“จากการวิเคราะห์โครงสร้างร่างกายมีลักษณะเหมือนกับสัตว์เลี้ยงไม่มีอันตรายหรือมีอุปกรณ์การต่อสู้ใดๆเลยค่ะด็อกเตอร์”อลิซวิเคราะห์พร้อมรีบกล่าวบอกกับพิทักษ์ตัวของพิทักษ์ก็เริ่มสบายใจได้ส่วนหนึ่งที่ผลการวิเคราะห์ออกมาเป็อย่างนี้แต่เขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ หรือลดการป้องกันแต่อย่างใด
“แล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะสื่อสารกับเ้าตัวนี้ได้ล่ะอลิส”พิทักษ์พูดขึ้นมา ส่วนเ้ามอนสเตอร์ตัวนั้นแอบอยู่หลังต้นไม้ทำหน้ากล้าๆกลัวอย่างบอกไม่ถูก พิทักษ์จึงยื่นมือของเขาไปหาเ้าตัวนั้นเหมือนที่ทำกับสุนัขแถวบ้าน แล้วก็พูดว่า
“มานี่มา มานี่สิ”
เสียงเรียกของพิทักษ์ทำให้เ้าสัตว์ตัวนั้นได้แต่จ้องที่มือแล้วทำหน้าตาราวกับสงสัยในตัวของพิทักษ์แล้วมันก็จ้องหน้าของพิทักษ์ราวเหมือนกับรู้จักกันมาก่อนยังไงอย่างนั้นก่อนที่มันจะเอ่ยกล่าวออกมา
“ทำไมเ้าถึงมีหน้าตาคล้ายกับนายเหนือหัวของข้าแต่เ้า..ไม่ใช่เขาถึงจะหน้าตาเหมือนแต่กลิ่น และลักษณะท่าทางกลับไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อยเ้าเป็ผู้ใดกันแน่” เ้ามอนสเตอร์ตัวนั้นพูดและเสียงที่มันเปล่งออกมามันเป็โทนแหลมๆ ราวกับเสียงของเด็กน้อยพึ่งเกิด
พิทักษ์ทำหน้าใราวกับจะเป็ลมซะให้ได้ในตอนนี้จากจินตนาการของเขา และความเป็จริงบนโลกมนุษย์ที่เขาอาศัยอยู่สัตว์ที่ไหนมันพูดได้กัน นี่มันช่างน่าอัศจรรย์และมันก็มีเื่ให้เขาสงสัยอยู่เต็มไปหมด ด้วยความไม่รู้ และบวกกับความตื่นเต้นเขาจึงคิดกับตัวเองภายในจิตใจว่า
“เอาเถอะมันพูดได้มันก็ดีสำหรับเรา เราจะมีคนคอยตอบคำถามต่างๆหลายๆอย่าง”แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถามใดๆเลยเ้าตัวนั้นก็วิ่งหายเข้าไปไหนป่าไปต่อหน้าต่อตาของเขา เขาจึงะโสุดเสียง
“เดี๋ยว!!”
แล้วตัวของพิทักษ์ก็วิ่งตามออกไปแต่ไม่มีทางที่เขาจะวิ่งทันได้เลยเพราะเขายังาเ็ถึงจะยังเล็กน้อยแต่มันก็คงจะไม่คุ้มที่จะทำให้แผลที่พึ่งรักษามาเปิดอีกครั้งเขาจึงหยุดวิ่งในเวลาต่อมา
“เห้อบอกว่ารอเดี๋ยว มันก็ไม่ฟังกันบ้างเลย เหนื่อยนะเว้ย!! พาวิ่งมาเป็สิบๆกิโล อย่าให้เจออีกก็แล้วกัน”เขาได้แต่ยืนหอบอยู่ใต้ต้นไม้ และตัวเขาก็พึ่งจะได้สังเกตรอบๆตัวของเขา มันเต็มไปด้วยป่าไม้มองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้เต็มไปหมด และแน่นอนเขาหลงทางแล้วในตอนนี้
“คงต้องหาที่พักที่ดูจะปลอดภัยก่อนจะดีกว่าพรุ่งนี้เรายังจะต้องหาคำตอบอะไรๆอีกมากมายหลายๆอย่าง”หลังจากพูดจบพิทักษ์ก็เดินหาที่ที่เหมาะแก่ก่อนพักแรมในคืนนี้เขาไม่เลือกที่จะใกล้ๆกับแม่น้ำเพราะสัตว์ป่ามันก็ต้องออกมาดื่มน้ำที่แหล่งน้ำใกล้ๆอย่างแน่นอนและมันอาจจะไปจ๊ะเอ๋กับตัวที่อันตรายๆก็เป็ได้
หรือจะเลือกเป็โพรงต้นไม้ก็ไม่ได้อีกเพราะแน่นอนว่าสัตว์ป่าอย่างเช่นหมาป่าถ้ามีมันอยู่ เขาก็คงจะไม่รอดขนาดกระต่ายยังไม่กล้าเลยที่อยู่ในโพรงต้นไม้ แล้วมีหรือที่เขาจะอยู่ในโพลงต้นไม้ฝันไปเถอะ หรือจะไปนอนบนต้นไม้ดี แต่เมื่อคิดดูอีกทีเขาก็ไม่เอาดีกว่าเพราะเขารู้ว่าตัวเองดีว่าเป็คนนอนดิ้นมาก ถ้าเกิดเข้าดิ้นจนตกต้นไม้ตายล่ะจะทำอย่างไร
