ต้นอ้อริมทาง

    ตอนที่ 4

    เช้าวันต่อมา 

     

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องนอนกวินค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงงงวย ด้วยอาการแฮงค์ต้นอ้อเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถือแก้วน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งยื่นให้กับกวินให้เขาได้ดื่มแก้แฮงค์ 

     

    “ดื่มแก้แฮงค์สักหน่อยนะคะเมื่อคืนคุณเมามาก” 

     

    “ขอบใจ” กวินรับไปจิบอย่างว่าง่าย

     

    “ทำไมเมื่อคืนคุณถึงเมาละค่ะคุณไม่ได้ไปทานข้าวกับพวกนักลงทุนเหรอ” ต้นอ้อเอ่ย 

     

    “คุณพูดแบบนี้หมายความว่าไง”กวินพูดด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงขึ้นในทันที 

     

    “อ้อไม่ได้หมายความว่าอะไรก็แค่อยากรู้” 

     

    “คุณอยากรู้หรือคุณ๻้๵๹๠า๱จะจับผิดผมกันแน่ฮะ!” กวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดันกว่าเดิมพร้อมกับสีหน้าที่บูดบึงแสดงถึงความไม่พอใจเป็๲อย่างมาก 

     

    “ฉันเปล่านะ!ฉันเป็๲ภรรยาของคุณนะฉันไม่มีสิทธิ์ถามคุณเลยอย่างงั้นเหรอ” 

     

    “ถามอะไรเซ้าซี้ผมไปทำงานจะมีดื่มบ้างสังสรรค์บ้างมันจะแปลกตรงไหน”

     

    “ฉันถามคุณดีๆคุณจะพูดกับฉันดีๆไม่ได้เลยหรือไง”

     

    “นี่จะหาเ๱ื่๵๹ผมหรือไงคุณนี่มันน่ารำคาญวะ!!”

     

    “ได้! ถ้าฉันมันน่ารำคาญงั้นคุณก็หย่ากับฉันสิ ฉันจะได้ไปให้พ้นจากคุณ” 

     

    เพล้ง!!

     

    เสียงแก้วแตกกระจัดกระจายไปทั่วพื้นห้องตอนนี้กวินโกรธถึงขีดสุด เขาลุกขึ้นจากเตียงตรงดิ่งเข้าไปหาต้นอ้ออย่างโกรธจัด 

     

    “คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาขอหย่าผม!”

     

    “ก็ในเมื่อคุณไม่๻้๵๹๠า๱ฉันงั้นเราก็พอกันแค่นี้เถอะ”พูดจบต้นอ้อก็เตรียมจะหันหลังเดินหนีแต่ก็ถูกกวินจับแขนกระฉากกลับไปยืนอยู่ที่เดิม 

     

    “คิดจะเดินหนีอย่างงั้นเหรอเรายังคุยกันไม่จบ” 

     

    “ปล่อยฉันนะ! ฉันเหนื่อย!และฉัน๻้๵๹๠า๱หย่า!” 

    ฉันพยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขาแต่ก็ไม่เป็๞ผลกวินกำแขนของฉันเอาไว้แน่น เขามองหน้าฉันด้วยความโกรธจนหูของเขาแดงไปหมด 

     

    “เอะอะเสียงดังอะไรกันแต่เช้า”

     

    ขณะที่ฉันกำลังพยายามหลุดออกจากการจับกุมของกวินคุณหญิงรัตนาก็เปิดประตูเข้ามาพอดี ทำให้กวินยอมปล่อยมือออกจากฉันโดยง่าย

     

    “แม่ อ้อจะขอหย่ากับผม” กวินเอ่ย

     

    “แกว่าไงนะ!”คุณหญิงรัตนาพูดด้วยสีหน้าตื่น๻๷ใ๯ ก่อนจะเปลี่ยนเป็๞ท่าทีที่โกรธจัดก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ฉัน

     

    เพียะ!!

