เย่เฉินพบเข้ากับูเาลูกเล็กลูกหนึ่ง
ที่นี่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชะอุ่มต้นไม้ใบหญ้าอุดมสมบูรณ์ เมื่อเปรียบเทียบกับสามยอดเขาหลักดูแล้วูเาน้อยลูกนี้ก็ไม่เล็กเลย
ฟู่!
เย่เฉินพ่นลมหายใจเขาปักกระบี่เทียนเชวียไว้ข้างหน้าของตนจากนั้นเขาเริ่มก็กรีดไปที่นิ้วมือของตนเอง และปล่อยให้เืไหลหยดลงบนตัวกระบี่เขาทำเช่นนี้เพื่อให้อาวุธิญญาจดจำเ้าของได้
ไม่นานเืสดๆก็ไหลซึมเข้าสู่กระบี่เทียนเชวีย
กระบี่เทียนเชวียเกิดอาการสั่นเบาๆแล้วมีแสงสีฟ้าสายหนึ่งวาบผ่าน ปรากฏอักขระจำนวนมากไหลเข้าสู่ศีรษะของเขา
โอ๊ย…!
เขารู้สึกเจ็บแปลบที่ศีรษะราวกับโดนหนามทิ่มแทงจนต้องเอามือกุมพร้อมเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ป
แต่ความเจ็บก็อยู่แค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น
ผ่านไปไม่นานเย่เฉินเขย่าศีรษะของตัวเอง ทำให้อักขระสีฟ้าเหนือศรีษะเขาค่อยๆ สลายไปดวงตาที่ฉายแวววิงเวียนก็เริ่มแจ่มชัดขึ้น ส่วนใบหน้าเขาก็ปรากฎร่องรอยของความดีใจ
“หลอมกายทรหด” เย่เฉินหายใจถี่กระชั้น
สาเหตุที่เขาดีใจมากเช่นนี้เป็เพราะวิชาลับที่ซ่อนอยู่ในกระบี่เทียนเชวีย เขาหยดเืของเขาเพื่อให้มันจดจำเ้าของและนั้นกลายเป็ว่ามันไปกระตุ้นผนึกในกระบี่เทียนเชวียทำให้มันสำแดงวิชาลึกลับที่เรียกว่า หลอมกายทรหด ออกมา
“เจอของล้ำค่าเข้าแล้วจริงๆ” เย่เฉินระงับจิตใจที่สั่นรัวรีบนั่งขัดสมาธิบนพื้น ค่อยๆ ศึกษาศาสตร์จากวิชาลึกลับ
เมื่อได้ศึกษาวิชาลึกลับชนิดนี้แล้วเย่เฉินก็พบว่าเคล็ดวิชาหลอมกายทรหดนี้ เป็ส่วนหนึ่งของวิชาลึกลับหลอมกาย
“หลอมกระดูกกลั่นไขกระดูก หลอมเอ็นกรุยชีพจร ผลาญใจสกัดโลหิตเคี่ยวกรำเนื้อหนัง”
เย่เฉินไม่เคยใจเต้นแรงตอนพูดเช่นนี้มาก่อนทว่าอักขระสิบหกคำนี้กลับบรรยายเคล็ดวิชาหลอมกายทรหดได้เป็อย่างดี
ไม่ผิดนี่คือวิชาหลอมกายทรหดเป็การหลอมิัแต่ละตารางนิ้ว โครงกระดูกแต่ละซี่ ชีพจรแต่ละเส้นของมนุษย์ถือเป็วิชาหลอมกายโดยแท้ การฝึกวิชาลึกลับนี้นำมาซึ่งความเ็ปไม่น้อยไปกว่าการโดนทัณฑ์ทรมานแล่เนื้อถลกหนัง
