แบล็คเมล์ไฮโซ

    9 วางยาพาขึ้นห้อง

            ภาสกรมองทั้งสาม ขบกรามกรอดๆอุตส่าห์ลงทุนลงแรงตามจีบมาตั้งนานแต่ปรียากลับเอาแต่หลบเลี่ยงแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่คิดจะคบหาด้วยเหยื่อที่ดูว่าง่ายกลับกลายเป็๲ยากขึ้นมา ทำให้เขายิ่งอยากเอาชนะ อยากทำให้สาวสวยสยบอยู่ใต้ร่างตัวเองจริงๆฮึ่ม! คืนนี้แหละกูจะฟันมึงให้ได้อีปรียา!

            ผู้คนในงานก็โฉบเข้าไปทักทายตะวันกับปรียาเป็๞ระยะๆแต่สายตากลับมองหนุ่มหล่อข้างกายปรียา จนอารยะรู้สึกอึดอัดไม่น้อยปรียาก็แนะนำหนุ่มข้างกายว่า “อ่อ นี่คุณอารยะค่ะ เป็๞แฟนปรีเอง ทำงานอยู่ที่ IBM เป็๞รองผู้จัดการฝ่ายเทคนิคค่ะ”

            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

            “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

            สองสามีภรรยากล่าวพลางยื่นมือไปเช็คแฮนด์ด้วย

            อารยะก็ยื่นมือเช็คแฮนด์ยิ้มแย้มให้ กล่าวทักทายตามมารยาท “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

            หลังจากนั้นสองสามีภรรยาก็ขอตัวไปทักทายคนอื่นๆพอเดินห่างคนทั้งสามไปหน่อยก็แอบซุบซิบกันว่า “ต๊ายคุณไม่คิดเลยว่ายัยปรียาจะซุ่มคบหนุ่มนอกวงการ”

            “นั่นซิแบบนี้พวกเด็กเอนพวกนั้นไม่อกหักแย่เหรอ”

            “ข่าวนี้ต้องขยาย!”

            จากนั้นสองสามีภรรยาขาเม้าก็โฉบไปคุยกับคนอื่นๆต่อ

            อารยะก็หันไปมองปรียาเขม็งกระซิบว่า “นี่คุณ ไหงแนะนำแบบนั้นล่ะ ผมเสียหายหลายล้านนะคุณ”

            “อ๋อ เหรอคะ” ปรียายานคางกระซิบตอบตาแพรวระยับอย่างสนุก “งั้นปรีรับผิดชอบ เดี๋ยวให้แม่ไปขอดีไหม?”

            “ฮื้อ! คุณนี่ยังจะพูดเล่นอีก”อารยะกระซิบดุ แล้วก็หันไปหยิบผลไม้ใส่ปากแก้โมโหคนข้างๆ

            ปรียาหัวเราะคิกคักที่แกล้งเขาได้

            เพื่อนสนิทของภาสกรเดินกลับเข้ามากระซิบว่า “กูเปิดห้องให้มึงเตรียมเชือดแล้ว นี่คีย์การ์ด”

            เขาเอาคีย์การ์ดยัดใส่มือเพื่อน

            ภาสกรก็เหลือบมองเลขห้อง กระซิบว่า“ขอบใจว่ะ”

            แล้วก็เก็บคีย์การ์ดใส่กระเป๋าเสื้อกระซิบกับเพื่อนว่า “เดี๋ยวมึงช่วยกูกันท่าไอ้สองตัวนั่น”

            “เออ กูรู้แล้ว มึงไม่ต้องพูดมากแค่หลอกหญิงไปเชือดกูเซียนกว่ามึงเยอะ ว่าแต่ยามึงมีแล้วยังถ้ายังไม่มีมึงเอาของกูก่อนก็ได้” เพื่อนกระซิบเสียงเบา

            ภาสกรพยักหน้า “กูมี”

