ภาสกรมองทั้งสาม ขบกรามกรอดๆอุตส่าห์ลงทุนลงแรงตามจีบมาตั้งนานแต่ปรียากลับเอาแต่หลบเลี่ยงแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่คิดจะคบหาด้วยเหยื่อที่ดูว่าง่ายกลับกลายเป็ยากขึ้นมา ทำให้เขายิ่งอยากเอาชนะ อยากทำให้สาวสวยสยบอยู่ใต้ร่างตัวเองจริงๆฮึ่ม! คืนนี้แหละกูจะฟันมึงให้ได้อีปรียา!
ผู้คนในงานก็โฉบเข้าไปทักทายตะวันกับปรียาเป็ระยะๆแต่สายตากลับมองหนุ่มหล่อข้างกายปรียา จนอารยะรู้สึกอึดอัดไม่น้อยปรียาก็แนะนำหนุ่มข้างกายว่า “อ่อ นี่คุณอารยะค่ะ เป็แฟนปรีเอง ทำงานอยู่ที่ IBM เป็รองผู้จัดการฝ่ายเทคนิคค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
สองสามีภรรยากล่าวพลางยื่นมือไปเช็คแฮนด์ด้วย
อารยะก็ยื่นมือเช็คแฮนด์ยิ้มแย้มให้ กล่าวทักทายตามมารยาท “ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
หลังจากนั้นสองสามีภรรยาก็ขอตัวไปทักทายคนอื่นๆพอเดินห่างคนทั้งสามไปหน่อยก็แอบซุบซิบกันว่า “ต๊ายคุณไม่คิดเลยว่ายัยปรียาจะซุ่มคบหนุ่มนอกวงการ”
“นั่นซิแบบนี้พวกเด็กเอนพวกนั้นไม่อกหักแย่เหรอ”
“ข่าวนี้ต้องขยาย!”
จากนั้นสองสามีภรรยาขาเม้าก็โฉบไปคุยกับคนอื่นๆต่อ
อารยะก็หันไปมองปรียาเขม็งกระซิบว่า “นี่คุณ ไหงแนะนำแบบนั้นล่ะ ผมเสียหายหลายล้านนะคุณ”
“อ๋อ เหรอคะ” ปรียายานคางกระซิบตอบตาแพรวระยับอย่างสนุก “งั้นปรีรับผิดชอบ เดี๋ยวให้แม่ไปขอดีไหม?”
“ฮื้อ! คุณนี่ยังจะพูดเล่นอีก”อารยะกระซิบดุ แล้วก็หันไปหยิบผลไม้ใส่ปากแก้โมโหคนข้างๆ
ปรียาหัวเราะคิกคักที่แกล้งเขาได้
เพื่อนสนิทของภาสกรเดินกลับเข้ามากระซิบว่า “กูเปิดห้องให้มึงเตรียมเชือดแล้ว นี่คีย์การ์ด”
เขาเอาคีย์การ์ดยัดใส่มือเพื่อน
ภาสกรก็เหลือบมองเลขห้อง กระซิบว่า“ขอบใจว่ะ”
แล้วก็เก็บคีย์การ์ดใส่กระเป๋าเสื้อกระซิบกับเพื่อนว่า “เดี๋ยวมึงช่วยกูกันท่าไอ้สองตัวนั่น”
“เออ กูรู้แล้ว มึงไม่ต้องพูดมากแค่หลอกหญิงไปเชือดกูเซียนกว่ามึงเยอะ ว่าแต่ยามึงมีแล้วยังถ้ายังไม่มีมึงเอาของกูก่อนก็ได้” เพื่อนกระซิบเสียงเบา
ภาสกรพยักหน้า “กูมี”
แล้วเพื่อนก็พยักหน้าอย่างมาดร้าย“มึงเชือดมันแล้ว แบ่งให้กูมั่งล่ะ หรือจะให้กูไปช่วยถ่ายคลิปเอาไว้รีดก็บอกกูไม่ได้ดูหนังสดมานานล่ะ”
“เอามันขึ้นห้องให้ได้ก่อนเถอะหลังจากนั้นกูกะมึงค่อยสนุกกะมัน” ภาสกรกระซิบตอบ
แล้วทั้งสองก็ส่งสายตาให้กันอย่างเข้าขา
อารยะนั่งดื่มกินไปสักพักก็กระซิบกับปรียาว่า“ผมขอไปทำธุระแป๊บ”
“ค่ะ” ปรียาพยักหน้ารับรู้
อารยะก็ลุกออกไปเดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยงไปยังห้องน้ำ
เมื่อเห็นหนุ่มที่ปรียาแนะนำว่าเป็แฟนลุกไปภาสกรก็ส่งสายตากับเพื่อนสนิท
เพื่อนสนิทก็มองตอบอย่างรู้ความหมายรอจนตะวันลุกไปตักอาหาร เพื่อนสนิทของภาสกรก็ปราดไปคุยกับตะวันทันที“สวัสดีครับคุณตะวัน”
“สวัสดีครับ” ตะวันตอบตามมารยาท
“เอ่อ...คุณตะวันพอจะมีเวลาให้ผมสักหน่อยไหมครับคือพอดีว่าผมปิ๊งผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ที่บริษัทคุณน่ะครับเลยอยากรู้ว่าเธอคบหาใครบ้าง หรือว่าแต่งงานแล้วน่ะครับคุณตะวันช่วยผมหน่อยนะครับ”
ตะวันมองอย่างไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่แต่ก็เก็บความไม่พอใจเอาไว้ตอบตามมารยาทว่า “เื่พวกนี้เป็เื่ส่วนตัวของเธอครับ ผมก็ไม่รู้หรอกครับคุณควรจะไปถามเธอเองดีกว่านะครับ”
ขณะที่ตะวันกำลังถูกดึงตัวไว้ภาสกรก็รีบโฉบไปนั่งข้างปรียาทันที ชวนคุยว่า “ผู้ชายคนนั้น อยู่โมไหนเหรอ?”
