ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่หัวและความปวดระบมลึก ๆ ที่กระจายไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะ่สะโพกและกลางกายสาวที่เต้นตุบ ๆ เตือนความทรงจำถึงพายุรักอันเร่าร้อนเมื่อคืนนี้ แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนกว้างขวางของเพนต์เฮาส์หรูที่ฉันไม่คุ้นเคย
ฉันยันตัวลุกขึ้นช้า ๆ พลางสำรวจร่างกายตัวเองที่บัดนี้สวมเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อดีสีเข้ม กลิ่นอายของเคียวยะยังคงอบอวลอยู่รอบตัว สติสัมปชัญญะของฉันกลับคืนมาครบถ้วนแล้ว ฤทธิ์ยาบ้า ๆ นั่นสลายไปหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงความละอายใจและความสับสนที่โถมเข้าใส่
ฉันต้องหนีออกไปจากที่นี่...
นั่นคือสิ่งแรกที่สมองของฉันสั่งการ ฉันก้าวลงจากเตียงด้วยสองขาที่ยังคงสั่นระริก เดินอย่างระมัดระวังออกจากห้องพักอันหรูหราเพื่อหาทางออกหรือหาแก้วน้ำมาดับความแห้งผากในคอ ทว่าในจังหวะที่เดินผ่านโถงทางเดินกว้างยาว ผ่านหน้าห้องนอนใหญ่ที่อยู่มุมสุด เสียงกระเส่าและเสียงหอบหายใจหนักหน่วงชวนใจสั่นก็ลอยมากระทบหู
"อื้อ... คุณเคียวยะ... อะ... แรงอีกครับ"
เสียงพึมพำแหบพร่าของ 'ชิน' ที่ปกติจะเงียบขรึมและเ็าทำเอาฉันชะงักฝีเท้า หัวใจของฉันเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก ประตูห้องนอนใหญ่แง้มเปิดไว้เพียงเล็กน้อยราวกับคนข้างในไม่ได้จงใจจะปิดมันให้สนิท ด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ไม่อาจห้ามได้ ฉันค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้และมองลอดผ่านช่องประตูที่แง้มอยู่
ภาพตรงหน้าทำให้อากาศในปอดของฉันแทบจะถูกสูบออกไปจนหมด
บนเตียงกว้างสีเทาเข้ม ร่างแกร่งกำยำของชินในสภาพเปลือยเปล่ากำลังนอนคว่ำราบไปกับฟูกนอน สะโพกสอบของเขาถูกยกขึ้นสูงโดยฝ่ามือหนาอันทรงพลังของเคียวยะที่คร่อมทับอยู่จากด้านหลัง รอยสักลายัสีเข้มบนแผ่นหลังกว้างของเคียวยะขยับไหวตามแรงขยับสะโพกกระแทกกระทั้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนก้องห้องนอนสลัว ผสมผสานกับเสียงหอบหายใจกระเส่าของชายหนุ่มทั้งสองคน
มันเป็ภาพการแนบชิดที่งดงามทว่าป่าเถื่อนและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ดิบ เคียวยะก้มลงซุกไซ้แผ่นหลังของชินขณะที่สะโพกสอบยังคงกระตุกกระแทกเข้าหาความคับแน่นอย่างหนักหน่วง ชินเชิดหน้าขึ้นครางกระเส่าพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นไห้ด้วยความเสียวซ่านและสุขสม
ฉันควรจะหันหลังและเดินหนีออกไปทันที... แต่ร่างกายของฉันกลับไม่รักดี
ฤทธิ์ยาที่อาจจะยังหลงเหลือเจือจางอยู่ในกระแสเื หรือบางทีอาจเป็เพราะภาพกระตุ้นราคะที่ดิบเถื่อนตรงหน้า ผิวกายของฉันเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ลมหายใจเริ่มติดขัด ความสั่นสะท้านแล่นริ้วลงสู่กึ่งกลางกายสาวจนเปียกชื้น ฉันยืนพิงขอบประตูไม้เนื้อดี มือสั่นระริกค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปภายใต้เสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้ม ปลายนิ้วเรียวบางัักับจุดอ่อนไหวของตัวเองที่กำลังเต้นตุบ ๆ ด้วยความโหยหา
ทว่าในวินาทีที่ฉันกำลังจมดิ่งสู่โลกแห่งราคะแอบซ่อน ชินที่นอนคว่ำหน้ารองรับแรงกระแทกจากด้านหลังกลับปรือตาขึ้นด้วยความเสียวซ่าน แววตาสั่นระริกคู่นั้นเบนหันมาทางช่องประตูและสบประสานสายตาเข้ากับฉันพอดี!