            แล้วเพื่อนก็พยักหน้าอย่างมาดร้าย“มึงเชือดมันแล้ว แบ่งให้กูมั่งล่ะ หรือจะให้กูไปช่วยถ่ายคลิปเอาไว้รีดก็บอกกูไม่ได้ดูหนังสดมานานล่ะ”

            “เอามันขึ้นห้องให้ได้ก่อนเถอะหลังจากนั้นกูกะมึงค่อยสนุกกะมัน” ภาสกรกระซิบตอบ

            แล้วทั้งสองก็ส่งสายตาให้กันอย่างเข้าขา

            อารยะนั่งดื่มกินไปสักพักก็กระซิบกับปรียาว่า“ผมขอไปทำธุระแป๊บ”

            “ค่ะ” ปรียาพยักหน้ารับรู้

            อารยะก็ลุกออกไปเดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยงไปยังห้องน้ำ

            เมื่อเห็นหนุ่มที่ปรียาแนะนำว่าเป็๲แฟนลุกไปภาสกรก็ส่งสายตากับเพื่อนสนิท

            เพื่อนสนิทก็มองตอบอย่างรู้ความหมายรอจนตะวันลุกไปตักอาหาร เพื่อนสนิทของภาสกรก็ปราดไปคุยกับตะวันทันที“สวัสดีครับคุณตะวัน”

            “สวัสดีครับ” ตะวันตอบตามมารยาท

            “เอ่อ...คุณตะวันพอจะมีเวลาให้ผมสักหน่อยไหมครับคือพอดีว่าผมปิ๊งผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ที่บริษัทคุณน่ะครับเลยอยากรู้ว่าเธอคบหาใครบ้าง หรือว่าแต่งงานแล้วน่ะครับคุณตะวันช่วยผมหน่อยนะครับ”

            ตะวันมองอย่างไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่แต่ก็เก็บความไม่พอใจเอาไว้ตอบตามมารยาทว่า “เ๱ื่๵๹พวกนี้เป็๲เ๱ื่๵๹ส่วนตัวของเธอครับ ผมก็ไม่รู้หรอกครับคุณควรจะไปถามเธอเองดีกว่านะครับ”

            ขณะที่ตะวันกำลังถูกดึงตัวไว้ภาสกรก็รีบโฉบไปนั่งข้างปรียาทันที ชวนคุยว่า “ผู้ชายคนนั้น อยู่โมไหนเหรอ?”

            “อยู่โม IBM ค่ะ”ปรียาตอบแบบเกทับ

            จังหวะนั้นเองคุณหญิงสิริลักษณ์ก็ปราดเข้ามาทักทายปรียา“แหม หนูปรีมานั่งอยู่ตรงนี้เอง น้าขอนั่งด้วยคนนะ”

            คุณหญิงสิริลักษณ์พูดแล้วก็นั่งลงตรงเก้าอี้ที่อารยะนั่ง

            ปรียาหันไปมองแล้วก็ยกมือไหว้“สวัสดีค่ะคุณหญิง”

            คุณหญิงสิริลักษณ์ก็ยื่นมือไปตรงหน้าปรียาเอ่ยว่า “หนูปรีช่วยดูแหวนเพชรวงใหม่นี่ให้น้าทีซิ ราคาควรจะซักเท่าไหร่พอดีว่าคุณนายฉายจะเอามาจำนำกับน้าน่ะ นี่ถ้าไม่เจอหนู น้าก็กะว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปที่ร้านนั่นแหละ”

            ปรียามองแหวนเพชรในมือคุณหญิงแล้วก็หยิบมาพิศดู

            ภาสกรก็แอบฉวยโอกาสตอนที่ทั้งสองคนคุยกันแอบเทยาเสียสาวใส่แก้วไวน์ของปรียา

            ในขณะที่ตะวันกำลังจะขอตัวกับเพื่อนสนิทของภาสกรก็มีชายสูงวัยเดินเข้าไปทักทายกับตะวัน “สวัสดีหลานตะวัน”

