นนท์ นนทนาท จิตเป็เลิศ นักเรียนชายมัธยมศึกษาปีที่สี่ ณ โรงเรียนขนาดกลางแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ที่นี่มีเปิดสอนนักเรียนั้แ่มัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง ถึงปีที่หก รวมๆแล้วประมาณห้าร้อยถึงหกร้อยคน
ใน่เช้าที่สุดแสนจะน่าเบื่อของนักเรียนในโรงเรียนก็คือการเข้าแถวหน้าเสาธง ทุกๆเช้าต้องมาทนฟังข่าวสารจากทางโรงเรียนที่นักเรียนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว
วันนี้มีผู้อำนวยการโรงเรียนได้ขึ้นหน้าเสาธงพร้อมกับกล่าวแสดงความยินดีที่ปีนี้โรงเรียนได้ผ่านเข้ารอบในการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนได้หลายรายการ และนนท์ก็เป็หนึ่งในนั้นที่ได้ผ่านเข้ารอบในรายการการแข่งขันด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
นนท์เป็นักเรียนเรียนดี เป็นักเรียนที่เก่งหลายอย่าง และสิ่งที่เขาชื่นชมเป็พิเศษก็คือคอมพิวเตอร์ นนท์มีความฝันที่อยากเป็โปรแกรมเมอร์จึงได้ตั้งใจศึกษาคอมพิวเตอร์เป็อย่างมาก
บ่ายวันนี้ในคาบวิชาคอมพิวเตอร์ครูแอนก็ได้เรียกนนท์และอาร์มไปคุยนัดแนะเื่การฝึกซ้อมใน่เย็นของทุกๆวัน รายการการแข่งขันของนนท์เป็การแข่งขันแบบทีม 2 คน และอาร์มก็อยู่ทีมเดียวกัน
่เย็นหลังเลิกเรียนนนท์กับอาร์มก็ตรงไปที่ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนอยู่ที่ชั้นสองของอาคารกอ เมื่อขึ้นบัดไดฝั่งขวาขึ้นไปก็จะเจอห้องคอมพิวเตอร์ทันที แต่อาคารนี้ห้องใต้บันไดถูกปิดตายเพราะกลายเป็ห้องเก็บของไปแล้วหลายปี ดังนั้นก็เหลือแค่บันไดฝั่งซ้ายที่ใช้งานกัน
เมื่อเดินขึ้นไปบันไดไปได้ครึ่งชั้นถึงจุดกลับบันไดตรงนี้จะเป็หน้าห้องน้ำครู 2 ห้อง ตรงกลางมีกระจกบานใหญ่ติดพนังอยู่ เป็ที่ที่นักเรียนหญิงเวลาเดินมาต้องเช็คอินแทบทุกคน เมื่อขึ้นไปถึงชั้นสองฝั้งขวาจะมีห้องเดียวคือห้องวิชาการ ฝั่งซ้ายก็เป็อาคารทางเดินยาวมีห้องเรียนหกห้องอยู่ชั้นบน เมื่อเดินไปทางซ้ายห้องแรกก็เป็ห้องนาฏศิลป์ถัดไปก็เป็ห้องวิทยาศาสตร์หนึ่ง ห้องวิทยาศาสตร์สอง ห้องเคมี ห้องคณิตศาสตร์ และห้องคอมพิวเตอร์ตามลำดับ
เมื่อเดินไปถึงห้องคอมพิวเตอร์ ทางด้านหน้าก็มีโต๊ะครูที่มีครูแอนนั่งอยู่ ภายในห้องก็มีนักเรียนหญิงอีกสองคนที่ผ่านเข้ารอบรายการอื่นเหมือนกำลังตั้งใจนั่งซ้อมอยู่ ทั้งคู่เข้ามาในห้องแล้วกล่าวทักทายคุณครูจากนั้นก็ไปนั่งโต๊ะประจำของตนเอง
