ศาสตร์การต่อสู้คือศิลปะ ผนวกกับพลังพิเศษมันคือการทำลายล้าง ก่อนที่จะเข้าเื่การต่อสู้ จะต้องเข้าใจหลักการการควบคุมพลังก่อน และก่อนที่จะเข้าใจหลักการในการควบคุมพลังจะต้องรู้จักสะสารที่อยู่ในตัว
สะสารที่ว่ามีทั้งที่สามารถจับต้องได้และไม่สามารถจับต้องได้ โดยมีคุณสมบัติแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถานะทางกายภาพและทางเคมี
สถานะของสสารแบ่งออกได้หลายรูปแบบ มีทั้งของแข็ง ของเหลว ก๊าซ และพลาสมา
ของแข็ง คือ สถานะของสสารที่มีอนุภาคอยู่ชิดกัน มีช่องว่างระหว่างอนุภาคน้อย อนุภาคของสสารจึงเคลื่อนไหวได้ยาก ดังนั้นสสารจึงมีรูปร่างคงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ยาก สสารที่มีสถานะเป็ของแข็ง เช่น ไม้ หิน และ เหล็ก
ของเหลว คือ สถานะของสสารที่มีอนุภาคอยู่ห่างกันมากกว่าของแข็ง จึงอยู่กันอย่างหลวม ๆ อนุภาคของสสารจึงเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น ดังนั้นสสารจึงมีรูปร่างไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงไปตามภาชนะที่บรรจุ สสารที่มีสถานะเป็ของเหลว เช่น น้ำ กาว และ เื
ก๊าซ คือ สถานะของสสารที่มีอนุภาคอยู่ห่างกัน จึงมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างกันน้อยมาก ทำ ให้อนุภาคเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ดังนั้นสสารจึงมีรูปร่างไม่แน่นอน เมื่อสสารอยู่ในภาชนะใดอนุภาคของสสารจะฟุ้งกระจายเต็มภาชนะสสารที่มีสถานะเป็ก๊าซ เช่น อากาศ ก๊าซหุงต้ม และ น้ำหอม
พลาสมา คือ สถานะของสารที่มีอนุภาคแตกกระจาย จึงเกิดการกระจายไปมาของอนุภาค ทำให้อนุภาคเคลื่อนไหวแบบรวดเร็ว ดังนั้นสสารจึงมีรูปร่างที่ไม่เน่นอน สสารนี้จะสลายไปอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น เช่น เหล่าอิเร็กตรอนและไออ้อนทั้งหลาย...
ไดอันน่าทำการอธิบายเกี่ยวกับคุณลักษณะต่างๆของสสารที่มีอยู่และสามารถนำมาใช้ได้กับการต่อสู้ เช่นพลังพิเศษของคนๆหนึ่งอาจจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ เปลี่ยนสะสารในตัวเอง หรือตัวอย่างของยูรที่สามารถใช้พลังสะสารในตัวทำให้สมองทำงานได้เร็วขึ้น ทำให้ดวงตารับรู้ได้เร็วขึ้น นี่ก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสะสารภายในร่างกาย
ยูดาสในตอนนี้ทำการจดข้อมูลอย่างละเอียด เขาคิดว่าศาสตร์การต่อสู้มันจะน่าเบื่อเสียอีก ทว่ามันกลับเป็สิ่งแปลกใหม่ที่น่าสนใจ ไดอันน่าจริงๆแล้วไม่ได้คิดที่จะสอนลึกแบบนี้ แต่เห็นยูดาส้าความรู้มาก เธอก็ช่วยไม่ได้ที่จะตอบสนองความ้าของเขา
เขามองไปที่หนังสือที่แสดงให้เห็นถึงการมีอยู่ของสสารที่ใช้ในการต่อสู้ โดยอธิบายว่าสสารนั้น แต่ละสถานะประกอบไปด้วยการวางตัวของอนุภาคอย่างไร
“สถานะของแข็งคือสถานะที่มีมวลหรืออนุภาคจับตัวกันแน่น และมีช่องว่างระหว่างอนุภาคที่น้อยมาก ทำให้มีการเคลื่อนไหวได้ยาก สสารจึงมีลักษณะที่คงที่ แบบนี้นี่เอง”
ยูดาสลองมองไปที่ดินสอที่อยู่บนโตะ เขานั้นเห็นถึงอนุภาคที่เป็จุดเล็กๆเต็มไปหมดอยู่ชิดติดกันจับตัวกันแน่น อนุภาคพวกนี้ตามที่ไดอันน่ากำลังสอนอยู่ แบ่งออกเป็หลายอย่างด้วยกันมี อิเล็กตรอน โมเลกุล อะตอม นิวตรอน โปรตอน อนุภาคคอลลอยด์ ซึ่งเมื่อเขานำอนุภาคเหล่านี้มาตีเป็ค่าสถานะของพลังเวทย์ ทำให้เขานั้นเข้าใจอะไรหลายๆอย่างได้มากขึ้น
ยูดาสในตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นมากๆ หากเขานั้นสามารถเข้าใจถึงอนุภาคทั้งหมดได้ เขาสามารถที่จะทำให้เวทย์ของเขามีอนุภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น การจะขึ้นไปสู่ระดับอาร์ชวิซาร์ดได้ก็ไม่ใช่เป็เพียงแค่ความฝันอีกต่อไป
ไม่ซิที่โลกของเขาไม่มีใครมีความรู้เื่นี้มาก่อน เขาจะต้องแข็งแกร่งกว่าอาร์ชวิซาร์ดทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกของเขาแน่ๆ หากเขาได้รับความรู้อย่างวิทยาศาสตร์พวกนี้
ยูดาสฟังไดอันน่าอย่างตั้งใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่นั่งข้างๆเขานั้นดูเหมือนจะสนใจว่าเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่
ยูริเห็นว่ายูดาสยิ้มเล็กยิ้มน้อย และจดบันทึกวิชานี้อย่างตั้งใจ มากกว่าวิชาอื่นๆเธอก็เริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมา เธอเก็บความสงสัยไว้ก่อนค่อยถามเขาทีหลัง
ยูดาสทำการจดข้อมูลต่อ เกี่ยวกับ อนุภาคต่างๆ
อิเล็กตรอน คือ อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเป็ลบ มีคุณสมบัติทางกลศาสตร์ควอนตัม
โมเลกุล คือ ส่วนที่เล็กที่สุดของสสารซึ่งสามารถดำรงอยู่ได้ตามลำพังและยังคงสภาพความเป็สารดังกล่าวไว้ได้
อะตอม คือ หน่วยพื้นฐานของสสาร นำมารวมกันกลายเป็โมเลกุล เช่น H ไฮโดรเจน O ออกซิเจน CO คาร์บอนไดออกไซด์
นิวตรอน และ โปรตอน คือ อนุภาคย่อยของอะตอม ที่มีประจุไฟฟ้าและไม่มีประจุไฟฟ้า ทั้งสองเรียกรวมกันว่า นิวคลีออน คุณสมบัติของพวกมันถูกใช้ในฟิสิกส์นิวเคลียร์ ที่ไดอันน่ายังไม่สอน
อนุภาคคอลลอยด์ เป็สารผสมที่ดูเหมือนจะเป็เนื้อเดียวกันเเต่เป็เเขวนลอย โดยแบ่งเป็ส่วนเนื้อเดียว เช่น นม และ ควันต่างๆ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยูดาสนั้นรู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่พอ เขารีบพูดขึ้น
“ไดอันน่า สอนต่ออีกหน่อยได้ไหม อีกนิดเดียวเองเกือบจะเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างของเวท-”
ยูดาสพูดขึ้นทำให้ไดอันน่าถึงกับหลี่ตาลง ยูริที่เห็นแววตาแบบนั้นรีบปิดปากยูดาสไว้ ยูดาสทำหน้าไม่เข้าใจ ซึ่งยูริอธิบาย
“ยูดาส ห้ามพูดเกี่ยวกับเวทย์มนให้คนอื่นได้ยิน”
ยูดาสมองไปที่ยูริ ก่อนที่จะมองไปที่ทุกคนในห้อง ตอนนี้ทุกคนมองมาที่เขาพวกเขานั้นไม่ได้พูดอะไร แต่ยูดาสััได้ว่าพวกเขานั้นสนใจในสิ่งที่ยูดาสจะพูด
เขานั้นพอจะเข้าใจแล้วว่าไดอันน่าอยากให้เขาเก็บเื่เวทย์มนเป็ความลับก่อน ไม่อย่างนั้นจะต้องเป็ปัญหาแน่ๆ
“เอาละวันนี้พอเท่านี้ก่อน ยูดาสถ้าอยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เพิ่ม แนะนำให้ถามยูริ เธอจะพาไปที่ๆหาข้อมูลเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้ และแน่นอนต้องหลังจากเลิกแคมป์แล้วเท่านั้น”
ยูดาสพยักหน้า ทุกคนที่อยู่ในห้องในตอนนี้ดูเหมือนจะเลิกสนใจยูดาสแล้ว
เขาจากนั้นก็หันไปหายูริ
“ถ้าฉันแสดงเวทย์ให้กับทุกคนได้เห็นฉันจะมีปัญหาใช่ไหม”
ยูดาสเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ ยูริพยักหน้า ยูดาสถึงจะรู้ว่าเขาสามารถจัดการกับใครก็ตามที่มาหาเื่เขาได้ แต่อยู่อย่างสงบไม่มีใครมาหาเื่น่าจะดีกว่า
“เข้าใจละ ฉันจะไม่แสดงเวทย์มนให้ใครเห็น”
ยูริพยักหน้าก่อนที่จะปล่อยมือจากปากของยูดาส
“วิชาต่อไป วิชาพละและการทหาร อืมน่าสนใจ”