เปลือกตาของหญิงสาวขยับเขยื้อนเปิดขึ้น ภาพตรงหน้าที่กระทบั์ตากลายเป็บ้านที่ลูกบัวอยู่มาั้แ่เกิด บ้านของพ่อและแม่ของเธอ ถ้าเป็อย่างที่ผู้เฒ่าคนนั้นบอกตอนนี้เธอจะตื่นขึ้นมาในอายุ 15 ปี ลูกบัวลุกขึ้นแล้วหันหากระจก เธอวิ่งไปส่อง แน่นอนว่าเธออยู่ในสภาพเด็กหญิงจริงเสียด้วย
“อ้าว บัวตื่นแล้วหรอ หายไข้แล้วใช่ไหม ดีเลย ไปช่วยแม่ขายของ” แม่ของเธอในสภาพที่สาวกว่าเมื่อตอนที่เธออายุ 35 ปีทำให้เธอแปลกใจเพราะไม่คุ้นเคย
“แม่...” อันที่จริงอาจเป็เพราะเธอจากบ้านมานานแล้วด้วย เธอเลยรู้สึกแปลกเอามากๆ “แม่รักบัวไหมคะ” เป็คำถามที่ค้างคาใจมาั้แ่ชาติที่แล้ว แต่เธอไม่เคยกล้าถามออกไป
“ถ้าไม่รัก ฉันก็เอาขี้เถ้าอุดปากแกนานแล้ว ถามอะไรแปลกๆ นะยัยบัว ไปเร็วๆ ถามเื่ไร้สาระอยู่ได้ ไปช่วยแม่ทำมาหากิน” เธอนิ่งคิดก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วเดินตามแม่ของเธอออกไป
ที่บ้านของเธอเป็ร้านขายของชำเล็กๆ ตอนที่ร้านสะดวกซื้อติดแอร์โดยนายทุนใหญ่ยังไม่แพร่หลายอย่างเวลานี้ สภาพคล่องทางการเงินของครอบครัวเธอก็ไม่ถือว่าแย่อะไร เป็อาชีพที่ดีตามอัตภาพ แต่เธอรู้ว่าต่อจากนี้ไปไม่เกินห้าปี ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม
อุตส่าห์ได้มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง เธอจะไม่ยอมใช้ชีวิตไปวันๆ โดยโทษชะตาฟ้าลิขิตอีกแล้ว เพราะครั้งนี้เธอรู้ดีว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เธอจะไม่ยอมให้ความรักของแม่แปรเปลี่ยนไปจนเห็นเธอเป็เหมือนตู้เอทีเอ็มอีก ลูกบัวคิดขณะช่วยแม่เฝ้าร้านที่หน้าบ้าน ส่วนเื่ตั้งใจเรียนที่เธอเคยทำตลอดมา เธอรู้แล้วว่าไม่จำเป็ขนาดนั้น สิ่งที่จำเป็คือหาเงินมากกว่า
แต่จะให้มาเล่นหุ้น เธอก็ไม่เคยศึกษามาก่อน รวมถึงเธอไม่เคยรู้เื่วงการนี้เลย เธอไม่มีข้อมูลเลยว่าอะไรจะทำให้รวย หรือถ้าจะเป็หวย เธอก็ไม่สนใจมันมาก่อนเหมือนกัน แย่แล้ว… ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะได้มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตของตัวเอง ต้องรีบคิดแล้วล่ะลูกบัว
“บัวไปทำกับข้าวสิ๊ พ่อจะกลับมาแล้ว” แม่สั่งเธอ หญิงสาวผู้ไม่เคยมีปากเสียงปฎิเสธจึงเดินไปทำตามคำสั่งก่อนเธอจะทันรู้สึกตัวเสียอีกว่าเธออยากปฏิเสธ ไม่เป็ไร ยังมีเวลาอีกมาก เธอคิดว่าตัวเองค่อยๆ ปรับนิสัยไปเรื่อยๆ น่าจะได้ ยังไงตอนนี้เธอก็ยังอายุแค่ 15 ปีเท่านั้น
เอ๊ะ… จำได้ว่าพ่อจะตกงานตอนเธออายุประมาณนี้นี่น่า น่าจะราวม.3 เทอมสอง ตอนนี้น่าจะเป็เวลาปิดเทอม อาจจะเพราะเหตุผลนี้ด้วยที่ทำให้ที่บ้านมองเธอเป็เครื่องผลิตเงิน เธอจะต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง
ระหว่างที่ลงมือทำอาหารเย็น เธอก็คิดไปเรื่อยๆ หรือจะขายอาหาร จริงๆ เธอทำอาหารอร่อยแล้ว แต่วิธีการขายอาหารนี่สิที่เป็ปัญหา จะขายหน้าบ้าน ทำเลแถวนี้ก็ไม่ได้เหมาะขนาดนั้น อาจจะพอขายได้ แต่ถ้าขายดีนี่น่าจะยาก กระทั่งเธอจัดจานเสิร์ฟอาหารรวมถึงตักข้าววางไว้บนโต๊ะครบสามจานเรียบร้อย เธอก็ค่อยๆ นั่งลงพลางนิ่งคิด เธอทำอะไรได้อีกบ้างนะ
ทำความสะอาดบ้าน?