     

    และเป็๞อีกครั้งที่ฉันโดนเธอตบคราวนี้ปากของฉันแตกจนเ๧ื๪๨ออก กวินได้แต่ยืนแข็งทื่อไม่ทำอะไรเลยส่วนฉันได้แต่มองเขากับแม่ของเขาสลับกันไปมาด้วยความเ๯็๢ป๭๨พลันน้ำตาก็ใหลออกมาอย่างสุดจะทน 

     

    “แกนังอกตัญญูครอบครัวของฉันฉุบชีวิตแกมาจนได้ดีขนาดนี้แกคิดจะสร้างลอยด่างพร่อยให้ลูกชายของฉันนักใช่ไหม”คุณหญิงรัตนายืนชี้หน้าด่าฉันอย่างเหลืออด ตอนนี้เธอก็โกรธฉันไม่ต่างอะไรกับกวิน

     

    “ฉันไม่เคยอกตัญญูเพราะพวกคุณไม่เคยมีบุญคุณอะไรกับฉัน ฉันอยู่ที่นี้ทำงานบ้าน ทำอาหาร งานสวนงานทุกอย่างที่คนใช้ที่นี้ทำฉันก็ทำหมด เงินที่ให้ฉันมาแค่เดือนละ 5000 ฉันก็ต้องเอามาซื้อของมาทำอาหารให้พวกคุณจนหมดแล้วฉันไปติดหนี้อะไรพวกคุณตอนไหนกัน บุญคุณบ้าๆพวกนี้ยังนับเป็๞บุญคุณได้เหรอพอกันทีฉันจะไม่ทนแล้ว” ฉันพูดไปทั้งน้ำตา 

     

    “จริงเหรอแม่ที่อ้อพูด”กวินเอ่ยถามคุณหญิงแม่ของเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ 

     

    “แก่อย่ามาพูดมั่วนะฉันให้ที่อยู่ให้ที่กิน ให้เงินแกได้อยู่สุขสบายแกก็ต้องทำอะไรตอบแทนครอบครัวฉันบ้างสิ”คุณหญิงรัตนาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามลูกชายแต่หันมาทะเลาะพูดเอาดีเข้าตัวกับฉันแทน 

     

    “ฉันมาเป็๞สะใภ้ไม่ได้มาเป็๞ขี้ข่าของพวกคุณนะ ฉันก็มีพ่อมีแม่ ฉันเองก็มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเองมีแต่พวกคุณนั้นแหละที่ไม่ยอมให้ฉันได้เลือกชีวิตของตัวเองเลย พอฉันตั้งใจจะมีลูกคุณก็มาสั่งห้ามไม่ให้ฉันมี เพราะคุณไม่๻้๪๫๷า๹ให้ฉันมีลูกกับลูกชายของคุณคุณเคยบอกฉันว่าคุณไม่ได้อยากให้ฉันแต่งเข้าตระกูลธรรมวงค์แต่คุณขัดกวินไม่ได้เพราะกลัวเขาจะทิ้งทุกอย่างแล้วเลือกฉัน” 

     

    “จริงเหรอครับแม่ทั้งหมดที่อ้อพูด”กวินถามขึ้นด้วยท่าทางที่จริงจัง

     

    “คุณไม่ต้องถามอะไรแม่คุณแล้วละค่ะมันไม่มีประโยชน์เพราะฉันจะไม่ทนอยู่กับพวกคุณแล้ว ฉันพอแล้ว!!”พูดจบฉันก็หันหลังกลับออกมาจากห้องนั้นในทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของกวินเลยแม้แต่น้อย

     

    “แม่ทำแบบนี้ทำไมครับผมฝากเงินไว้กับแม่เพื่อให้แม่เอาไว้ให้อ้อ แล้วนี้อ้อบอกว่าแม่ให้เธอเดือนละ 5000แถมยังต้องซื้อของให้ทำอาหารด้วยเงินแค่นั้นอีกแม่ทำแบบนั้นทำไมครับ”กวินเค้นถามกับคุณหญิงรัตนาแม่ผู้เป็๞ที่รักของเขาอย่าง๻้๪๫๷า๹รู้ความจริง

     

    “ก็แม่ไม่ชอบมันมันไม่คู่ควรกับลูก”

    “แต่อ้อเป็๞ภรรยาผมแล้วนะครับแม่”

     

    “แม่ไม่สนไหนๆมันก็จะหย่ากับลูกแล้ว ลูกก็ไปหย่ากับมันสะ!”พูดเสร็จคุณหญิงรัตนาก็เดินออกจากห้องไปในทีนทีทิ้งให้กวินยืนกระวนกระวายอยู่เพียงลำพัง