หลังจากครูแอนแนะนำแนวทางในการฝึกซ้อมให้ทั้งคู่แล้วก็เดินกลับไปนั่งโต๊ะครู ถึงจะเรียกว่าการซ้อมแต่คนที่ตั้งใจจริงๆก็มีแต่นนท์เท่านั้น อาร์มก็ตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง เดี๋ยวก็เล่นเกม เดี๋ยวก็ดูหนัง เมื่อเห็นว่าครูขยับลุกจากโต๊ะก็รีบพับจอกลับมาเหมือนตั้งใจฝึกซ้อม นนท์ที่เห็นก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะตัวเองก็เป็คนชักชวนอาร์มมาร่วมรายการด้วยเพราะเป็เพื่อนสนิทกัน แต่อาร์มก็บอกแต่แรกแล้วว่าตนเองไม่ได้มีความสนใจเท่าไร
เมื่อครูแอนเดินออกจากห้องไปอาร์มก็เริ่มไปทักทายมิ้นท์กับแนน แนนเป็รุ่นพี่ชั้นมอห้า ส่วนมิ้นท์เป็นักเรียนชั้นมอสี่ แต่อยู่คนละห้องกับนนท์และอาร์ม ทั้งสี่คนรู้จักและสนิทกันจากการซ้อมและเดินทางไปแข่งขันด้วยกันก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งสี่คนเองก็มีครูแอนเป็ผู้ดูแล
“ พี่แนนมีเพลงใหม่ของวงกามิมาเซ่เปล่า ” อาร์มถาม
“ มี เอาไปสิ ” แนนตอบพร้อมกับยื่นแฟลชไดร์ฟไปให้อาร์ม
อาร์มรีบรับแฟลชไดร์ฟมาแล้วนำไปเสียบเครื่องของตนเอง
่เวลาประมาณ สามทุ่มครูแอนก็เดินมาเรียกให้ทุกคนปิดเครื่องและเก็บข้าวของเตรีบมตัวกลับบ้าน ทุกคนก็รีบปิดเครื่องและรวมตัวกันหน้าห้อง หลังจากนั้นครูแอนก็สะพายกระเป๋าโน๊ตบุ๊คข้างหนึ่งแล้วดึงกุญแจออกมาล็อกห้องไว้
เมื่อเดินมาถึงหน้าบันได อาร์มก็เหมือนจะนึกอะไรออก
“ เฮ้ย ! ผมลืมแฟลชไดร์ฟพี่แนนเสียบไว้อยู่กับเครื่อง ” อาร์มรีบพูด
ครูจึงได้ยื่นกุญแจห้องให้แล้วบอกรีบไปรีบมา
“ นนท์นายไปส่งเราหน่อย ” อาร์มเรียกนนท์
นนท์ก็ปฏิเสธไม่ได้ทั้งสองคนก็ต้องเดินกลับไปห้องคอมพิวเตอร์ ตลอดทางเดินก็มีไฟหน้าห้องทุกห้องสว่างไสว แต่ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบตอนนี้ก็ชวนรู้สึกแปลกๆพิกล
อาร์มรีบใช้กุญแจห้องแล้วเปิดประตู แล้วใช้มือคลำหาสวิตซ์ไฟที่อยู่ข้างประตูก่อนที่จะเปิดไฟแล้วรีบไปดึงแฟลชไดร์ฟออกมา เมื่อปิดไฟล็อกประตูเรียบร้อยแล้ว อาร์มที่กำลังหันไปหานนท์ที่รออยู่ อยู่ๆก็มีเสียงคล้ายเสียงปากกาตกพื้นดัง “ ติก ติก ติก ” อาร์มไม่รอช้ารีบสับเท้าวิ่งทันที นนท์ที่เห็นก็ไม่รอช้าวิ่งตามไปอย่างทันควัน ทั้งคู่วิ่งไปหัวเรอะไปเสียงฝีเท้าบนอาคารก็ดังตึงตังไปทั่วอาคาร
ปกติหลังเลิกซ้อมครูแอนจะไปส่งนนท์กับอาร์มที่โรงรถของโรงเรียนเพราะอาร์มเอารถจักรยานยนต์มาโรงเรียน ส่วนบ้านนนท์ก็อยู่หน้าโรงเรียนจึงติดรถอาร์มไปด้วยทุกครั้ง ส่วนนักเรียนหญิงสองคนครูแอนจะขับรถยนต์ไปส่งที่บ้านทุกครั้ง