            “สวัสดีครับ คุณอากิมเอง”ตะวันยกมือไหว้

            แล้วกิมเองก็ชวนตะวันคุย

            เพื่อนสนิทของภาสกรก็หันไปทำทีตักอาหารเหลือบไปมองภาสกร เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องก็พอจะเดาได้ว่าคงจะแอบใส่ยาไปแล้ว

            ปรียาพิศดูแหวนครู่หนึ่งแล้วก็บอกว่า “ราคาคร่าวๆก็ 3 แสนค่ะคุณน้า”

            แล้วก็ส่งแหวนคืนให้คุณหญิงสิริลักษณ์

            คุณหญิงสิริลักษณ์พูดคุยกับปรียา

            ระหว่างที่คุยปรียาก็หยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบไปด้วย เธอไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่าภาสกรจะกล้าวางยาลงในแก้วไวน์

            คุณหญิงสิริลักษณ์พูดคุยกับปรียาอย่างออกรสอยู่พักใหญ่แล้วก็ขอตัวไปคุยกับคนอื่นต่อ

            ปรียาก็ยกมือไหว้อีกฝ่ายตามมารยาท

            แล้วคุณหญิงก็ลุกไป

            ปรียายกไวน์ขึ้นจิบจนหมดแก้ว

            ส่วนอารยะหลังจากออกจากห้องน้ำแล้วเขาก็เดินไปหาที่นั่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อนร่วมงานที่โทรมาปรึกษาเคสด่วนทำให้เขาไม่อาจกลับเข้าไปในงานได้เร็วนัก

            ส่วนตะวันก็ติดคุยกับกิมเองอยู่ช่างเป็๲โอกาสเหมาะเหม็งสำหรับภาสกรจริงๆ

            ปรียารู้สึกมึนๆ หัวขึ้นมา คิดว่าสงสัยคงดื่มไวน์มากไปหน่อย เธอจึงหันไปพูดกับภาสกรว่า “ขอตัวค่ะ”

            ภาสกรพยักหน้าซ่อนรอยยิ้มสมใจไว้มิดชิด

            แล้วปรียาก็ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าถือเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไปเธอคิดว่าถ้าไปปลดทุกข์เบาในห้องน้ำสักครู่แล้วดื่มน้ำตามสักขวดคงจะทำให้อาการดีขึ้นมั้ง

            ภาสกรก็เดินตามไปผู้คนในงานก็ไม่ได้เอะใจอะไรเลยเพราะเห็นเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติแล้วที่จะเห็นภาสกรตามตื้อไฮโซสาวแบบนี้

            ส่วนเพื่อนสนิทของภาสกรพอเห็นปรียาเดินออกไป มีภาสกรตามไป เขาก็รีบปลีกตัวเดินออกไปจากงานทันที

            ปรียาเดินมึนๆ หัวออกไปเธอตรงไปยังห้องน้ำทันที

            ภาสกรก็ตามหลังไปด้วยท่าทางสงบ

            ปรียาเดินเซๆ จนต้องขยับไปเกาะผนัง

            ภาสกรก็รีบเข้าไปประคอง พูดว่า“คุณคงจะเมาแล้ว งั้นเดี๋ยวผมพาไปนั่งนะครับ”

            ปรียาหันไปมอง ยื่นมือผลักเขาออกแต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกวิงเวียนมึนหัวจนยืนทรงตัวไม่อยู่เซวูบเข้าไปในอ้อมอกของภาสกรที่รอท่าพอดิบพอดี แล้วภาสกรก็ประคองปรียาเดินไป

            ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาก็ไม่ได้เอะใจอะไรคิดว่าคนเมาธรรมดาเท่านั้นก็มีงานเลี้ยงที่บริการเครื่องดื่มเลิศรสแบบไม่อั้นอย่างนี้ จะมีคนเมาให้เห็นก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫แปลก

