ตอนที่14 หนึ่งเดียวในโลก
โจวหนิงอันนอนยาวรวดเดียวแล้วตื่นในตอนรุ่งสาง พลางควานหาร่างสามีทั้งที่ยังหลับตาอยู่ทว่าเธอลืมตาตื่นแล้วผุดลุกขึ้นนั่งทันใดเพราะไม่พบตัวเขา พอกวาดตามองทั่วห้องนอนอันกว้างขวางกลับไม่พบร่องรอยของเขาก่อนบ่นงึมงำด้วยความงุนงงว่า
“ใครอุ้มฉันมานอนบนเตียงนี่ล่ะ ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็ใคร”
หญิงสาวก้มสำรวจร่างกายตนเอง พอเห็นว่ายังใส่เสื้อผ้าชุดเดิมของเมื่อวานพลันตาโตใสับสนยิ่งกว่าเดิมว่าใครพาตนเข้ามานอนในห้อง จากนั้นรีบลงจากเตียงจะเดินไปเข้าห้องน้ำหางตาเหลือบเห็นขวดน้ำแร่ทับโน้ตแผ่นเล็กอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งใกล้ประตูทางเข้าห้องน้ำพอดีจึงหยิบขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้
“ผมขอโทษนะครับภรรยา พอดีมีงานด่วนต้องไปทำ จะพยายามกลับมาให้ทันฉลองตรุษจีนกับคุณ”
โจวหนิงอันพึมพำอ่านด้วยความสงสัยยิ่งกว่าเดิมพลางบ่นงึมงำในพฤติกรรมประหลาดของสามีว่า
“งานด่วนอะไรของเขา งานที่บริษัทก็มีคนทำแทนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอแถมยังไม่พูดถึงอาการป่วยของคุณปู่อีก หลงเกอก็หายไปกับเขาเหมือนกันนี่ตอนนี้มีแต่หลงคุนอยู่ที่นี่”
หญิงสาวขมวดคิ้วสงสัยงานด่วนของสามีพลางวางโน้ตไว้บนโต๊ะเหมือนเดิมเพราะยังไม่มีคำตอบในตอนนี้ทว่าเธอค้างมือไว้เมื่อนึกถึงข้อความจากโน้ตแผ่นเล็กซึ่งถูกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเงินก่อนพึมพำด้วยความอยากรู้ว่า
“เช็งเม้งสุดท้ายมะเมียเปิดประตู นำทางขุมทรัพย์ด้วยแสงแห่งรุ่งอรุณ เช็งเม้งสุดท้ายเช็งเม้งสุดท้าย มันตรงกับวันที่ห้าเดือนเมษานี่นาช่างเถอะ.....ไว้รอให้สามีกลับมาก่อนค่อยถามเขาแล้วกัน”
สุดท้ายโจวหนิงอันละความสนใจข้อความจากโน้ตปริศนาออกไปก่อนพลางเดินเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยด้วยวันนี้เป็วันแรกของการทำงานอย่างเป็ทางการ
เมื่อหญิงสาวอาบน้ำเสร็จ เธอแต่งตัวด้วยเสื้อชีฟองสีขาวมีระบายเต็มคอและปลายแขนสวมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีชมพู กระโปรงทรงเอสีแดงยาวเพียงเข่า หมวกเบเร่ต์สีขาวและรองเท้าบูตสีดำยาวถึงเข่าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับเหล่านี้ถูกจัดเตรียมไว้เป็อย่างดีในตู้เสื้อหรูหลายใบ
วันนี้เธอเลือกสวมใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายแต่ดูดี พอส่องกระจกมองเห็นหญิงสาวปล่อยผมยาวสลวยสีน้ำตาลดวงตากลมโต ปากกระจับได้รูปสวย ส่วนโค้งมนสวยงามพอดีตัวพลางจ้องมองตาเป็ประกายแล้วพูดชื่นชมว่า
