มารสยบฟ้า

    บทที่ 68 : รอบตัดสิน

    ภายในงานประลองระหว่างหกสถาบัน มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นมามากมาย แต่สิ่งที่ดูจะเหลือเชื่อมากที่สุด คือการที่สองอัจฉริยะที่ใคร ๆ ต่างก็คาดหวังว่าจะได้ตำแหน่งผู้ชนะเลิศในปีนี้ กลับต้องมาพ่ายแพ้อย่างหมดรูป ให้กับม้ามืดที่ไม่เคยมีใครได้ยินชื่อมาก่อน ซึ่งไม่ใช่แค่หนึ่งคนเท่านั้น แต่กลับปรากฏขึ้นถึงสองคนในคราเดียว

     

    เติ้งหุยกระโดดลงมาจากที่นั่ง นำมู่ป๋ายผู้เป็นศิษย์รักกลับไปรักษา ส่วนเยว่เหนียงที่ไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายอะไร ได้เดินลงไปจากสนามประลองด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงจ้าวเฉินและเจียงหวู่ฉางเพียงสองคนเท่านั้น ที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่บนสนาม

     

    เจียงหวู่ฉางเริ่มตั้งท่าเตรียมตัวเข้าต่อสู้ รอบกายของเขามีพลังลมปราณหลากหลายชนิดวนเวียนอยู่รอบกาย

     

    ส่วนจ้าวเฉินเองก็ได้ออกคำสั่งให้สัตว์อสูรของตนเข้ารายล้อมอีกฝ่าย ก่อนจะทบทวนการประลองในรอบก่อน ๆ ของเจียงหวู่ฉาง

     

    เจียงหวู่ฉางผู้นี้ถนัดการตั้งรับ ในเสี้ยววินาทีที่ปัดป้องการโจมตีของศัตรู เขาได้ใช้ธาตุลมปราณขั้วตรงข้าม ลดทอนพลังลมปราณของคู่ต่อสู้ ก่อนจะใช้พลังลมปราณธาตุเดียวกัน ดูดพลังลมปราณของอีกฝ่ายมาใช้เพื่อโจมตีสวนกลับ ซึ่งเป็นไปได้ว่า...ตัวของเจียงหวู่ฉางนั้น ไม่ได้มีพลังลมปราณหรือกระบวนท่าที่ทรงพลังมากพอ เลยจำเป็นต้องหยิบยืมพลังลมปราณของอีกฝ่ายมาใช้

     

    ด้วยทักษะการการตั้งรับและโจมตีสวนกลับของเจียงหวู่ฉาง วิธีจัดการกับอีกฝ่ายจึงมีอยู่ไม่มากนัก และวิธีที่จ้าวพอจะคิดออกตอนนี้ ก็คือวิธีการที่เรียบง่าย อย่างการระดมการโจมตีเข้าใส่ เพื่อไม่ให้เจียงหวู่ฉางมีเวลามากพอในการหยิบยืมพลังลมปราณของตนมาใช้ในการโจมตีสวนกลับ

     

    ส่วนถุงมือระดับสามที่เจียงหวู่ฉางใช้ จ้าวเฉินเดาว่า มันน่าจะเป็นอาวุธที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมพลังลมปราณธาตุต่าง ๆ ไม่น่าจะมีคุณสมบัติอย่างอื่นอีก ไม่น่ากังวลเสียเท่าไหร่นัก

     

    หลังจากประเมินและหาวิธีตอบโต้อีกฝ่ายได้แล้ว จ้าวเฉินจึงเริ่มวิ่งเข้าโจมตีเจียงหวู่ฉางพร้อมกับสัตว์อสูรทั้งสามตน โดยให้อสรพิษเกล็ดดำพุ่งเข้าโจมตีก่อนเป็นอันดับแรก

     

    อสรพิษเกล็ดดำทำตามคำสั่ง มันแยกขมเขี้ยวอันแหลมคม พุ่งตัวฉกเข้าใส่เจียงหวู่ฉางอย่างรวดเร็ว

     

    ฟ่อออ!

