มารดาเ้าของร่างฉวยกระชากสิ่งของออกจากมือบุตรไปจนหมดมิเหลือสิ่งใดไว้ให้บุตรสาวเลยสักนิด นางไม่เข้าใจสักนิดว่าเหตุใดมารดาจึงได้เกลียดชังนางเสียเหลือเกิน ทั้งที่บุตรสาวก็ช่างกตัญญูถึงเพียงนี้ อายุเพียงไม่กี่หนาวก็กลับรู้ความยิ่งกว่าบุตรบ้านอื่น อะไรดลใจให้นางเกลียดเสียจนทำร้ายบุตรสาวเพียงคนเดียวจนตกถึงแก่ความตายได้หนอ และหากนางรู้ว่าบุตรสาวจากไปแล้วนางจะนึกเสียใจหรือไม่
นางเดินเข้าไปนั่งบนฟูกนอนที่สภาพเก่าจนแทบอยากจะจับโยนทิ้งเสียให้ได้ บัดนี้นางจิตใจห่อเหี่ยวยิ่งนักทั้งต้องมาอยู่ในโลกที่ไม่คุ้นชิน ทั้งยังต้องมาเจอกับมารดาป่วยจิตที่ไม่รู้ว่าจะอาละวาดขึ้นมาเวลาใด ไม่รู้ว่าทำเวรกรรมกับใครไว้หนักหนาจึงต้องมาชดใช้เช่นนี้
นี่หากว่านางมิได้รับของจากชายชราผู้นั้นนางก็ยังไม่รู้เลยว่าจะรับมือกับมารดาเช่นไร หากเป็เยว่ซินคนเก่าก็คงปล่อยให้ตนเองถูกทุบตี โชคดีของนางที่บังเอิญได้พบชายชราผู้หนึ่งซึ่งเป็พ่อค้ามาจากเมืองข้างเคียงกันนี้ ขณะที่เขากำลังเดินทางกลับบ้านนั้นล้อรถม้าที่โดยสารมาได้ติดหล่มโคลนเข้า คาดว่าคงเป็เพราะฝนตกหนักเมื่อหลายวันก่อนจึงทำให้มีน้ำขังจนกลายเป็หลุมโคลนเฉอะแฉะขนาดเล็กไปทั่วถนน และด้วยเวลาเย็นย่ำมากแล้วชายชรากังวลว่าภรรยาที่รออยู่บ้านจะเป็ห่วงจึงกระวนกระวายใจยิ่งนัก ทั้งเวลานี้ก็ไม่ค่อยมีผู้คนผ่านมาแล้ว แต่ถือว่า์ยังเมตตาไม่ให้ตกลงไปจนลึกกว่านี้ นางและน้องชายพร้อมด้วยชายชราเ้าของรถม้าจึงสามารถเข็นรถม้าขึ้นจากหลุมได้ไม่ยากเย็นเท่าใดนัก เขาจึงได้มอบของเล็กน้อยเพื่อตอบแทนน้ำใจให้กับนางและน้องชาย นั่นก็คือสิ่งของที่ท่านแม่เอาไปจากนางเมื่อครู่นี้นั่นเอง
ค่ำคืนที่มืดสนิท ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเสียงรถวิ่ง ไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ แต่ทว่ากลับมีเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องประสานเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ราวกลับมีงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง สายฝนที่พรำลงมาทำให้บรรยากาศรอบด้านหนาวชื้นจนต้องมุดตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเก่า กลิ่นฝนยังคงคละคลุ้งไปทั่วทุกอณูอากาศ แต่ทว่าคนบางคนกับรู้สึกเหี่ยวเฉาราวกับต้นไม้ที่ขาดน้ำยิ่งนัก
ร่างเล็กนอนกลิ้งพลิกไปมาอยู่บนฟูกเก่าๆนางไม่อาจข่มตาหลับลงได้ เพราะในตอนนี้อากาศรอบด้านทำให้นางหนาวเหน็บเหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงรู้สึกว่ามันช่างหนาวเหน็บไปจนถึงขั้วหัวใจของนาง
