เกาอี้เฟยนำสมาชิกในทีมเจ็ดคนขับรถตำรวจออฟโรดสองคันมุ่งหน้ามายามนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้วถนนชานเมืองจึงไม่มีทั้งคนไม่มีทั้งรถ รถจึงพุ่งทะยานด้วยความเร็วใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงบ้านในชนบทของหวงฟา
ขณะอยู่ระหว่างทาง โหมวซือฉิงโทรแจ้งสถานการณ์ให้พวกเขาทราบคร่าวๆแล้ว
เกาอี้เฟยะโลงจากรถก็เห็น ‘โศกนาฏกรรม’ตรงหน้าทันที โหมวซือฉิงกำลังประคองสวี่ตงที่หมดสติอยู่บนพื้น สุนัขสีน้ำตาลตัวโตนอนนิ่งอยู่กับพื้นโดยมีแท่งไม้เสียบคาปากทั้งหน้าและตัวของโหมวซือฉิงกับสวี่ตงอาบย้อมไปด้วยเืและมีคราบเือยู่ทั่วพื้นบริเวณนั้นที่ท้องของสุนัขตัวนั้นมีลำไส้ทะลักออกมาด้วย!
มารดาของหวงฟาวัยแปดสิบกว่าถูกจับใส่กุญแจมือล็อกไว้กับซี่กรงหน้าต่างเกาอี้เฟยเคยมาตรวจสอบที่นี่อยู่หลายครั้งจึงจำหญิงชราได้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็นึกภาพเหตุการณ์อันน่าสลดเช่นนี้ไม่ออก!
“เสี่ยวเหอเสี่ยวจู นายสองคนรีบพาเสี่ยวสวี่กลับไปรักษาตัวในเมือง คนอื่นๆ ตามฉันไปตรวจสอบ…”เกาอี้เฟยรีบสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา ก่อนจะหันมาถามโหมวซือฉิง “ซือฉิง เจอที่ซ่อนของโจรแล้วเหรอ”
โหมวซือฉิงส่ายหน้าแล้วรีบพูดว่า “หัวหน้าเกา ฉัน…ช่วยสวี่ตงก่อนค่อยว่ากันเถอะค่ะ…”
โหมวซือฉิงกำลังจะพูดว่ามีเพียงสวี่ตงที่รู้ที่ซ่อนของโจรแต่เขาหมดสติไปแล้ว ถึงจะไม่มั่นใจว่าเขารู้จริงๆ หรือเปล่า แต่ทางเดียวที่จะแน่ใจคือรอให้เขาฟื้น
ทว่าโหมวซือฉิงรู้ดี สวี่ตงกลัวเืจนสลบเป็เื่เล็กเื่ที่ใหญ่กว่านั้นคือเขาเสียเืมาก าแไม่ใช่เล็กๆ มิเช่นนั้นคงไม่สลบไปนานขนาดนี้
ทุกคนที่มาล้วนเป็กำลังหลักของตำรวจอาชญากรรมแห่งหน่วยสืบสวนอาชญากรรมความสามารถในการสืบสวนและปฏิบัติหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่พวกเขาไม่ใช่หมออาการาเ็ธรรมดาพวกเขายังพอรับมือได้ แต่อาการาเ็ระดับสวี่ตง พวกเขาก็จนปัญญา!
โชคดีที่สวี่ตงได้สติขึ้นมาพอดีไม่ทันได้ลืมตาก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างเกาอี้เฟยกับโหมวซือฉิงจึงขยับตัวเล็กน้อยโหมวซือฉิงรับรู้ได้ทันที
“สวี่ตง นาย…ตื่นแล้วเหรอ”โหมวซือฉิงถามเขาอย่างใระคนยินดี
สวี่ตงขยับปากพูกเสียงเบาจนมีเพียงโหมวซือฉิงที่ได้ยิน “คุณเอาหน้ามานี่ ผมมีเื่จะบอก!”
