ตอนที่ 6 ลูบลายพยัคฆ์
ชายหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านบุคลิกดี แต่งกายภูมิฐาน เดินผ่านประตูไซซีไนต์คลับเข้ามาภายในห้องโถงผ่านโต๊ะอาหารที่มีแขกนั่งดื่มด่ำกับเสียงเพลงจากนักร้องสาวสวยบนเวทีซึ่งกำลังขับขานเพลง เย่ไหลเซียง ( Ye Lai Xiang 夜来香 แปลว่า ดอกราตรี )อันเป็เพลงยอดนิยมของมหานครเซี่ยงไฮ้และทุกเมืองที่มีคนจีนอยู่ในยุคนั้น
“ ดูนั่นสิผู้ชายคนนั้นไง สตีเฟน เลา ที่เป็คู่รักของจูดี้ เขาสนิทสนมกับเ้าสัวเว่ยและผู้จัดการหวงมาก ” อาไน้สาวเสริฟรุ่นพี่แอบสะกิดให้หงลี่ดูชายหนุ่มคนนั้น
“ อ๋อ คนนี้เอง ที่เป็ตำรวจใช่ไหม” หงลี่กระซิบถาม
แล้วเขาคนนั้นก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการสถานบันเทิงแห่งนี้ ซึ่งก็คือหวงหู่ลิสักพักหนึ่งตำรวจคนนั้นก็เดินออกจากห้องกับหวงหู่ลิ และออกไปข้างนอกด้วยกันหลังจากนั้นกัปตันก็เดินมาสั่งหงลี่ว่า
“ หงลี่วันนี้ป้าหวังลาป่วยไม่มาทำงาน เธอไปทำหน้าที่แม่บ้านทำความสะอาดห้องน้ำในห้องท่านประธานให้หน่อยนะ”
“ ได้ค่ะ กัปตัน”หงลี่หัวใจพองโต เพราะกำลังหาโอกาสเข้าไปสืบหาข้อมูลอยู่พอดี
เสี่ยวเยี่ยนในบทบาทของแม่บ้านชื่อหงลี่เข้าไปในห้องทำงานของเว่ยเชียน แล้วปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดห้องน้ำแล้วแอบเปิดลิ้นชักโต๊ะต่าง ๆ ดู เมื่อเห็นแฟ้มเอกสารใดต้องสงสัยก็ลองเปิดดูแต่ก็ไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายต่าง ๆ ก็สมควรอยู่หรอกนะเขาเป็ถึงเ้าพ่อในวงการธุรกิจบันเทิง จะปล่อยให้ใครจับผิดได้ง่าย ๆ กันเล่าสาวน้อยจึงต้องผิดหวังกลับมาในครั้งนี้
วันรุ่งขึ้นเป็วันหยุด โสมสุดาสลัดคราบของหงลี่พักผ่อนอยู่บ้านขณะกำลังจะซักผ้า ก็พบว่าน้ำประปาไม่ไหล พอดีว่าเดวิดก็ไม่มีเรียน จึงมาเยี่ยม
“พี่เดวิดมาเยี่ยมหรือคะ น้องกำลังจะซักผ้า แต่น้ำประปาไม่ไหล ไม่รู้เป็อะไร ”
“ไหนให้พี่ดูสิ ท่อมันมาจากทางไหน ....”ชายหนุ่มก็เดินออกไปบิดดูข้อต่อของท่อน้ำนอกบ้าน ก็พบว่าน้ำยังไหลอยู่ จึงเดินเข้ามาบอกเสี่ยวเยี่ยน “ อ้อ เจอแล้ว ท่อมันอุดตัน อยู่นอกบ้านนั่นเองเดี๋ยวพี่ไปหาซื้อเลื่อยกับท่อใหม่มาเปลี่ยนให้ ”
สักพักหนึ่งนักเรียนแพทย์ก็กลับมาพร้อมเครื่องมือซ่อมท่อประปาให้เสี่ยวเยี่ยนจนใช้การได้ดีดังเดิม