“พอฉันไม่ใส่แว่นตาแล้วแต่งตัวให้ดูดี ก็เปลี่ยนไปเป็คนละคนเชียว พวกเคยบูลลี่ฉันจะจำได้หรือเปล่านะ”
โจวหนิงอันยิ้มพอใจภาพลัษณ์ใหม่ของตน พลางเดินไปหยิบกระเป๋าถือเข้าชุดกับเสื้อผ้าซึ่งอยู่ในตู้เก็บกระเป๋าแบรนด์หรูพอจะเดินไปหยิบโทรศัพท์จากบนเตียงพลันเลิกคิ้วประหลาดใจก่อนกดดูข้อความเข้าแล้วยิ้มมุมปากเ้าเล่ห์
“ชาตินี้ก็ยังมีเหตุการณ์เหมือนเดิมอยู่บ้างงานแต่งงานเพื่อนในก๊วนไช่ซินหยูงั้นเหรอ ฉันไม่พลาดหรอก งานนี้ฉันตั้งใจไปแน่ถ้าสามีกลับมาทันก็คงดี จะได้เปิดตัวเขาให้พวกนั้นตะลึงซะเลย”
หญิงสาวพิมพ์ข้อความยืนยันเข้าร่วมงานฉลองสมรสเพื่อนในกลุ่มของศัตรูหญิงตัวฉกาจเธอ้าเอาคืนอีกฝ่ายทีละนิดทั้งยังคิดจะเปิดตัวสามีให้ทุกคนตกตะลึงจนไม่กล้าบูลลี่ตนอีก
จากนั้นโจวหนิงอันเดินลงไปห้องอาหารเพื่อรับประทานก่อนไปทำงานพอเดินเข้าห้องอาหารพลันเหลือบเห็นกล่องสีขาวผูกริบบิ้นสีทองวางอยู่ใกล้ชามข้าวต้มพลางถามหัวหน้าแม่ครัวซึ่งยืนรอให้บริการอยู่ใกล้โต๊ะว่า
“นี่อะไรเหรอคะน้าเติ้ง”
หัวหน้าแม่ครัวอมยิ้มแล้วตอบเ้านายสาวด้วยน้ำเสียงลึกลับว่า “ฉันว่าคุณผู้หญิงเปิดดูเองดีกว่าค่ะ”
โจวหนิงอันกระพริบตาปริบในท่าทีพิกลของหัวหน้าแม่ครัวพลางทรุดนั่งเตรียมลงมือรับประทานข้าวต้มโดยยังไม่คิดเปิดดูสิ่งของในกล่องดังกล่าวแต่ถามถึงผู้ช่วยคนสำคัญของสามีแทนว่า
“งั้นเอาไว้ก่อนแล้วกัน ฉันขอกินข้าวให้เสร็จก่อน ไม่รู้ว่าหลงคุนหายไปไหน”
“เห็นว่าไปเตรียมรถให้คุณผู้หญิงใช้ไปทำงานค่ะ”เติ้งซูหลินตอบเ้านายสาวตามจริง
“..........”นายหญิงแห่งคฤหาสน์รุ่งอรุณพยักหน้ารับโดยไม่ได้ว่ากล่าวอะไรอีก
จากนั้นหญิงสาวลงมือรับประทานข้าวต้นร้อนตามด้วยกาแฟดำตาม้าโดยสั่งแม่ครัวให้จัดเตรียมไว้ั้แ่เมื่อวานพลางรู้สึกดีที่ไม่ต้องลงมือทำเองทุกอย่าง
ระหว่างสะใภ้รองแห่งตระกูลหลงกำลังรับประทานข้าวต้มอยู่ในห้องอาหารเธอกวาดตามองของประดับภายในห้องอีกครั้งพอเห็นว่ายังมีรัศมีเปล่งประกายหลากสีเหมือนเดิมพลางพยักหน้าพอใจเพราะวันนี้เป็วันเริ่มต้นทำงานวันแรกเธอไม่้าให้ทักษะลับสูญหายไป ด้วยกลัวว่าจะมีปัญหาจนไม่สามารถรับมือได้
เมื่อโจวหนิงอันรับประทานข้าวต้มเสร็จเรียบร้อยถึงเวลาแกะกล่องของขวัญสีขาวออกดู โดยไม่ลืมชายหางตามองหัวหน้าแม่ครัวอย่างมีความหมาย
เอ๋! น้าเติ้งทำท่าลับคมคมในต้องพิสูจน์ซะแล้วในกล่องนี่มีอะไรกันแน่ ถาม.....ก็ไม่ยอมบอก หรือว่า?!