“นี่เป็วิชาลึกลับที่เ้าบ้าคนใดเขียนขึ้นกันนะ”เย่เฉินลืมตาขึ้นพลางจุปาก เคล็ดวิชาหลอมกายทรหดจะต้องแข็งแกร่งมากเป็แน่
หลังจากจุปากในดวงตาของเย่เฉินก็ปรากฏไฟลุกโชน
แม้วิชาหลอมกายทรหดจะต้องทนกับความเ็ปที่คนธรรมดาไม่อาจทนรับไหวแต่ประโยชน์ที่ได้รับหลังจากหลอมกายเสร็จนั้นกลับน่าหวั่นเกรงยิ่งนักหากฝึกจนสำเร็จร่างกายจะแข็งแกร่งทนทานหากจะกล่าวว่าสามารถพลิกูเาคว่ำทะเลก็ไม่กล่าวเกินไป
อีกทั้งวิชาลึกลับชนิดนี้ยังไม่ใช่ว่าใครจะฝึกก็ฝึกได้ผู้ฝึกจำต้องมีพลังธาตุไฟโดยกำเนิด
เย่เฉินตระหนักได้ว่าวิชาหลอมกายทรหดนี้ถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยแท้การที่เขาได้เคล็ดลับวิชาหลอมกายทรหดมาถือว่าเป็โชคชะตาเพราะว่าตอนนี้ในร่างเขานั้นมีอัคคีเที่ยงแท้เขาจึงมีคุณสมบัติตรงกันอย่างเหมาะเจาะ
“ในเมื่อ์ให้ข้าได้เ้าข้าไม่มีทางที่จะปล่อยให้เ้าเสียของเปล่าเป็แน่” เย่เฉินลอบกล่าวในใจเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะฝึกวิชาลับหลอมกายทรหดนี้
เย่เฉินสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆ หลับตาลง
เขาใช้เวลาปรับลมหายใจและทำความเข้าใจวิชาลับอยู่หนึ่งเค่อ1แล้วเขาก็เริ่มโคจรวิชาหลอมกายทรหดที่ได้เรียนรู้มาอย่างเงียบๆ
กรอบ!
วิชาลับหลอมกายสำแดงพลังในร่างของเย่เฉินมีเสียงกระดูกแตกดังออกมา เปลวอัคคีในทะเลลมปราณลุกท่วมกาย
โอ๊ย!
ความเ็ปพุ่งโจมตีและนั่นทำให้เขาคำรามต่ำอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่
ปัง!
ไม่นานก็มีเสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้ความเ็ปเย่เฉินพบว่าทั่วกายของเขานั้นถูกทิ่มแทงไปทั่ว ทุกจุดชีพจรทั้งเจ็ดร้อยยี่สิบจุด ทีละจุด ทำให้จุดชีพจรถูกเบิก ตามมาด้วยเส้นชีพจรทั้งแปดต่อด้วยหลอมกระดูก ทะลุทะลวงต่อเนื่องกัน
เอื๊อก!
เย่เฉินคำรามลอดไรฟันตลอดร่างกระดูกแต่ละซี่ ิัแต่ละตารางนิ้วล้วนถูกฉีกขาด เ็ปจนแทบสลบ
กรอบ!