“โอ้โห เก่งจังเลยค่ะ ไม่นึกเลยนะ นักเรียนแพทย์ก็ซ่อมท่อน้ำเป็กับเขาด้วยไปเรียนมาแต่ไหน ”
สาวน้อยรู้สึกที่ง จนทำตาโตกว่าปกติที่ตาก็โตอยู่แล้ว ว่าที่คุณหมอก็ยิ้มเขิน ๆ แล้วกล่าวว่า
“เรียนกับอากงน่ะ เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองจีน แกเคยเป็ทหารช่าง พอปลดประจำการก็มาอยู่มะละกา ประกอบอาชีพเป็ช่างประปาและไฟฟ้า พี่ก็เคยเป็ลูกมือแกตอนเด็ก ๆ อากงยังสอนพี่ประกอบวิทยุด้วยนะ ”
“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ เดี๋ยวน้องขอตัวไปซักผ้าก่อนนะ เสื้อผ้ากองโตเลยเดี๋ยวจะมาคุยด้วย ”
“จ้า ตามสบายเถิด ”
วันรุ่งขึ้นหงลี่กลับไปทำงานตามปกติ ก็พบว่าป้าหวัง แม่บ้านยังไม่หายป่วยหล่อนจึงต้องรับหน้าที่แทนป้าหวังไปพลาง ๆ ก่อนและคอยสังเกตว่าเว่ยเชียนกับหวงหู่ลี่ จะเข้ามาทำงานและออกไปข้างนอกใน่เวลาใดในวันไหนบ้าง จนเริ่มรู้ความเคลื่อนไหวของสองคนนี้ดีขึ้น นอกจากนี้ในขณะที่เข้าไปปัดกวาดเช็ดถูห้องทำงานของสองนายใหญ่ของไนต์คลับ หงลี่ก็สังเกตดูตารางนัดหมายการงานที่เว่ยเชียนเขียนเอาไว้บนกระดานหลังโต๊ะทำงาน
“วันที่ 30 มิถุนายน ต้องเดินทางพร้อมกับหวงหู่ลิไปติดต่อธุรกิจกับคุณก๊องที่ฮ่องกงวันที่ 1 กรกฏาคม แวะไปติดต่อเื่ยาจีนที่เยาวราช เมืองบางกอก วันที่ 3 กรกฏาคมกลับถึงสิงคโปร์ ”
นี่เป็โอกาสที่ดีซึ่งหล่อนรอคอยมาหลายวันแล้ว มันเป็ช่องทางเดียวที่จะเข้าไปสืบหาความจริงได้
ณ คฤหาสน์ตระกูลหลี่
กุ้ยซิมสาวใช้ยืนสนทนาอยู่กับนายน้อย หลี่จื้อซาน ภายในห้องนอนของเขาโดยที่ฝ่ายหญิงมีน้ำตานองหน้า
“เธอปล่อยให้ท้องได้ยังไง ฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเด็กในท้องเป็ลูกของฉันถ้าแม่กับย่าของฉันรู้คงจะไม่ยอมรับแน่ เธอไปจัดการเอาเองเถิดฉันคงช่วยเธอไม่ได้ ไปหละ” จื้อซานสะบัดมือของกุ้ยซิมแล้วเดินออกจากห้องไป
“เดี๋ยวสิคะ นายน้อย เขาเป็ลูกของเราจริง ๆ นะ ฉันไม่เคยไปข้องแวะกับชายอื่นเลยรอก่อนค่ะ นายน้อย ....” กุ้ยซิมเดินตามลงมาชั้นล่าง ก็พบกับอาเตียงแม่ของตนที่เพิ่งกลับจากโรงพยาบาล
“แม่ หายป่วยแล้วหรือคะ ช่วยหนูด้วยค่ะ”
“มันเกิดเื่อะไร ทำไมแกจึงร้องไห้เดินตามนายน้อยลงมา เล่ามาเดี๋ยวนี้นะ ”
กุ้ยซิมก็เล่าเื่ความสัมพันธ์ของตนกับจื้อซานั้แ่ต้นจนจบ
