ก่อนพลบค่ำ เซียวสิงเยี่ยนและอีกสองคนรีบกลับมาจากข้างนอก ทันทีที่เข้ามาในลานกว้างหน้าเรือนก็เห็นสบู่ที่ห่อเสร็จแล้วกองพะเนินราวกับูเา
“ข้าไม่เคยเห็นคนหน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อน”
อันเยว่กล่าวเหน็บแนม แล้วเหลือบมองหยูยวนที่นั่งดื่มยาอยู่บนเก้าอี้หวายด้านข้าง
เดิมทีพวกเขาปรึกษากันแล้วว่าให้หยูยวนรับผิดชอบเื่เครื่องหอม รวมถึงการห่อสบู่
ทว่ายามนี้ เห็นได้ชัดว่าคนที่ทำงานเหล่านี้คืออันเยว่ หากห่อไม่สวยก็ถูกหยูยวนเยาะเย้ยถากถาง
แต่ใครจะรู้ว่ากู่หยางทำเหมือนมองไม่เห็นเสียอย่างนั้น และยังเดินตรงไปยังข้าง ๆ พวกเขา
เซียวสิงเยี่ยนมานั่งลงที่ข้างกายหยูยวนแล้วหยิบกาน้ำชาขึ้นดื่ม
“ฮูหยิน ข้าจะไปทำอาหาร”
ซูจือฉือผละออกไปหลังจากบอกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สิ่งนี้ยิ่งทำให้อันเยว่รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
บุรุษเหล่านี้คล้ายกับปรึกษากันดีแล้ว หรือว่าพวกเขาคิดวางแผนบางอย่างกับนาง?
นางจึงไม่กล้าเหน็บแนมอีกต่อไป และเลือกที่จะห่อสบู่อยู่เงียบ ๆ ทว่าหัวคิ้วกลับเริ่มขมวดมุ่น หากสองคนข้าง ๆ คิดจะลงมือก็มีมีดวางอยู่ข้าง ๆ เช่นนั้นก็ไม่เลวหากจะฟันมีดใส่พวกเขาโดยตรง
ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งก็ยื่นมาหานาง อันเยว่จึงรีบหยิบมีดขึ้นมาป้องกันตัว
“ที่นาแถบครอบครัวชาวนาสิบหมู่ ปีละหนึ่งร้อยตำลึงเงิน”
“ไม่แพง ๆ”
อันเยว่เก็บมือกลับมาอย่างเก้อกระดาก ไม่โทษที่นางจะหวาดระแวง เพิ่งกลับจากประตูผี จะให้นางชะล่าใจได้อย่างไร
เมื่ออ่านสัญญาข้อตกลงอันเยว่ก็ราวกับเห็นโอกาส ต่อไปก็แค่เริ่มเพาะปลูก
“ตามที่เ้าบอก ข้าไปรับซื้อเมล็ดละหุ่งกับชาวนาสิบฉื่อ แต่เมล็ดทั้งหมดล้วนเก่าเก็บมานานหลายปี แบบนี้ใช้การได้หรือไม่?”
“ได้ ดีมาก เป็เงินเท่าไร?”
“สิบห้าตำลึงเงิน”
หลังจากที่เซียวสิงเยี่ยนจัดการธุระที่อันเยว่จัดแจงให้เรียบร้อยดีแล้ว เขากลับรู้สึกสงสัยเล็กน้อย สตรีผู้นี้ทั้งเช่าหน้าร้าน ทั้งเช่าที่นาของชาวนา ทั้งรับซื้อเมล็ดละหุ่ง เขารู้สึกว่านางคล้ายกับมีเื่บางอย่างที่ต้องทำ
“แล้วจะนำมาส่งให้เมื่อไร?”