     

    แม้ระดับพลังลมปราณของอสรพิษเกล็ดดำจะสูงกว่าเจียงหวู่ฉางอยู่ถึงสี่ระดับ แต่ใบหน้าของเขา กลับไม่มีวี่แววของความหวาดกลัวปรากฏอยู่เลย เขาขยับฝ่ามือขวาอย่างนุ่มนวล แตะไปที่คมเขี้ยวของอสรพิษเกล็ดดำ เบี่ยงมันออกไปด้านข้าง

     

    หยางเปลี่ยนเป็นหยิน!

     

    ในจังหวะที่เจียงหวู่ฉางแตะถูกคมเขี้ยวของอสรพิษเกล็ดดำ เขาได้ทำการดูดซัพพลังลมปราณ และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังลมปราณของตน ซึ่งหลังจากดูดซัพพลังลมปราณมากักเก็บเอาไว้ เขาได้หมุนตัวไปตามทิศทางของเข็มนาฬิกา พร้อมกับปล่อยฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยพลังลมปราณ เข้าใส่กลางลำตัวของเจ้าอสรพิษเกล็ดดำ

     

    หยินเปลี่ยนเป็นหยาง!

     

    ฝ่ามือของเจียงหวู่ฉางใกล้จะสัมผัสถูกข้างลำตัวของอสรพิษเกล็ดดำ กรงเล็บอันแหลมคมของเสือโคร่งเน็คอัคคีกับหมาป่าขนเทาก็พุ่งขนาบเข้ามาจากทางด้านซ้ายและทางด้านขวา

     

    ควับ! ควับ!

     

    เจียงหวู่ฉางสัมผัสถึงกรงเล็บของสัตว์อสูรทั้งสองตัวได้ เขาจำเป็นต้องหยุดการโจมตีเข้าใส่อสรพิษเกล็ดดำไว้ รีบหมุนตัวพร้อมกับใช้ฝ่ามือซ้ายและฝ่ามือขวา ปัดกรงเล็บของสัตว์อสูรทั้งสองตัวออกไปได้

     

    แม้การโจมตีของสัตว์อสูรทั้งสองตัวจะพุ่งเข้ามาจากสองทิศทาง แต่การเคลื่อนไหวของเจียงหวู่ฉางนั้นลื่นไหลมาก ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขา กลับสามารถปัดป้องกรงเล็บของสัตว์อสูรทั้งสองตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

     

    เจียงหวู่ฉางไม่เพียงแค่ปัดการโจมตีของสัตว์อสูรทั้งสองตัวออกไปเท่านั้น เขายังดูดซับพลังลมปราณของพวกมันกักเก็บเอาไว้ด้วย

     

    การหมุนตัวของเจียงหวู่ฉางยังไม่ได้หยุดลง ฝ่ามือทั้งสองข้างที่ดูดซับพลังลมราณเอาไว้ พุ่งตรงเข้าหาเสือโคร่งเนตรอัคีและหมาป่าขนเทาที่เสียการทรงตัวอย่างแม่นยำ

     

    หยินเปลี่ยนเป็นหยาง!

     

    เห็นเจียงหวู่ฉางกำลังโจมตีเข้าใส่สัตว์อสูรทั้งสอง จ้าวเฉินไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายทำลายสัตว์อสูรของตนไปได้ง่าย ๆ เขารีบเหวี่ยงหมัดเข้าใส่แผ่นหลังของเจียงหวู่ฉาง

     

    หมัดเกล็กกล้า!

     

    แม้หมัดของจ้าวเฉินจะพุ่งมาจากทิศทางที่ยากจะรับรู้ได้ แต่มันก็ไม่อาจเล็ดลอดไปจากสัมผัสของเจียงหวู่ฉาง เขาหยุดการโจมตีของตนเอาไว้อีกครั้ง เร่งความเร็วในการหมุนตัวจนถึงขีดสุด รีบใช้ฝ่ามือของตน ปัดหมัดของจ้าวเฉินออกไป

     

    เปรี้ยงงงง!

