สเลเตอร์สร้างความเชื่อให้กับตัวเองว่าเป็เพราะดอว์นเพิ่งอายุสิบแปดวัยสาวรุ่นย่อมจะหลงใหลกับของกำนัลและความสนใจที่ซิมป์สัน ลอร์ดทุ่มเทให้เธออย่างไม่หยุดยั้ง สเลเตอร์ยอมรับว่าเขาแค้นใจเป็ที่สุดเมื่อเธอเลือกแต่งงานกับเงินมากกว่าความรักคำพูดของเธอในตอนเช้าวันนั้นยังก้องอยู่ในหู
“ฉันตัดสินใจมานานแล้วว่าถ้ามีโอกาสแต่งงานเมื่อไหร่ฉันจะเลือกแต่งกับคนรวยแต่ถ้าจะต้องแต่งงานใหม่เป็ครั้งที่สอง ฉันจะเลือกแต่งกับความรัก”
ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เขาบอกตัวเองให้ตัดใจจากเอเสีย แต่เขาก็ไม่อาจตัดความรักความ้าในตัวเธอได้เลย
ดอว์น..ผู้มีเรือนผมสีแดงแกมทองราวสีแสงแห่งดวงตะวัน ดวงตาคู่สีเขียวแกมฟ้านั้นไม่ได้ต่างไปจากสีแห่งท้องทะเลดังนั้นเธอจึงเป็ทั้งดวงตะวันและท้องทะเลสำหรับเขาเป็ทั้งสิ่งที่สูงสุดและล้ำลึกเกินจะหยั่งได้
บัดนี้เธอได้กลับมาแล้วในฐานะเศรษฐินีม่ายสันกรามของเขานูนเด่นขึ้น อยากรู้นักว่าเธอจะกลับมาเรียกร้องความรักที่เธอเคยเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดีอีกหรือไม่เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็บังเกิดความชิงชังในตัวเธอขึ้นมาอย่างรุนแรง
เธอคงคิดละสิว่าเขายัง้าเธออยู่ทั้งที่เวลาผ่านมานานแสนนานแล้วดอว์นคิดหรือว่าถ่านไฟเก่าที่มอดดับไปนานแล้วจะคุโพลงขึ้นเป็เปลวไฟที่ร้อนแรงและลวกลามเผาไหม้ทั้งเขาและเธออีกครั้งความแค้นใจแผ่ซ่านไปทั่วเรือนกาย
“เขาจะมาอยู่นานสักเท่าไหร่ล่ะ?”
สเลเตอร์ถามห้วนๆ
“ก็ไม่ได้ยินพ็อพพูดถึงเื่นั้นเหมือนกันนะแต่เขาคงไม่คิดว่าลูกสาวจะอยู่นานสักเท่าไหร่นักละมัง คงจะอยู่แค่สองสามวันเท่านั้นละ”
จีเตอร์ยักไหล่อย่างไม่รู้สึกยินดียินร้าย
“ในเมื่อดอว์นมีเงินออกอย่างนั้นมันก็ย่อมมีสถานที่ต่างๆให้เขาได้ไปเที่ยวชม ดีหว่าจะมาหมกตัวอยู่ในคีย์เวสท์ตอนฤดูร้อนนี่เป็ไหนๆ”
“นั่นสินะ..”
สเลเตอร์คล้อยตามห้วนๆสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมตัวเองไม่รู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินคำตอบนั้น
“ดูนั่น..”
จีเตอร์ร้องบอกพร้อมกับชี้มือไปข้างหน้า
“เห็นมันหรือยังล่ะ?”
สเลเตอร์ก็มองดูอยู่เหมือนกัน..เพียงแต่ไม่เห็น..
“ยัง..”
เขายืดคอชะเง้อมองดูพื้นน้ำที่หมุนวนเป็วงกว้างทันเห็นกระโดงของปลาทาพันที่ลอยขึ้นมาพ้นพื้นน้ำก่อนจะกลิ้งตัวหายไปจากสายตา
“รู้สึกว่ายังมีอีกตัวหนึ่งนะ”
“สงสัยจะฝูงใหญ่ทีเดียวนะนี่”
จีเตอร์ขยับเรือเข้าไปใกล้
“เห็นไหม..ผมบอกคุณแล้วว่ามันต้องอยู่ตรงนี้..”