โหมวซือฉิงประหลาดใจ เดาไม่ออกว่าสวี่ตงจะพูดอะไรอึ้งไปครู่หนึ่งก็รีบยื่นหูเข้าไปใกล้
สวี่ตงกระซิบข้างหูเธอ “ของซ่อนไว้สองที่ที่หนึ่งอยู่บนต้นไหวข้างๆ รถคุณบนต้นไหวสูงขึ้นไปประมาณเจ็ดแปดเมตรตรงจุดที่กิ่งแตกออกไปสองข้างมีโพรงไม้ ข้างนอกทายางไม้ปิดทับไว้ส่วนอีกที่หนึ่งซ่อนอยู่ในแปลงผักหน้าบ้านที่พื้นมีพลาสติกคลุมดินยาวประมาณสามสี่เมตร ของซ่อนอยู่ในนั้น คุณพาคนไป…ขุดออกมา แต่ห้ามบอกว่าผมเป็คนบอกเด็ดขาด บอกไปว่าคุณหาเจอเอง…”
โหมวซือฉิงนิ่งอึ้ง คำพูดของสวี่ตงทั้งชัดเจนทั้งน่าสับสนชัดเจนคือบอกที่ซ่อนของทั้งสองที่ได้อย่างชัดเจน ขอเพียงจุดที่บอกไว้มีของซ่อนอยู่จริงก็ต้องหาเจอร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ที่น่าสับสนคือสวี่ตงรู้ละเอียดขนาดนี้ได้อย่างไร
สวี่ตงพบว่าการพูดประโยคยาวเหยียดเช่นนี้กินพลังงานมากเขาร้องครวญสำทับ “คุณ…คุณห้าม…ห้ามบอกว่าผมเป็คนบอกเด็ดขาดนะ…”
ชั่วขณะหนึ่งโหมวซือฉิงไม่เข้าใจความหมายของสวี่ตงหากเป็จุดซ่อนของจริงๆ แล้วทำไมเขาถึงไม่ยอมรับล่ะว่าตัวเองหาเจอนี่เป็ผลงานครั้งใหญ่เชียวนะ!
หรือเขาพูดจาเหลวไหลเพราะโดนเ้าสุนัขนั่นกัดจนติดเชื้อบ้าสมองสับสนไปแล้ว
ขณะกำลังงุนงง สวี่ตงก็เอียงคอพับสลบไปอีกครั้งพลังกายไม่เหลืออีกต่อไป โหมวซือฉิงได้สติก็รีบกวักมือเรียกเพื่อนร่วมทีมสองคน “พวกนายอุ้มเขาไปขึ้นรถที ระวังหน่อยนะ เขาาเ็สาหัสรีบไปส่งโรงพยาบาลด่วน!”
เพื่อนร่วมทีมทั้งสองอุ้มสวี่ตงขึ้นรถโหมวซือฉิงก็พลันนึกได้อีกเื่จึงรีบสำทับไปว่า “อย่าลืมบอกให้หมอฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้เขาด้วย!”
โหมวซือฉิงยังกังวลว่าสุนัขตัวนั้นจะมีเชื้อพิษสุนัขบ้าโรคนี้ขอเพียงได้รับวัคซีนภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงก็จะไม่เป็อะไรแต่หากไม่ได้รับวัคซีนภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงจนเริ่มแสดงอาการป่วยก็ไร้ทางรักษาแล้ว!
โหมวซือฉิงมองเพื่อนร่วมทีมสองคนขับรถพาสวี่ตงออกไปแล้ว ถึงได้หันมาพูดกับเกาอี้เฟย“หัวหน้าเกา คุณพาสองคนปีนต้นไหว ตรวจดูว่าตรงแขนงอันแรกมีโพรงซ่อนอยู่ไหมคนอื่นๆ เอาเครื่องมือขุดดินตามฉันไปที่แปลงผัก!”
เกาอี้เฟยดูนาฬิกา ตอนนี้เป็เวลาตีสองสี่สิบนาทีแล้ว อีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ต้องปล่อยตัวอันซือเฉิงไม่รู้ว่าการค้นพบของโหมวซือฉิงจะได้เื่ไหม แต่ตอนนี้เจออะไรบ้างก็เป็ข่าวดีอย่างน้อยก็ยังมีความหวังอีกนิด หากพบของโจรต่อให้ไม่แน่ใจว่าของจริงหรือของเลียนแบบอีกขอแค่หาเจอก็สามารถขยายเวลากุมตัวออกไปได้อีกยี่สิบสี่ชั่วโมง!
การปีนต้นไม้นั้นยากสักหน่อยเพราะไม่มีอุปกรณ์ปีนตำรวจคนหนึ่งเข้าไปในบ้านแล้วยกบันไดไม้ออกมาวางพาดลำต้นบันไดยาวแปดเมตรวางพาดไปถึงตรงแขนงไม้พอดิบพอดี
เกาอี้เฟยโบกมือสั่งลูกน้องอีกคน “เจิ้งเฉียงนายขึ้นไปตรวจดู ระวังด้วยล่ะ อย่าทำของพัง!”
เ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเฉียงรับคำและปีนบันไดขึ้นไปพร้อมเครื่องมือและไขควงต่างๆเขารู้ว่าคำสั่งห้ามทำลายสิ่งของของเกาอี้เฟยนั้นหมายถึงหากเจอวัตถุโบราณก็อย่าทำมันพังแต่ไม่ได้หมายถึงห้ามทำลายต้นไหว!
เจิ้งเฉียงฉายไฟส่องดูแขนงไม้อย่างละเอียด ก่อนจะพบร่องรอยเข้าจริงๆ !