“ถึงแล้ว”
ทันทีที่เขาพูดจบ เกวียนไม้สองคันก็ถูกผลักเข้ามาจากนอกประตูใหญ่ที่เปิดอยู่ มีเมล็ดละหุ่งที่บรรจุในกระสอบเป็ถุง ๆ วางอยู่บนเกวียน
“บนตัวข้ามีเพียงตั๋วเงิน หยูยวน ช่วยหน่อย”
“ยุ่งยากจริง”
แม้จะเอ่ยเช่นนี้ แต่การกระทำของเขาก็ซื่อสัตย์มาก เขาหยิบเงินสิบห้าตำลึงออกมาจากกระเป๋าเล็ก ๆ แล้วส่งให้เซียวสิงเยี่ยน
หลังจากที่คนส่งของกลับไป อันเยว่ก็ถูมือไปมาอย่างไม่เป็ธรรมชาติ นางยิ้มเล็กน้อยโดยเหลือแค่คำว่า “ข้ามีเื่จะขอร้องเ้า” เขียนไว้บนใบหน้า
“ว่ามา”
เซียวสิงเยี่ยนรู้สึกรำคาญเล็กน้อย แต่อันเยว่กลับยังคงยิ้ม “พรุ่งนี้ยังต้องรบกวนให้เ้าไปเช่าโรงงานสกัดน้ำมันพืช เอาแค่โรงงานหัตถกรรมขนาดเล็กแบบชาวนาก็ได้ จากนั้นนำเมล็ดละหุ่งเหล่านี้สกัดเป็น้ำมัน เหลือเมล็ดละหุ่งไว้หนึ่งถุงเพื่อใช้เพาะปลูก”
“อันเยว่ เ้าเสียสติไปแล้วหรือ? ของแบบนี้ต่อให้สกัดจนกลายเป็น้ำมันก็ใช้การไม่ได้ เ้า…”
“ย่อมใช้ประโยชน์ได้เป็ธรรมดา ทำให้เ้าลำบากแล้ว”
มือเล็ก ๆ ของอันเยว่ประกบเข้าด้วยกันแล้วถูอยู่อย่างนั้น นางแสดงสีหน้าขอร้องอย่างจริงใจ ประกอบกับขาข้างเดียวของนาง ทำให้หัวคิ้วของเซียวสิงเยี่ยนยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้น “หากไม่เห็นแก่ที่เ้าปกป้องจือฉือ ข้าไม่ช่วยเ้าแน่!”
เซียวสิงเยี่ยนทำเสียงฟึดฟัดแล้วลุกขึ้น หยูยวนจากไปพร้อมกับเขาเช่นกัน
เมื่อมองแผ่นหลังของพวกเขาสองคน อันเยว่ก็ยิ้มเล็กน้อย
บุรุษเหล่านี้ไม่ได้ดุร้ายจากใจ หากมิใช่เพราะเ้าของร่างเดิมทำเกินไป ก็คงอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขแน่นอน
หลังจากกินข้าวไปได้เพียงหนึ่งคำอันเยว่ก็ห่อสบู่ต่อ นางดมกลิ่นสบู่จนเวียนศีรษะ แม้จะเป็กลิ่นหอม แต่หากดมตลอดเวลาก็รู้สึกไม่สบายตัวได้เช่นกัน
“ข้าช่วยเ้า”
เสียงของซูจือฉือนุ่มนวลราวกับตกลงไปในบึงลึกแห่งความเงียบงันโดยไม่ทำให้เกิดคลื่นใด ๆ แต่กลับจมดิ่งลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง
“ขอบใจ”
อันเยว่ตอบกลับโดยไม่คิดด้วยซ้ำ
เกิดเป็ความเงียบในทันใด กลับทำให้เสียงร้องของแมลงที่อยู่ข้าง ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากห่อสบู่ตลอด่บ่าย มือของอันเยว่เริ่มปวดเล็กน้อย นางจึงพักครู่หนึ่ง และในขณะที่นางกำลังนวดข้อมือเบา ๆ ก็เห็นนิ้วเรียวของซูจือฉือยามที่ทบกระดาษ ก็ยิ่งทำให้คนอยากคว้ามันไว้อย่างน่าประหลาด
นางรีบเบนสายตาไปทางอื่น ไยถึงมีความคิดเลยเถิดต่อบุรุษที่เพิ่งอยู่ด้วยกันเพียงไม่กี่วันเช่นนี้ได้? ต่อให้เขาเป็สามีของนาง แต่ก็เป็ของอันเยว่เท่านั้น และพื้นฐานทางอารมณ์รักก็เกือบเป็ศูนย์
“เื่พนันเมื่อวาน ข้าทำไม่ถูกต้อง แต่ข้าก็ไม่มีทางไปแล้วเหมือนกัน”
อันเยว่เอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ซูจือฉือยังคงรักษาพื้นฐานเดิมของเขา นิสัยของเขาทั้งอ่อนโยนและใจอ่อน แต่เพื่อดึงเขามาเป็พวกจึงจำเป็ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเขา
“วันนี้ยุ่งทั้งวัน สถานที่ทุกแห่งล้วนต้องใช้เงิน ข้าเคยทำเื่เลว ๆ จนทำลายรากฐานความมั่นคงของตระกูลอันหมดสิ้น แต่เพราะไม่มีวิธีอื่นแล้วจริง ๆ จึงทำได้เพียงใช้วิธีโง่เขลาเช่นนี้”
ซูจือฉือไม่ได้ตอบรับอันเยว่ เขาก้มหน้าก้มตาทำงาน ทว่านิ้วของเขาเคลื่อนไหวช้าลงเล็กน้อย แค่รู้ว่าเขารับฟังก็พอ
เช้าวันต่อมา หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ไม่สามารถทำให้คนสบายใจได้จริง ๆ
ซูจือฉือเข็นอันเยว่มานั่งที่หลังโต๊ะ ทันทีที่เขาเปิดประตูก็เห็นผู้คนด้านนอกจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา
คนกลุ่มนั้นต่างก็ยกตัวเลขในมือ อันเยว่รับเงิน ส่วนซูจือฉือต้องส่งมอบสบู่ด้วยในยามที่รับหมายเลข แต่ไม่นานก็ส่งผู้คนกลับไปจนหมด
เมื่อเห็นกลุ่มคนค่อย ๆ แยกย้ายไปแล้ว แม่บ้านใหญ่ตระกูลชุยก็กลับมาที่นี่อย่างเอ้อระเหย
คนที่มาในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่แม่บ้านใหญ่ตระกูลชุย ทว่าชุยต้าเนียนก็ตามมาด้วย อันเยว่รู้สึกอารมณ์ดีเมื่อเห็นอีกฝ่ายผอมลงเล็กน้อย
“อ้อ ที่แท้เ้าก็กำลังขายสิ่งที่เรียกว่าสบู่นี่เอง”
“ทำให้เ้าต้องหัวเราะแล้ว”
อันเยว่ไม่ได้ชักสีหน้า นางรู้อยู่แล้วว่าผู้มาใหม่มาร้าย และนางดูไม่เหมือนกับมีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“อ้าว ขาของเ้าเป็อะไรไปล่ะ? หักรึ?”
พูดจบชุยต้าเหนียนทำท่าจะก้าวมาข้างหน้าในลักษณะทักทาย แต่กลับมีคำว่าชั่วร้ายเขียนไว้อยู่ในดวงตาของนาง
“ข้าตัดความสัมพันธ์กับเ้าเมื่อสองสามวันก่อน และไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความเป็พี่เป็น้องกันอีกแล้ว ย่อมไม่จำเป็ต้องทำตัวสนิทสนม หากมาซื้อสบู่ข้ายินดี แต่หากไม่ซื้อข้าก็ขอไม่ส่ง”
อันเยว่โบกมือให้ซูจือฉือเล็กน้อย “ปิดประตูส่งแขก!”
เวลานี้ เซียวสิงเยี่ยนที่ต่อสู้เก่งที่สุดในบ้านไม่อยู่ จึงต้องระงับอารมณ์เท่าที่จะทำได้ถึงจะเป็การดี
“อันเยว่ เ้ากำแหงให้มันน้อย ๆ หน่อย สบู่ชำรุดเช่นนี้กลับทำให้เ้าอยากก่อร่างสร้างตัว มันออกจะน่าขันไปหน่อยกระมัง?”
“ข้าบอกเ้าก็ได้ ข้า้าใช้สบู่ก่อร่างสร้างตัว ไม่เพียงเท่านี้นะ วันหน้าเ้าจะได้เห็นดีกัน”
“ตราบใดที่ข้าไม่อนุญาต ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเ้าจะสามารถตั้งตัวได้ที่ฮวาตู!”
ชุยต้าเนียนพูดกดดัน อันเยว่กลับใช้มือปิดปากหัวเราะเบา ๆ คิ้วและตาของนางโค้งลงยิ่งเพิ่มความสวยหยาดเยิ้มมากขึ้น
“เมื่อวันก่อนได้ยินว่าพี่ชุยป่วย ไม่ทราบว่ากำจัดสิ่งปฏิกูลหมดแล้วหรือยัง?”
คำพูดเยาะเย้ยที่ไม่มีคำสัปดนยิ่งทำให้ชุยต้าเนียนหน้าเขียว อาเจียนและท้องเสียติดต่อกันสองสามวัน และยังต้องกินยาสิบกว่าเทียบ วันนี้เพิ่งดีขึ้นเล็กน้อย นางก็อยากมาระบายอารมณ์กับอันเยว่ทันที
เมื่อถูกอันเยว่พูดใส่เช่นนี้ ชุยต้าเนียนจึงชี้หน้าอันเยว่แล้วเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ “หรือว่าที่ข้าป่วยหนักมันเกี่ยวข้องกับเ้า?”