“อยู่โม IBM ค่ะ”ปรียาตอบแบบเกทับ
จังหวะนั้นเองคุณหญิงสิริลักษณ์ก็ปราดเข้ามาทักทายปรียา“แหม หนูปรีมานั่งอยู่ตรงนี้เอง น้าขอนั่งด้วยคนนะ”
คุณหญิงสิริลักษณ์พูดแล้วก็นั่งลงตรงเก้าอี้ที่อารยะนั่ง
ปรียาหันไปมองแล้วก็ยกมือไหว้“สวัสดีค่ะคุณหญิง”
คุณหญิงสิริลักษณ์ก็ยื่นมือไปตรงหน้าปรียาเอ่ยว่า “หนูปรีช่วยดูแหวนเพชรวงใหม่นี่ให้น้าทีซิ ราคาควรจะซักเท่าไหร่พอดีว่าคุณนายฉายจะเอามาจำนำกับน้าน่ะ นี่ถ้าไม่เจอหนู น้าก็กะว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปที่ร้านนั่นแหละ”
ปรียามองแหวนเพชรในมือคุณหญิงแล้วก็หยิบมาพิศดู
ภาสกรก็แอบฉวยโอกาสตอนที่ทั้งสองคนคุยกันแอบเทยาเสียสาวใส่แก้วไวน์ของปรียา
ในขณะที่ตะวันกำลังจะขอตัวกับเพื่อนสนิทของภาสกรก็มีชายสูงวัยเดินเข้าไปทักทายกับตะวัน “สวัสดีหลานตะวัน”
“สวัสดีครับ คุณอากิมเอง”ตะวันยกมือไหว้
แล้วกิมเองก็ชวนตะวันคุย
เพื่อนสนิทของภาสกรก็หันไปทำทีตักอาหารเหลือบไปมองภาสกร เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องก็พอจะเดาได้ว่าคงจะแอบใส่ยาไปแล้ว
ปรียาพิศดูแหวนครู่หนึ่งแล้วก็บอกว่า “ราคาคร่าวๆก็ 3 แสนค่ะคุณน้า”
แล้วก็ส่งแหวนคืนให้คุณหญิงสิริลักษณ์
คุณหญิงสิริลักษณ์พูดคุยกับปรียา
ระหว่างที่คุยปรียาก็หยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบไปด้วย เธอไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่าภาสกรจะกล้าวางยาลงในแก้วไวน์
คุณหญิงสิริลักษณ์พูดคุยกับปรียาอย่างออกรสอยู่พักใหญ่แล้วก็ขอตัวไปคุยกับคนอื่นต่อ
ปรียาก็ยกมือไหว้อีกฝ่ายตามมารยาท
แล้วคุณหญิงก็ลุกไป
ปรียายกไวน์ขึ้นจิบจนหมดแก้ว
ส่วนอารยะหลังจากออกจากห้องน้ำแล้วเขาก็เดินไปหาที่นั่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อนร่วมงานที่โทรมาปรึกษาเคสด่วนทำให้เขาไม่อาจกลับเข้าไปในงานได้เร็วนัก
ส่วนตะวันก็ติดคุยกับกิมเองอยู่ช่างเป็โอกาสเหมาะเหม็งสำหรับภาสกรจริงๆ
ปรียารู้สึกมึนๆ หัวขึ้นมา คิดว่าสงสัยคงดื่มไวน์มากไปหน่อย เธอจึงหันไปพูดกับภาสกรว่า “ขอตัวค่ะ”
ภาสกรพยักหน้าซ่อนรอยยิ้มสมใจไว้มิดชิด
แล้วปรียาก็ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าถือเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงไปเธอคิดว่าถ้าไปปลดทุกข์เบาในห้องน้ำสักครู่แล้วดื่มน้ำตามสักขวดคงจะทำให้อาการดีขึ้นมั้ง
ภาสกรก็เดินตามไปผู้คนในงานก็ไม่ได้เอะใจอะไรเลยเพราะเห็นเป็เื่ปกติแล้วที่จะเห็นภาสกรตามตื้อไฮโซสาวแบบนี้
ส่วนเพื่อนสนิทของภาสกรพอเห็นปรียาเดินออกไป มีภาสกรตามไป เขาก็รีบปลีกตัวเดินออกไปจากงานทันที
ปรียาเดินมึนๆ หัวออกไปเธอตรงไปยังห้องน้ำทันที
ภาสกรก็ตามหลังไปด้วยท่าทางสงบ
ปรียาเดินเซๆ จนต้องขยับไปเกาะผนัง
ภาสกรก็รีบเข้าไปประคอง พูดว่า“คุณคงจะเมาแล้ว งั้นเดี๋ยวผมพาไปนั่งนะครับ”
ปรียาหันไปมอง ยื่นมือผลักเขาออกแต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกวิงเวียนมึนหัวจนยืนทรงตัวไม่อยู่เซวูบเข้าไปในอ้อมอกของภาสกรที่รอท่าพอดิบพอดี แล้วภาสกรก็ประคองปรียาเดินไป
ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาก็ไม่ได้เอะใจอะไรคิดว่าคนเมาธรรมดาเท่านั้นก็มีงานเลี้ยงที่บริการเครื่องดื่มเลิศรสแบบไม่อั้นอย่างนี้ จะมีคนเมาให้เห็นก็ไม่ใช่เื่แปลก
แล้วภาสกรก็ประคองปรียาไปขึ้นลิฟท์
ขณะที่ทั้งสองเข้าไปในลิฟท์เผอิญเพื่อนของตะวันยืนอยู่ตรงหน้าลิฟท์พอดีเขาทันเห็นหมายเลขห้องบนซองใส่คีย์การ์ดที่ภาสกรหยิบออกมาใช้ปลดล็อคลิฟท์ให้ทำงานอีกทั้งท่าทางของปรียาก็ดูผิดปกติ เขาจำได้ว่าปรียาเป็คนระมัดระวังตัวไม่เคยที่จะดื่มจนเมาขนาดนี้ แล้วตอนที่ตะวันเข้างานมาก็มาพร้อมกับปรียากับอารยะแล้วไหงจู่ๆ ถึงได้มากับภาสกรได้ล่ะ?
ข้อสงสัยเหล่านี้ทำให้เขารีบเดินกลับเข้าไปในงานพอเจอตะวัน เขาก็รีบเข้าไปกระซิบบอก
ตะวันซึ่งยืนคุยกับกิมเองอยู่ฟังแล้วก็รีบขอตัวกับกิมเองว่า“เอ่อ...คุณอาครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“อื้มๆ ไปเถอะ”กิมเองพยักหน้าแล้วก็หมุนตัวไปคุยกับคนอื่นต่อ
ในเวลาเดียวกันอารยะก็คุยกับเพื่อนร่วมงานเสร็จแล้วเขาก็เดินกลับเข้ามาในงาน เจอกับตะวันตรงประตูพอดี
ตะวันเห็นเพื่อนรักมาก็คว้าแขนอารยะเดินออกไปนอกห้องจัดเลี้ยงแล้วกระซิบบอกว่า “นายภาสกรนั่นพาคุณปรีขึ้นลิฟท์ไปแล้วดูเหมือนว่าคุณปรีจะเมามากด้วย”
อารยะเบิกตากว้างเข้าใจความหมายคำพูดของตะวันทันที
จากนั้น 3หนุ่มก็รีบมุ่งตรงไปยังลิฟท์ทันที ตะวันล้วงคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าสตาง เขามีคีย์การ์ดของโรงแรมนี้ก็เพราะว่าเขาเป็ลูกค้าVIP ของร้านอาหารซึ่งอยู่ชั้นบนของโรงแรมแห่งนี้ทางร้านจึงมอบคีย์การ์ดให้เขาเอาไว้ จะได้สะดวกเวลามาใช้บริการที่ร้าน
เมื่อลิฟท์ถึงชั้นที่เปิดห้องเอาไว้ภาสกรก็ประคองปรียาเดินออกจากลิฟท์ พาเดินไปยังห้องที่เปิดเอาไว้ในใจกระหยิ่มยิ้มย่อง วันนี้แหละกูจะฟันมึงให้ห**แหกเลยอีปรี! เล่นตัวดีนักนะมึง!เดี๋ยวกูจะจับมึงถ่ายคลิปทุกซอกทุกหลืบเอาไว้รีดให้หมดตัวเลยอีเวร!
