บทที่ 6 โจรกับทหาร
เจียงผิงอันยกอ่างสัมฤทธิผลที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวขึ้นแล้วมองเข้าไปข้างใน
ภายในมีเพียงแค่เงินกับหินิญญาที่เขาใส่ลงไปเท่านั้น
“ม้าอยู่ไหนเล่า? เหตุใดจู่ ๆ มันถึงหายไปได้? หรือเ้าอ่างสัมฤทธิผลนี่จะชอบกินม้ากัน?”
พอนึกถึงจุดนี้ อ่างสัมฤทธิผลเปล่งแสงสีเขียวออกมาอีกครั้ง ม้าที่ถูกฆ่าตายเ่าั้ก็ปรากฏตรงหน้า
เจียงผิงอันนิ่งตะลึง หัวใจดวงน้อยพลันเต้นระรัว
“หรือว่าอ่างสัมฤทธิผลยังสามารถใช้เก็บของได้?”
“เก็บทั้งหมด!”
พร้อมกับเสียงออกคำสั่ง ศพม้าทั้งหมดพลันถูกเก็บเข้าไป
“ใช้เก็บของได้จริง ๆ ด้วย!”
เขาลองเก็บสิ่งของอย่างอื่นดูแล้ว สามารถเก็บได้ทุกอย่าง ไม่เพียงแค่ม้า หินิญญา เงินทอง และกิ่งไม้เท่านั้น!
หนูกับแมลงก็ถูกนำมาทดลองด้วยเช่นกัน ทว่าไม่เป็ผล พอบี้หนูกับแมลงจนตายกลับสามารถเก็บเข้าไปได้
หมายความว่าไม่เพียงแค่สิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วเท่านั้น!
เจียงผิงอันสุดปลาบปลื้มเมื่อเข้าใจถึงความสามารถอันยิ่งใหญ่ของอ่างสัมฤทธิผล
ต่อไปไม่ต้องกังวลอีกว่าตนจะโดนขโมยของและไม่ต้องแบกสัมภาระให้หนักอีก เพียงแค่ใส่เข้าไปในอ่างสัมฤทธิผลจะพกพาไปไหนก็ได้ ช่างเป็ของดีจริง ๆ
“ฮิฮิ~”
เจียงผิงอันอารมณ์ดียิ่ง
เขาแตะจี้หยก ซึ่งสลักด้วยลวดลายที่เข้าใจยาก ทั้งยังเปล่งแสงสีเขียวเรืองรอง ที่ห้อยอยู่ข้างเอวตน
ครั้งนี้เหตุผลที่เขาสามารถฆ่าคนเหล่านี้ได้ก็ต้องขอบคุณเครื่องรางชิ้นนี้แล้ว
หากไม่มีหยกคุ้มภัย ต่อให้ฆ่าทหารเ่าั้ได้ เขาก็คงได้รับาเ็อยู่ดี
ม่านแสงคุ้มกายถูกฟันไปหลายครั้ง พลังของหยกถดถอยลงมาก
กลับไปต้องเติมพลังให้โดยเร็ว อย่างไรเสียสิ่งนี้ก็เป็ประโยชน์อย่างยิ่ง
เจียงผิงอันฮัมเพลงลงจากเขา วิ่งะโโลดเต้นกลับบ้าน
ไม่กี่วันต่อมา ทหารก็มาที่หมู่บ้านอีกครั้งเพื่อสืบเื่ทหารที่หายตัวไป
เช่นเดียวกับที่เจียงผิงอันคาดการณ์ เพราะเขาสังหารทุกคนทิ้งจนหมด จึงไม่มีใครรู้ว่าเป็ฝีมือเขา
ผู้ใดจะคิดเล่าว่าเ้าหนูที่อายุเพียงสิบสี่จะสามารถโค่นทหารตัวโตนับสิบลงได้ด้วยตัวคนเดียว?