ดวงตาดอกท้อคลอหน่วยไปด้วยหยดน้ำเหม่อมองเด็กชายร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่ด้านข้างนาง ตัวเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยยามที่สายลมพัดเข้ามาตามรูรั่วของบ้านหลังนี้ นางยกผ้าห่มผืนบางทั้งหมดที่มีคลุมทับร่างสวี่หยางหวังให้อุ่นขึ้นแม้เล็กน้อยก็ยังดี นางไม่รู้ว่าสองพี่น้องนี่ใช้ชีวิตจนเติบใหญ่ขึ้นมาได้อย่างไร ช่างน่าเวทนายิ่งนัก
เวลานี้นางต้องคิดหาหนทางการอยู่รอดในโลกใบใหม่ให้ได้ นางคิดว่าอยากทำการค้าขาย แต่หนทางช่างยากเย็นเหลือเกิน ไหนจะต้องหาเงินลงทุน ไหนจะต้องคอยรับใช้มารดาและดูแลน้องชาย งานรับจ้างที่ร่างเดิมทำอยู่ก็เงินน้อยเหลือเกิน หากทำงานรับจ้างนี้ต่อไปชีวิตของนางคงไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ นึกถึงในภพเก่านางเคยปลอมตัวไปสืบราชการทั้งยังได้ลองทำหลายๆอาชีพถึงแม้จะไม่เชี่ยวชาญมากนัก แต่ก็ยังพอทำให้มีวิชาติดตัว ไม่แน่ว่านางอาจจะได้ใช้ประสบการณ์เ่าั้มาหาเลี้ยงครอบครัวก็เป็ได้
“น่าสงสารเสียจริง” เสียงสายหนึ่งดังแว่วมา
“เสียงผู้ใดกัน!”
“เ้าได้ยินข้าจริงๆด้วยอย่างนั้นหรือ ดีจริงข้านึกว่าข้าคิดไปเองเสียอีก”น้ำเสียงดีใจเอ่ยกลับมาท่ามกลางความว่างเปล่า
“เ้าเป็ใครกัน หากประสงค์ดีต่อข้าเหตุใดจึงไม่ปรากฏตัวเล่า”นางกระชับมีดที่แอบหยิบมาจากในครัวไว้แน่น ด้วยตามปกติแล้วในภพก่อนนางมักจะนำอาวุธคู่กายไว้ใต้หมอนเสมอ เมื่อมาในภพนี้ไม่ได้มีอาวุธทันสมัยเฉกเช่นเดิมจึงได้แต่คว้าเอาอุปกรณ์ทำอาหารมาเป็อาวุธไว้ให้อุ่นใจ
“เ้ามิเห็นข้าหรอกหรือ ข้าอยู่ตรงหน้าเ้าอย่างไรเล่า”
เยว่ซินรู้สึกได้ว่ามีลมเย็นสายหนึ่งหยุดอยู่ตรงหน้านาง แต่ทว่านางกลับพบเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น ในยามนี้รอบตัวของนางเงียบสงัดแม้กระทั่งลมหายใจของนางยังเงียบจนนึกว่าหยุดทำงานไปเสียแล้ว ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้ที่เสียงจิ้งหรีดเรไรนั้นได้หายไปจากโสตประสาท นางเผลอคิดว่าหากไม่ใช่คนก็ไม่แน่ว่าอาจจะเป็สิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นก็เป็ได้ แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไรเล่านางไม่ได้วิปลาสเสียหน่อย
“อย่ามาปดข้า ข้าไม่เห็นสิ่งใด ตรงหน้าข้ามีเพียงความว่างเปล่า”
“ข้ามิได้พูดปดนะ เพียงแต่เ้ามิเห็นข้าเอง”
“หมายความว่าอย่างไร ทำไมข้าจึงมิเห็นเ้า” เยว่ซินใจสั่นระรัว ถึงแม้นางจะกลัว แต่นางถูกฝึกมาจากภพเก่าว่าไม่ให้แสดงความรู้สึกของตนเองออกมาให้ฝ่ายตรงข้ามรับรู้
“ข้าเป็เพียงิญญาเร่ร่อนเท่านั้น ข้ามิเคยพบเห็นคนมีััพิเศษเช่นเ้าเลย”
นางเผลอถอยหนีเล็กน้อย นางกำลังสนทนากับิญญาอย่างนั้นหรือ นางเค้นหาความทรงจำเ้าของร่างคนเดิมก็ไม่พบว่านางสามารถคุยกับิญญาได้ หรือเหตุเพราะข้าเคยผ่านความเป็ความตายมาใช่หรือไม่จึงสามารถติดต่อกับิญญาได้ หรือนี่อาจเป็พรจาก์ โถ่!์บัดซบ!