ตรงจุดที่กิ่งไม้หนาของต้นไหวแตกออก หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าที่เปลือกไม้มีรอยแตกเป็วงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง30 เิเ ตรงรอยแตกถูกทาด้วยยางไม้จนดูกลมกลืนหากไม่ใช่คนที่มีจุดประสงค์ขึ้นมาเช่นเขา ใครจะมองออกว่าบนต้นไหวมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่
เจิ้งเฉียงผิวปาก มือซ้ายถือไฟฉาย มือขวาถือไขควง ก่อนจะแซะไปตามร่องรอยของยางไม้หลังจากงัดยางไม้ออก เปลือกไม้ก็คลายตัวออกจากกัน
เจิ้งเฉียงดีใจ หยิบเปลือกไม้ออกอย่างระมัดระวังด้านล่างเผยให้เห็นโพรงมืดสนิท หลังจากส่องไฟฉายลงไปก็เห็นว่าภายในโพรงไม้มีขนาดใหญ่กว่าปากโพรงมากข้างในมีการขุดที่ว่างไว้ขนาดหนึ่งตารางฟุตทว่ากลับมีชามสีดำใบเล็กวางอยู่เพียงใบเดียว
“หัวหน้าเกาครับ มีโพรงไม้ ข้างในมีชามสีดำใบหนึ่งมันเหมือนกับชามสีดำที่พบที่บ้านหวงฟาในเมืองคราวก่อนเลยครับ!” เจิ้งเฉียงหยิบชามสีดำออกมาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหันมาพูดกับเกาอี้เฟยด้านล่าง
“ดีมาก!”
เกาอี้เฟยตื่นเต้นจนตบขาฉาดใหญ่อดใจไม่อยู่จนควักโทรศัพท์ออกมาเตรียมจะโทรรายงานผู้กำกับหู
ตอนนั้นเองเพื่อนร่วมทีมฝั่งแปลงผักก็ะโมาอย่างตื่นเต้น “หัวหน้าเกา ขุดเจอแล้ว…เราขุดเจอของทางนี้แล้ว!”
เกาอี้เฟยดีใจมาก กดโทรออกอย่างไม่ลังเล “ผู้กำกับหูครับ ซือฉิงหาที่ซ่อนที่บ้านในชนบทของหวงฟาเจอแล้วเรานำของออกมาแล้ว แต่เรายังยืนยันไม่ได้ว่าเป็ของจริงหรือของเลียนแบบ…”
ผู้กำกับหูได้ยินน้ำเสียงตื่นเต้นของเกาอี้เฟยดังออกมาจากปลายสาย “ดี ไม่ว่าของจริงหรือของปลอมอย่างน้อยเราก็มีเหตุผลที่จะกักตัวอันซือเฉิงไปได้อีกยี่สิบสี่ชั่วโมงอย่างน้อยก็เพิ่มมาอีกวัน!”
หลังจากเกาอี้เฟยวางสายก็นึกขึ้นได้ว่าตนลืมรายงานอาการาเ็ของสวี่ตงครุ่นคิดอยู่ครู่เดียวก็โบกมือ “เจิ้งเฉียงนายกับเสี่ยวเหออยู่คุ้มกันที่นี่ ระวังอย่าให้ใครมาทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุคนอื่นๆ ตามฉันกลับสำนักงาน!”
ถึงแม้หญิงชราจะอายุมากแล้ว แต่ก็ต้องสงสัยว่าช่วยลูกชายปกปิดหลักฐานโหมวซือฉิงนำตัวเธอขึ้นรถ เมื่ออยู่บนรถโหมวซือฉิงถึงได้มีเวลาทบทวนเหตุการณ์วันนี้อย่างละเอียด
หญิงชรามีสีหน้าย่ำแย่ จ้องมองโหมวซือฉิงราวกับจะกินเืกินเนื้อไม่ต้องสงสัยเลยตำรวจหญิงรูปงามคนนี้กับเด็กผู้ชายที่ถูกสุนัขกัดคงทำให้เธอกับลูกตกอยู่ใน ‘อันตราย’ แล้ว!
โหมวซือฉิงไม่สนใจอารมณ์โกรธของหญิงชราทำอาชีพนี้การถูกเกลียดเป็เื่ปกติ เดิมทีเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้วเพียงแต่เ้าเด็กสวี่ตงนั่นสิทำให้เธอทั้งประหลาดใจ ใ แล้วก็ซาบซึ้งใจด้วย!