หรือจะลองรับทำความสะอาดบ้านดู… แต่มันดูไม่น่ารวยได้ง่ายๆ แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธว่าตัวเองจำต้องมีเงินทุน หากมีอะไรให้ทำก็ต้องลองทำดู พอแม่กับพ่อเดินมานั่งลงที่โต๊ะ ลูกบัวก็พูดขึ้นว่า
“พ่อ แม่… คือบัวคิดว่าจะออกไปหางานพิเศษทำ” เธอลุ้นว่าครอบครัวจะตอบอย่างไร นี่น่าจะเป็ครั้งแรกในชีวิตที่เธอบอกความตั้งใจของเธอกับพ่อแม่ออกไป ปกติแล้วเธอเป็เด็กอยู่ในโอวาท เรียบร้อย ตั้งใจเรียน ทำตามที่พ่อแม่บอกทุกอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นชีวิตในชาติก่อนของเธอก็ไม่มีอะไรดีเลย
“แกอยากทำทำไมเหรอ เงินไม่พอใช้?” พ่อกับแม่นิ่งไปนานและเป็พ่อที่ถามกลับมาก่อน แม่ถึงได้ถามตามบ้าง
“ก็อยู่ช่วยแม่ขายของก็ได้นี่” ท่าทางของทั้งคู่ดูไม่ได้อยากให้ลูกสาวอย่างเธอออกไปทำงานอะไร จริงๆ แล้วชาติก่อนเธออาจจะเข้าใจอะไรผิดไปก็ได้นะ
“คือบัวอยากเก็บเงินค่ะ” แล้วก็ตั้งใจว่าจะรีบลงทุนทำธุรกิจหรือทำอะไรสักอย่างให้ครอบครัวเรามีฐานะที่ดีกว่านี้ บัวไม่อยากมีชีวิตจมจ่มกับความจนอีกแล้ว เธอได้แต่ปฏิญาณกับตัวเองภายในใจ
“ก็เก็บที่พ่อให้รายเดือนก็ได้นี่”
แต่ดูเหมือนครอบครัวจะไม่เข้าใจนัก เธอจะต้องพูดยังไงให้เขาอนุญาตและเห็นดีเห็นงามด้วยนะ หลังจากเงียบกันไปสักพัก
“เอ๊ะ วันนี้อร่อยจัง แม่ทำกับข้าวสูตรใหม่หรอ” แม่หันมามองเธอ รอให้เธอเป็คนตอบเอง
“เอ่อ บัวทำเองค่ะ” ลูกบัวตอบออกไป “ลองทำรสชาติใหม่ๆ ดู พอดีบัวเห็นในเน็ต” พูดไปแล้วก็อยากจะตบปาก อินเตอร์เน็ตใน่เวลานี้ยังไม่แพร่หลายขนาดจะมีสูตรอาหารอะไรให้ลองทำ
เออ จริงด้วย อินเตอร์เน็ตไง เธอสามารถทำก่อนคนอื่นได้นี่ เธอรู้ว่าในอนาคตเค้าจะฮิตคอนเมนต์แบบไหนกันนี่นา…
ลูกบัวรู้สึกเหมือนมองเห็นทางสว่างรำไร ลองเป็ยูทูปเบอร์อะไรกับเขาก็ไม่น่าเสียหายนี่นา แต่ก่อนอื่นเธอต้องไปลองเช็กว่ายูทูปเกิดขึ้นมาบนโลกนี้แล้วหรือยัง?