โครงกระดูกแต่ละซี่เริ่มแตกออกทีละชิ้นมันค่อยๆ แตกออกอย่างต่อเนื่องแล้วฟื้นตัวขึ้นใหม่กระดูกแตกหักก่อนจะประกอบร่างขึ้นใหม่เป็วัฏจักรไม่หยุด
หน้าผากเย่เฉินมีเส้นเืนูนขึ้นดวงตาดำขลับปกคลุมไปด้วยเส้นเื ทั่วร่างรู้สึกเหมือนมีเข็มนับหมื่นทิ่มแทง
สามชั่วยามให้หลังเขาหมดแรงจนทรุดลงกับพื้น
หลอมกายครั้งแรกเรียกได้ว่าแทบคร่าชีวิตเขา แต่กลับเพิ่งจะโคจรจุลจักรวาลได้เพียงแค่หนึ่งจุดเท่านั้น
“นี่มันทรมานกันชัดๆ!” เย่เฉินหายใจหอบกระชั้น เหงื่อไหลโทรมกายใบหน้าไร้สีเื
ทว่าแม้จะเป็เช่นนี้แต่ในดวงตาเขากลับฉายแววปีติยินดีอย่างยิ่ง
เขาเข้าใจดีว่าการหลอมกายไม่ใช่เื่ที่จะทำสำเร็จกันได้ภายในวันสองวันแต่มันเป็การฝึกฝนที่ไม่มีวันจบ แต่ละครั้งต้องหลั่งเืบนความเ็ปนี่ช่างเป็เส้นทางที่ยากลำบากยิ่งนัก
เย่เฉินหยัดกายลุกขึ้นนั่งอีกครั้งก่อนจะเริ่มสำรวจร่างกายตนเอง
การหลอมกายของเขาได้ผลกระดูกหยาบกร้านของเขาถูกผลัดออกแล้วกลายเป็เรียบเนียนและยืดหยุ่นซ้ำบนกระดูกยังมีประกายแสงทองโอบล้อมอยู่อีกด้วย ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก
เมื่อมองไปยังผิวกาย้านั้นเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกสิ่งเ่าั้คือของเสียที่ขับออกมาจากร่างของเขานั่นเองทั้งมันยังส่งกลิ่นเหม็นโชยออกมา
สายลมเบาๆพัดผ่านช่องว่างลอยเข้ามา เย่เฉินรู้สึกปลอดโปร่งไปทั่วทั้งกาย
จากนั้นพลังปราณิญญาฟ้าดินก็เริ่มไหลมารวมตัวกันจุดชีพจรและรูขุมขุนทั่วร่างของเขาเปิดกว้างกลืนกินพลังปราณิญญาฟ้าดินที่ไหลเข้ามามันเข้ามาช่วยหล่อเลี้ยงโครงกระดูกและเส้นชีพจรของเขาทั้งยังช่วยขจัดรอยตำหนิให้เรียบเนียนอีกด้วย
การหลอมกายกินพลังมหาศาลทำให้เย่เฉินต้องดูดกลืนพลังปราณิญญาฟ้าดินอย่างหิวกระหายความเ็ปทั่วสรรพางค์กายค่อยๆ จางหายไปร่างกายที่อยู่ในวังวนของพลังปราณิญญาฟ้าดินรู้สึกอบอุ่นราวกับได้รับแสงตะวันท่ามกลางเหมันตฤดูในเดือนสิบสอง
“ความพยายามไม่เสียเปล่าจริงๆ” เย่เฉินกำหมัดเบาๆััถึงร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างชัดเจน
เวลานี้ไม่เพียงแต่ััการมองเห็นการฟัง ความเร็วและพละกำลังจะเพิ่มขึ้นแล้วแม้แต่ทุกจุดในร่างกายของเขาเองก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวิเศษไหลเวียนอยู่ทำให้เขามีกำลังวังชามากเป็พิเศษ
ผ่านไปครู่หนึ่งเย่เฉินค่อยพลิกตัวะโลุกขึ้น
เขาหยิบน้ำยาิญญาหยกออกมาจากอกเสื้อเงยหน้ายกขวดน้ำยาิญญาหยกขึ้นดื่มจนหมดขวด
หากเวลานี้มีคนอยู่ที่นี่ด้วยจะต้องเอ่ยปากห้ามปรามเป็แน่เพราะน้ำยาิญญาหยกนี้สกัดขึ้นจากแก่นหญ้าิญญาจำนวนมากแฝงด้วยพลังปราณอันเข้มข้น จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง หากใช้ทั้งขวดดีไม่ดีอาจทำลายตันเถียนได้