“แกทำไมถึงโง่อย่างนี้ ไปปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาได้อย่างไรฐานะเรากับเขาต่างกันอย่างฟ้ากับดิน ชาตินี้ไม่มีทางจะคู่ควรกันได้แกทำตัวอย่างนี้ เขาจะยิ่งดูิ่เหยียดหยามเรามากขึ้นไปอีก แกไม่อายแต่แม่อายแทนบรรพบุรุษจะแย่อยู่แล้ว ถึงเราจะจน แต่ก็ไม่เคยเห่อเหิมจะเอาตัวเข้าแลกกับความร่ำรวยหรอกนะถ้าฉันไม่เฆี่ยนแกตายวันนี้ ฉันคงไม่มีหน้าไปพบอากง อาม่าของแกหรอก มานี่ ”อาเตียงโกรธจัด คว้าไม้ขนไก่มาไล่เฆี่ยนไล่ตีลูกสาวคนเดียวอย่างไม่ยั้ง กุ้ยซิมก็ร้องโอดโอยทั้งยังคอยหลบไม้ในมือแม่อย่างน่าเวทนาจนบรรดาสาวใช้อย่างอาเกียวต้องพากันมาห้าม
“อาเตียง อย่าไปตีมันเลย กุ้ยซิมมันกำลังท้องกำลังไส้เดี๋ยวเด็กในท้องจะเป็อันตรายนะ สงสารมันเถิดมันทำไปก็เพื่ออยากตอบแทนบุญคุณเ้านายเราที่ชุบเลี้ยงพวกแกสองคนแม่ลูกนั่นแหละ”
ขณะนั่นย่าหยกเดินลงบันไดมาพร้อมเว่ยถิงถิง ก็เห็นพวกสาวใช้กำลังโกลาหลกันอยู่จึงตวาดถามไปว่า
“มันเื่อะไรกันน่ะ พวกแก เอะอะเอ็ดตะโรอะไรกัน ”
ว่าแล้วอาเตียงก็เล่าเื่ลูกสาวให้ย่าหยกฟัง พร้อมทั้งขอความเป็ธรรมแก่ตนกับลูกสาวด้วย
ย่าหยกนั่งฟังไปก็เคี้ยวหมากไปครั้นฟังอาเตียงเล่าจบ ก็หยิบกระโถนมาบ้วนน้ำหมากทิ้งแล้วกล่าวด้วยท่าทีแสร้งทำเป็เมตตาสงสารว่า
“โถ ช่างน่าสงสารอะไรอย่างนี้ มาใกล้ ๆฉันสิ กุ้ยซิม” ย่าหยกก็ลูบหัวกุ้ยซิมที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ ที่นั่ง แล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะหาทางให้จื้อซานมันรับผิดชอบลูกในท้องให้ได้ ไอ้หลานคนนี้นี่ฉันไม่ค่อยได้อบรมสั่งสอน จึงกล้ากระทำการเสื่อมเสียเช่นนี้ เอาล่ะออกไปทำงานของพวกเธอก่อน ฉันจะหาทางแก้ปัญหาให้เอง ไปได้”
“ ขอบคุณมากค่ะ ไท่ไท่ ” กุ้ยซิมกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
แล้วพวกอาเตียงก็พากุ้ยซิมออกไปทำงานในครัวตามปกติ ส่วนย่าหยกก็เรียกถิงถิงให้เข้าไปคุยในห้องเก็บป้ายชื่อบรรพบุรุษแล้วนั่งกระซิบกระซาบกันสองคนในห้องนั้น
ฝ่ายหงลี่ ซึ่งกลางวันจะว่างจากการทำงานก็รีดเสื้ออยู่ในบ้านเช่า แล้วหล่อนก็ต้องแปลกใจ ที่มีรถยนต์คันน้อย ๆ ยาวประมาณ 1ฟุต แล่นเข้ามาในบ้าน แล้วมีเสียงของเดวิดดังออกจากรถคันนั้น
“กู้ดมอนิ่ง สาวน้อย ทำอะไรอยู่จ้ะ ไปนั่งรถเล่นกันมั๊ย ”
จากนั้นรถน้อยคันนั้นก็เลี้ยวกลับแล่นออกไปทางเดิม หงลี่ก็วางเตารีดลงแล้วเดินตามรถออกไปก็พบเดวิดกำลังยืนถืออุปกรณ์บังคับรถอยู่ห่างจากบ้านไปราวสองร้อยเมตรสาวน้อยก็ยิ้มด้วยความขบขัน
