หลางเทียนที่เดินออกมาจากกระโจมที่พัก เขาทำท่าทางบิดี้เีขึ้นมาทันที “เ้าขยันแหกขี้ตา มาชวนท้าตีท้าต่อย ข้าแต่เช้าเชียวนะ กงม่อซือ” พร้อมเสียงหาวของหลางเทียน เขาไม่ได้รู้สึกสบายเช่นนี้มานาน
“เ้า!! เ้า!! ช่างไม่รู้จักร้อนจักหนาวจริงๆ” กงม่อซือ ยกฝ่ามือชี้หน้าหลางเทียนขึ้นมาทันใด ราวกับว่าเขาบัดนี้ มาปลุกเด็กกำลังนอนหลับเสียนี่ ก่อนใบหน้าที่ฉุนเฉียวของเขา แทบจะะเิลมออกหู จะค่อยๆ ผ่อนอารมณ์ลง แล้วหยิบขวดหยกด้านหลังถุงเก็บของ ออกมาท้าพนัน
“ข้ามีขวดหยก แก่นพลังบริสุทธิ์ หนึ่งขวดมาพนันกับเ้า หวังว่าเ้าจะยอมรับข้อเสนอครั้งนี้ของข้า” พร้อมรอยยิ้ม กงม่อซือ ไม่บอกก็รู้ว่าเขา้า จะอ้างสิทธิ์ผู้ชนะเอา ขวดหยก แก่นพลังบริสุทธิ์ ของหลางเทียนไปอย่างชอบธรรม
หลางเทียนส่ายหัวออกมา พร้อมกับกล่าวพูดออกมา ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ขวดหยกแก่นพลังบริสุทธิ์ ข้าใช้มันไปหมดแล้ว”
กงม่อซือ แม้แต่หมู่ชนโดยรอบ ที่ได้ยินพวกเขายังไม่อยากเชื่อ ว่าขวดหยกแก่นพลังบริสุทธิ์ 3ขวดจะหมดไปอย่างรวดเร็ว ภายในค่ำคืนเดียวเช่นนี้ คนภายในกระโจมที่พัก พวกเขายังรู้สึกว่าเป็เื่น่าเหลือเชื่อมากเกินไป การจะดูดซับ ขวดหยกแก่นพลังบริสุทธิ์อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาถึง 1วันครึ่ง
“เ้าเล่นลูกไม้อะไรกับข้าอีกเ้าเด็กบ้า” กงม่อซือ เขามีท่าที ระแวง มองตาขวาง ใส่หลางเทียนขึ้นมาทันที
“หากเ้าไม่เชื่อ เข้ามาตรวจดูก็ได้” พร้อมหลางเทียนคลี่ยิ้มออกมากว้าง กลางมือสองข้าง ออก ให้เห็นชัดๆ ว่าเขาไม่คิดเล่นลูกไม้อะไร
กงม่อซือ จึงคายความระแวง พร้อมกับมือที่ถือมีด ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้หลางเทียน ช้าๆ พร้อมตรวจดูกระเป๋าหลังของหลางเทียน ว่ามีสิ่งใดอยู่หรือไม่
ก่อนเสี้ยวพริบตา กงม่อซือจะเคลื่อนที่ด้วยวิชาความเร็วสูง หลบฝีเท้าของหลางเทียน ที่ขยับไหวขึ้นมาทันใด แล้วหัวเราะออกมาร่า “ฮ่าๆ เ้าเด็กบ้าหลางเทียน คิดว่าข้า จะติดกับเ้าเป็ครั้งที่สองหรือ”
กงม่อซือ ขยับมีดในมือ เตรียมเฉือนแขนหลางเทียน ไม่คิดถอยหนี ประกายตาเหี้ยมโหด เผยออกมาอย่างชัดเจน “เอาการโจมตีของข้าไปกินเสีย”
แต่ในขณะเดียวกัน หลางเทียนเขาเองก็หมุนกายสบตากับ กงม่อซือในเสี้ยวขณะเช่นกัน ทำให้กงม่อซือขนลุกซู่ ชูชั้นขึ้นมา เมื่อได้ยินน้ำเสียงของหลางเทียน กับสายตาที่จ้องเขม็งของเขา
“ข้าว่า เ้าควร ถอยห่าง ออกจากข้าสักหน่อยดีกว่านะ”
เสี้ยวฉับพลัน เท้าเล็กๆ ของหลางเทียน ก็เตะเข้ากลางเป้าจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ส่งเข้าเต็มกล่องดวงใจ กงม่อซืออีกครั้ง เมื่อเสียงกระบวนท่า “ลูกเตะไข่สลับด้าน” ดังขึ้นมาหนักแน่น
“อัก!!! เ้า!! เ้า!!”กงม่อซือต้องดิ้นพล่านกับพื้น เดี๋ยวหน้าเขียว เดี๋ยวหน้าแดง ทั้งเจ็บทั้งอาย ในเวลาเดียวกันแล้วบัดนี้ คนอื่นๆ ต่างก็พูดไม่ออก เมื่อได้ยินคนบ้าโดยแท้ คิดกระบวนท่า เตะกล่องดวงใจขึ้นมา พร้อมฝ่ามือพวกเขา ต้องกุมเป้าตนเองเอาไว้แน่น รู้สึกเจ็บแทน กงม่อซือที่หน้าบูดเบี้ยวไม่น่ามอง
