญเชิญคนจากโลกอื่นมาเกิดที่นี่งั้นเหรอครับ?”
“ใช่แล้ว” เทพธิดาเอลซ่าตอบ
งั้นก็บอกมาเถอะครับ คนทั่วไปในโลกเนี้ยก็ไม่เชื่อเื่อะไรแบบนี้อยู่แล้ว
“คือว่า มันมีเทพธิดาบางองค์ที่แบบว่าอัญเชิญคนหนึ่งมาเกิด แล้วนางเองก็เสียใจจนถึงบัดนี้ เพราะไอ้หมอนั่นหลังจากถูกปลุกพลังและสอนให้ มันก็ได้ใจใหญ่ แถมทึกทักไปเองว่าพวกศาสนจักรและเทพเป็พวกชั่วร้าย พวกจอมมารเป็เหยื่อ เลยตัดสินใจบุกไปยังฐานทัพของจอมมารเพื่อขอสวามิภักดิ์ และก็ขาดการติดต่อกับนางและแฟรี่ประจำตัวไปเลย ขอให้เ้าอย่าเอาอย่างมันแล้วกัน”
ผมถึงกับกุมขมับทันที มีคนที่มีไมนด์เซ็ตแบบนั้นเข้ากระดูกดำจากการเสพการ์ตูนต่างโลกหลายเื่อยู่ด้วยเหรอวะ
“เอาเถอะ ผมน่ะไม่เอาอย่างไอ้คนแบบนั้นอยู่แล้วครับ ถ้าผมเจอหน้าหมอนั่นเมื่อไหร่ ผมจะบั่นคอมันทิ้งด้วยคมดาบอันงามของผมทิ้งซะเลย” ผมบอก
“เ้าเองก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน ยังมีผู้กลับชาติมาเกิดอีกจำนวนมากที่เก่งกาจกว่าเ้า แถมเ้าเองก็อยู่ในสภาพร่างกายที่พิเศษกว่าปกติอีก” ท่านเอลซ่ากล่าว
“ครับผม” ผมตอบ
หลังจากที่คุยกันสักครู่ ท่านเอลซ่าก็บอกลาผมและหายวับไป ตามด้วยประตูห้องนอนผมที่เปิดอย่างช้า ๆ แสงจากตะเกียงในมือได้เผยให้เห็นเมดผมสีชมพูคนนั้น ที่เธอมีชื่อว่า ชาร์ล็อตต์ ออร์เดรียน มาดูว่าผมนอนหรือยัง และพอเห็นว่าผมยังไม่หลับสักที (ก็นะ ผมโดนท่านเอลซ่าขัดซะก่อนเนี่ย) ก็เลยมาหาผม
“ท่านดยุกน้อยคะ ยังไม่หลับอีกเหรอ”
“อ๋อ ผมยังไม่หลับหรอกครับ ผมกำลังไตร่ตรองถึงอดีตของตัวเองอยู่” ผมตอบ
“แล้วลูกชายคุณเป็ไงบ้างคะ?” ชาร์ล็อตต์ถาม แล้วชี้ท้องกลมโตของผม
“ก็แอ็กทีฟดีครับ แบบว่า่นี้ดิ้นหนักมากจนผมนอนไม่หลับนี่แหละ” ผมโกหกไปงั้น ๆ แหละครับ เพราะหวังว่าชาร์ล็อตต์จะเชื่อมากกว่าเื่ที่ผมคุยกับท่านเอลซ่าซะอีก
“โอเคค่ะ ขอให้ฝันดีนะคะ” ชาร์ล็อตต์บอก แล้วจากนั้นก็เดินออกจากห้องนอนผมไป…
เช้าวันต่อมา ผมนั่งรถม้าไปเที่ยวเล่นเหมือนกัน แต่พอดีว่าพวกเราขับขบวนเข้าป่าลึกไปหน่อย เลยไม่รู้เลยว่ามีคนร่ายไฟร์บอลั์ยาวแปดเมตรใส่คาราวานของพวกเรา โชคดีที่…
“ระวัง!!” ผมะโแล้วจากนั้นก็ปัดแขนให้ไฟร์บอลสีส้มั์ถูกลมกระโชกแรงพัดหายไป
“เฮ้ย! ใครบังอาจมาขัดขวางพวกเรา มาสู้กันหน่อยสิวะ!”
“ได้เลย! หมู่รุมเดี่ยวน่ะฉันเอาอยู่แล้ว!”
ไอ้เสียงนี้ น่าจะเป็เด็กอายุสิบห้าปีที่ใช้พลังจนได้สินะ และก็มาจริงด้วย ไอ้เด็กผมสีดำ ตาสีดำ และสวมชุดผ้าคลุมสีดำที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้หมอนี่มันติ่งการ์ตูนต่างโลกชัด ๆ มันก็ถือดาบลองซอร์ดมาหาผม
“วะฮ่ะฮ่ะฮ่าฮ่าฮ่า!!!” มันหัวเราะเยาะเย้ย “มาอีกคาราวานหลวงแล้วเรอะ ่นี้เจอแต่พวกชนชั้นสูงที่สูงแค่ตำแหน่ง ฝีมือไม่ได้เื่ สู้ข้าไม่ได้หรอกโว้ย!”
