ยอดบุรุษผู้สยบผีร้าย
พวกเขายืนขาแข็งทื่อ แม้แต่อู๋ฮวนก็ตกตะลึงไปเช่นกัน เขาเดินทางรอนแรมมาไกลพบเจออันตรายมาไม่น้อย พวกเขาไม่ใช่คนกลัวผีและไม่เคยเห็นผีตัวเป็ๆเลยสักครั้ง ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้พวกเขาอึ้งจนก้าวขาพูดไม่ออก โดยเฉพาะหูจิงที่มีสีหน้าตื่นใอย่างเห็นได้ชัด
ริมทะเลสาบพวกเขาเห็นผีสาวร่างผอมแห้งเดินก้มหน้าวนไปวนมาคล้ายมองหาบางอย่าง เห็นได้ชัดว่าแขนของนางเล็กมาก หากจะกล่าวว่าเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกก็ไม่ผิดนัก ใบหน้าซูบตอบซีดขาว ดวงตาลึกโบ๋ ปากเขียวคล้ำ ผมยาวยุ่งเหยิงรุงรัง คำร่ำลือที่ว่าผีสาวกลางป่าลึกน่ากลัวมากนั้นดูไม่เกินความจริงแม้แต่น้อย
“นะ นายท่าน” ผู้คุ้มกันทั้งสิบเอ็ดหันมามองอู๋ฮวน เวลานี้ไม่ขนลุกขนพองไม่ได้แล้ว
อู๋ฮวนดึงสายตากลับมาสบสายตาผู้คุ้มกันของเขา พลางสูดหายใจลึกก่อนจะยกเท้าถีบเซินสี่ไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล“เ้าไปดู”
“นายท่าน”เซินสี่ร้องครวญคราง ใช้สายตาเว้าวอนความเมตตาจากผู้เป็นาย ในขณะที่ผู้คุ้มกันที่เหลือถอยหลังไปยืนหลบอีกทาง เพื่อให้พ้นจากระยะสายตาและฝ่าเท้าของผู้เป็นาย
อู๋ฮวนจึงใช้สายตาคมกริบตอกย้ำคำสั่ง พลางยกเท้าขึ้นอีกครั้ง เซินสี่จึงผงะพลางขานรีบขานรับทันใด“ขอรับๆ ไปแล้วขอรับ”
สีหน้าเซินสี่ยามเดินเฉียดใกล้ทะเลสาบซีดขาวแทบดูไม่ได้ เกิดมาเคยเจอผีเสียที่ไหน เพราะไม่เคยเจอจึงไม่รู้ถึงความน่ากลัวมาก่อน ทว่ายามนี้ได้พบเจอแล้ว แม้ไม่รู้ว่าเป็ผีจริงหรือผีปลอม แต่ผีสาวกลางหุบเขาก็ทำให้เขาขนลุกชันไปทั่วร่างแล้ว
เซินสี่เห็นรูปร่างด้านหลังแล้วตกตะลึงหน้าร้อนผ่าว แต่เขาไม่เข้าใกล้มาก จึงยกมือขึ้นป้องปากะโออกไป“มะ แม่นาง”
จางหลินถงชะงัก เมื่อได้ยินเสียงบุรุษเรียกมาจากด้านหลัง นางะโในใจว่าแย่แล้ว ยามนี้นางสวมเพียงบังทรงและกางเกงสีขาว เมื่อเปียกน้ำไม่ต่างกับการเปลื้องผ้าเลยสักนิด จางหลินถงถูกทำให้ใจนลืมแม้กระทั่งอาการหนาวสั่น นางยืนนิ่งไม่ยอมขยับ
“แม่นาง”เซินสี่ทำใจกล้าเรียกผีสาวอีกครั้ง“อากาศหนาวเย็น เหตุใดเ้ายังเล่นน้ำอยู่อีกเล่า แม่นางเ้าไม่หนาวรึ”
“...”จางหลินถางคิดจนวุ่นวาย นางจะทำอย่างไรดี นางไม่้าเผชิญหน้าเพราะไม่รู้ว่าผู้มาเป็ใคร เป็คนของใครและเป็คนอย่างไร อีกอย่างนางไม่อยากให้ใครรู้ว่านางเป็ใคร และไม่้าให้ใครรับรู้ว่านางยังไม่ตาย นางต้องไล่เขา!