“โตขนาดนี้ ยังจะเล่นเป็เด็ก ๆ อีก ”
“เป็อย่างไรบ้าง ของเล่นใหม่”
“ก็แปลกดีค่ะ พี่ไปเอามาจากไหน”
“ฝีมือพี่เองนี่ไงล่ะ ที่เคยเล่าว่าพี่เรียนมาจากอากงท่านเคยสร้างให้กองทัพก๊กมินตั๋งใช้ในงานจารกรรม สมัยที่เป็ทหาร”
“มันสามารถส่งเสียงพูดจากระยะไกลได้ถ้าเราดัดแปลงเป็เครื่องดักฟังก็ทำได้ใช่ไหมจ้ะพี่ ”
สาวน้อยคิดประยุกต์เอามาใช้ในงานของเธอแม้จะขาดฝีมือในเชิงช่าง แต่มีช่างดีอยู่ใกล้ตัว ทำไมจะทำไม่ได้
“ได้สิ แล้วน้องจะเอาไปทำอะไรกันล่ะ”
“อยากรู้จริง ๆก็จะเล่าให้ฟัง แต่พี่อย่าเปิดเผยไปนะไม่อย่างนั้นจะโกรธพี่ไปจนวันตาย ”
แล้วเสี่ยวเยี่ยนก็เล่าเหตุผลที่หล่อนต้องไปทำงานเป็สาวเสริฟในยามค่ำคืนว่า้าสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของนักร้องสาวที่ชื่อจูดี้
“อ๋อ เป็เช่นนี้เอง ได้สิ พี่จะช่วย เพื่อทวงถามความยุติธรรมให้แก่ผู้ตายและกวาดล้างพวกคนชั่ว พี่ยินดีช่วยเต็มที่ ”
“ดีแล้ว อย่างนั้นวันที่ 30 เดือนนี้เราลงมือกันเลย ฉันจะพาพี่เข้าไปเอง ”
ทางฝ่ายเว่ยถิงถิงได้รับมอบหมายจากคุณย่าหยกให้ช่วยไปซื้อของ โดยมีกุ้ยซิมติดตามไปช่วยหิ้วของด้วยทั้งสองก็เข้าร้านโน้น ออกร้านนี้ แถวตลาดย่านไชน่าทาวน์จนได้ของครบตามโพยที่ย่าหยกเขียนมาให้หมดแล้วถิงถิงก็พากุ้ยซิมไปรับประทานอาหารที่ร้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งย่านชานเมืองซึ่งเ้าของร้านดูจะคุ้นเคยกับคุณหนูเว่ยเป็อย่างดีเนื่องด้วยเขาพูดจาปราศรัยกับถิงถิง ราวกับรู้จักกันมานาน
“ถ้วยนี้สำหรับเธอนะกุ้ยซิม น้ำซุปรังนกตุ๋นจับซาไท้เป้า ช่วยบำรุงครรภ์ เด็กในท้องจะได้แข็งแรง ”
“ไท่ไท่กับคุณหนูทำไมดีกับหนูจังเลยคะ คนต่ำต้อยอย่างหนูไม่เคยคิดว่าจะมีสิทธิได้กินของดี ๆ อย่างนี้เลยค่ะ”สาวน้อยตักน้ำซุปขึ้นชิมแล้วกล่าวด้วยความตื้นตันใจ
“ไม่เป็ไรหรอก ย่ากับฉันก็สงสารเธอน่ะ เห็นแก่หัวอกผู้หญิงเหมือนกันไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก รีบ ๆ กิน แล้วจะได้ไปทำธุระที่อื่นต่อ” ถิงถิงกล่าวเมื่อเห็นกุ้ยซิมเผลอ หล่อนก็หันไปทำตาปะหลับปะเหลือกกับพ่อครัวที่ยืนอยู่ด้านหลังของกุ้ยซิม
หลังจากรับประทานเสร็จถิงถิงก็พากุ้ยซิมขึ้นรถไปส่งที่บ้านตระกูลหลี่แล้วหล่อนก็เลยกลับไปบ้านโดยไม่ได้แวะลงด้วย