“ถ้างั้นมาเจอฉันไหมล่ะ!” ผมะโทันที
“อ้าว พ่อขุนนางตุ๊บป่องนี่ ใจคอจะอยากเอาลูกไปเสี่ยงนักรึไง!” ไอ้เด็กเปรตนี่จะกวนประสาทใส่ผมหนักเกินไปแล้วนะ
“งั้นมาดวลกันเลยดีกว่าไหม?” ผมคำรามและชักลองซอร์ดขึ้นมา
ดูเหมือนว่าจากการประเมินของผม เ้านั่นก็เป็ผู้กลับชาติมาเกิดเหมือนกัน แต่มีอยู่สองสกิลได้แก่ ผนึกการเคลื่อนไหว [B] กับ เสริมพลังเวทย์ [B] และค่าสเตตัสยังปานกลาง แต่วงจรเวทย์เข้ากันได้เท่ากับแรงก์ B ก็เทียบได้กับขุนนางทั่วไป สูงกว่าตาสีตาสามาก และค่าอำนาจโดยเฉลี่ยก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผมเลย Default 3 (12) ชัด ๆ
และเ้าหมอนี่มันก็ได้ใจเหมือนกัน จากร่องรอยการต่อสู้ก่อนหน้านี้ที่พวกขุนนางทั่วไปจากต่างอาณาจักรมาแล้วก็หนีหายไป แสดงว่าเจอไอ้หมอนี่เล่นงานสินะ สงสัยผมต้องดัดนิสัยขี้ห้าวของมันแล้วล่ะ
ผมจับดาบลองซอร์ดขึ้นมาแล้วเตรียมพร้อมจะจัดหนักแล้ว แต่ว่าจู่ ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาหน่วงการเคลื่อนไหวร่างกาย ราวกับถูกพันธนาการด้วยเชือกที่มองไม่เห็น
อ๋อ นี่น่ะเหรอสกิลที่ทำให้ชนชั้นสูงที่โดนท้าสู้ต้องาเ็หนัก “ผนึกการเคลื่อนไหว” ระดับ [B]
จริง ๆ มันใช้สกิล “เสริมพลังเวทย์” ระดับ [B] ตลอดการต่อสู้ แต่เพราะค่าพลังเวทย์ของเ้าเด็กนี่ไม่ได้สูง เลยทำให้หน่วงอีกฝ่ายให้เคลื่อนไหวช้าลง นั่นก็เพียงพอที่จะเปิดช่องโหว่ในการเล่นงาน
แต่นี่แหละที่ผมจะได้โชว์ “ของจริง” ให้มันรู้ซึ้งไปเลย
Skill Reflector (สะท้อนสกิล)
ในที่สุดผมก็รู้สึกกลับมาเคลื่อนไหวตาม “ปกติ” สักที แถมยังได้เห็นไอ้หมอนี่วิ่งช้าลงจนพอจะเป็เป้านิ่งได้ มันไม่รู้ตัวหรอกเพราะคิดว่าตัวเองวิ่งเร็วแล้ว ผมเลยใช้โอกาสในการหลบวิถีดาบเข้ามาได้ แล้วพุ่งเข้าใช้ศอกขวากระแทกสีข้างด้านซ้ายของฝ่ายตรงข้ามเต็มแรง จนมันปลิวไปหลังกระแทกต้นไม้ อาวุธในมือของมันหลุดลงปักพื้น หมดสภาพเต็มที่
“จับมันไป” ผมสั่งพวกทหาร “เราต้องสอบสวนมันแล้วล่ะว่าไปทำอะไรมา และหาวิธีลงโทษมันให้ได้”
เอาเถอะ ผมต้องอธิบายอีกรอบ
ท่านเอลซ่าบอกว่า ผู้ที่กลับชาติมาเกิดก็จะได้สกิลสองอย่างแรกในระดับ A กับ B อย่างละสกิล ส่วนสกิลที่สามขึ้นไปจะเริ่มต้นที่แรงก์ E แต่ก็อย่างที่ผมบอก สกิลพวกนี้ก็สามารถพัฒนาได้เก่งขึ้นอยู่แล้ว ไอ้หมอนี่มันมีการเสริมพลังเวทย์ ถือว่าเพียงพอที่จะทำให้คนธรรมดาที่ไม่ได้เชี่ยวชาญพลังเวทมนตร์หรือสมรรถนะร่างกายทัดเทียมกับจอมเวทย์ผสมทหารอาชีพได้เลย ไม่แปลกใจที่ขุนนางชั้นสูงจะพลาดท่าได้ แถมอาศัยสกิลผนึกการเคลื่อนไหวระดับ [B] ถึงจะหน่วงให้ช้าลงแต่ก็ยังเพียงพอที่จะทำให้คนที่ตั้งใจฝึกมาโดยตลอดแพ้ได้ แถมยังใช้แบบไม่ให้รู้ตัวก็นับว่าน่ากลัวกว่าเวทมนตร์ของพวกจอมเวทย์แล้ว
แต่กับผมที่ได้สกิลหนึ่งเป็ EX+ ั้แ่ต้นนั้นมีเหตุผลอยู่ และท่านเอลซ่าก็ตั้งใจจะให้ผมได้สกิลระดับนี้เพื่อการหนึ่งโดยเฉพาะ