แต่สำหรับเย่เฉินแล้วเขาไม่กังวลใจในเื่นี้เลย
กล่าวได้ว่าเวลานี้สิ่งที่เย่เฉินมีไม่ใช่ตันเถียนแต่เป็ทะเลลมปราณที่มีขนาดไม่ธรรมดา อย่าว่าแต่น้ำยาิญญาหยกขวดเดียวเลยต่อให้เป็น้ำยาิญญาหยกร้อยแปดสิบขวดก็ไม่อาจทำลายทะเลลมปราณของเขาได้
น้ำยาิญญาหยกไหลเข้าสู่ร่างของเย่เฉินเขารู้สึกราวกับว่ามีน้ำพุบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจรไปทั่วร่างมันเย็นสบายและสดชื่นยิ่งนัก ซ้ำยังช่วยบำรุงเส้นชีพจรและกระดูกที่เ็ป ความเหนื่อยล้าทั่วสรรพางค์กายหายเป็ปลิดทิ้งอย่างรวดเร็ว
เวลานี้เย่เฉินเริ่มตระหนักถึงปัญหาข้อหนึ่งนั่นก็คือขนาดความจุของทะเลลมปราณนั้นจะใหญ่โตปานใด
ขนาดความจุของทะเลลมปราณกับตันเถียนเทียบกันแล้วห่างชั้นกันมากนักแต่นั่นก็หมายความว่าความเร็วในการฝึกตนของเขาจะช้ากว่าคนในระดับเดียวกันมากนัก
“ไม่รู้ว่าเบิกทะเลลมปราณในเวลานี้จะเป็โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นะ”
สามชั่วยามให้หลังเย่เฉินควบคุมลมหายใจ ะโขึ้นไปบนก้อนหิน เอามือรองท้ายทอยแล้วเงยหน้ามองดาวบนฟ้ารู้สึกทอดถอนใจอย่างอดไม่ได้
หนึ่งวันก่อนหน้านี้เขาเพิ่งถูกขับออกจากสำนักเจิ้งหยางกลายเป็คนไร้บ้านโชคชะตานำพาให้เขาได้อัคคีเที่ยงแท้ก่อนวาสนาจะนำพาให้เขามาอยู่ที่สำนักเหิงเยว่และได้เป็ศิษย์ของสำนักเหิงเยว่จนเขารู้สึกเหมือนฝันไป
“หรือนี้จะเป็บททดสอบของ์?” เย่เฉินถอนหายใจเบาๆแต่กลับไม่อาจปกปิดแววตาเย้ยหยันเอาไว้ได้
เขาเก็บความคิดลงไปในใจเริ่มคิดคำนวณเื่การฝึกตนขั้นต่อไป
ขนาดความจุอันใหญ่โตของทะเลลมปราณให้ประโยชน์มากมายแก่เขาแต่มันก็นำพามาซึ่งข้อเสียมากมายเช่นกัน ซึ่งมันทำให้เขานั้นบรรลุระดับขั้นได้ยากแม้จะบอกว่าแต่ละเดือนศิษย์ฝึกหัดจะได้รับน้ำยาิญญาหยกจากสำนักคนละหนึ่งขวดแต่สำหรับคนที่กินจุอย่างเขาแล้ว น้ำยาิญญาหยกขวดหนึ่งนั้นไม่พอให้เขายาไส้ด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องทุ่มเทความพยายามมากขึ้นไปอีกและยิ่งไม่อาจจะฝึกฝนแบบปกติได้
เย่เฉินนึกถึงหน้าที่ของเขาในสำนัก
ภารกิจที่สำนักแจกจ่ายให้กับเหล่าศิษย์ล้วนแต่มีรางวัลให้อย่างงามด้านหนึ่งก็เพื่อกระตุ้นให้ศิษย์เ่าั้ฝึกฝนตนเอง ยามอยู่ในสำนักเจิ้งหยางเขาก็มักจะรับภารกิจอยู่เป็ประจำ คิดๆดูแล้วภารกิจในสำนักเหิงเยว่ก็คงคล้ายกันกับสำนักเจิ้งหยางเป็แน่
เมื่อเย่เฉินตัดสินใจได้แล้วเขาก็ค่อยๆ หลับตาลง กอดกระบี่เทียนเชวียเอาไว้ ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
*******************
1 หนึ่งเค่อ คือหน่วยเวลา เท่ากับ 15 นาที