ฉับพลันนายหญิงแห่งคฤหาสน์หรูนึกถึงสามีทันทีเหตุเพราะมีเพียงคนเดียวสามารถทำอะไรได้ทุกอย่างตามใจทั้งคาดเดาว่าเขาอาจ้ามอบบางอย่างเป็การไถ่โทษที่หายตัวไปทำงานด่วนก่อนรีบแกะกล่องเปิดดูด้วยความกระตือรือร้นยิ่งกว่าเดิม
ครั้นเปิดฝากล่องสีขาวออก พลันเหลือบเห็นการ์ดสีชมพูวางอยู่บนกล่องสีขาวอีกใบซึ่งเขียนด้วยลายมือบรรจงจึงหยิบขึ้นมาอ่านออกเสียงโดยไม่กังวลต่อสายตาของผู้คนในห้องอาหารว่า
“สำหรับนายหญิงแห่งคฤหาสน์รุ่งอรุณ รักคุณเสมอ หลงจวิน”
โจวหนิงอันรู้สึกแก้มร้อนผ่าวและน้ำตารื้นขอบตาทันใดข้อความสร้างความอบอุ่นหัวใจอยู่บรรทัดที่สองและบรรทัดที่สามของโน้ตแผ่นเล็กพลางรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ชาตินี้มีสามีหล่อรวย แล้วยังรักตนมากอีกด้วย
จากนั้นหญิงสาวหยิบกล่องสีขาวซ้อนอยู่ด้านในออกมาเปิดพอเห็นสิ่งของวางสงบนิ่งอยู่ภายใน พลันนั่งตกตะลึงคาดไม่ถึงทันทีเพราะรัศมีสีครามแผ่ออกมาจากตัวเครื่องโทรศัพท์ประดับเพชรแวววาวล้อมรอบขอบทั้งสี่ด้าน เธอรู้ทันทีว่าโทรศัพท์มีมูลค่าสูงเพียงใดพลางพลิกโทรศัพท์ตรวจสอบทุกมุมอย่างไม่เชื่อสายตา
นายหญิงคนสวยอุทานประหลาดใจในของขวัญราคาแพงจากสามีว่า
“บ้าไปแล้ว!นี่สามีให้โทรศัพท์ราคาหลักร้อยล้านหยวนเชียวเหรอเนี่ย”
อย่างไรก็ตามโจวหนิงอันนั่งตกตะลึงต่อราคาโทรศัพท์เครื่องใหม่อยู่ไม่นานพลันมีเสียงหลงคุนเดินเข้ามารายงานเ้านายสาวในห้องอาหารด้วยความสุภาพว่า
“ผมเตรียมรถไว้รอคุณผู้หญิงแล้ว แต่มีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อยตามคำสั่งบอสคุณผู้หญิงคงไม่ว่าอะไรนะครับ”
สะใภ้รองแห่งตระกูลหลงเดาว่าสามีคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงคำสั่งตนมากนักจึงโบกมือเป็เชิงไม่กังวลใจแล้วลุกขึ้นหยิบกระเป๋าถือพร้อมเคสโทรศัพท์เครื่องใหม่เดินตามหลังหลงคุนออกไปว่า
“ไม่เป็ไรหรอก”
เมื่อโจวหนิงอันเดินออกมาหน้าคฤหาสน์ พลางหยุดยืนนิ่งอย่างไม่เชื่อสายตาแล้วชี้นิ้วตรงไปยังขบวนรถหรูสามคันตรงหน้า ก่อนหันขวับมองผู้ช่วยที่มีสีหน้าอักอ่วนใจแล้วถามเสียงแข็งว่า
“เนี่ยนะ! เปลี่ยนแปลงนิดหน่อย!”