     

    การปะทะกันของฝ่ามือและหมัด ส่งผลให้ร่างกายของทั้งคู่ถูกดีดให้แยกออกจากกัน

     

    “ป้องกันเอาไว้ได้?” จ้าวเฉินรู้สึกประหลาดใจมาก เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถรับรู้ และยังหมุนตัวกลับมาป้องกันหมัดของตนเอาไว้ได้เช่นนี้

     

    จ้าวเฉินลอบมองไปที่พลังลมปราณหลากหลากชนิดที่วนเวียนอยู่รอบกายของเจียงหวู่ฉาง พร้อมกับครุ่นคิดบางอย่าง

     

    โดยปกติแล้ว การโจมตีจากมุมอับสายตานั้น หากไม่ได้มีตาหลัง อีกฝ่ายย่อมไม่อาจที่รับรู้ได้...หรือว่าพลังลมปราณเหล่านั้น จะทำหน้าที่ในการตรวจจับการโจมตีของคู่ต่อสู้

     

    จ้าวเฉินพุ่งเข้าโจมตีพร้อมกับสัตว์อสูรอีกหนึ่งรอบ และก็เป็นอีกครั้ง ที่เขาสามารถลอบเข้าไปยังจุดอับสายตาของอีกฝ่ายได้

     

    ลูกเตะสะบั้นเหล็ก!

     

    เจียงหวู่ฉางไม่มีทีท่าว่าจะสัมผัมถึงลูกเตะของจ้าวเฉินได้ แต่เมื่อลูกเตะสัมผัสโดนกับพลังลมปราณที่วนเวียนอยู่รอบกายของ ปฏิกริยาตอบโต่ของเจียงหวู่ฉางได้ทำงานในทันที เขาหมุนตัวอย่างว่องไว กลับมาปัดป้องลูกเตะของจ้าวเฉินออกไปได้อีกครั้ง

     

    เปรี้ยง!

     

    หลังจากที่เจียงหวู่ฉางสามารถปัดป้องการโจมตีจากมุมอับสายตาได้ถึงสองรอบ ตอนนี้จ้าวเฉินจึงเริ่มมั่นใจแล้ว ว่าพลังลมปราณที่วนเวียนอยู่รอบกายของอีกฝ่ายนั้น สามารถตรวจจับการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้

     

    จ้าวเฉินยังคงบุกเข้าโจมตีอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง เพราะถึงจะรู้แล้ว ว่าเจียงหวู่ฉางสามารถตรวจจับการโจมตีของตนได้ เขาก็ไม่มีการโจมตีที่รวดเร็วหรือรุนแรงมากพอ ที่จะทะลวงผ่านการป้องกันของอีกฝ่าย นอกเสียจากเขาจะใช้เพลิงไรลักษณ์ผลาญดารา

     

    ถึงแม้จ้าวเฉินจะมั่นใจมาก ว่าเพลิงไร้ลักษณ์ผลาญดาราจะสามารถจัดการกับเจียงหวู๋ฉางได้ แต่เขากลับไม่มีความมั่นใจเลย ว่าจะสามารถควบคุมเปลวเพลิงที่ปลดปล่อยออกมาได้ และถ้ายังฝืนใช้ อาจจะลงเอยด้วยการสังหารเจียงหวู่ฉาง ผู้นี้ก็เป็นได้ เขาจึงไม่คิดที่จะใช้มันออกมาเด็ดขาด

     

    เจียงหวู่ฉางตั้งรับการโจมตีของจ้าวเฉินและสัตว์อสูรทั้งสามอยู่ที่จุดเดิม ไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวไปไหน ฝ่ามือของเขายังคงสามารถปัดป้องการโจมตีที่พุ่งเข้ามาได้อย่างแม่นยำ และมีอยู่หลายครั้ง ที่เขาโจมตีสวนกลับ ทำลายสัตว์อสูรของจ้าวเฉินไปได้

     

    “ออกมา”

     

    สัตว์อสูรที่ถูกเจียงหวู่ฉางทำลายไปแล้ว ถูกจ้าวเฉินเรียกออกมาอีกครั้ง และนี่ก็เป็นสัตว์อสูรตัวที่สามแล้ว ที่ถูกเรียกออกมา

     

    การประลองระหว่างทั้งสองเป็นไปอย่างดุเดือด แม้จะผ่านไปกว่าแปดสิบกระบวนท่า กลับยังไม่มีผู้ใดเพลี่ยงพล้ำ และก็ไม่มีผู้ชมคนไหนดูออก ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ

     