ตกดึกคืนนั้น กุ้ยซิมก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและมีเืไหลออกมาจากช่องคลอด อาเตียงก็ร้องโวยวายขึ้น หลี่หงหมินตื่นขึ้นลงมาดูก็พากุ้ยซิมส่งโรงพยาบาลทันที
เมื่อหมอออกมาจากห้องฉุกเฉินหลี่หงหมินกับอาเตียงก็สอบถามอาการของกุ้ยซิม
“กุ้ยซิมเป็อย่างไรบ้างครับหมอ”
“คนป่วยพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เธอต้องเสียลูกในท้องไปไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้มีใครเอาอะไรให้เธอกินบ้างครับ ”
“หา ท้องหรือ ท้องั้แ่เมื่อไหร่ ”
“คุณเป็สามีของหล่อนรึ” หมอถามหลี่หงหมิน
“เปล่าครับ ผมเป็นายจ้าง ”
“คนป่วยตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว หลังจากแท้งก็เสียเืมากคงต้องพักรักษาตัวที่นี่อีกหลายวัน รอดูอาการอีกทีเดี๋ยวคุณแม่ตามไปทำเื่จองห้องพักด้วยนะครับ ”
“ขอบคุณค่ะหมอ ” อาเตียงกล่าวขอบคุณ
หลังจากนำกุ้ยซิมเข้าไปนอนยังห้องคนป่วยแบบห้องรวมแล้วหลี่หงหมินก็ซักถามเื่ที่กุ้ยซิมตั้งท้อง อาเตียงจึงเล่าให้ฟังจนหมดในขณะที่กุ้ยซิมยังนอนหมดสติอยู่บนเตียง
“หลังจากเล่าให้ไท่ไท่ฟังแล้ววันรุ่งขึ้นท่านก็ให้กุ้ยซิมติดตามคุณหนูเว่ยไปซื้อของข้างนอก หลังจากกลับมาถึงบ้าน ตกดึกก็มีอาการปวดท้องอย่างที่ทราบนี่แหละค่ะ ”
“อืม พอไปกับถิงถิงกลับมาก็มีอาการหรือว่าไปกินอาหารผิดสำแดงที่หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรกินต้องถามถิงถิงให้รู้เื่ให้ได้ ”
ว่าแล้วหลี่หงหมินก็ไปหยอดตู้โทรศัพท์ในโรงพยาบาลโทรหาถิงถิงทันที
“ฮัลโหล ถิงถิงหรือ วันนี้คุณพากุ้ยซิมไปทำอะไรมา ทำไมหล่อนจึงแท้งลูกนอนสลบอยู่โรงพยาบาลตอนนี้ คุณทำอะไรลงไป บอกผมมาเดี๋ยวนี้ ”ชายหนุ่มเป็เดือดเป็แค้นแทนคนรับใช้มาก
“เปล่านี่คะ ก็คุณย่าให้กุ้ยซิมตามฉันไปช่วยซื้อของ พอซื้อเสร็จก็ไปกินข้าวกันที่ร้านไถ่กี่แถวชานเมือง เราก็กินด้วยกัน ทำไมฉันไม่เป็อะไรแล้วเื่อะไรคุณถึงต้องไปแคร์มันมากขนาดนี้ มันเป็คนรับใช้นะ เป็ขี้ข้าเรา ไม่ใช่ญาติเราสักหน่อย ”
“ผมไม่เชื่อคุณหรอก”
“ไม่เชื่อก็ตามใจ ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่เกี่ยว แค่นี้นะ” ถิงถิงวางสายทันทีที่กล่าวจบ
หลี่หงหมินหัวเสียมาก จึงเข้าไปพูดคุยกับอาเตียงให้อยู่เฝ้ากุ้ยซิมส่วนตัวเขาจะไปหาคุณย่า เพื่อถามให้รู้เื่ เมื่อไปถึงบ้านก็ตรงไปหาย่าหยกทันที
