นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้ เพราะรักของฉัน.. คือเธอ เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๑๑
เพื่อนรัก .. รักเพื่อน
ตุ๊กหัวหน้าห้องประชุมเพื่อนๆ ทั้งห้อง เพื่อแจ้งให้เพื่อนๆ ทราบว่า งานวันสุนทรภู่ปีนี้ ฝ่ายกิจกรรมของโรงเรียนจะจัดขบวนแห่เพื่อเฉลิมฉลองสุนทรภู่อย่างยิ่งใหญ่เพราะยูเนสโกเพิ่งประกาศให้ท่านเป็บุคคลสำคัญของโลกด้านวรรรกรรมเมื่อปีที่แล้ว
ทางโรงเรียนเลือกให้แนนแต่งตัวเป็พระอภัยมณี เตโชรับผิดชอบการแต่งหน้าแต่งตัวให้แนน อาจารย์แก้วอาจารย์นาฏศิลป์จะกำกับดูแลอีกทีหนึ่ง
“ป้องขอเป็ผู้ช่วยเตโชนะ” ป้องรีบพูดขึ้นทันที
“ไม่ได้หรอก!!” ตุ๊กตอบทันทีเช่นกัน “นี่เป็งานโรงเรียน ไม่ใช่งานห้อง อาจารย์เค้าเลือกทุกอย่างไว้หมดแล้ว”
“โช เธอบอกตุ๊กสิ เราช่วยเธอได้” ป้องหันไปขอให้เตโชช่วย
“ถ้าเธออยากช่วย คงต้องไปขออาจารย์แก้วเอง” เตโชพูดเรียบๆ
ป้องหุบยิ้มทันที เขารู้ดีว่าอาจารย์แก้วดุแค่ไหนและเคยทำให้เขาอายแค่ไหน ป้องเคยเข้าไปช่วยงานอาจารย์แก้วบ้าง แต่เพราะป้องชอบเม้าจนงานแทบไม่เดิน อาจารย์แก้วไล่ป้องออกจากห้องกิจกรรมต่อหน้าทุกคน
่เที่ยง เตโชต้องรีบมากินข้าวเพื่อที่จะได้มีเวลาไปหารือกับอาจารย์แก้ว ทีกับแบงเลยมากินข้าวเป็เพื่อน พอไม้มาถึง ทั้งสามก็กินข้าวเกือบอิ่มแล้ว เตโชต้องรีบอิ่มจะได้รีบไปหาอาจารย์แก้ว ไม้งง ทีกับแบงจึงอธิบายให้เพื่อนฟังจนไม้เข้าใจ
หลังจากกินข้าวจนอิ่มแล้ว ไม้ก็เดินไปห้องกิจกรรมอาคารเก่าเพื่อจะดูว่าเตโชทำอะไรอยู่ ก็เห็นเตโชนั่งพูดคุยกับ อ.แก้ว แล้วก็เปิดหนังสือเล่มนี้เล่มนั้นเพื่อหารือกัน จนเกือบได้เวลาเข้าเรียน่บ่าย อ.แก้ว จึงปล่อยเตโชไปเรียน
เตโชเดินออกมาจากห้องกิจกรรม ก็พบว่าไม้รอเขาอยู่หน้าห้อง พร้อมกับน้ำดื่มเย็นๆ แก้วหนึ่งและรอยยิ้มที่โชชื่นชอบ แล้วทั้งสองก็เดินไปอาคารเรียนด้วยกัน
เย็นวันนั้น เตโชต้องไปคุยกับอาจารย์แก้วอีกร่วมชั่วโมง ซึ่งไม้ก็เลือกไปนั่งรอที่ม้านั่งใกล้ๆกับห้องกิจกรรม
วินนี่เดินมาพบไม้พอดี “ไม้” เธอทั้งใ และดีใจ “ดีใจจังที่ได้พบไม้”
ไม้เองก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรยิ้มรับหรือไม่หรือควรทักอย่างไร
“คุณหญิงแม่ยอมให้วินนี่เรียนการแสดงแล้ว ไม้ช่วยติวให้วินนี่นะ”
“อย่าเลยวินนี่” ไม้ตั้งใจพูดประโยคนี้อย่างมาก “อย่าใกล้กันให้ใจเราไหวหวั่นอีกเลย”
“ไม้ .. ถึงเราจะไม่ได้คบกันแบบนั้นแล้ว แต่เราก็ยังเป็เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?” วินนี่ขอความเห็นใจ
แต่ไม้รู้ว่า ถ้าเขาใกล้ชิดวินนี่ ใจเขาต้องหวั่นไหวอีกแน่นอน “เอ่อ.. ”
“หรือ .. กระทั่งเพื่อนไม้ก็ให้วินนี่ไม่ได้”
“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ไม้อยากให้เวลากับตัวเองมากกว่านี้ก่อน”
วินนี่อึ้งไป จริงๆ ในใจเธอก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าไม้ไม่ใช่เพื่อน ไม้เป็คนรัก และเธอก็ลืมไม่ได้ วินนี่แค่อยากใกล้ชิดไม้บ้าง แต่ไม้ชัดเจนกับใจตนเอง จนไม่อยากใกล้เธอ เธอย่อมเข้าใจอย่างดี...