ตอนที่มีทหารมา เจียงผิงอันเล่าเื่ที่เกิดขึ้น พร้อมกับขอให้ทหารไปทลายรังโจรเพื่อแก้แค้นแทนคนในหมู่บ้าน
แต่ทหารเพียงแค่หมุนตัวแล้วจากไป ไม่สนใจคำพูดของเขาเลยสักนิด
ถึงแม้ทหารจะไม่สามารถสาวถึงตัวเขาได้ แต่เจียงผิงอันก็ไม่ประมาท ทั้งยังคงระมัดระวังตัวอย่างมาก
เพราะเขายังมีศัตรูอีกกลุ่ม นั่นคือโจรป่า
ก่อนหน้านี้ปล่อยให้รอดไปคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเมื่อไรพวกมันจะกลับมาล้างแค้นอีก
สี่วันหลังจากนั้น จากขอบเขตก่อปราณระดับสอง เจียงผิงอันก็เข้าสู่ขอบเขตก่อปราณระดับสามได้สำเร็จ โดยอาศัยหินิญญาที่เพิ่มขึ้นมาใน่เวลานี้
การเลื่อนขั้นครั้งต่อไปต้องใช้หินิญญาอย่างน้อยแปดสิบก้อน นับวันก็ยิ่งต้องใช้หินิญญามากขึ้น
ใน่สี่วันที่ผ่านมา นอกเหนือจากการฝึกฝนแล้ว เขายังฝึกดาบด้วย โดยเขาเริ่มคุ้นเคยกับวิธีใช้ดาบต่อสู้บ้างแล้ว
ขณะเดียวกันก็ยังไม่ลืมหยกคุ้มภัย เขาถ่ายทอดปราณิญญาเข้าสู่ตัวหยกทุกวัน เพื่อเพิ่มพลังให้กับมัน
เวลาผ่านไปเช่นนี้ได้เพียงสองวัน ปัญหาก็หวนกลับมาอีกครา
พวกโจรกลุ่มใหญ่ได้ทำการปิดล้อมหมู่บ้านไว้
“เป็ที่นี่ขอรับท่านหัวหน้ารอง ดูสิขอรับยังมีควันลอยออกมาจากปล่องอยู่เลย พี่เป้ากับพี่เตาตายที่นี่แหละ”
โจรที่ดูท่าทางน่ากลัวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชายร่างกำยำสูงกว่าหกฉื่อผู้มีรัศมีน่าสะพรึงกลัว พลันก้มศีรษะพลางเอ่ยด้วยท่าทีเคารพ
ในมือผู้ชายร่างใหญ่ถือกระบองหนามท่อนมหึมา ขนาดของมันใหญ่ยิ่งกว่าท่อนขา หน้าตาถมึงทึง
“พวกที่กล้าแตะต้องพวกเราโจรจากขุนเขาต้าหวังล้วนแต่รนหาที่ตาย! ผู้ที่อยู่ข้างใน รีบไสหัวออกมาเสีย!”
เจียงผิงอันกำลังฝึกตนอยู่ในห้อง พอได้ยินเสียงจึงลืมตาขึ้นช้า ๆ
เขาััได้ถึงการมาถึงของโจรกลุ่มนี้นานแล้ว ั้แ่ก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้ามาในหมู่บ้านเสียอีก
พอก้าวขึ้นสู่ขอบเขตก่อปราณระดับสาม ประสาทััทั้งห้าล้วนฉับไวยิ่งขึ้น จนสามารถได้ยินและมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ห่างออกไปไกลได้
เขาปัดเศษผงของหินิญญาบนร่างกายทิ้ง ก่อนจะลุกขึ้น แล้วเดินออกไปอย่างไม่รีบร้อน
พอเห็นใบหน้าอันหล่อเหลานั้น ไม่ว่าจะเป็ชายร่างโตหรือพวกกลุ่มโจรที่เหลือต่างก็ตะลึงงันไป
“ไอ้สารเลว นี่คิดล้อข้าเล่นหรือ? จะบอกว่าลำพังเ้าหนูคนนี้ สามารถฆ่าเสี่ยวเป้าได้งั้นหรือ?”