ตอนกลางวันในงานเลี้ยงวันเกิดของปู่เธอ หลงชิวเซิงให้ความใส่ใจสวี่ตงเป็พิเศษก็ทำเอาเธองุนงงอยู่แล้วจากนั้นสวี่ตงก็มาช่วยครอบครัวเธอ ‘ตามหา’ เสื้อหยกไหมทองที่อาเล็กขโมยไป เธอถึงได้รู้สึกสนใจสวี่ตงขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร
ตอนกลางคืนพาตัวสวี่ตงไปทำหน้าที่ ‘นักประเมินผู้เชี่ยวชาญ’ที่สำนักงาน ซึ่งเป็การบีบบังคับ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกมันดึกเกินกว่าจะหาผู้เชี่ยวชาญคนอื่นมาได้อีกอย่างเหล่าผู้เชี่ยวชาญการประเมินแทบทุกคนที่พอรู้จักล้วนเมาแอ๋อยู่ในงานเลี้ยงของปู่เธอต่อให้พาตัวไปที่สำนักงานก็ทำอะไรไม่ได้!
ทว่าเธอไม่เคยคาดคิดว่าเด็กที่เธอ ‘กลั่นแกล้ง’และ ‘ทำให้ขุ่นเคือง’ คนนี้จะช่วยเธอได้มหาศาล!
เจอที่ซ่อนวัตถุโบราณที่บ้านในชนบทของหวงฟาแม้เธอจะยังไม่รู้ว่าสวี่ตงเจอมันได้อย่างไร แต่เขาเป็คนชี้พิกัดออกมาจริงๆนอกจากนี้สวี่ตงที่ดู ‘อ่อนแอ’ กลับช่วยชีวิตเธอในยามคับขัน!
และไม่รู้ว่าทำไมวินาทีนี้จู่ๆ โหมวซือฉิงก็เกิดเป็ห่วงความปลอดภัยของสวี่ตงขึ้นมาหวงฟา วัตถุโบราณ คดี ทุกอย่างกลายเป็เื่เล็กและไม่สำคัญทันที!
ภายในห้องผู้ป่วยที่สิบเจ็ดบนชั้นสิบสองของตึกผู้ป่วยโรงพยาบาลประชาชนถงเฉิงสวี่ตงพยายามดิ้นหนีก่อนจะเบิกตาขึ้นเห็นเพียงแสงจ้าจนตาพร่ามัวจึงหลับตาผ่อนคลายสักพักถึงค่อยลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ความจริงแล้วไม่ใช่แสงไฟสว่างจ้า แต่เพราะเป็เวลากลางวันแล้ว
นี่เป็ห้องเดี่ยว สวี่ตงมองซ้ายมองขวาเห็นว่าไม่มีใครอยู่ภายในห้องเขาขยับตัวและรู้สึกเหมือนแขนซ้ายหายไป มันชาไปทั้งแถบเขาหันไปมองก่อนจะพบว่าแขนซ้ายถูกพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวสะอาดคราบเืบนร่างกายถูกทำความสะอาดแล้ว ชุดที่ใส่อยู่ก็เป็ชุดของโรงพยาบาลด้วย
ชัดเจนว่าเขาได้รับการผ่าตัดรักษาแล้ว สวี่ตงสติเลือนรางแต่ยังจำได้ตอนนั้นเขากึ่งหลับกึ่งตื่น อีกทั้งยังดมยาสลบจึงรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันจำได้แต่ไม่ชัดเจน!
ที่หลังมือขวามีรอยเข็มหลายจุด หลังจากผ่านการให้เืและยา สติเขาจึงค่อนข้างแจ่มชัดแม้แขนซ้ายจะชาจนไม่รู้สึก แต่เขาไม่เวียนหัวหรือหมดแรงแล้วพลังกายกลับมาฟื้นตัวเต็มที่
“แย่แล้ว!”
จู่ๆ สวี่ตงก็นึกขึ้นได้ ผู้เฒ่าหลงกับหนิวเซี่ยงตงยังอยู่ที่โรงแรมถงเฉิงหากพวกเขาตื่นมาแล้วไม่พบตนจะร้อนใจหรือเปล่า
แต่เขาไม่มีโทรศัพท์ แล้วยังไม่มีเบอร์โทรศัพท์ผู้เฒ่าหลงกับหนิวเซี่ยงตงด้วยอยากติดต่อก็ทำไม่ได้
กระเสือกกระสนตัวลุกขึ้นนั่งได้สวี่ตงก็คิดว่าตนจะออกจากโรงพยาบาลไปโรงแรมได้หรือไม่หากไม่ไปที่โรงแรมก็ไม่รู้ว่าหนิวเซี่ยงตงกับผู้เฒ่าหลงจะบ่นว่าอะไรเขาบ้าง!
“อย่าขยับ!”
ขณะที่สวี่ตงกำลังดิ้นรน เสียงใสของผู้หญิงก็ดังมาจากประตูสวี่ตงเงยหน้ามอง คนที่พูดก็คือโหมวซือฉิงนั่นเองเธอถือกล่องอาหารกับถุงผลไม้เดินเข้ามาด้วยสีหน้าโมโห