แต่.. แค่วินนี่ไม่อยากอยู่ในสภาพแบบนี้ เท่านั้นเอง!!
เตโชเสร็จงานกับ อ.แก้ว และเดินออกมาพอดี พอเห็นไม้นั่งคุยกับวินนี่ .. ใจโชก็แปลบปลาบอีกครั้ง
ไม้ยิ้มให้โช “โช นี่วินนี่ เพื่อนไม้”
.. แม้ไม้ไม่ได้เน้นคำว่า ‘เพื่อน’ ขณะที่เขาพูด แต่ใจวินนี่ก็รู้สึกเ็ป ก่อนนี้..ไม้บอกกับใครอย่างเต็มปากว่า .. เธอคือแฟนของเขา
โชเองก็พยายามยิ้มทักทายวินนี่ให้ปกติที่สุด “หวัดดี”
“วินนี่ นี่เตโช เพื่อนใหม่ของไม้”
วินนี่ยิ้มให้เตโชอย่างดีใจ “ดีใจจัง ได้รู้จักตัวกันซะทีวินนี่ตามดูผลงานโชมาตั้งนานแล้ว ถ้าเราสามคนได้เรียนการแสดงด้วยกันคงจะดีมากเลยนะ”
วินนี่ตอบตามจริงทุกอย่าง เตโชเป็เด็กทำกิจกรรมที่โดดเด่นของโรงเรียนงานกิจกรรมหลายๆ งานของโรงเรียนก็เป็ฝีมือของเขา จึงไม่แปลก ที่ใครหลายคนจะรู้จักเตโช และก็ไม่แปลกเช่นกัน ที่เตโชจะไม่ค่อยรู้จักใคร เพราะมัวแต่ทำกิจกรรมให้โรงเรียน เตโชจึงมีเพื่อนน้อยมาก
โชยิ้มตอบวินนี่ เขาทำได้แค่นั้น แล้วโชก็หันหน้าไปถามไม้ “เอ่อ..วินนี่เค้าอยากเรียนการแสดงด้วยเหรอไม้”
“ใช่” วินนี่ตอบแทนไม้ “ถ้าเราสามคนเรียนการแสดงด้วยกัน คงจะดีไม่น้อยเลยหล่ะ โชต้องทำละครออกมาน่าดูทุกเื่แน่ๆถึงเวลานั้น ขอวินนี่เล่นด้วยนะ”
เตโชได้แต่ยิ้มตอบวินนี่เก้อๆก็เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไรดีนี่นา เตโชหันหนาไปหาไม้ “โชกลับบ้านก่อนนะ วันนี่โชเหนื่อย”
ไม้ใกับคำพูดของเตโช เขาคิดไม่ถึง แต่พอได้ยินก็ทำอะไรไม่ถูก
แต่.. โชไม่ได้ขออนุญาต เขาแค่บอก .. พอพูดจบ เตโชก็เดินจากไปทันที
“วินนี่นึกไม่ถึงว่า ไม้อยากมีเพื่อนเป็คนดังอย่างนี้”
“ไม้ไม่ได้คบกะโชเพราะเค้าดังนะ” ไม้ตอบวินนี่ชัดเจน
“วินนี่พูดเล่น ไม้ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้” วินนี่พูดไปหัวเราะไป
คนหนึ่งก็จริงจังเกินไป อีกคนก็ดูจะอิ่มสุขที่ได้พูดคุยด้วย จนมิได้สังเกตว่า ไม้ใช้คำว่า ‘คบกัน’ กับเตโช
เสียงหัวเราะที่สดใส รอยยิ้มที่สดชื่น ทำให้ใจไม้หวั่นไหวอย่างยิ่ง “ไม้กลับก่อนนะ”
“ไม้” วินนี่เรียกเขาอีกครั้ง
ไม้ยืนนิ่ง .. เขาใช้ความคิดอย่างหนัก ..หากเขากลับไปคบกับวินนี่ .. และมีความสุขอย่างที่เคยมี .. แต่พอคุณหญิงแม่เธอรับรู้.. ก็ต้องเลิกกันอีก .. มันเป็แบบนี้มาสองสามครั้งแล้ว .. แต่ถ้าเขาคบกะเตโช ..ก็ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไร? .. จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ..