ฉันสะดุ้งสุดตัวคิดจะชักมือกลับด้วยความใ ทว่าแววตาของชินไม่ได้แฝงความโกรธเคืองเลยสักนิด มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง ปนเปความซ่านเสียวและความ้าอันรุนแรงที่ปิดไม่มิด ชินไม่ยอมละสายตาไปจากฉัน เขาไม่ได้บอกเคียวยะถึงการมีอยู่ของฉัน ชินทำเพียงแค่ขบเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง ั์ตาสีเข้มฉ่ำปรือคู่นั้นยังคงจับจ้องมองที่ใบหน้าแดงซ่านของฉันและมือบางที่ยังคงซุกซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมอาบน้ำ
การจับจ้องอย่างไร้คำพูดของชินทำให้อารมณ์ของฉันเตลิดเปิดเปิงจนเกินรับไหว ความร้อนรุ่มปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด ปลายนิ้วของฉันขยับรัวนวดคลึงจุดเสียวซ่านตามจังหวะกระแทกกระทั้นของเคียวยะที่ถาโถมใส่ชิน ร่างกายบอบบางของฉันสั่นสะท้านอย่างรุนแรงก่อนที่ความรู้สึกเสียวสูงสุดจะะเิออกจนตัวเกร็งเสร็จสมอารมณ์หมายไปต่อหน้าสายตาจับจ้องอันร้อนแรงของชิน
ฉันหอบหายใจรัวเร็ว รีบชักมือออกและหมุนตัววิ่งหนีกลับเข้าห้องพักของตัวเองอย่างรวดเร็วด้วยความอับอายและสับสนจนแทบแทรกแผ่นดินหนี หัวใจเต้นระรัวในอกราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก
---
ภายในห้องนอนชั่วคราวที่พวกเขาจัดเตรียมไว้ให้ฉัน
ฉันเดินกระสับกระส่ายไปมาอยู่ข้างเตียง หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่เป็จังหวะ ทุกครั้งที่หลับตาลง ภาพของชินที่สบตากับฉันท่ามกลางบทรักอันเร่าร้อนนั้นยังคงชัดเจนจนแก้มร้อนผ่าว ฉันเพิ่งรู้ซึ้งว่าชิน บอดี้การ์ดหนุ่มที่ภายนอกดูเงียบขรึมและมีรังสีอันตรายหล่อเหลาไม่แพ้เคียวยะ แท้จริงแล้วมีความเร่าร้อนและแววตาสั่นไหวที่เย้ายวนขนาดไหน
ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสั้น ๆ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของชินก้าวเข้ามาในห้อง ตอนนี้เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิทเรียบร้อย ผมเผ้าที่เคยยุ่งเหยิงถูกจัดทรงอย่างประณีต ใบหน้าหล่อคมคายกลับมาเคร่งขรึมและเ็าตามเดิม ทว่าเมื่อั์ตาสีเข้มคู่นั้นเหลือบมามองหน้าฉัน บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา
ชินเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง ในมือของเขาถือแก้วน้ำและกล่องยาขนาดเล็กกล่องหนึ่ง
"คุณเคียวยะสั่งให้เตรียมไว้ให้ครับ... ยาคุมฉุกเฉิน ทานด้วยนะครับ" น้ำเสียงของชินทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามีร่องรอยของความแหบพร่าเจือปนอยู่เล็กน้อย
เขายื่นแก้วน้ำและกล่องยามาตรงหน้าฉัน นิ้วมือแกร่งของชินบังเอิญััโดนปลายนิ้วสั่นเทาของฉัน ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาทันทีจนฉันรีบดึงมือกลับและก้มหน้าหลบสายตา ชินยืนนิ่งมองฉันหยิบเม็ดยาเข้าปากและดื่มน้ำตามจนหมด แววตาสีเข้มของเขาจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากและลำคอระหงของฉันอย่างเงียบเชียบและลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าหน้าที่
"ขอบคุณค่ะ... มิกะทานเรียบร้อยแล้ว" ฉันเอ่ยเสียงแ่
"ดีครับ ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว คุณเคียวยะ้าคุยเื่สัญญาที่ห้องอาหาร" ชินเอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ฉันได้แต่ถอนหายใจยาวพยายามควบคุมหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
---
ภายในห้องอาหารกว้างขวางเพนต์เฮาส์ที่ตกแต่งด้วยโทนสีดำและทองอย่างหรูหรา
ฉันนั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้ไม้บุหนังแท้ เผชิญหน้ากับเคียวยะที่บัดนี้อยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับเยินดูเป็นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่ยากจะคาดเดาความคิด ส่วนชินยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังของเขาในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉยเฉียบคมดุจรูปสลัก ราวกับเหตุการณ์แอบสบตาและส่งยาคุมฉุกเฉินเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
มีเพียงฉันคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูกและแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาทั้งสองคน
"อาหารไม่ถูกปากเหรอมิกะ?" เคียวยะเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำพลางจิบกาแฟดำ แววตาคู่คมปลาบจับจ้องมองหน้าฉันอย่างมีเลศนัย
"เปล่าค่ะ... มิกะแค่ยังไม่ค่อยหิว" ฉันตอบเสียงแ่ พยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุด
"งั้นเหรอ... ฉันก็นึกว่าเธอจะหมดแรงจาก 'กิจกรรม' เมื่อคืนจนหิวโซเสียอีก" เคียวยะจงใจเน้นคำว่ากิจกรรมด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าพลางเลิกคิ้วมองฉัน รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้นึกถึงบทรักอันป่าเถื่อนและเอาแต่ใจเมื่อคืนที่เขาตอกย้ำความเป็เ้าของเหนือตัวฉัน
ฉันหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะไหม้ ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาและกำมือแน่นใต้โต๊ะอาหาร ขณะที่ชินที่ยืนอยู่ข้างหลังมีแววตาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเ้านาย ั์ตาของชินแอบช้อนขึ้นมาประสานสายตากับฉันชั่วขณะหนึ่ง เป็สายตาที่มีความหมายลึกซึ้งทว่าเงียบงัน... มีเพียงฉันและชินเท่านั้นที่รู้ว่ายามเช้าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น
"คุณเคียวยะคะ..." ฉันรีบเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่เขาจะพูดอะไรที่น่าอายไปมากกว่านี้ "มิกะอยากคุยเื่ปมหนี้สินของพี่เรนกับ Pluvia ให้เป็ทางการค่ะ มิกะ้าทราบข้อตกลงและขอบเขตหน้าที่ที่มิกะต้องชำระหนี้ให้คุณ"
ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้แข็งแกร่งและตั้งกำแพงระยะห่างทันที ย้ำเตือนตัวเองว่าฉันมีสถานะเป็เพียงลูกหนี้ขัดดอก และพวกเขาสองคนคือคนรักกันที่ฉันไม่มีวันเข้าไปก้าวล่วงได้
เคียวยะวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ เสียงแก้วกระทบกระเบื้องดังคลิกเบา ๆ บรรยากาศอบอุ่นแกมหยอกเย้าพลันเปลี่ยนเป็ความกดดันและจริงจังในพริบตา แววตาของมาเฟียหนุ่มวัย 31 ปีจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉันอย่างพิจารณา
"ได้สิ... ในเมื่อคุณมิกะอยากคุยเื่ธุรกิจ เราก็มาตกลงสัญญากันอย่างเป็ทางการ" เคียวยะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางเคาะนิ้วเรียวยาวลงบนโต๊ะ "Pluvia ของเธอมีระบบป้องกันภัยทางไซเบอร์ที่ฉัน้า และพี่ชายตัวแสบของเธอก็ติดหนี้ฉันอยู่ห้าสิบล้าน..."
"ห้าสิบล้าน?!" ฉันเบิกตากว้างด้วยความใ พี่เรนกู้เงินก้อนโตขนาดนั้นไปทำไมกัน?
"ใช่ ห้าสิบล้านบาทถ้วน และสัญญาประกันหนี้ชั่วคราวระหว่างที่ฉันตามล่าตัวพี่ชายเธอก็คือ... ตัวเธอต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของฉันที่นี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และเธอต้องรับผิดชอบการโอนสิทธิ์ระบบคีย์ข้อมูลของ Pluvia ให้แก่ฉันเป็การชั่วคราว" เคียวยะเอ่ยข้อเสนอที่บีบคั้น
"แต่การให้มิกะมาอยู่ที่นี่ตลอดเวลามันไม่สมเหตุสมผลเลยนะคะ! มิกะต้องไปทำงานที่บริษัท..." ฉันพยายามโต้แย้ง
"ไม่มีคำว่าไม่สมเหตุสมผลสำหรับฉันมิกะ ศัตรูแก๊งไซโตะที่พี่ชายเธอไปก่อหนี้ไว้กำลังตามล่าหัวเธออยู่ และตอนนี้ชินจะเป็บอดี้การ์ดดูแลเธอทุกฝีก้าว ไม่ว่าจะไปที่บริษัทหรือกลับมาที่นี่..." เคียวยะพูดเสียงเฉียบขาดพลางส่งสายตาไปทางบอดี้การ์ดหนุ่ม "ชิน... นายจะดูแลยัยหนูคนนี้เป็อย่างดีใช่ไหม?"
"ครับ... คุณเคียวยะ" ชินน้อมรับคำสั่งเสียงเรียบ ั์ตาสีเข้มของชินเหลือบมองมาที่ฉันชั่วครู่ แฝงไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่ฉันอ่านไม่ออก
ความใกล้ชิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ระหว่างฉันกับบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่ง และเงาอิทธิพลอันเผด็จการของเคียวยะ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนับจากนี้... โดยที่ฉันยังไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจและร่างกายของตัวเองกำลังจะตกลงไปในกับดักรักที่บีบคั้นและเร่าร้อนที่สุดในชีวิต