ชายร่างกำยำกว่าหกฉื่อคว้าคอโจรที่รายงานเมื่อครู่ขึ้นมาด้วยท่าทางน่ากลัว พลางสบถสาปแช่งด้วยความโกรธ
โจรที่มีหน้าตาเ้าเล่ห์ถูกคว้าคอไว้ใยิ่ง เขารีบกล่าวทันพลัน “เป็มันจริง ๆ นะขอรับ! ตอนนั้นข้าเห็นมันถือดาบค้นตัวพวกพี่เป้ากับตา”
“ไปให้พ้น ๆ!”
ผู้ชายร่างใหญ่ที่ถูกเรียกว่าหัวหน้ารองคนนี้โยนตัวโจรป่าหน้าเ้าเล่ห์ออกไปอีกทาง จากนั้นกลับมาเชิดหน้ามองเด็กหนุ่มอีกครั้ง
“ผู้ใหญ่ในบ้านเ้าอยู่ไหน! เรียกให้ออกมาเดี๋ยวนี้!”
เขาไม่เชื่อว่าผู้ที่จัดการลูกน้องฝีมือดีทั้งห้าคนของเขาไปจะเป็เ้าเด็กนี่
“ในบ้านมีเพียงข้าแค่คนเดียว” สายตาของเจียงผิงอันราบเรียบนัก
ชายร่างใหญ่ขมวดคิ้ว “ถ้าอย่างนั้นใครกันที่ฆ่าคนของข้า?”
“ไม่รู้ ตอนที่ข้ากลับมา คนของพวกเ้าก็ตายอยู่หน้าบ้านข้าแล้ว” เจียงผิงอันพูดโกหก
“เวร! เสียเวลานัก ฆ่าเ้าเด็กนี่แล้วไปปล้นหมู่บ้านอื่นต่อกัน”
ชายร่างกำยำผิดหวังอย่างมาก สบถสาปแช่ง และหมุนตัวเตรียมจะจากไป โดยทิ้งให้คนของเขาจัดการกับเด็กหนุ่มแทน
เจียงผิงอันหรี่ตาลงเล็กน้อย มือกำหมัดแน่น เตรียมพร้อมจะลงมือ
กุกกับ กุกกับ กุกกับ
ในขณะนี้เอง เสียงฝีเท้าม้ารุดเข้ามาจากระยะไกล
“ทหาร! หัวหน้ารอง! ทหารมา!” โจรป่าคนหนึ่งะโร้องด้วยความใกลัว
“หนี! หนีเร็ว!”
ขณะที่โจรป่าคนหนึ่งเตรียมจะหนี ลูกธนูดอกหนึ่งพลันพุ่งแหวกอากาศมา แทงทะลุหัวของโจรป่าคนนั้นทันใด
เพียงแค่ชั่วครู่ ทหารกลุ่มใหญ่พลันเข้ามาล้อมสถานที่นั้นไว้
พวกโจรป่าใจนสีหน้าเปลี่ยน ถืออาวุธในมือแน่น
“ไม่ต้องกลัว!”
ท่าทีของหัวหน้ารองดูมั่นคงที่สุด เขาเป็ฝ่ายเดินเข้าไปหานายทหารด้วยสีหน้าสงบราบเรียบ “ใครเป็หัวหน้า?”
“ข้า!”