“ใช่..จริงๆ เสียด้วย..”
เขาก้มลงมองพื้นน้ำสังเกตเห็นแนวหินโสโครกจึงตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกปลาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าสายเบ็ดไม่ได้ตึงจนเกินไป เขารออยู่ขณะที่จีเตอร์วาดพายพาเรือเข้าไปใกล้ พยายามตั้งสมาธิอยู่กับงานตรงหน้า แม้คันเบ็ดจะอยู่ในมือแต่ความตื่นเต้นที่จะได้ใช้ความสามารถพิเศษที่มีอยู่เพื่อจับปลาใหญ่ขนาดนี้ได้เลือนหายไปแล้วความสนุกกับกีฬาโปรดหมดสิ้นไปเมื่อมีการพูดถึงดอว์น..!
เมื่อเรือเข้าไปใกล้มากพอที่จะเหวี่ยงเบ็ดลงได้สเลเตอร์ก็เหวี่ยงมันลงด้วยสัญชาตญาณมากกว่าจะตั้งใจแต่กระนั้นเบ็ดก็ยังไปลงในตำแหน่งที่ถูกต้อง เรือยนต์ลำที่เขาโดยสารมาอยู่ห่างจากฝูงปลาไม่มากนัก
ปลาตัวหนึ่งงับเบ็ดเข้าเต็มที่มันบิดตัวเป็เกลียวตอนที่โผนขึ้นจากพื้นน้ำ กระโดงสีเงินตัดกับสีครามของท้องฟ้ามันเป็ปลาที่มีลำตัวขนาดใหญ่มากแต่สเลเตอร์กลับไม่รู้สึกชื่นชมยินดีกับความสามารถของตัวเองในครั้งนี้เลย ทันใดสายเบ็ดก็หย่อนลง เบ็ดหลุดออก
“มันหลุดไปได้แล้ว”
เสียงจีเตอร์ร้องอย่างเสียดาย
“ถ้าตัวใหญ่มากๆมันก็มักจะหลุดไปได้ยังงี้เสมอละ”
สเลเตอร์พูดอย่างไม่ยินดียินร้ายซึ่งในสายตาจีเตอร์ดูเขาจะผิดปกติไปมาก
เขาไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบการสูญเสียปลาทาพันตัวที่ติดเบ็ดกับดอว์นเลยแต่ถึงอย่างไรทั้งสองกรณีก็ดูจะคล้ายคลึงกันอยู่คือเริ่มต้นด้วยดีแล้วก็สลัดทิ้งในตอนจบทั้งที่เขาแน่ใจว่าสามารถดึงมันเข้ามาอยู่ใกล้ตัวได้แล้วซึ่งในที่สุดเขาก็ถูกทิ้งไว้กับความเจ็บช้ำและอาวรณ์
บลูยีนสีน้ำเงินอ่อนจางตัวนั้นเนื้อผ้าอ่อนนุ่มลงเนื่องจากผ่านการนุ่งมาหลายครั้งจนเหลือจะจำแต่สภาพที่ค่อนข้างหลวมบอกให้รู้ว่าเธอผอมลงกว่าเดิมทั้งที่เป็คนรูปร่างแบบบางอยู่แล้วรองเท้าบู๊ทสีเนื้อที่สวมใส่อยู่เป็รองเท้าหนังแท้ตัดเย็บด้วยมือ ส่วนเสื้อสีเหลืองบุษราคัมเข้มที่สวมใส่ก็ตัดเย็บด้วยผ้าไหมเนื้อดี
ดอว์น ลอร์ด เคเนดี้ยืนอยู่เื้ัประตูมุ้งลวดมองดูพ่อที่กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานอยู่กับลูกชายของเธอซึ่งเป็หลานชายคนเดียวของพ่อดูเหมือนพ่อกำลังใช้ความพยายามอย่างมากที่จะทำเวลาให้ทันกับ่เวลาถึงสิบปีที่สูญหายไปแรนดี้โตขึ้นมาโดยไม่เคยเห็นหน้าค่าตาทั้งคุณตาและคุณยายเลย
