“ทำไมหน้าแดงจัง ไม่สบายเหรอ?”
เธอถามในขณะที่อยู่ในอ้อมแขนของผม
“เสียงหัวใจก็เต้นเร็วมากเลยนะ”
เธอมองหน้าผมพร้อมกับอมยิ้ม
“ก็พี่ตัวหนักนี่ครับ”
ผมพูดด้วยใบหน้าที่นิ่งที่สุด
“งั้นเหรอ?คงเหนื่อยสินะ งั้นมานอนด้วยกันไหม?”
เธอพูดขณะที่ผมวางเธอลงบนเตียงนุ่มๆ
“....................”
ผมหยุดชะงักไปเพราะคำพูดของเธอ
“เอ่อ........อาหาร!!พี่อยากกินอะไรเหรอ ผมจะได้ซื้อมาถูก”
สติหนอสติ!!
“อยากกิน........”
เธอดึงเนคไทของผมแล้วก็มองผมแปลกๆ
ท่าแบบนี้มันค่อนข้างอัตราเลยนะเนี่ยทำไมเธอไม่ระวังตัวเอาซะเลยนะ
“งั้นเอาเป็ข้าวต้มแล้วกันนะครับกินง่ายดี”
ผมพูดพลันลงจากเตียง
“ขับรถดีๆ นะ”
ผมได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเธอหลังจากที่หันหลังออกมาจากห้อง
ดูเหมือนเธอจะสนุกกับการแกล้งผมมากเลยแฮะ ใจผมมันยังเต้นรัวอยู่เลยรู้สึกแปลก ๆ แบบที่ไม่เคยรู้สึกที่ไหนมาก่อน
แต่........น่ารักจัง!!
................................................................................................................................
กริ๊งงง!!
ฉันเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มารับอย่างงัวเงีย
พอยุนออกไปจากห้องฉันก็หลับเลยสินะ
“สวัสดีค่ะ”
ฉันทักปลายสาย
“ให้ไปหาไหม?”
เสียงปลายสายถาม
“ไม่เป็ไรค่ะน้องมีคนคอยดูแลอยู่”
ฉันตอบปลายสายเพื่อคลายความกังวนของเขา
“พี่ยังไม่ได้บอกพ่อใช่ไหม?”
ฉันถามเพราะกลัวว่าเขาจะบอกพ่อเื่ที่ฉันาเ็อีกแล้ว
“ยังไม่ได้บอก”
เขาตอบ
“ห้ามบอกคุณลุงอะซุมะด้วยนะคะแล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่อาจจะไม่ได้แวะไปหาเร็ว ๆ นี้เหมือนที่เคยสัญญาไว้”
ฉันบอกปลายสาย
“อันนี้ไม่รับประกันเพราะพ่อต้องได้รับรายงานอยู่แล้ว ช้าสุดก็น่าจะรู้เื่พรุ่งนี้”
เขาบอก
“อ่า......นั่นสินะคะขนาดพี่ยังรู้เร็วขนาดนี้เลย”
ก็แทบจะรู้ทุกการเคลื่อนไหวของฉันเลยนี่นะ
“แน่ใจนะว่าไม่ให้ไปหา”
เขาถามย้ำอีกครั้ง
“ค่ะขอบคุณนะค่ะที่ไม่บอกพ่อ”
ฉันตอบ
“โอเคงั้นมีอะไรก็โทรมา แล้วเจอกันพรุ่งนี้”
เสียงปลายสายพูดก่อนจะตัดสายไป
“คะ?พี่? พี่อากิระ?”
ฉันหยุดคิดกับประโยคสุดท้ายของเขา
เจอกันพรุ่งนี้?
กริ๊งงง!!
แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง!!
“คุณลุงอะซุมะ? นี่มันจะไวเกินไปแล้ว”
ฉันพึมพำก่อนจะกดรับสาย
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
ฉันทักปลายสาย
“ไงลูกสาวเป็อะไรมากรึเปล่า? ทำไมไม่นอนโรงพยาบาลสักอาทิตย์ล่ะ? ทำไมถึงดื้อจะกลับนักนะ”
เสียงปลายสายถามและบ่นด้วยความเป็ห่วง
“ก็มัน......”
ฉันกำลังคิดหาข้อแก้ตัว
“งั้นไปพักที่บ้านไหมเ้าจอห์นนี่จะได้ไม่ต้องเป็ห่วง แล้วลุงก็จะได้หายห่วงด้วย”
เขาเสนอ
“หรือจะมาพักที่บ้านลุงก็ได้เหมือนตอนเด็กๆ ไง ห้องของหนูก็ยังอยู่เหมือนเดินนะลูก”
เขาบอก
“หนูไม่อยากให้พ่อรู้เลยค่ะ”
ฉันพูดอ้อมๆ
“อ่า.....เื่นั้นไม่ได้หรอกนะถึงเ้าอากิระจะยอมไม่บอก แต่ลุงจะบอกเ้าจอห์นนี่เอง”
เขาพูด
“งื้อ....คุณลุง....”
