“เขาฟื้นแล้ว!”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็รีบกรูกันเข้ามาล้อมรอบเตียง
“หยวนเก้อเอ๋อร์! ฟื้นแล้วๆ เจ้าช่างเหมือนเทพฮั่วถัว[1]กลับชาติมาเกิด!”
หมิงหยวนถูกหม่านสือชีเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน พยายามฝืนยิ้มทั้งน้ำตา แค่รักษาแผลภายนอกให้หาย ก็เหมือนเทพฮั่วถัวกลับชาติมาเกิดแล้วหรือ
“เจ้าหลบไป อย่าบังสิ ให้หยวนเก้อเอ๋อร์ดูหน่อย” หมิงเยี่ยดึงคนพวกนั้นออกไป
หมิงหยวนนั่งลงข้างเตียง เฉาอู๋จิ่วพยายามลืมตาอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ลืมตาขึ้นมาได้สำเร็จ แต่เขายังมึนงง กระทั่งรู้สึกเจ็บแปลบที่แผลจนเหงื่อซึมทั่วกาย จึงได้สติกลับมาอีกครั้ง เขารีบสูดหายใจเข้าลึกๆ มืออีกข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวด เหงื่อไหลท่วมตัวราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ ดวงตาคมกริบราวกับเม็ดเงินวาววับ กะพริบถี่ๆ ไล่หยดน้ำตาที่ไหลปนมากับเหงื่อ
หมิงหยวนหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้เขา แต่กลับถูกอีกฝ่ายคว้าข้อมือไว้แน่น เฉาอู๋จิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแผ่วเบาเหมือนคนใกล้สิ้นใจ “หยวนเก้อเอ๋อร์ เรื่องนี้ใหญ่โตนัก อย่าได้แพร่งพรายออกไป”
“เพราะเหตุใด? ผู้ใดคิดฆ่าเจ้า?”
เฉาอู๋จิ่วอ่อนแรงจนแทบพูดไม่ออก เขาจึงหลับตาลง หม่านสือชีรีบยกน้ำชาขึ้นมาป้อนให้เขาดื่ม “ข้าไม่รู้... แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน... มีคน... โยนหินก้อนหนึ่งมาจากนอกประตู... บนนั้นมีกระดาษผูกติดอยู่...”
“ในนั้นเขียนว่าอย่างไร?”
“ระวังตัว”
“รู้หรือไม่ว่าเป็นฝีมือผู้ใด?”
เฉาอู๋จิ่วส่ายหัว
“กระดาษแผ่นนั้นยังอยู่หรือไม่?”
“ข้าซ่อนมันไว้ในตำราบันทึกประวัติศาสตร์ หน้าบทชีวประวัตินักฆ่า’”
“เพราะเหตุใดจึงไม่ให้ตามหมอ?” หมิงหยวนใจเต้นแรงพลางเอ่ยถามเรื่องในวันนี้
เฉาอู๋จิ่วเงียบไปครู่หนึ่ง “ที่ผ่านมาข้าไม่เคยยุ่งเรื่องของผู้อื่น ครั้งนี้เกรงว่ามีผู้ไม่หวังดีคิดใช้ข้าเป็นเครื่องมือ สิ่งเดียวที่พวกมันจะใช้ประโยชน์จากข้าได้ ก็คือชาติกำเนิดเท่านั้น หากขุดคุ้ยเรื่องในอดีตขึ้นมา ความวุ่นวายก็จะบังเกิด ผู้ที่คิดฆ่าข้า ย่อมมีวัตถุประสงค์ไม่ธรรมดาแน่นอน”
เฉาอู๋จิ่วจ้องหมิงหยวนด้วยสายตาแน่วแน่ “ข้ารู้สึกว่ากำลังจะเรื่องใหญ่ขึ้น”
หมิงหยวนได้ยินเขาพูดเช่นนั้น จึงรีบพยักหน้า “เจ้าวางใจเถิด พวกข้าเข้าใจแล้ว เจ้าพักผ่อนก่อน”
“หยวนเก้อเอ๋อร์...” เฉาอู๋จิ่วลืมตาขึ้นอีกครั้งพลางบีบมือเขาเบาๆ
“ข้าอยู่นี่”
เฉาอู๋จิ่วเบนสายตาไปมองหม่านสือชี มองใบหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่ายอย่างพิจารณา “สือชีเป็นคนใจร้อน ท่านช่วยดูแลเขาด้วย”
“เจ้าวางใจเถิด ข้าจะดูแลเขาเอง พี่สือชีไม่ใช่คนโง่เขลาเบาปัญญา ไม่มีทางเป็นอันใด”
ในที่สุดเฉาอู๋จิ่วก็ยอมหลับตาลงอีกครั้ง
หมิงหยวนฝังเข็มให้อีกฝ่ายหลับสนิท เพื่อไม่ให้เขาต้องทรมานจากความเจ็บปวด
ทุกคนยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง สักพักก็พากันแยกย้าย ทุกคนต่างโล่งใจที่เห็นเฉาอู๋จิ่วฟื้นขึ้นมา แต่คำพูดของเขากลับทำให้ทุกคนรู้สึกหนักใจราวกับถูกทรายดูด
หมิงหยวนยืนครุ่นคิดอยู่ข้างหน้าต่าง “ตำราเล่มนั้นอยู่ที่ใด?”