ความคิดดังกล่าวสร้างความเ็ปให้เกิดขึ้นมันเป็ความเ็ปที่เกิดจากความรู้สึกละอายใจที่เธอไม่มีโอกาสได้เดินทางกลับมาคีย์ได้และเพราะความรักในศักดิ์ศรีนั่นเอง ที่ทำให้ทั้งพ่อและแม่ไม่ยอมรับเงินค่าเครื่องบินที่เธอส่งมาให้ เพื่อให้เดินทางไปเยี่ยมเธอในเท๊กซัส
ขณะสายตาจับอยู่ที่ลูกชายมันก็มีแววแห่งความยุ่งยากใจปรากฏขึ้นในดวงตาคู่สีฟ้าเข้มของเธอ ในวัยสิบขวบแรนดี้ทั้งตัวสูง เรือนผมสีเข้มยุ่งเหยิงไม่เคยหวีให้เรียบได้เลย และในแววตาของหนุ่มน้อยบ่อยครั้งที่มันแสดงออกถึงความสับสนไม่แน่ใจมากกว่าจะมีความสุข
แต่ขณะนี้มันกำลังเต็มไปด้วยประกายความตื่นเต้นเมื่อแรนดี้สามารถบังคับให้ตาทำอะไรบางอย่างได้
“แม่ครับ”
เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองมาทางประตูมุ้งลวดและเห็นเธอที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“ตากับผมจะไปเดินเล่นกันนะครับ”
“โอเค..”
เธอตอบรับการบอกกล่าวหัวแม่มือยังเกี่ยวอยู่กับห่วงเข็มขัดที่คาดทับกางเกงยีนไม่ได้โบกมือล่ำลาขณะที่ตาหลานเดินออกไปด้วยกัน
“ตา..”
เสียงแม่พูดขึ้นทางด้านหลังย้ำสรรพนามนั้นด้วยน้ำเสียงที่บอกความปีติยินดี
“แม่ว่าพ่อคงคลำกระดุมเสื้อวุ่นวายเลยละถ้าแรนดี้เรียกเขาอย่างนั้นต่อหน้าพวกเพื่อนๆเขาเที่ยวเอารูปหลานชายอวดใครต่อใครั้แ่แรนดี้เกิดแล้วตอนนี้ได้ของจริงมาเลยดีใจใหญ่”
“นั่นสิคะ”
ดอว์นตอบรับเสียงเบาเหลือบตามองแม่ที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างตัว
“ไม่รู้ว่าใครอยากจะพาใครไปเดินเล่นกันแน่”
แม่พูดต่อด้วยน้ำเสียงปนหัวเราะ
“หนูเข้าใจค่ะว่าที่แม่พูดหมายความว่ายังไง”
ดอว์นถอยห่างออกมาจากประตูเธอรู้ว่าใครเป็ต้นคิดเื่นี้เพราะรู้ดีว่าแรนดี้ตื่นเต้นมากที่จะได้เที่ยวชมและสำรวจเมืองให้ทั่วซึ่งความอยากรู้นั้นเองที่สร้างความกังวลใจให้กับเธออยู่
“ยังมีพายมะนาวเหลืออีกชิ้นหนึ่งแน่ะแน่ใจนะว่ายังไม่อยากกิน”
แม้ถามเรรื่องนี้เป็ครั้งที่สองแล้ว
“คอยดูเถอะ..ตอนกลับมาทั้งตาทั้งหลานต้องแย่งกันกินแน่”
“ไม่ละค่ะ ท้องแน่นจนไม่มีที่ว่างจะใส่อะไรลงไปได้อีกแล้ว”
เธอยกมือขึ้นลูบท้อที่อ่มตื้อด้วยอาหารฝีมือมารดา
“กินมากๆอ้วนตายเลย”
ริต้า เคเนดี้กวาดสายตามองรูปร่างลูกสาวอย่างพิจารณา
“แม่ว่าหนูยังอ้วนได้อีกเยอะเชียวละ”
แต่ดอว์นไม่ได้ตอบคำพูดประโยคนั้นของมารดา
“หนูขอกาแฟดีกว่าค่ะยังเหลือใช่ไหมคะ?”