ทหารร่างกำยำสวมชุดเกราะสีทองขี่ม้าศึกสีแดงเพลิงเป็ประกายเงางามเดินออกมา
“ที่แท้นายกองขั้นสองชุยเซียวนี่เอง ไม่ได้เจอกันเสียนานยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” หัวหน้ารองเป็ฝ่ายเอ่ยทักคนที่เดินมาหาก่อน เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้จักกัน
“พวกโจรเหี้ยมพวกนี้ กล้าดียังไงมาปรากฏตัวอย่างเปิดเผย มา เตรียมฆ่าพวกโจรนี่เสีย!” ชุยเซียวะโ
“นายกองชุย อย่าร้อนใจไป”
หัวหน้ารองยิ้มพลางหยิบย่ามออกมาจากหลังแล้วยื่นให้ด้วยความนอบน้อม “นี่คือการเก็บเกี่ยวของวันนี้ขอรับ เงินสามร้อยตำลึง เหรียญทองแดงกับเครื่องประดับต่าง ๆ”
ได้ยินเช่นนี้ ชุยเซียวจึงรับย่ามมาวางไว้บนหลังม้าด้วยสายตาพึงพอใจ
“ไสหัวไปได้แล้ว ครั้งหน้าอย่าให้เจออีกล่ะ”
“ขอบคุณนายกองชุยมากที่เมตตา พวกเรากลับ!” หัวหน้ารองหันไปสั่งคนของตน
ถึงแม้จะเสียดายเงินที่ปล้นมาได้ แต่อย่างไรเสียก็ยังดีกว่าเอาชีวิตไปทิ้ง
“โจรป่าเหล่านี้เป็ฆาตกรฆ่าล้างหมู่บ้านของพวกเรา! จะปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ เช่นนี้หรือ?”
เสียงที่ค่อนข้างเยาว์วัยพลันดังขึ้น ซึ่งทุกคนต่างมองไปที่เจียงผิงอันพร้อมเพรียงกัน
“โง่เง่าสิ้นดี”
หัวหน้ารองชำเลืองมองเจียงผิงอันด้วยความดูแคลน ก่อนจะนำคนจากไปโดยไม่มีทหารคนใดขัดขวางอีก
เจียงผิงอันกำหมัดแน่น จ้องเหล่าทหารตรงหน้าเขม็ง พลางแผดเสียงคำรามออกมา
“พวกเ้าเป็ทหาร ทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองราษฎร พวกเขาเป็โจรป่า เป็โจรป่าที่ฆ่าล้างคนในหมู่บ้านของพวกเรา ทำไมถึงไม่ฆ่าพวกเขา!”
ประชาชนจ่ายเงินให้ทหาร ทหารก็ปกป้องประชาชนกลับ มันเป็เื่สมควรแล้วแท้ ๆ แต่คนเหล่านี้กลับไม่ทำ ทั้งยังรับเงินของโจรแล้วปล่อยพวกมันไปอีก!
ชุยเซียวกล่าวต่อลูกน้องด้วยสีหน้าราบเรียบ ไม่ใส่ใจคำพูดของเจียงผิงอันแม้แต่น้อย
“รีบเก็บเกี่ยวข้าวในนา คนในหมู่บ้านนี้ตายกันหมดแล้ว กลับไปถึงอำเภอเอาที่นาเหล่านี้เข้ามาอยู่ในชื่อข้าซะ”
ที่เขามาในวันนี้ เพราะได้ยินว่าคนที่นี่ตายกันหมดแล้ว แต่พื้นที่เพาะปลูกอยู่ในฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ทุ่งนาอันอุดมสมบูรณ์เหล่านี้จึงไม่ควรสูญเปล่า ทุกสิ่งล้วนเป็เงินเป็ทอง
“อ้อ อีกอย่าง เ้าเด็กนี่ก็มีที่ดินทำกินที่บ้านด้วย กำจัดมันซะ ไม่เช่นนั้นหากยังมีทุ่งหนึ่งที่ไม่ใช่ของข้า จะทำให้ข้ารู้สึกอึดอัดเปล่า ๆ”
ชุยเซียวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทิ่มแทงใจคนเป็ที่สุด
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าเชื่อมาโดยตลอดว่ามีทหารเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่บีบให้ท่านพ่อแม่ของข้าต้องตาย ข้าอุตส่าห์เชื่อมาโดยตลอดว่าแท้จริงโลกนี้มีคนเลวเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ฮ่า ๆ ๆ”
เจียงผิงอันหัวเราะขึ้นมา ทว่าหัวเราะไป น้ำตาก็ไหลออกมา พริบตานั้น ความเชื่อมั่นต่อความยุติธรรมที่บิดาเคยพร่ำสอนก็พลันพังทลายลง