ในโลกใบนี้ประกอบไปด้วย 6 ทวีป 1 ทวีปเหนือสุด 2 ทวีปตะออก 3 ทวีปตะวันตก 4 ทวีปใต้ และอีก 2 ทวีปเป็นทวีปพิเศษ ทวีปมืด และ ทวีปศักดิ์สิทธิ์
ทางด้านใต้สุดของทวีปใต้ เป็นที่ตั้งของเมืองเมฆามีประชากรอยู่รวมทั้งหมด 4 แสนกว่าคน และจัดเป็นเมืองแห่งการค้าแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้
(เมืองฟูหลิงเปลี่ยนเป็นเมืองเมฆานะครับ)
เมืองเมฆามีกลุ่มมหาอำนาจอยู่ด้วยกัน 4 กลุ่ม คือตระกูล จาง ฟู เซี่ยว เฟิง ทั้ง 4 ตระกูลเป็นตระกูลหลังของเมืองเมฆาทั้งยังเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในเมืองรองจากเจ้าเมือง
โดยตระกูลจางตั้งอยู่ฝั่งตะวันออก ตระกูลฟูอยู่ตะวันตก ตระกูลเซี่ยวอยู่ใต้ และตระกูลเฟิงอยู่เหนือ
เวลาในตอนนี้เกือบๆจะตี 2 และยังมีแสงไฟดวงหนึ่งจากตระกูลจางที่ยังเปิดอยู่ จางหมิงใช้นิ้วข้างสวมแหวนไล่ตัวอักษรตั้งแต่ต้นจนสุดหน้า เขาทำอย่างนี้ 20 กว่าหน้าเเล้ว
'' ...ไหนพอส่งลมปราณเข้าไปจำนวนหน้าถึงเพิ่มเอยะขนาดนี้ ''
ที่แรกจางหมิงลองเปิดตำราที่เขาซื้อมาจากตาลุงแผนลอย มันไม่มีเนื้อหาแม้แต่หน้าเดียวเป็นเพียงตำราป่าวๆ แต่พอส่งลมปราณเข้าไปถึงจะมองเห็นเนื้อหาข้างในแต่จำนวนหน้าของมันกลับเพิ่มขึ้นมา 10 เท่า
จากแต่เดิม 100 หน้าแต่พอส่งลมปราณเข้าไปจาก 100 หน้ากลายเป็น 1000 หน้าในพริบตา
จางหมิงใช้เวลา 4 ชั้วโมงครึ่งเขาถึงจะอ่านจบ ด้วยความสามารถของแหวนไม่ว่าจะสัมพันธ์อะไรเพียงครั้งเดียวก็จะจำได้ขึ้นใจไม่ว่าในตำราจะเป็นภาษาโบราณแค่ไหนก็จะเข้าใจและจำได้ในทันที
'' หมดสักทีเฮ้ออ.... ''
จางหมิงนอนฟุบกับที่นอนพลางเอาหน้าซุกกับหมอน สายตาของเขาดูร่อยหรอเป็นอย่างมากมันทั้งหนักอื่อทั้งเบลอ ไม่มีแรงจะขยับเปลือกตาแม้เเต่น้อยซ้ำขอบตาก็ยังเป็นสีดำอีก ชีวิตน่าชีวิต
แสงของพระอาทิตย์ส่องเข้ามาภายในห้องจางหมิง โชคดีหน่อยที่มีผ้าม่านปิดเอา ช่วยลดกำลังของแสงได้เยอะเลยทีเดียว
'' อ้าวเช้าเเล้วหรอข้ายังไม่ได้นอน..เลย ''
จางหมิงนอนสลบคาเตียงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล่า ในมือยังคงถือตำราเล่นที่ซื้อมาจากคุณลุงขายแผนลอยอยู่ จางหมิงเล่นอ่านมันตลอดทั้งคืนจนไม่ได้นอนจึงไปแปลกที่จะเมื่อยล่าถูกมั้ย
เผลอแปปเดียวจางหมิงก็หลับไป 2 ชั้วโมงกว่า
ตึกตึกตึก...!!!