สมัยก่อนตอนอยู่ในจวนตระกูลจาง คุณหนูใหญ่จางหลินเหยี่ยนชื่นชอบการดูละครเป็ชีวิตจิตใจ ฮูหยินใหญ่รักและเอาใจใส่บุตรสาวของนางมาก ยามเทศกาลฮูหยินใหญ่จะเชิญคณะละครเร่เข้ามาแสดงในจวน นางจึงมีโอกาสได้ดูละครพวกนั้นด้วย นางจำได้ไม่ลืมว่ามีละครเื่หนึ่งที่พวกเขานำมาแสดง ตัวละครเอกถูกสามีทอดทิ้งและถูกฆ่าตายกลายเป็ผี เมื่อคิดดูแล้วนางในยามนี้ไม่ต่างจากผีแม่นางผู้นั้นเท่าใดนัก ดวงตาจางหลินถงพลันเปล่งประกาย มีรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก นางตัดสินใจเลียนแบบการแสดงของตัวละครตัวนั้น
“ท่านพี่ เหตุใดจึงทอดทิ้งข้า ท่านพี่”นางเปล่งเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปและโกรธแค้น เสียงของนางดังมากจนแม้แต่กลุ่มคนที่ยืนเฝ้ามองอยู่ห่างๆยังได้ยินชัดเจน ผู้คุ้มกันหลายคนหันมองสบตากัน ในขณะที่อู๋ฮวนเริ่มขมวดคิ้ว
เซินสี่ทำอะไรไม่ถูก น้ำตาไหลพรากจะเดินหน้าก็ก้าวขาไม่ออก จะถอยหลังก็ไร้เรี่ยวแรง เขารู้สึกว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่รู้ตัวตนแน่ชัดในหนนี้ทำให้เขาขาสั่น“มะ แม่ แม่นาง สามีเ้าเป็ใครกันรึ”
“สามีข้าแซ่เฉิน นามย่าฉุน เขามาเมืองหลวงสอบเตียนซื่อ จนได้เป็ทั่นฮวา...”
เมื่อได้ฟังบทสนทนาระหว่างผีสาวกับเซินสี่ ดวงตาอู๋ฮวนพลันกระจ่างใจ ความคลุมเครือก่อนหน้านั้นกลายเป็หมอกควันที่จางหาย เขายกยิ้มที่มุมปากก่อนจะสะกิดปลายเท้าใช้วิชาตัวเบาเหินกายไปยืนด้านหลังผีสาว แล้วโบกมือไล่เซินสี่ให้ถอยกลับ
ที่แท้ก็แค่ผีสาวตัวน้อยเท่านั้น!
“หลังจากเขาเป็ทั่นฮวา เขาก็กลับมาหาข้า ขอหย่าข้า แต่ข้าไม่ยอมหย่า ข้ากับเขาทะเลาะกันรุนแรงและเขาก็ทิ้งข้าไป ต่อมาข้าได้ยินชาวบ้านร่ำลือกันว่าสามีของข้า แต่งงานใหม่กับบุตรสาวขุนนางสูงศักดิ์ ข้าจึงไปร้องขอความเป็ธรรมถึงหน้าจวน แต่ถูกเขาสั่งให้โบยจนตาย และนำศพข้ามาทิ้งไว้ที่นี่”จางหลินถงยังไม่รู้ตัวว่าเวลานี้มีผู้มาใหม่แล้ว และคนผู้นี้ไม่เหมือนคนก่อนหน้า
“แม่นาง เื่ราวของเ้าช่างคล้ายคลึงละครเื่หนึ่งที่คณะละครเร่นำมาแสดงนัก หากข้าจำไม่ผิดละครเื่นั้นมีชื่อเื่ ผีสาวร้องทุกข์”อู๋ฮวนเปิดโปงแผนการของนางอย่างไม่ไว้หน้า
“...”จางหลินถงหน้าซีด เสียงสะอื้นขาดหาย
อู๋ฮวนยิ้ม ดวงตาเหลือบไปเห็นเสื้อผ้าที่ถูกซักจนซีดของผีสาว ซึ่งวางบนโขดหินอีกด้านหนึ่ง จึงไม่แปลกที่เซินสี่จะจับพิรุธนางไม่ได้
เดิมทีก่อนหน้านี้เพราะใจึงลืมหนาว แต่พอถูกจับได้จางหลินถงก็รู้สึกหนาวสะท้านอย่างรุนแรง นางรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของคนผู้นั้นเปลี่ยนไป ตรงกันข้ามนางสามารถััรังสีเข่นฆ่าจากน้ำเสียงเขาได้อีกด้วย