เมื่อถึงห้อง เขาก็เปิดประตูเข้าไปแล้วพาปรียาไปนอนบนเตียง
ปรียาพยายามลืมตาขึ้นอย่างมึนงงรู้สึกว่าเนื้อตัวร้อนจนเหงื่อซึม “น้ำ...หิวน้ำ...”
เธอพยายามยันตัวขึ้นมา
ภาสกรก็มองดูอย่างย่ามใจ“หิวน้ำหรือจ๊ะอีปรี วันนี้กูจะให้มึงกินน้ำคว**กูจนอิ่มเลย”
ปรียารู้ตัวว่าเสียท่าแล้วก็พยายามจะลุกหนีแต่เธอวิงเวียนมึนงงจนแขนขาเหมือนไม่ใช่ของตัวเอง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังพยายามยันตัวลุกขึ้นมา
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นภาสกรคิดว่าเป็เพื่อนสนิทก็เดินไปเปิดประตู บ่นว่า “มึงจะกดกริ่งทำเหี้...”
พูดยังไม่ทันจบ กำปั้นหนักๆ ก็พุ่งมากระแทกหน้าแล้ว“โอ๊ย!”
เขาเซถอยหลังไปก็รู้สึกเจ็บที่ท้องจนเซล้มลง ทันเห็นเท้าหนึ่งที่ถีบมา
อารยะถีบแล้วก็ขยับไปเหยียบอกกดเอาไว้
ตะวันกับเพื่อนอีกคนก็รีบกรูเข้าไปในห้องเห็นปรียานอนอยู่บนเตียง พวกเขาจึงช่วยประคองเธอขึ้นมา สองหนุ่มปรึกษากัน“เอาไงดี? จับมันส่งตำรวจเลยไหม?”
“ก็ส่งตำรวจเลยซิ จะเอามันไว้ทำไมคนเลวๆ พรรค์นี้ ปล่อยไว้ก็ดีแต่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก”ตะวันพูดแล้วก็ตบแก้มปรียาเบาๆ “คุณปรีๆ คุณเป็ไงมั่ง?”
ปรียาพยายามฝืนลืมตามองเห็นว่าเป็ตะวันก็รีบบอกเสียงระโหยอ่อนแรงว่า “คุณวัน ช่วยปรีด้วย ปรีร้อน”
มือก็ปัดป่ายพยายามที่จะถอดเสื้อออก
“พวกมึง!” ภาสกรคำรามเสียงต่ำคำหนึ่ง
อารยะมองอย่างเหี้ยมเกรียมแล้วก็เตะเสยคางพลั๊ก!
“โอ๊ะ!”ภาสกรร้องออกมาคำเดียวแล้วก็สลบไป แล้วอารยะก็มองหาอะไรที่จะมามัดมือภาสกรเขาเห็นเสื้อคลุมอาบน้ำแขวนอยู่ในตู้ก็ยื่นมือไปกระตุกเชือกผูกเอวของเสื้อคลุมออกมาแล้วจัดแจงมัดภาสกรเอาไว้ เมื่อมัดเสร็จแล้วเขาก็เดินเข้าไปในห้องพร้อมกับปิดประตูห้องด้วย พอเห็นสภาพปรียาเขาก็ถลันเข้าไปหาอย่างเป็ห่วง “คุณปรี! คุณเป็ยังไงมั่ง?”
“ร้อน” ปรียาตอบอย่างไร้สติมือก็พยายามถอดเสื้อ
สองหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ต้องช่วยกันจับแขนยื้อยุดเอาไว้
เพื่อนสนิทของตะวันก็พูดว่า“อาการแบบนี้คงโดนยาเสียสาวเข้าไปว่ะผมว่าพาเธอส่งโรงบาลก่อนเถอะเกิดช็อคยาไปจะแย่นะ”
“ไอ้ยะ แกพาคุณปรีไปส่งโรงบาลก่อนส่วนทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ตะวันบอก
อารยะยังไม่ทันขยับตัว พลัน!ประตูห้องก็มีเสียงปลดล็อคดังขึ้น
3 หนุ่มหันไปมองหน้ามองตากัน
แล้วอารยะก็รีบพุ่งไปยืนอยู่ข้างบานประตูทันที
เมื่อประตูเปิดออกเพื่อนสนิทของภาสกรก็ก้าวเข้ามาในห้องก้าวหนึ่ง แต่พอสายตาเห็นภาสกรนอนอยู่ที่พื้นมือถูกมัดเอาไว้ เขาก็ชะงักกึก ชักขาก้าวถอยหลังทันที
อารยะก็ยื่นมือไปจิกผมลากคนเข้ามา“จะไปไหน!”