'' นายน้อยเช้าเเล้วเจ้าค่ะ ตื่นได้เเล้วค่ะ ''
เสียงบ่าวผู้หญิงดังมาจากอีกฝากหนึ่งของประตู เธอมองดูนาฬิกาเมื่อเห็นว่า 8 โมงเช้าเเล้วจึงวิ่งขึ้นมาเรียกจางหมิง เธอได้รับหน้าที่ให้เรียกจางหมิงแบบนี้ทุกวัน
เพราะเวลา 8.30 โมงเช้าของทุกวันจางหมิงจะต้องลงมากินข้าวเช้ากับปู่ทุกวัน ยกเว้นวันที่ปู่เขาจะไม่ว่าง
'' อื่อ~~ ข้ารูเเล้ว....บอกท่านปู่เดียวข้าตามลงไป '' เสียงบ่นงุมงําของจางหมิงดังออกมา เมืองเธอเห็นจางหมิงตื่นเเล้วจึงลงไปทำการจัดโต๊ะอาหาร
จางหมิงลุกขึ้นจากเตียงมาหาวทีหนึ่งก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำล้างหน้าล้างตาเพราะตอนนี้จางหมิงยังคงง่วงนอนอยู่
ซ่า ซ่า ซ่า...
จางหมิงอาบน้ำเกือบ 20 ได้จึงออกมาพร้อมผ้าขนหนูสีเหลืองดอกทานตะวัน จางหมิงหยิบเสื้อสีขาวและกางเกงขาสั่นสีดำที่แขวนไว้ตรงมาตูมาสวม ตามด้วยชุดคลุมสีน้ำเงินลายมังกร
'' สวัสดียามเช้าท่านปู่... ''
จางหมิงเดินลงมาจากชั้นสองทักทายปู่ของเขา ก่อนจะมีบ่าวผู้หญิงลากเก้าอี้ให้จางหมิงมานั่ง และตักข้าวจากโถตามให้
จางหมิงคุยเรื่องไรสาระกับปู่ของเขา รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านมา 1 ชั้วโมงเเล้ว จางหยวนจึงขอตัวไปทำเอกสารที่ค้างก่อน
เมื่อจางหมิงเดินมาส่งปู่ที่หน้าตำหนักเเล้วจึงสั่งให้บ่าวผู้หญิงคนเดิมไปเรียกจางหวูมาให้หน่อย รอได้สักพักจางหวูก็เดินเข้ามา
'' นายน้อยเรียกข้ามามีอะไรขอรับ... '' จางหวูเอ่ยด้วยความสงสัย
'' วันนี้เราจะเข้าเมืองกัน...อืมเเล้วต่อจากนี้เราจะต้องเเข็งแกร่งขึ้นเพราะข้ากับเจ้าต้องเข้าร่วมงานประลองในอีก 4 เดือนข้างหน้า.... '' จางหมิงหันมาบอกจางหวู เพราะตอนนี้เวลาเริ่มเหลือน้อยลงแล้วเขาจึงต้องรีบเตรียมตัว
'' หาาาา!! นายน้อยจะให้ข้าประลองด้วยหรอขอรับ '' จางหวูเอ่ยเสียงลงออกมา ดูเหมือนจะตกใจสุดๆที่ตัวเองจะได้ร่วมประลอง
'' ใช้สิข้ากับเจ้า...เราจะไปอาละวาดกันในงานประลองอีก 4 เดือนข้างหน้า....ไปรีบไปเตรียมของออกเดินทางเวลาเหลือไม่มากเเล้ว '' จางหมิงรีบไล่ให้จางหวูไปเตรียมรถม้าและบ่าวอีก 2 คนเอาไว้ยกของและควบม้า
'' ขอรับ '' จางหวูดูจะตกใจจริงๆ ตัวมันวิ่งไปได้ 50 เมตรดันสดุดขาตัวเองล้มทำให้ปากจูบปฐพีตูดชี้นภา สภาพตอนนี้ของมันจะอนาถาเป็นอย่างมากไม่เหมือนกับจางหมิงที่ยืนตัวเราะสนุกชอบใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทั้งสองคิดเหมือนกัน
ไปอาละวาดกันในงานประลอง
=========================================================================