หม่านสือชีรีบตรงไปที่โต๊ะ ค้นหาอยู่พักหนึ่งก็พบบันทึกประวัติศาสตร์ เขาจึงหยิบมันยื่นให้หมิงหยวน
หมิงหยวนพลิกตำราไปมา ก็เจอหน้าชีวประวัตินักฆ่า เห็นมุมกระดาษม้วนงอ ก็รู้ได้ทันทีว่ากระดาษแผ่นนี้ถูกเปิดอ่านนับครั้งไม่ถ้วน ดูเหมือนเรื่องนี้จะรบกวนจิตใจเฉาอู๋จิ่วมานาน หมิงหยวนมองเฉาอู๋จิ่วด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แต่ก่อนเขามองว่าคนผู้นี้เป็นคนเงียบขรึม รอบคอบ ระมัดระวัง ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น เพิ่งมารู้วันนี้เองว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นคนใจแข็งแกร่ง มองสถานการณ์บ้านเมืองออก เฉลียวฉลาด มีไหวพริบเป็นเลิศ หากผ่านเรื่องร้ายในครั้งนี้ไปได้ อนาคตต้องรุ่งโรจน์แน่นอน
กระดาษแผ่นนั้นถูกขยำจนยับยู่ยี่ ก่อนจะถูกคลี่ออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีเพียงตัวอักษรสองตัวคือ “ระวังตัว” หมิงหยวนยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้หยางจวิน “นี่เป็นคำเตือนจากท่านแม่ทัพเช่นกันหรือไม่?”
หยางจวินส่ายหน้า
“หรือว่าท่านแม่ทัพให้ผู้อื่นมา โดยที่เจ้าจึงไม่รู้เรื่อง?”
“ไม่มีทาง”
หมิงหยวนนิ่งเงียบ ก้มหน้าลงต่ำ ผู้เป็นนายมิอาจปกปิดความลับ ยากจะได้ใจผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชามิปกปิดความลับ ย่อมนำภัยสู่ตน หยางจวินกล้าพูดเช่นนี้ ย่อมต้องเป็นเรื่องใหญ่โตแน่นอน
เสียงกลองดังขึ้นนอกหน้าต่าง ทุกคนหันไปมองจึงรู้ว่าฟ้าเริ่มสางแล้ว เวลาผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก
“ฟ้าสางแล้ว ข้าจะไปขอยา” หมิงหยวนดื่มชาเย็นที่เหลืออยู่จนหมด
“เดี๋ยวสิ!” หมิงเยี่ยลุกขึ้นยืน “ตอนนี้อันตรายรอบด้าน ให้พี่สือชีไปเป็นเพื่อนเจ้าดีกว่า”
“ไม่ต้องหรอก ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ผู้มดจะมาฆ่าข้า” หมิงหยวนอึกอัก ไม่อยากเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเผยซูเยี่ย
“กันไว้ดีกว่าแก้” หมิงเยี่ยขยับเข้ามาใกล้พลางกระซิบ “พาพี่สือชีออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อย เดี๋ยวเขาจะอกแตกตายเอา”
หมิงหยวนหันไปมองหม่านสือชี เห็นอีกฝ่ายเดินวนไปวนมาในห้องด้วยดวงตาแดงก่ำ จึงยอมตกลง “สือชี ไปกับข้า ไปหายากัน”
“ข้าฝากพวกเจ้าด้วย”
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] เทพฮว่าถัว (佗) หมายถึง ปรมาจารย์ด้านการรักษาที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก