เช้าวันต่อมา
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้องนอนกวินค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงงงวย ด้วยอาการแฮงค์ต้นอ้อเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถือแก้วน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งยื่นให้กับกวินให้เขาได้ดื่มแก้แฮงค์
“ดื่มแก้แฮงค์สักหน่อยนะคะเมื่อคืนคุณเมามาก”
“ขอบใจ” กวินรับไปจิบอย่างว่าง่าย
“ทำไมเมื่อคืนคุณถึงเมาละค่ะคุณไม่ได้ไปทานข้าวกับพวกนักลงทุนเหรอ” ต้นอ้อเอ่ย
“คุณพูดแบบนี้หมายความว่าไง”กวินพูดด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงขึ้นในทันที
“อ้อไม่ได้หมายความว่าอะไรก็แค่อยากรู้”
“คุณอยากรู้หรือคุณ้าจะจับผิดผมกันแน่ฮะ!” กวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดันกว่าเดิมพร้อมกับสีหน้าที่บูดบึงแสดงถึงความไม่พอใจเป็อย่างมาก
“ฉันเปล่านะ!ฉันเป็ภรรยาของคุณนะฉันไม่มีสิทธิ์ถามคุณเลยอย่างงั้นเหรอ”
“ถามอะไรเซ้าซี้ผมไปทำงานจะมีดื่มบ้างสังสรรค์บ้างมันจะแปลกตรงไหน”
“ฉันถามคุณดีๆคุณจะพูดกับฉันดีๆไม่ได้เลยหรือไง”
“นี่จะหาเื่ผมหรือไงคุณนี่มันน่ารำคาญวะ!!”
“ได้! ถ้าฉันมันน่ารำคาญงั้นคุณก็หย่ากับฉันสิ ฉันจะได้ไปให้พ้นจากคุณ”
เพล้ง!!
เสียงแก้วแตกกระจัดกระจายไปทั่วพื้นห้องตอนนี้กวินโกรธถึงขีดสุด เขาลุกขึ้นจากเตียงตรงดิ่งเข้าไปหาต้นอ้ออย่างโกรธจัด
“คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาขอหย่าผม!”
“ก็ในเมื่อคุณไม่้าฉันงั้นเราก็พอกันแค่นี้เถอะ”พูดจบต้นอ้อก็เตรียมจะหันหลังเดินหนีแต่ก็ถูกกวินจับแขนกระฉากกลับไปยืนอยู่ที่เดิม
“คิดจะเดินหนีอย่างงั้นเหรอเรายังคุยกันไม่จบ”
“ปล่อยฉันนะ! ฉันเหนื่อย!และฉัน้าหย่า!”
ฉันพยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของเขาแต่ก็ไม่เป็ผลกวินกำแขนของฉันเอาไว้แน่น เขามองหน้าฉันด้วยความโกรธจนหูของเขาแดงไปหมด
“เอะอะเสียงดังอะไรกันแต่เช้า”
ขณะที่ฉันกำลังพยายามหลุดออกจากการจับกุมของกวินคุณหญิงรัตนาก็เปิดประตูเข้ามาพอดี ทำให้กวินยอมปล่อยมือออกจากฉันโดยง่าย
“แม่ อ้อจะขอหย่ากับผม” กวินเอ่ย
“แกว่าไงนะ!”คุณหญิงรัตนาพูดด้วยสีหน้าตื่นใ ก่อนจะเปลี่ยนเป็ท่าทีที่โกรธจัดก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ฉัน
เพียะ!!