“โอ๊ยๆ ปล่อยผมๆ”เพื่อนสนิทของภาสกรร้องลั่น โวยวายว่า “คุณปล่อยผม ผมเข้าห้องผิด ปล่อยผมนะ”
อารยะดึงคีย์การ์ดที่เสียบคาอยู่ที่ประตูมาแล้วดันบานประตูปิด
เสียงล็อคประตูดังกริ๊กทำให้ชายที่ถูกจิกผมสะดุ้งเฮือก
อารยะมองคีย์การ์ดแล้วพูดว่า“เข้าห้องผิดงั้นรึ!มึงโกหกไม่เนียนเลยว่ะ”
“ผมเข้าห้องผิดจริงๆปล่อยผมไปเถอะคร้าบ ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ปล่อยผมไปเถอะคร้าบ”เพื่อนสนิทของภาสกรร้องพลางพยายามแกะมือที่ขยุ้มผมตัวเองจิกเอาไว้เจ็บจนหนังหัวชาหนึบไปหมด
อารยะกระชากคนลากไปเหวี่ยงตรงพื้นระหว่างเตียงนอนกับทีวี
“โอ๊ย!”ชายคนนั้นร้องแล้วก็ถอยกรูดไป
อารยะตามไปเหยียบขาเอาไว้ข้างหนึ่ง
“โอ๊ยๆ เจ็บๆๆๆ”ชายคนนั้นก็ร้องลั่น สายตาเหลือบไปเห็นตะวันก็รีบพูดว่า “คุณตะวันช่วยผมด้วยผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยนะ ปล่อยผมไปเถอะ”
“ปล่อยงั้นรึ!”ตะวันแค่นเสียงเหี้ยมเกรียม “ปล่อยมึงเข้าคุกไง มึงอย่าคิดนะว่ากูไม่รู้ว่ามึงกับมันรวมหัวกันคิดจะข่มขืนคุณปรีน่ะ”
“เปล๊า! ผมเปล่านะผมเข้าห้องผิดจริงๆ สาบานให้ฟ้าผ่าเลยก็ได้” ชายคนนั้นชูนิ้วขึ้นมา พลัน! เบื้องนอกก็มีแสงสว่างวาบขึ้นนอกหน้าต่าง ตามมาด้วยเสียงดังเปรี้ยง! ชายคนนั้นรีบลดนิ้วลงทันที หัวหดกลัวจนฉี่แทบราด
“ไอ้ยะ แกพาคุณปรีไปโรงบาลก่อนทางนี้ฉันจัดการเอง” ตะวันบอก
อารยะก็พยักหน้ารับ “อืม”แล้วเขาก็เดินไปอุ้มปรียาขึ้นมา
ปรียาก็กอดคอหมับ เอาหัวซบถูไถราวกับว่าทำเช่นนี้แล้วจะช่วยบรรเทาอาการร้อนรุ่มในร่างกายลงไปได้
อารยะกัดฟันแน่นแล้วก็รีบพาปรียาไป
ตะวันก็เดินไปเปิดประตูห้องให้จากนั้นเขาก็ปิดประตูแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรเรียกตำรวจที่รู้จักคุ้นเคยให้มาทำคดี
ส่วนเพื่อนสนิทของตะวันก็หันไปยืนเฝ้าชายคนนั้นเอาไว้กันไม่ให้คนพรวดพราดหนีไปได้
ปรียาอยู่ในอ้อมแขนอารยะ จู่ๆก็เผยอตัวจูบปากเขา
อารยะจะปัดป้องก็ทำไม่ได้เขาจึงได้แต่พยายามหันหน้าหนี
ปรียาก็จับศีรษะเขาเอาไว้แน่นแล้วจูบอย่างรุนแรง
อารยะก็พยายามหันหน้าหนีแต่เขาจะหนีไปไหนได้ ถูกรุกหนักเข้า เขาก็จูบตอบ
กว่าปรียาจะสงบลงก็ราว 10 นาทีได้
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 5 บาท 10 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