            แล้วภาสกรก็ประคองปรียาไปขึ้นลิฟท์

            ขณะที่ทั้งสองเข้าไปในลิฟท์เผอิญเพื่อนของตะวันยืนอยู่ตรงหน้าลิฟท์พอดีเขาทันเห็นหมายเลขห้องบนซองใส่คีย์การ์ดที่ภาสกรหยิบออกมาใช้ปลดล็อคลิฟท์ให้ทำงานอีกทั้งท่าทางของปรียาก็ดูผิดปกติ เขาจำได้ว่าปรียาเป็๞คนระมัดระวังตัวไม่เคยที่จะดื่มจนเมาขนาดนี้ แล้วตอนที่ตะวันเข้างานมาก็มาพร้อมกับปรียากับอารยะแล้วไหงจู่ๆ ถึงได้มากับภาสกรได้ล่ะ?

            ข้อสงสัยเหล่านี้ทำให้เขารีบเดินกลับเข้าไปในงานพอเจอตะวัน เขาก็รีบเข้าไปกระซิบบอก

            ตะวันซึ่งยืนคุยกับกิมเองอยู่ฟังแล้วก็รีบขอตัวกับกิมเองว่า“เอ่อ...คุณอาครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”

            “อื้มๆ ไปเถอะ”กิมเองพยักหน้าแล้วก็หมุนตัวไปคุยกับคนอื่นต่อ

            ในเวลาเดียวกันอารยะก็คุยกับเพื่อนร่วมงานเสร็จแล้วเขาก็เดินกลับเข้ามาในงาน เจอกับตะวันตรงประตูพอดี

            ตะวันเห็นเพื่อนรักมาก็คว้าแขนอารยะเดินออกไปนอกห้องจัดเลี้ยงแล้วกระซิบบอกว่า “นายภาสกรนั่นพาคุณปรีขึ้นลิฟท์ไปแล้วดูเหมือนว่าคุณปรีจะเมามากด้วย”

            อารยะเบิกตากว้างเข้าใจความหมายคำพูดของตะวันทันที

            จากนั้น 3หนุ่มก็รีบมุ่งตรงไปยังลิฟท์ทันที ตะวันล้วงคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าสตาง เขามีคีย์การ์ดของโรงแรมนี้ก็เพราะว่าเขาเป็๲ลูกค้าVIP ของร้านอาหารซึ่งอยู่ชั้นบนของโรงแรมแห่งนี้ทางร้านจึงมอบคีย์การ์ดให้เขาเอาไว้ จะได้สะดวกเวลามาใช้บริการที่ร้าน

            เมื่อลิฟท์ถึงชั้นที่เปิดห้องเอาไว้ภาสกรก็ประคองปรียาเดินออกจากลิฟท์ พาเดินไปยังห้องที่เปิดเอาไว้ในใจกระหยิ่มยิ้มย่อง วันนี้แหละกูจะฟันมึงให้ห**แหกเลยอีปรี! เล่นตัวดีนักนะมึง!เดี๋ยวกูจะจับมึงถ่ายคลิปทุกซอกทุกหลืบเอาไว้รีดให้หมดตัวเลยอีเวร!

            เมื่อถึงห้อง เขาก็เปิดประตูเข้าไปแล้วพาปรียาไปนอนบนเตียง

            ปรียาพยายามลืมตาขึ้นอย่างมึนงงรู้สึกว่าเนื้อตัวร้อนจนเหงื่อซึม “น้ำ...หิวน้ำ...”

            เธอพยายามยันตัวขึ้นมา

            ภาสกรก็มองดูอย่างย่ามใจ“หิวน้ำหรือจ๊ะอีปรี วันนี้กูจะให้มึงกินน้ำคว**กูจนอิ่มเลย”

            ปรียารู้ตัวว่าเสียท่าแล้วก็พยายามจะลุกหนีแต่เธอวิงเวียนมึนงงจนแขนขาเหมือนไม่ใช่ของตัวเอง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังพยายามยันตัวลุกขึ้นมา

            เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นภาสกรคิดว่าเป็๞เพื่อนสนิทก็เดินไปเปิดประตู บ่นว่า “มึงจะกดกริ่งทำเหี้...”