ฉันทำเสียงอ้อนเหมือนเด็กๆ
“ยังไงก็ไม่ได้หรอกนะหัวอกคนเป็พ่อน่ะ..... แค่เห็นลูกสาวสุดที่รักต้องเ็ปก็แทบจะขาดใจแล้ว!! แต่ที่ยิ่งเจ็บยิ่งกว่าก็คือ.....ไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ในเวลาที่ลูกเจ็บ”
เขาพูดอออกมาอย่างใจเย็น
“ขอโทษค่ะ”
คำพูดนั้นมันทำให้ฉันเถียงไม่ออกเลย
“ถ้าเข้าใจแล้วก็เตรียมตัวนะ ลุงกับเ้าจอห์นนี่จะไปรับ”
เขาบอก
“อ่า....เื่นั้น”
ฉันหยุดคิดชั่วครู่ถ้าพ่อ คุณลุงอะซุมะ และถ้าพี่อากิระมาด้วยมันก็เื่ใหญ่เลยน่ะสิ
“เป็พรุ่งนี้แทนได้ไหมคะ?”
ฉันต่อรอง
“ทำไมล่ะ?”
ปลายสายถามถึงเหตุผล
“พอดีวันนี้มีเื่เกิดขึ้นเยอะไปหมดตอนนี้ก็เลยเหนื่อยมาก แล้วก็ขาชาจนไม่อยากขยับไปไหนแล้วค่ะ”
ฉันหาข้องอ้าง
“อ๋อหรือว่าจะเป็เพราะเ้าหนุ่มนั่นนะ?”
เสียงปลายสายพึมพำกับตัวเอง
“เข้าใจแล้ว!!เดี๋ยวลุงจะไปหาพรุ่งนี้แล้วกัน พักผ่อนและดูแลตัวเองดี ๆ”
เขาตอบ
“ขอบคุณค่ะแล้วก็ค่อยบอกพ่อพรุ่งนี้ด้วยได้ไหมคะ?”
ฉันต่อรอง
“เฮ้อ....ดื้อจนถึงที่สุดจริงๆ เลยสินะ โอเคเข้าใจแล้ว”
ปลายสายถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะรับคำ
“ขอบคุณค่ะคุณลุงอะซุมะน่ารักที่สุดเลย”
ฉันขอบคุณเขา
และไม่นานหลังจากนั้นก็มีสายเข้ามาเรื่อย ๆ จากพวกเพื่อน ๆ ของฉันซึ่งมันเหนื่อยมากที่ต้องตอบคำถามซ้ำหลาย ๆ รอบ
“ไหนบอกว่าจะไม่รายงานไง”
ฉันบ่นอุบอิบ
และสายที่ฉันไม่ได้คิดถึงเลยว่าจะโทรเข้ามาก็โชว์ขึ้นที่หน้าจอพร้อมกับเสียงร้องเตือนของโทรศัพท์
“ได้ข่าวว่าได้รับอุบัติเหตุเหรอ?”
เสียงแหบสากดังมาจากปลายสาย
“ข่าวเร็วจังเลยนะคะคุณยายยองจู”
ฉันรู้ได้ทันทีที่ได้ยินเสียง
“วันนี้ฉันไม่ได้โทรมาในฐานะคู่แข่งหรอกนะเป็ยังไงบ้าง? เป็อะไรมากไหม?”
เสียงหยาบกระด้างปลายสายถาม
“ไม่เป็อะไรมากค่ะแค่กระดูกหัก อีก 2เดือนก็ถอดเฝือกได้แล้วล่ะคะ”
ฉันรายงาน
“ไปทำอีท่าไหนถึงได้เป็ถึงขนาดนี้เนี่ย!!ก็บอกให้ระวัง ๆ ไง ถ้าเป็อะไรขึ้นมาจะทำยังไง”
เสียงปลายสายฟังดูเหมือนดุแต่ก็แฝงไปด้วยความเป็ห่วง
“ขอโทษค่ะ”
รู้สึกผิดนิดหน่อยแหะ
“พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันจะไปหานะ”
“อย่าลำบากเลยค่ะ”
“ลำบากอะไรกันแค่นี้แหละ ชอบทำตัวให้เป็ห่วงซะจริง”
..........ตื้ด..........