แต่ไม้ขอเลือกอันหลัง!!
“เราเจอกันบ้างก็ได้นะ ในฐานะเพื่อน .. หรือ..แค่คนรู้จักก็ได้นะ” วินนี่อ้อนวอน
“ขอเวลาให้ไม้อีกนิดนะ” พูดจบ ไม้ก็เดินจากไป
วินนี่ยังคงอยู่ที่เดิม .. แต่อย่างน้อย วันนี้ก็มีหวังกว่าวันก่อนโน้น ไม้ไม่ได้ตัดรอนเธอเหมือนครั้งแล้ว และ.. เตโช เพื่อนใหม่ ก็เป็อีกคนที่วินนี่อยากรู้จัก แต่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยซะที จนถึงวันนี้
ไม้รีบไปที่ที่จอดรถจักรยาน แต่เตโชก็ขี่จักรยานออกไปแล้ว ไม้ได้แต่โทษตัวเอง .. ที่วันนี้ไม้ไม่ได้ล็อกจักรยานสองคันไว้ด้วยกัน
ไม้ขี่จักรยานไปตามร้านอาหารที่เขาเคยไปนั่งกินกับเตโช แต่ก็ไม่พบเตโชเลยสักร้านเดียว เขาจำใจกลับไปที่หอพักตนเอง ..
อย่างน้อย.. พรุ่งนี้ก็ได้พบโชที่โรงเรียนแน่ๆ !!
ที่ไม้หาเตโชไม่พบก็เพราะ เตโชไปพบ ‘ภูผา’ เพื่อนเก่าั้แ่ ม.ต้น เพื่อเอาชุดที่แนนต้องใส่ในวันพรุ่งนี้ ที่บ้านภูผาทำธุรกิจให้เช่าชุดไทยและชุดนางรำต่างๆ ญาติๆภูผาส่วนใหญ่ก็เป็นักนาฏศิลป์ หรือนางรำกันแทบทุกคน
“ชุดที่เราจัดให้นี่ โชแต่งเป็ใช่ไหม?” ภูผาพูดพลางหยิบผ้านุ่งยกทองออกมาวางพร้อมกับผ้าโจงแดงที่ต้องนุ่งเสริมข้างใน และสนับเพลาอีกชิ้น
“เป็สิ ภูผาสอนเราั้แ่ ม.ต้นหมดแล้วนี่” เตโชตอบยิ้มๆ “แล้ว.. ไม่มีเสื้อให้ใส่เหรอ”
“ชุดพระอภัยมณี ไม่มีเสื้อนะ แต่มีเครื่องประดับเยอะ คงไม่โป๊เท่าไหร่หรอก เราวางเรียงให้ดูนะว่าอะไรใส่ตรงไหน” ภูผาบอก แล้วก็เอาเครื่องประดับมาวางทีละชิ้น พร้อมกับบอกว่าชิ้นไหนใส่ส่วนไหน ซึ่งส่วนใหญ่เตโชก็รู้อยู่แล้ว
เตโชทวนให้ภูผาฟังและทะยอยเก็บเครื่องประดับลงถุงทีละชิ้น ทีละชิ้นจนหมด “แล้ว.. จบ ม.๖ แล้วภูผาจะเรียนอะไรต่อ”
“คงต่อ ป.ตรี ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์นั่นแหละ”
“ภูผาจะเป็ตัวพระที่หน้าตาดีที่สุดของกรมศิลป์ล่ะสิ” เตโชแซวเพื่อน
“ถ้าเป็แล้ว.. โชจะยอมคบกะเรามั้ยล่ะ?” ภูผาถามตรงๆ ชัดๆ
“อย่าพูดแบบนี้สิ ภูผาก็รู้ว่าเราคบกันไม่ได้เพราะอะไร” เตโชตอบเศร้าๆ “เป็เพื่อนกันไปแบบนี้แหละ ดีแล้ว” เตโชสรุปสั้นๆ
ภูผายิ้มเศร้าๆ ให้เตโช “เป็เพื่อนที่ดีต่อกันไปตลอดนะโชนะ”
ที่ห้องกิจกรรมของโรงเรียน เตโชกำลังเตรียมแต่งตัวให้แนน “แนนไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยแล้วก็นุ่งกางเกงสนับเพลานี่” พร้อมกับยื่นเสนับเพลาให้
แนนรับมา เขาใส่กางเกงนี่เป็อยู่แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แนนต้องแต่งตัวแบบนี้ “จะรีบไปรีบมานะโช” แล้วแนนก็รีบวิ่งไปห้องน้ำ