            พูดยังไม่ทันจบ กำปั้นหนักๆ ก็พุ่งมากระแทกหน้าแล้ว“โอ๊ย!”

            เขาเซถอยหลังไปก็รู้สึกเจ็บที่ท้องจนเซล้มลง ทันเห็นเท้าหนึ่งที่ถีบมา

            อารยะถีบแล้วก็ขยับไปเหยียบอกกดเอาไว้

            ตะวันกับเพื่อนอีกคนก็รีบกรูเข้าไปในห้องเห็นปรียานอนอยู่บนเตียง พวกเขาจึงช่วยประคองเธอขึ้นมา สองหนุ่มปรึกษากัน“เอาไงดี? จับมันส่งตำรวจเลยไหม?”

            “ก็ส่งตำรวจเลยซิ จะเอามันไว้ทำไมคนเลวๆ พรรค์นี้ ปล่อยไว้ก็ดีแต่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก”ตะวันพูดแล้วก็ตบแก้มปรียาเบาๆ “คุณปรีๆ คุณเป็๲ไงมั่ง?”

            ปรียาพยายามฝืนลืมตามองเห็นว่าเป็๞ตะวันก็รีบบอกเสียงระโหยอ่อนแรงว่า “คุณวัน ช่วยปรีด้วย ปรีร้อน”

            มือก็ปัดป่ายพยายามที่จะถอดเสื้อออก

            “พวกมึง!” ภาสกรคำรามเสียงต่ำคำหนึ่ง

            อารยะมองอย่างเหี้ยมเกรียมแล้วก็เตะเสยคางพลั๊ก!

            “โอ๊ะ!”ภาสกรร้องออกมาคำเดียวแล้วก็สลบไป แล้วอารยะก็มองหาอะไรที่จะมามัดมือภาสกรเขาเห็นเสื้อคลุมอาบน้ำแขวนอยู่ในตู้ก็ยื่นมือไปกระตุกเชือกผูกเอวของเสื้อคลุมออกมาแล้วจัดแจงมัดภาสกรเอาไว้ เมื่อมัดเสร็จแล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตูห้องด้วย พอเห็นสภาพปรียาเขาก็ถลันเข้าไปหาอย่างเป็๞ห่วง “คุณปรี! คุณเป็๞ยังไงมั่ง?”

            “ร้อน” ปรียาตอบอย่างไร้สติมือก็พยายามถอดเสื้อ

            สองหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ต้องช่วยกันจับแขนยื้อยุดเอาไว้

            เพื่อนสนิทของตะวันก็พูดว่า“อาการแบบนี้คงโดนยาเสียสาวเข้าไปว่ะผมว่าพาเธอส่งโรงบาลก่อนเถอะเกิดช็อคยาไปจะแย่นะ”

            “ไอ้ยะ แกพาคุณปรีไปส่งโรงบาลก่อนส่วนทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ตะวันบอก

            อารยะยังไม่ทันขยับตัว พลัน!ประตูห้องก็มีเสียงปลดล็อคดังขึ้น

            3 หนุ่มหันไปมองหน้ามองตากัน

            แล้วอารยะก็รีบพุ่งไปยืนอยู่ข้างบานประตูทันที

            เมื่อประตูเปิดออกเพื่อนสนิทของภาสกรก็ก้าวเข้ามาในห้องก้าวหนึ่ง แต่พอสายตาเห็นภาสกรนอนอยู่ที่พื้นมือถูกมัดเอาไว้ เขาก็ชะงักกึก ชักขาก้าวถอยหลังทันที

            อารยะก็ยื่นมือไปจิกผมลากคนเข้ามา“จะไปไหน!”