เสียงบ่นยังดังลอดเข้ามาก่อนสายจะตัดไป
“ขอบคุณที่เป็ห่วงนะคะ”
ฉันพึมพำเบาๆ แม้ว่าสายจะตัดไปแล้ว
และหลังจากนั้นฉันก็ผล็อยหลับไปอีกรอบเพราะความเหนื่อยจากการรับโทรศัพท์แต่ก็รู้สึกดีที่พวกเขาเป็ห่วงฉันกันถึงขนาดนี้
กุก ๆ กัก ๆ
เสียงกุกกักทำให้ฉันตื่น
“หิวรึยังครับ?”
เสียงทุ้มต่ำถามเมื่อเห็นฉันเริ่มรู้สึกตัว
“อือ........หิวแล้ว”
ฉันตอบด้วยความงัวเงีย
“มาผมช่วย”
ยุนพยุงฉันให้นั่ง
“แล้วเป็ไงบ้างเหรอ?หอพักน่ะ”
ฉันถาม
“ก็........ไม่เหลืออะไรเลย”
ถึงหน้าเขาจะไม่แสดงออกแต่แววตาเขาดูเศร้า ๆ
“แล้วหาที่พักใหม่ได้แล้วเหรอ?”
ฉันถามด้วยความเป็ห่วง
“ผมว่าจะไปพักที่สถานสงเคราะห์ที่ผมเคยอยู่น่ะครับ”
เขาตอบ
“มาอยู่ที่นี่สิอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยและก็สามารถดูแลพี่ได้ด้วยห้องว่างก็มีอีก 2 ห้องเลือกห้องตามใจชอบได้เลย อารมณ์เหมือนแชร์ห้องกับเพื่อนนั้นแหละ”
ฉันเสนอ
“คือ........”
ยุนหยุดคิด
“ที่ให้มาดูแลพี่อะมันคืองานนะ ไม่ได้ให้มาดูแลฟรี ๆ และแน่นอนว่ามีค่าตอบแทนให้”
“งาน?แต่ผมเต็มใจนะครับ”
“การดูแลคนป่วยมันไม่ได้ง่ายหรอกนะแล้วคนเราก็ต้องกินต้องใช้ จะให้พี่เอาเปรียบคนอื่นพี่ทำไม่ได้หรอก มีที่อยู่ให้มีค่าข้าวครบ 3 มื้อ จ่ายค่าตอบแทนเป็รายอาทิตย์นี่พี่กำลังเสนองานให้อยู่นะ ตกลงนะ”
ฉันยื่นข้อเสนอถึงแม้จะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ฉันจะต้องกลับไปพักที่บ้านพ่อรึเปล่าก็เถอะ
“ครับ!!? ครับ ........งั้นผมตกลงครับ”
เขาตอบด้วยใบหน้าที่ไม่มีทางเลือก
“กินข้าวกันเถอะครับ”
เขายื่นถ้วยข้าวต้มมาให้ฉัน
“ขอบคุณ”
ฉันรับมากินอย่างเอร็ดอร่อยยุนก็นั่งกินข้าวต้มที่เหมือนกับของฉันข้าง ๆ เตียง
เป็เด็กที่แปลกจริงๆ
“ผมไปทำงานที่คาเฟ่มาเมื่อเช้าและดูเหมือนว่าพี่เ้าของร้านจะขายกิจการให้บริษัท JL ไปแล้ว พี่เป็คนซื้อร้านนั้นเหรอ?”
ยุนถามระหว่างที่กำลังตักข้าวต้ม
“ใช่ทำไมเหรอ?”
ฉันตอบพร้อมกับตักข้าวต้มเข้าปาก
“เปล่าหรอกครับเพราะยังไงผมก็ได้ทำงานที่นั่นต่ออยู่แล้ว ดูเหมือนผมจะเป็พนักงานของพี่ทั้ง 3ที่เลยสินะครับ ทั้งคาเฟ่ ร้านอาหารแล้วก็ดูแลคป่วย”
“นั่นสินะฮ่า ๆ ๆ”
จริงด้วยแหะ
“เพื่อเป็การแลกเปลี่ยนที่พี่ให้ผมอาศัยอยู่ที่นี่ได้ผมจะตั้งใจทำงานเต็มที่ครับ เื่งานบ้าน อาหารการกิน ไว้ใจผมได้เลยครับ”
เขาพูดด้วยความมั่นใจ
“แต่พี่อยากได้ตัวยุนมาเป็การแลกเปลี่ยนมากกว่านะ”
ฉันอดไม่ได้ที่จะแหย่เขาเล่น