ทว่าก็เริ่มมีบางคน มองว่ามันไม่ใช่เื่บังเอิญอีกต่อไป ที่กงม่อซือ จะโดนเด็กหนุ่มหลางเทียน เตะกล่องดวงใจ ซ้ำๆ ถึง2ครั้งสองคราเช่นนี้
...ความสงบเป็อยู่เช่นนั้น ไปร่วมเดือน ที่หลางเทียนอยู่อย่างสงบสุขไร้ผู้ใดกวนใจ เนื่องจากกงม่อซือ เขาประกาศกร้าวจะจัดการกับ หลางเทียนให้ได้ คนอื่นๆ จึงไม่กล้ายุ่ง กับเหยื่อของกงม่อซือ แถม่หลังมานี่กระโจมลำดับที่9 ที่10 ต่างก็เริ่มเปลี่ยนผ่านอนุชนขึ้นมาอยู่บ่อยครั้ง ไม่ช้าลำดับ8กับ7เอง ก็น่าจะเจอกับปัญหาเช่นกัน
ทว่าตอนนี้กระบวนท่ากวาดเท้ารุกรับ ที่หลางเทียนฝึกฝน เริ่มที่จะพอเข้าใจมันบ้างแล้ว เมื่อรอบๆ ตัวเขาเกิดลมพัดไหว เมื่อกวาดฝีเท้าเป็วงกลม คล้ายสภาพสมดุล ของหยินและหยาง ทำให้เขามีความมั่นใจขึ้นมาอีกนิดว่า การจะต่อสู้กับกงม่อซือซึ่งๆ หน้า เขาน่าจะทำมันได้ดี
...ด้านเมืองตะวันเรือง สถานที่ ที่หลางเทียนจากมาเกิดความวุ่นวายเล็กๆ เมื่อผู้าุโสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง ขี่กระบี่บินสืบฝีเท้ามาเยือน พร้อมกับกลุ่มศิษย์อนุชน ที่หลางเทียนเคยพบเจอ นี่ก็ครบกำหนด1ปี ที่ซุยเฟิงต้องมารับกระบี่แล้ว
แม้แต่ศิษย์บางคนยังบอกว่า “ศิษย์พี่หญิงซุยเฟิงอย่าคาดหวัง ไม่แน่ท่านอาจได้กระบี่บังตอมาใช้ ก็เป็ได้”
ซุยเฟิงนางที่กลับสำนักไป ก็โดนอาจารย์ว่ากล่าวจนหูชา ทว่านางเชื่อมั่นว่า เด็กบ้าผู้นั้นจะนำโชคดีมาให้นาง นางจึงยืนกราน กับอาจารย์อย่างหนักแน่น จนชายแก่ต้องมาดูด้วยตาตนเอง ว่ากระบี่ที่สร้างจากเหล็กเทวะ หน้าตาจะเป็เช่นไร
พวกเขาเดินสืบฝีเท้าเข้าไป ภายในโรงหลอม ไม่ได้กล่าวพูดสิ่งใดมากนัก ให้เมืองแห่งนี้ต้องเกิดความวุ่นวาย ลุงหาญเฉิน เห็นแขกผู้มาเยือน เขาส่งมอบกระบี่ นอนสงบนิ่งภายในฝัก ให้เด็กสาวซุยเฟิง พร้อมสีหน้าประหลาดใจของนาง
“เด็กบ้าคนนั้นเขาไม่อยู่ที่นี่หรือ?” สิ้นคำพูดของนาง นางก็ตรวจดูกระบี่ของนางทันที แม้แต่ผู้าุโ ที่เห็นกระบี่มีจิติญญาปรากฏ เขายังไม่อยากเชื่อ แค่ตีขึ้นรูปกระบี่ด้วยเหล็กเทวะ ก็ไม่ใช่เื่ง่ายแล้ว
ผู้าุโ ไต่ถามขึ้นมาทันที “เ้าหรือที่ตีกระบี่เล่มนี้?” ชายชรามองอย่างไรมันก็ไม่น่าจะตีขึ้นมาได้ โดยเด็กอายุ9ปี ป่านนี้เด็กหนุ่มผู้นั้น เกรงว่าจะอายุ10ปี ใกล้เข้าสำนักได้แล้วกระมัง
ลุงหาญเฉินกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าไม่ตีกระบี่ให้ผู้ใด” ซิ่วฮวา นางเองก็พยักหน้าออกมาเช่นกัน
ซุยเฟิงนางชอบกระบี่นี้เป็อย่างมาก ไต่ถามลุงหาญเฉิน ครั้นเห็นพวกเขา กำลังเก็บข้าวเก็บของ “ท่านจะไปไหนเช่นนั้นหรือ แล้วเด็กบ้าคนนั้นเขาอยู่ที่ไหน?” ผู้าุโชราเองก็อยากรู้เช่นกัน หากเขาได้ตัวเด็กคนนี้ไป น่าจะเป็เื่ที่น่ายินดี กับสำนักหุบเขาจันทรากระจ่างไม่น้อย
ลุงหาญเฉินกล่าวตอบแบบขอไปที ทว่าคำพูดเขา แฝงไว้ด้วยความในที่ลึกล้ำ “ข้าหมดธุระ ยังสถานที่แห่งนี้แล้ว.. ส่วนเด็กนั้นเขามีเส้นทางโชค วาสนาของเขา”
ผู้าุโชราได้ยิน เขามองชายวัยกลางคนผมสีแดง ด้วยสายตาลึกล้ำ ก่อนจะพาตัวเหล่าลูกศิษย์ กลับสำนักไปในทันที แม้ภายในใจจะรู้สึกเสียดาย ฝีมือการตีกระบี่ เด็กน้อยคนนั้นก็ตาม