“อาม่าครับ หมอที่โรงพยาบาลบอกว่ากุ้ยซิมแท้งลูก และเสียเืมาก จนสลบไปตอนนี้ผมให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อน ”
“หา แท้งลูกหรือ โธ่ ทำไมเป็อย่างนี้ น่าสงสารจริง ๆ ไม่น่าเลย ”ย่าหยกทำเป็บีบน้ำตา หลี่หงหมินก็ถามต่อไปว่า
“หล่อนไปท้องกับอาซานั้แ่เมื่อไหร่ แล้วอาซานทำไมไม่มาสนใจรับผิดชอบอาม่ารู้เื่นี้ใช่ไหม วันนี้กุ้ยซิมออกไปกับถิงถิง ไม่รู้ไปกินอะไรเข้าไปพอกลับมา ตกดึกก็ปวดท้องรุนแรงถิงถิงกับอาม่าทำอะไรกับกุ้ยซิมกันครับ ”
“ นี่แกบังอาจกล่าวหาว่าย่าทำร้ายกุ้ยซิมเชียวหรือ ไอ้หลานเนรคุณ ”ย่าหยกโกรธที่หลานรู้ไต๋
“ ขอโทษครับอาม่าก็รูปการมันออกมาอย่างนั้น หรือว่าถิงถิงจะทำคนเดียว ...แล้วหล่อนจะทำไปทำไมปกติก็ไม่เห็นมีเื่โกรธแค้นอะไรกันมาก่อน ” ชายหนุ่มพึมพำด้วยความสงสัย
“ย่าจะช่วยค่ารักษานังกุ้ยซิมให้ก็แล้วกัน แต่จะว่าไปมันก็ไม่สมควรมาเป็สะใภ้ของตระกูลเราอยู่แล้วจื้อซานสมควรจะได้ผู้หญิงที่มีฐานะเหมาะสมกันมากกว่ามันนะ ย่าว่า ส่วนเื่วันนี้มันอาจจะเป็อุบัติเหตุที่กุ้ยซิมไปกินอาหารแสลงก็เป็ได้ อย่าไปว่าหนูถิงถิงเขาเลย ”
“ ครับอาม่า ”หลี่หงหมินหาหลักฐานไม่พบจึงถอยฉากออกไปปล่อยให้ย่าหยกนั่งยิ้มกริ่มอยู่คนเดียวด้วยความพอใจที่ช่วยขจัดมารหัวขนของตระกูลหลี่ออกไปได้ “เก่งมาก ถิงถิง” ย่าหยกคิด
สัปดาห์ต่อมาก่อนวันที่เว่ยเชียนกับหวงหู่ลิจะกลับมาสามวัน
หงลี่ไปทำงานเป็แม่บ้านแทนป้าหวังอีกเช่นเคยแต่คราวนี้หล่อนแกล้งทำให้ท่อน้ำประปาอุดตัน แล้วไปแจ้งให้หัวหน้างานทราบและถามว่าจะให้ไปตามช่างมาซ่อมให้ไหม พอดีพี่ชายเป็ช่างซ่อมประปาอยู่ด้วยหัวหน้างานเห็นว่าสะดวกดี ตนจะได้ไม่ต้องไปตามช่างให้เสียเวลา จึงบอกให้หงลี่จัดการแทนไปเลยหงลี่ก็พาเดวิดซึ่งปลอมตัวเป็ช่างประปาเข้าไปในห้องทำงานของเว่ยเชียนแล้วให้เดวิดติดตั้งอุปกรณ์ดักฟังไว้ในห้องนั้น โดยมีหงลี่คอยดูต้นทางให้ ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จงานทุกอย่างก็ดูเหมือนปกติ
ในห้องพักรวม ที่โรงพยาบาล
กุ้ยซิมฟื้นขึ้นมาหลังจากสลบไปสองวันเมื่อเห็นแม่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ก็ร้องเรียกแม่
“แม่ แม่คะ ”
อาเตียงกำลังง่วงๆ เมื่อได้ยินเสียงลูกก็รีบลุกไปดู
“หา กุ้ยซิม ฟื้นแล้วหรือลูก...”