            “โอ๊ยๆ ปล่อยผมๆ”เพื่อนสนิทของภาสกรร้องลั่น โวยวายว่า “คุณปล่อยผม ผมเข้าห้องผิด ปล่อยผมนะ”

            อารยะดึงคีย์การ์ดที่เสียบคาอยู่ที่ประตูมาแล้วดันบานประตูปิด

            เสียงล็อคประตูดังกริ๊กทำให้ชายที่ถูกจิกผมสะดุ้งเฮือก

            อารยะมองคีย์การ์ดแล้วพูดว่า“เข้าห้องผิดงั้นรึ!มึงโกหกไม่เนียนเลยว่ะ”

            “ผมเข้าห้องผิดจริงๆปล่อยผมไปเถอะคร้าบ ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ปล่อยผมไปเถอะคร้าบ”เพื่อนสนิทของภาสกรร้องพลางพยายามแกะมือที่ขยุ้มผมตัวเองจิกเอาไว้เจ็บจนหนังหัวชาหนึบไปหมด

            อารยะกระชากคนลากไปเหวี่ยงตรงพื้นระหว่างเตียงนอนกับทีวี

            “โอ๊ย!”ชายคนนั้นร้องแล้วก็ถอยกรูดไป

            อารยะตามไปเหยียบขาเอาไว้ข้างหนึ่ง

            “โอ๊ยๆ เจ็บๆๆๆ”ชายคนนั้นก็ร้องลั่น สายตาเหลือบไปเห็นตะวันก็รีบพูดว่า “คุณตะวันช่วยผมด้วยผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยนะ ปล่อยผมไปเถอะ”

            “ปล่อยงั้นรึ!”ตะวันแค่นเสียงเหี้ยมเกรียม “ปล่อยมึงเข้าคุกไง มึงอย่าคิดนะว่ากูไม่รู้ว่ามึงกับมันรวมหัวกันคิดจะข่มขืนคุณปรีน่ะ”

            “เปล๊า! ผมเปล่านะผมเข้าห้องผิดจริงๆ สาบานให้ฟ้าผ่าเลยก็ได้” ชายคนนั้นชูนิ้วขึ้นมา พลัน! เบื้องนอกก็มีแสงสว่างวาบขึ้นนอกหน้าต่าง ตามมาด้วยเสียงดังเปรี้ยง! ชายคนนั้นรีบลดนิ้วลงทันที หัวหดกลัวจนฉี่แทบราด

            “ไอ้ยะ แกพาคุณปรีไปโรงบาลก่อนทางนี้ฉันจัดการเอง” ตะวันบอก

            อารยะก็พยักหน้ารับ “อืม”แล้วเขาก็เดินไปอุ้มปรียาขึ้นมา

            ปรียาก็กอดคอหมับ เอาหัวซบถูไถราวกับว่าทำเช่นนี้แล้วจะช่วยบรรเทาอาการร้อนรุ่มในร่างกายลงไปได้

            อารยะกัดฟันแน่นแล้วก็รีบพาปรียาไป

            ตะวันก็เดินไปเปิดประตูห้องให้จากนั้นเขาก็ปิดประตูแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรเรียกตำรวจที่รู้จักคุ้นเคยให้มาทำคดี

            ส่วนเพื่อนสนิทของตะวันก็หันไปยืนเฝ้าชายคนนั้นเอาไว้กันไม่ให้คนพรวดพราดหนีไปได้

            ปรียาอยู่ในอ้อมแขนอารยะ จู่ๆก็เผยอตัวจูบปากเขา

            อารยะจะปัดป้องก็ทำไม่ได้เขาจึงได้แต่พยายามหันหน้าหนี

            ปรียาก็จับศีรษะเขาเอาไว้แน่นแล้วจูบอย่างรุนแรง

            อารยะก็พยายามหันหน้าหนีแต่เขาจะหนีไปไหนได้ ถูกรุกหนักเข้า เขาก็จูบตอบ

            กว่าปรียาจะสงบลงก็ราว 10 นาทีได้

    Donate

    เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย

    เลขบัญชี 084-3-79715-6

    ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย

    หรือทาง True Money wallet :098-651-1489

    จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ

     

    ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง

    เพจ readfree.in ค่ะ

    https://www.facebook.com/readfree.in/

    ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ

    และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK

    ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