อย่างที่รู้กันดีว่าทักษะต่าง ๆ พวกเขาก็ล้วนเรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนาฝีมือตามกระบวนการจึงจะได้มาซึ่งความสามารถกันทั้งนั้น ไม่ได้ถือว่าเป็สิ่งที่เรียกว่า “สกิล” ตามบริบทที่จำกัดความในที่นี้เลย ฉะนั้น การสะท้อนสกิล ต่อให้จะแรงก์สูงสุด แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ผมใช้ไม่ได้กับสิ่งมีชีวิตทั่วไปในโลกนี้ แต่มันเป็สกิลที่จะสร้างอาณาเขตในการ “สะท้อน” การส่งผลของสกิลของ “ผู้มาเกิดใหม่” ที่อยู่ในระดับ EX ลงมาให้กลับไปสู่ผู้ใช้สกิลเสียเองตราบที่อยู่ในรัศมีทำการ เอาง่าย ๆ ก็คือเป็หนึ่งในวิธีการต่อต้าน “ผู้มีสกิล” คนอื่น โดยบังคับให้พวกเขาต้องสู้ด้วยความสามารถที่ตัวเองมีอยู่โดยไม่ต้องใช้สกิล
อีกสกิลหนึ่งที่ไม่รู้ว่า “ผู้มีสกิล” คนไหนในโลกนี้มีนะ แต่เหมือนเคาน์เทสน้อย “ผู้มีสกิล” คนหนึ่งจากบางโลกมีติดตัวเหมือนกัน เป็แรงก์ EX ธรรมดา ไม่มีพลัส นั่นก็คือ Skill Canceller หรือ ยกเลิกสกิล อันนี้ก็ตามชื่อเลยครับ สร้างอาณาเขตในการ “ยกเลิก” การส่งผลของสกิลของ “ผู้มาเกิดใหม่” มีอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าให้ไร้ผลโดยสิ้นเชิงตราบใดที่อยู่ในรัศมีทำการ
สองสกิลนี้ ผมว่าเหมาะกับการกำราบผู้ใช้พลังในทางที่ผิด และดับอุดมคติของพวกเทพทรูนี่เอง
และอาจจะมีคนสงสัยว่า ที่ผมลุยตอนท้องได้นี่เพราะใช้สกิลที่อยู่ในสกิลลับได้โดยที่ยังไม่ทันได้ปลดล็อกใช่ไหม ผมขอตอบว่า ใช่ครับ ถึงจะยังไม่รู้ว่าสกิลเหล่านี้มีอะไรบ้าง แต่ก็ช่วยให้ผมไม่แท้งลูกระหว่างการต่อสู้ล่ะนะ
แต่เอาเป็ว่า ถ้าผมไม่ใช่คนเดียวที่มาเกิดใหม่ล่ะก็ ผมจะต้องใช้ชีวิตโดยที่ต้องช่วยเหลือพวกผู้เกิดใหม่ที่ไม่เคยมีทัศนคติบูลชิทแบบที่ท่านเอลซ่าเคยพูดถึงไว้ให้ได้
ภาคผนวก
ต่อไปนี้คือตารางค่าอำนาจเฉลี่ยจากค่าพลังขั้นต่ำั้แ่ Default 1 - Expertise+ 28
Default 1: 1
Default 2: 6
Default 3: 11
Default 4: 16
Default 5: 21
Default 6: 26
Default 7: 31
Professional 1: 36
Professional 2: 41
Professional 3: 46
Professional 4: 51
Professional 5: 56
Professional 6: 61
Professional 7: 66
Expertise 1: 71
Expertise 2: 76
Expertise 3: 81
Expertise 4: 86
Expertise 5: 91
Expertise 6: 96
Expertise 7: 101
Expertise+ 1: 106
Expertise+ 2: 111
Expertise+ 3: 116
Expertise+ 4: 121
Expertise+ 5: 126
Expertise+ 6: 131
Expertise+ 7: 136
Expertise+ 8: 141
Expertise+ 9: 146
Expertise+ 10: 151
Expertise+ 11: 156
Expertise+ 12: 161
Expertise+ 13: 166
Expertise+ 14: 171
Expertise+ 15: 176
Expertise+ 16: 181
Expertise+ 17: 186
Expertise+ 18: 191
Expertise+ 19: 196
Expertise+ 20: 201
Expertise+ 21: 206
Expertise+ 22: 211
Expertise+ 23: 216
Expertise+ 24: 221
Expertise+ 25: 226
Expertise+ 26: 231
Expertise+ 27: 236
Expertise+ 28: 241