“ทำไมมันเลือกยากอย่างนี้นะรู้อย่างนี้หัดตั้งใจเรียนวิชาลูกเสือตอนมัธยมดีกว่า เห้อ”
ในระหว่างที่เลือกสถานที่พักผ่อนอยู่นั้นเองเขาก็พบกับทหารที่แต่งกายราวกับอัศวินในยุคกลางๆของโลกมนุษย์พวกทหารรายล้อมตัวของเขาเอาไว้ พร้อมกับทหารทุกนายที่หันหลังเตรียมเหมือนท่ากำลังคุ้มกันบุคคลสำคัญก่อนจะมีทหารนายหนึ่งที่ดูเหมือนหัวหน้าเอ่ยกล่าวออกมา
“ท่านองค์รัชทายาทเหตุใดท่านจึงหนีออกมาจากปราสาทเช่นนี้ พระบิดาท่านยังทรงพระประชวนหนักอยู่ท่านควรจะอยู่เพื่อเป็ขวัญกำลังใจให้บิดาท่านนะขอรับ”อัศวินโค้งให้กับเขาเล็กน้อย ถึงเขาไม่อยากจะทำก็เถอะ แต่ตำแหน่ง องค์รัชทายาทไม่ใช่ตำแหน่งที่จะดูแคนได้ในตอนนี้ เขาอาจจะเป็าาในอนาคตถ้าเกิดเขาทำอะไรไม่ดีแก่ท่าน คงไม่พ้นโทษที่จะได้รับในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน
“ฉันเนี่ยนะ!!องค์รัชทายาท ฉันแค่หนีข้ามมิติมาเฉยๆเอง จะมาเป็องค์รัชทายาทได้อย่างไร”พิทักษ์เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความสงสัยจากเหล่าอัศวิน องค์รัชทายาทเสเพลผู้นี้จะทำอะไรให้อาณาจักรขายขี้หน้าไปถึงไหนอีกนอกจากจะดื่มสุรามั่วนารีไปวันๆ ยังชอบทำตัวกร่างไปทั่วไม่มีใครสักคนเลยที่ชอบในตัวเขา และตอนนี้ยังทำตัวมีปัญหาอีก
ผู้คนในอาณาจักรบางคนเตรียมตัวที่จะหนีและย้ายออกจากอาณาจักรแล้วโดยซ้ำถ้าองค์รัชทายาทองค์นี้ได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากพระบิดายังไม่พอยังมีข่าวจากภายในราชวังเื่การคัดค้านองค์รัชทายาทองค์นี้อีกด้วยพิทักษ์ที่ไม่ได้รู้เื่อะไรกับเขาก็ได้แต่ยืนงง จากการสังเกตเขาก็ไม่ได้โง่ที่จะดูไม่ออกว่าพวกเขาเหล่านี้คิดกับตัวขององค์รัชทายาทยังไง
จากสายตาของเหล่าอัศวินเขาก็รู้แล้วพิทักษ์จึงเอ่ยออกมา “คงจะเป็การเข้าใจผิดแล้วท่านอัศวินทั้งหลายตัวเรานั้นคงแค่หน้าคล้ายๆกับองค์รัชทายาทของพวกเ้าเพียงเท่านั้น ไม่ได้เป็องค์รัชทายาทอย่างที่พวกท่านคิด”พวกเหล่าอัศวินก็ได้มองหน้าแล้วคิดไปในทางเดียวกันว่า
‘องค์รัชทายาทจะทำตัวน่ารำคาญไปถึงไหนกันครั้งที่แล้วก็ใช้มุกนี้ จำปั่นป่วนไปทั่วอาณาจักร ครั้งนี้ยังจะกล้าใช้มุกนี้อีก’และมันก็เหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจที่จะฟังในสิ่งที่พิทักษ์พูดออกมาเลยสักคนเดียว
“องค์รัชทายาทพวกข้าต้องขออภัยที่ล่วงเกินท่านแล้ว”ตัวหัวหน้าอัศวินพยักหน้าให้กับเหล่าลูกน้องของเขาจากนั้นเหล่าอัศวินก็ได้เดินเข้ามาใกล้ตัวของพิทักษ์ขึ้นเรื่อยๆเพื่อที่จะมัดตัวของพิทักษ์ และควบคุมตัวกลับไปยังปราสาทตามที่ได้รับคำสั่ง
“อ่าวเห้ย ...ข้าก็บอกแล้วไงว่าข้าไม่ใช่องค์รัชทายาทของพวกท่าน ทำไมต้องมาบังคับกันด้วย”พวกเขาได้แต่ถอนหายใจกับตัวปัญหา แล้วล้อมเข้าไปจับอย่างเช่นเคยทุกครั้งพร้อมกับเสียงโวยวายของพิทักษ์ตลอดเส้นทางั้แ่โดนจับตัวมา
จนพวกเขาเดินมาได้สักระยะหนึ่งพิทักษ์ก็เริ่มทำใจไม่โวยวายอีกก็ได้เพราะถึงจะร้องออกมาดังแค่ไหนมันก็ได้ช่วยอะไรอยู่ดีและทางที่เหล่าอัศวินมุ่งหน้าไป ก็คือวิหารที่เขาเห็นอยู่ไกลๆในตอนต้นเขาจึงคิดว่าอย่างน้อยก็ได้เข้าเมืองและก็ยังปลอดภัยจากสัตว์ป่าที่ดุร้ายในคืนนี้ถ้าเกิดเขาพักในป่า