และเป็อีกครั้งที่ฉันโดนเธอตบคราวนี้ปากของฉันแตกจนเืออก กวินได้แต่ยืนแข็งทื่อไม่ทำอะไรเลยส่วนฉันได้แต่มองเขากับแม่ของเขาสลับกันไปมาด้วยความเ็ปพลันน้ำตาก็ใหลออกมาอย่างสุดจะทน
“แกนังอกตัญญูครอบครัวของฉันฉุบชีวิตแกมาจนได้ดีขนาดนี้แกคิดจะสร้างลอยด่างพร่อยให้ลูกชายของฉันนักใช่ไหม”คุณหญิงรัตนายืนชี้หน้าด่าฉันอย่างเหลืออด ตอนนี้เธอก็โกรธฉันไม่ต่างอะไรกับกวิน
“ฉันไม่เคยอกตัญญูเพราะพวกคุณไม่เคยมีบุญคุณอะไรกับฉัน ฉันอยู่ที่นี้ทำงานบ้าน ทำอาหาร งานสวนงานทุกอย่างที่คนใช้ที่นี้ทำฉันก็ทำหมด เงินที่ให้ฉันมาแค่เดือนละ 5000 ฉันก็ต้องเอามาซื้อของมาทำอาหารให้พวกคุณจนหมดแล้วฉันไปติดหนี้อะไรพวกคุณตอนไหนกัน บุญคุณบ้าๆพวกนี้ยังนับเป็บุญคุณได้เหรอพอกันทีฉันจะไม่ทนแล้ว” ฉันพูดไปทั้งน้ำตา
“จริงเหรอแม่ที่อ้อพูด”กวินเอ่ยถามคุณหญิงแม่ของเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“แก่อย่ามาพูดมั่วนะฉันให้ที่อยู่ให้ที่กิน ให้เงินแกได้อยู่สุขสบายแกก็ต้องทำอะไรตอบแทนครอบครัวฉันบ้างสิ”คุณหญิงรัตนาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามลูกชายแต่หันมาทะเลาะพูดเอาดีเข้าตัวกับฉันแทน
“ฉันมาเป็สะใภ้ไม่ได้มาเป็ขี้ข่าของพวกคุณนะ ฉันก็มีพ่อมีแม่ ฉันเองก็มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเองมีแต่พวกคุณนั้นแหละที่ไม่ยอมให้ฉันได้เลือกชีวิตของตัวเองเลย พอฉันตั้งใจจะมีลูกคุณก็มาสั่งห้ามไม่ให้ฉันมี เพราะคุณไม่้าให้ฉันมีลูกกับลูกชายของคุณคุณเคยบอกฉันว่าคุณไม่ได้อยากให้ฉันแต่งเข้าตระกูลธรรมวงค์แต่คุณขัดกวินไม่ได้เพราะกลัวเขาจะทิ้งทุกอย่างแล้วเลือกฉัน”
“จริงเหรอครับแม่ทั้งหมดที่อ้อพูด”กวินถามขึ้นด้วยท่าทางที่จริงจัง
“คุณไม่ต้องถามอะไรแม่คุณแล้วละค่ะมันไม่มีประโยชน์เพราะฉันจะไม่ทนอยู่กับพวกคุณแล้ว ฉันพอแล้ว!!”พูดจบฉันก็หันหลังกลับออกมาจากห้องนั้นในทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของกวินเลยแม้แต่น้อย
“แม่ทำแบบนี้ทำไมครับผมฝากเงินไว้กับแม่เพื่อให้แม่เอาไว้ให้อ้อ แล้วนี้อ้อบอกว่าแม่ให้เธอเดือนละ 5000แถมยังต้องซื้อของให้ทำอาหารด้วยเงินแค่นั้นอีกแม่ทำแบบนั้นทำไมครับ”กวินเค้นถามกับคุณหญิงรัตนาแม่ผู้เป็ที่รักของเขาอย่าง้ารู้ความจริง
“ก็แม่ไม่ชอบมันมันไม่คู่ควรกับลูก”
“แต่อ้อเป็ภรรยาผมแล้วนะครับแม่”
“แม่ไม่สนไหนๆมันก็จะหย่ากับลูกแล้ว ลูกก็ไปหย่ากับมันสะ!”พูดเสร็จคุณหญิงรัตนาก็เดินออกจากห้องไปในทีนทีทิ้งให้กวินยืนกระวนกระวายอยู่เพียงลำพัง