ดอว์นขยับจะเดินเข้าไปในครัวแต่มารดายับยั้งไว้
“นั่งเถอะ เดี๋ยวแม่ไปเอาให้เอง”
ดอว์นขยับปากจะทักท้วงแต่รู้ว่ามันไม่มีความหมายสำหรับแม่เพราะแม่พร้อมที่จะเอาใจมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วและเธอก็ไม่อยากทำให้แม่เสียใจเพราะรู้ว่านั่นคือความสุข แม้ว่าแม่จะต้อนรับการกลับมาของเธอด้วยอาหารรสเลิศแต่กระนั้นนางก็ยังคิดว่า ดอว์นควรจะได้รรับในสิ่งที่ดีกว่านี้ การ “ดีกว่า”ที่ว่านั้น มันเป็มาตรฐานที่ใครตั้งขึ้นเล่า..?
ดอว์นทรุดตัวลงนั่ง วางมือลงบนโต๊ะมือที่ประสานกันบีบกระชับ มันเป็ปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงความหวั่นไหวในใจ
ริต้า เคเนดี้เฝ้าจับสังเกตความเปลี่ยนแปลงในทุกอิริยาบถของลูกสาว..นับแต่พิธีฝังศพลูกเขยเสร็จสิ้นลงพฤติกรรมของดอว์นเปลี่ยนไปมาก ผ่ายผอมลงกว่าเดิมแม้ว่าแววแห่งความยุ่งยากในดวงตาอาจแปลความหมายได้ว่า เธอยังโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของสามีแต่ริต้าไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็เช่นนั้นจริง
นางรินกาแฟใส่ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบทั้งกับของดอว์นและตัวเองเมื่อวางถ้วยหนึ่งลงตรงหน้าลูกสาวนั้น ริต้าก็อดแปลกใจไม่ได้ที่นางได้ให้กำเนิดหญิงสาว ผู้มีความสวยล้ำเลิศอย่างยากที่จะใครเปรียบได้คนนี้
นางดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งออกและทรุดตัวลงนั่งรู้สึกยินดีอย่างยิ่งถ้านางจะสามารถช่วยเหลืออะไรลูกสาวไม่ว่าจะเื่อะไรก็ตามได้ดอว์นเป็ลูกสาวที่มีทุกสิ่งพรั่งพร้อม ไม่ว่าจะเป็ความสวยความมั่งคั่งและสถานะทางสังคม
“แม่รู้นะว่าหนูมีเื่กลุ้มใจ”
ริต้าเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน
“อยากเล่าให้แม่ฟังบ้างไหม?”
ดอว์นเหลือบตามองหน้ามารดาอย่างแปลกใจและขอบคุณระคนกันรอยยิ้มอ่อนๆฉาบขึ้นบนเรียวปาก
“แม่คะหนูเพิ่งกลับมาถึงบ้านแค่สองชั่วโมงเท่านั้น หนูว่าเราอย่าเพิ่งเอาเื่อื่นมาคุยกันเลยไว้พรุ่งนี้ก็ยังได้ ตอนนี้เราคุยเื่ที่มันสบายใจก่อนจะดีกว่า”
เธอรู้ว่ามันออกจะไม่ยุติธรรมเท่าไรที่พอกลับมาถึงบ้านก็เอาเื่เดือดร้อนมาเล่าให้พ่อแม่ได้ร่วมรับรู้
“หนูเอาเครื่องเพชรไปเก็บไว้ที่ไหนเสียล่ะ?”
ริต้าซึ่งจับตามองนิ้วที่ว่างเปล่าของลูกสาวเอ่ยถามขึ้น
“ทำไมไม่สวมแหวนแต่งงานดูเหมือนแม่จะเคยเห็นแหวนเพชรเดี่ยวเม็ดเขื่องอยู่วงหนึ่งไม่ใช่หรือ?”
ดอว์นกำหูถ้วยกระเบื้องเคลือบแน่นราวจะซ่อนมือไว้จากสายตาของแม่ รู้สึกอยู่เหมือนกันว่าเมื่อไม่มีแหวนสวมอยู่นิ้วนางข้างซ้ายก็ดูเบาอย่างประหลาด แต่แล้วเธอก็ถอนใจออกมา
“หนูขายไปแล้วละค่ะ”