หลงคุนไม่รู้จะตอบคำถามเ้านายสาวอย่างไรจึงส่งยิ้มแห้งพร้อมเกาศีรษะเก้อเขินทันทีพลางลอบมองหญิงสาวตรงหน้าว่าจะสั่งการใดกับตนอีก
นายหญิงคนสวยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกระงับความโมโหด้วยรู้ดีว่าสามีทำเพื่อตนเองแต่เธอไม่้าเปิดเผยตัวตนเร็วเกินไปเพราะอยากเอาคืนศัตรูในงานแต่งงานวันเสาร์นี้มากกว่าจึงเน้นเสียงบอกหลงคุนและบอดี้การ์ดคนอื่นอย่างมีความนัยว่า
“เอารถไปเก็บทั้งหมด ถ้าหารถมอเตอร์ไซค์คันเล็กให้ฉันไม่ได้งั้นก็เอารถเก่าและราคาถูกที่สุดไปส่งฉัน”
โจวหนิงอันกวาดตามองบอดี้การ์ดยืนประจำรถทั้งสามคันด้วยท่าทางขึงขังพลางเห็นพวกเขายินยอมฟังคำสั่งตนแล้วรีบขับรถผ่านหน้าออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะมีรถเก๋งคันเล็กแต่เป็ยี่ห้อหรูเหมือนเดิมขับเข้ามาแทนที่
“คุณผู้หญิงครับ นี่เป็รถราคาถูกที่สุดในคฤหาสน์นี้แล้ว” หลงคุนบอกด้วยน้ำเสียงอยากร้องไห้เต็มที
“เอาคันนี้ไปส่งก็ได้ ส่งฉันที่ปากทางเข้าก็พอแล้วไม่ต้องตามไปที่ร้านด้วยล่ะ ฉันอยากทำงานอย่างอิสระ เข้าใจไหม?!”
หญิงสาวหันขวับหรี่ตามองผู้ช่วยอย่างมีความหมาย พลางเห็นเขาพยักหน้าพร้อมกล่าวยอมรับอย่างไม่เต็มใจแต่เธอไม่สนใจแล้วเพราะกลัวว่าจะไปทำงานวันแรกสาย จึงรีบเดินไปนั่งบนเบาะหลังรถในทันที
เมื่อนั่งบนเบาะหลังรถเรียบร้อยเธอคิดจะถามผู้ช่วยถึงราคาโทรศัพท์เพื่อความแน่ใจแต่สุดท้ายเปลี่ยนใจแล้วหยิบโทรศัพท์สองเครื่องออกมาสับเปลี่ยนซิมพลางยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงสีหน้าศัตรูหากพบว่าตนใช้โทรศัพท์ราคาแพงมากกว่าเครื่องลิมิติดจากร้านเกิดเหตุทั้งยังมั่นใจว่าเครื่องของตนอาจมีราคาแพงที่สุดในโลกก็เป็ไปได้
หึ ๆ อยากเห็นหน้ายัยไช่ซินหยูซะจริงถ้ารู้ว่าโทรศัพท์ของฉันแพงกว่า หล่อนจะว่ายังไงกันนะ
หลังจากนั้นไม่นานนัก รถเก๋งคันเล็กราคาแพงจอดเทียบปากทางเข้าสู่ตลาดโบราณวัตถุให้เ้านายสาวลงโจวหนิงอันเดินลงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจว่าจะมีใครติดตามหรือไม่เนื่องจากเคยออกคำสั่งไว้ก่อนหน้าแล้ว
ครั้นโจวหนิงอันเดินไปถึงหน้าร้านเหออี้ พลันเหลือบเห็นชายหนุ่มใส่แว่นตากลมเล็กท่าทางคล่องแคล่วกำลังทำความสะอาดหน้าร้านอยู่จึงเข้าใจทันทีว่าเป็เพื่อนร่วมงานที่ลาไปเยี่ยมญาติกะทันหันพลางเดินเข้าไปทักทายอย่างเป็มิตรว่า
“สวัสดีค่ะ ใช่คุณจงห่าวหรานไหมคะ”
จงห่าวหรานกำลังใช้แปรงปัดทำความสะอาดโบราณวัตถุอยู่หน้าร้านพลันหันขวับไปมองต้นเสียงแล้วยืนตกตะลึงครู่หนึ่งด้วยไม่คิดว่าจะมีลูกค้าสาวสวยมาเยือนร้านั้แ่เช้า แต่เมื่อตระหนักว่าเธอเอ่ยชื่อตนจึงถามกลับคืนด้วยความสงสัยว่า
“สวัสดีครับ คุณเอ่อ.....มาซื้อของเหรอครับ ไม่ใช่สิรู้จักชื่อผมได้ยังไงครับ”