แผนของนางถูกเขาเปิดโปงเสียแล้ว จางหลินถงเหลือบมองเสื้อผ้าพลางคิดคำนวณว่าเป็ไปได้หรือไม่ที่นางจะพาตัวเองออกจากที่นี่ พอนางเริ่มขยับตัว ก็มืออุ่นข้างหนึ่งก็ยื่นมาคว้าไหล่นางและออกแรงกระชากหมายหมุนตัวนางกลับไปหาเขา แต่นางไม่ยอมให้เขาทำสำเร็จ นางขัดขืน
ในขณะที่อู๋ฮวนรู้แล้วว่าผีสาวตัวปลอมพยายามจะหนี เขาจึงออกแรงมากขึ้นและกระชากนางกลับมาอย่างฉับไว ต่อร่างผอมบางไม่เพียงหันกลับมา แต่เขายังได้บังทรงตัวจิ๋วที่อยู่บนตัวนางติดมือมาด้วย
“ห้ะ”จางหลินถงยกแขนขึ้นปิดทรวงอกและกรีดร้องอย่างตระหนก“กรี๊ด!”
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้เซินสี่และผู้คุ้มกันทั้งหมดได้สติ นางไม่ใช่ผี! พวกเขาเอามือแตะอาวุธวิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ ผู้คุ้มกันลับที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ห่างๆก็เตรียมปรากฏตัวปกป้องหญิงสาวเช่นกัน
อู๋ฮวนได้ยินเสียงฝีเท้าพลันตระหนักได้ว่า นางเป็สตรีต้องรักษาชื่อเสียงยิ่งชีวิต แต่ยามนี้ร่างกายนางเปิดเผยต่อสายตาเขาแล้ว หากมีผู้ใดมาเห็นอีกเกรงว่านางคงทนรับอับอายไม่ไหว ต้องะโน้ำตายล้างอายเป็แน่ ผู้คุ้มกันพวกนั้นถูกฝึกมาอย่างดี ฝีเท้าว่องไว พริบตาเดียวพวกเขาก็มาใกล้แล้ว ไม่มีเวลาให้นางได้สวมเสื้อผ้า ไม่มีเวลาให้คิดมาก อู๋ฮวนรีบคว้าร่างผอมบางของผีสาวเข้ามาประชิดตัว และดึงเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่มาปิดบังร่างกายของนาง ซ่อนนางไว้ในอ้อมอก การกระทำของเขาว่องไวจนจางหลินถงไม่ทันกระพริบตาด้วยซ้ำ
“นายท่าน นายท่าน!”
“อย่าเข้ามา”
“นายท่าน แต่แม่นางผู้นั้น”
“ถอยไป นางไม่ใช่มือสังหาร ข้ารับมือได้”ปากออกคำสั่ง สองมืออุ่นโอบรัดบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าเย็นเฉียบไว้แน่น
“ขอรับ”ผู้คุ้มกันทั้งหมดจำใจถอยห่าง
ในขณะที่ผู้คุ้มกันที่คอยติดตามจางหลินถง ซึ่งซ่อนตัวในที่ลับถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่บุรุษผู้นั้นยอมผ่อนปรน หาไม่เขาคงต้องปรากฏตัวเพื่อปกป้องนายหญิง แต่หากปรากฏตัวก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถรับมือคนเ่าั้ได้ เพราะเท่าที่เขาััได้คนเ่าั้ล้วนมีวรยุทธ์สูงส่งทั้งสิ้น อีกอย่างเกรงว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้มีฐานะธรรมดา เขาควรเลี่ยงการปรากฏตัวส่งเดชจะดีกว่า ในเมื่อหญิงสาวไม่มีอันตรายแล้วเขาจึงวางใจ
*******************************************************************