เตโชรื้อเอาเครื่องประดับมาวางทีละชิ้น ทีละชิ้นเป็ลำดับ และเข็มกับด้ายพร้อมทั้งผ้าดิบผูกเอว
แนนใส่สนับเพลากลับมาเรียบร้อย “ไม่มีเสื้อเหรอ”
เตโชยิ้มตอบ “ชุดพระอภัยมณี ไม่มีเสื้อนะแนน”
แนนยิ้มจะถอดเสื้อ
“ยังไมต้องรีบถอดหรอก แต่ขมวดเสื้อไว้เหนือเอวก็พอ” โชบอก
แนนทำตาม .. เขายินดีโชว์่เอวที่อ้อนแอ้นและขาวอมชมพูของเขาให้เตโชดูอยู่แล้ว
โชเอาผ้าโจงแดงมาผูกที่เอว จับพับทีละด้านและเย็บด้วยเข็มกับด้าย ใบหน้าเตโชจึงใกล้ผิวพรรณที่นวลเนียนอมชมพูของแนนมาก
ป้องที่ยืนดูอยู่นอกห้องอิจฉาตาร้อนเตโชอย่างที่สุด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยืนดูอยู่นอกห้อง
ตอนนี้ที่ตัวแนนมีสนับเพลา และผ้าโจงแดงที่โชมัดพับ และเย็บจนเป็ผ้าเสริมให้แนนดูมีสะโพกกลมกลึงขึ้นมาทันที
โชเอาผ้านุ่งยกทองมานุ่งทับ “ถ้าใส่ชิ้นนี้ แนนจะเข้าห้องน้ำไม่ได้อีกเลยจนถอดนะ”
แนนพยักหน้า “เมื่อคืนกะเมื่อเช้า แนนกินน้ำน้อยมาก และตะกี้ก็ฉี่ไปหมดพุงละ”
โชยิ้มรับ และเริ่มนุ่งผ้ายกทองเพราะเป็ผ้าที่สวยและลื่น ทุกจุดจึงต้องเย็บ และเพราะเตโชเป็คนละเอียด เขาจึงเย็บถี่มากริ้วจีบที่ผ้านุ่งจึงสวยมาก และเขาซ่อนด้านที่เย็บอย่างดี จนมองไม่เห็น
“สวยมากเลยโช” แนนยังออกปากชม “สวยกว่าครั้งที่แล้วเยอะเลย”
โชยิ้มรับ “ถอดเสื้อได้แล้ว”
แนนรีบถอดเสื้อทันที เขาอยากให้โชเห็นรูปร่างของเขา .. รับรอง ..โชต้องตะลึงแน่ๆ
ซึ่งก็จริง .. เตโชและทุกคนในห้องกิจกรรมมองหุ่นแนนเป็ดาเดียว!!
ป้องที่ยืนดูอยู่นอกห้องยังมองตาค้าง!!
แนนมีเชื้อจีนผิวขาวอมชมพูจึงดูสวยดีมีน้ำมีนวลอยู่แล้ว และก่อนหน้านี้.. แนนตั้งใจออกกำลังกายมาเป็ปีจนถึงวันนี้ แนนจึงมีหุ่นที่ ‘งาม’ กว่าเด็ก ม.๖ ทั่วไป
“หุ่นแนนสวยมาก” โชออกปากชม
แนนยิ้มรับ
โชเริ่มใส่กรองคอ ทับทรวง สังวาลย์ และอื่นๆทีละชิ้นอย่างแ่เบา และเรียงให้ลายไทยของเครื่องประดับนั่นโดดเด่นชัดเจน
จึงไม่แปลกที่หลายคนจะมองว่าเตโชกำลังแตะเนื้อต้องตัวแนน!!
กระทั่งป้องก็คิดอย่างนั้น!!
หน้าห้องกิจกรรมอีกมุมหนึ่ง ไม้เองก็มองเตโชทำงานด้วยใจระทึก ..ด้วยรูปร่างหน้าตา แนนดูดีกว่าไม้อยู่แล้ว แล้วไม้ก็ไม่เคยรู้เลยว่า.. เมื่อก่อน.. โชกับแนน ‘เคยสนิทกัน’ แค่ไหน?
ไม้ก็บอกตัวเองให้ไว้ใจโช .. ไว้ใจโช ..
แต่ก็ยากเหลือเกิน .. รอยยิ้มที่ทั้งส่งให้กัน ..การพูดคุยกันกระหนุงหระหนิงอยู่สองคน .. ทำให้ไม้แปลบปล่าบในอกเหลือเกิน
จบตอนที่ ๑๑