    ปิงหยุนที่ยืนดูอยู่บริเวณใกล้ ๆ ภายในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง หากจ้าวเฉินเป็นผู้ชนะในงานประลองหกสถาบัน เขาจะกลายเป็นว่าที่เจ้าเมืองตะวันดับคนถัดไปตามกฏยุวชนผู้สืบทอด แต่ถึงจะไม่ชนะ เขาก็เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน

     

    ห่างจากปิงหยุนออกไปไม่ไกลนัก สีหน้าของฮัวเจี่ยเผยความอิจฉาริษยาออกมา ก่อนจะหันไปออกคำสั่งบางอย่างกับต้าถง

     

    “ได้เลยนายน้อย ข้าจะรีบไปส่งข่าวให้” ต้าถงรีบเดินออกไปจากสนามประลอง ทำตามคำสั่งของฮัวเจี่ย

     

    หยินเปลี่ยนเป็นหยาง!

     

    อสรพิษเกล็ดดำถูกฝ่ามือของเจียงหวู่ฉางทำลายลงไปได้ ทำให้บนสนามประลองตอนนี้ ไม่มีสัตว์อสูรตนใดหลงเหลืออยู่อีกเลย ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่า พลังลมปราณของจ้าวเฉินได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว ซึ่งทางฝั่งของเจียงหวู่ฉางเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก ทั่วร่างของเขาอาบชโลมไปด้วยหยาดเหงื่อ พลังลมปราณเองก็จวนเจียนจะหมดลง

     

    ทั้งสองดูเหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายมาถึงขีดจำกัดแล้ว พวกเขารวบรวมพลังลมปราณทั้งหมดมาไว้ในกระบวนท่าสุดท้าย ซึ่งเป็นกระบวนท่าตัดสิน

     

    เจียงหวู่ฉางรวบรวมพลังลมปราณหลากหลายชนิดให้หลั่งไหลเข้าสู่ฝ่ามือ พวกมันรวมตัวกันอย่างหนาแน่น บังเกิดเป็นเส้นแสงสีดำสลับขาว ลากยาวเข้าหาจ้าวเฉิน

     

    หยินหยางทลายสวรรค์

     

    จ้าวเฉินในเวลานี้ ไม่ได้มีกระบวนท่าระดับสูง เขามีแต่กระบวนท่าที่เรียบง่าย ซึ่งคนกว่าเก้าในสิบส่วนที่มาชมการประลองต่างก็รู้จักกระบวนท่านี้เป็นอย่างดี

     

    หมัดเหล็กกล้า!

     

    ทั้งสองวิ่งตรงเข้าหากัน หมัดและฝ่ามือที่พวกเขาทุ่มเทพลังลมปราณทั้งหมดพุ่งสวนกันบริเวณจุดกึ่งกลาง โดยหมัดของจ้าวเฉินพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของเจียงหวู่ฉาง ส่วนฝ่ามือของเจียงหวู่ฉางได้พุ่งเข้าไปที่บริเวณส่วนท้องของจ้าวเฉิน

     

    ตึ้งงงง!

     

    ปึกกก!

     

    เจียงหวู่ฉางถูกหมัดของจ้าวเฉินซัดจนกลิ้งไถลไปกลับพื้น ส่วนจ้าวเฉินก็ถูกฝ่ามือจนทรุดลงไปเช่นกัน ไม่มีฝ่ายไหนสามารถยืนอยู่ได้เลย

     

    เหล่าผู้ที่ดูอยู่ต่างก็ลุ้นกันแทบตัวโกง เฝ้ารอผู้ที่จะลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก แต่ทว่า..ถึงจะผ่านไปกว่าสามสิบลมหายใจแล้ว กลับไม่มีฝ่ายไหนลุกขึ้นมาเลย และดูเหมือนทั้งสองคนนั้น จะสิ้นสติกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ---------------------------------------------------------------------------------------------------------

    มาแล้ว..ลงแล้ว...ไปแล้ว...อาทิตย์หน้าเจอกันครับ!!! (งานเยอะจนกลายเป็นลงอาทิตย์ละตอนไปละ T-T)

    ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเรื่องนี้ รวมถึงกดไลค์กดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ

    คล้ายกับเรื่องมารสยบฟ้า ที่คุณอ่าน