“หนูเป็อะไรไปคะแม่....” กุ้ยซิมกอดแม่แล้วร้องไห้
“เด็กในท้องลูกเขาไม่อยู่แล้วนะ ทำใจดี ๆ ไว้นะลูก ”
“ลูก... ลูกของหนูกับนายน้อย แท้งไปแล้วหรือ..โอ ไม่....”
“ทำใจเสียเถิดลูก ในเมื่อนายน้อยเขาไม่รับว่าเป็ลูกของเขาหากคลอดมาเด็กก็จะมีปมด้อย นี่มาแท้งไปเสียอย่างนี้ ก็ถือว่าพ้นทุกข์กันแล้วนะต่อไปก็อย่าไปยุ่งกับเขาอีกเลย เราสองคนก็อยู่กันไปตามประสาคนรับใช้เถิดนะลูก ที่ไร่ที่นาเราก็ไม่มีคนที่ลำบากกว่าเราก็มีมากมาย เราน่ะสบายกว่าเขาเป็ไหน ๆเื่ที่ผ่านมาก็ถือว่าชดใช้หนี้บุญคุณของตระกูลหลี่ที่ช่วยให้ลูกไม่ต้องไปเป็โสเภณีเถิดนะ”
“จ้ะ แม่..” กุ้ยซิมรับคำแม่แล้วกอดแม่ร้องไห้อีก
ค่ำวันต่อมา ที่ไซซีไนต์คลับ
เว่ยเชียน พร้อมลูกน้องในวงการอีกหลายคนพากันมาประชุมอยู่ในห้องทำงานของเขาซึ่งในจำนวนนั้น ก็มีหวงหู่ลิ และตำรวจหนุ่มนามว่า สตีเฟน เลา รวมอยู่ด้วย
ภายนอกห้องหงลี่แสร้งทำเป็ถูพื้นทำความสะอาดไปตามปกติ ส่วนเดวิดก็ปลอมตนเป็คนขับแท็กซี่จอดรอผู้โดยสารอยู่ด้านหน้าไนต์คลับแห่งนั้น เขาเปิดเครื่องรับสัญญาณวิทยุภายในรถเพื่อบันทึกเสียงที่ส่งมาจากเครื่องดักฟังด้วยใจคอระทึกเพราะไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่
เว่ยเชียนเปิดการประชุมโดยซักถามเื่กิจการต่าง ๆ ที่แบ่งภาระหน้าที่ให้ลูกน้องแต่ละคนรับผิดชอบ
“งานค้าอาวุธเป็อย่างไรบ้าง ราบรื่นดีไหม อาเต้า ”
“ไม่มีปัญหาครับ ลูกค้าของเราบอกว่าขายดีมาก และสั่งเพิ่มอีกสองล็อตใหญ่ยิ่ง่ฤดูหนาว ยิ่งต้องใช้มากเพราะรัฐบาลของเขาต้องใช้ปราบปรามพวกฏตามแนวชายแดน ”
“อืม ดีมาก แล้วยาฝิ่นที่ให้สั่งซื้อจากสามเหลี่ยมทองคำเป็อย่างไรบ้าง อาถู ”
“สั่งซื้อได้อยู่ครับ แต่ต้องใช้เวลาขนส่งนานหน่อย เพราะต้องอ้อมไปออกทางพม่าบ้างเวียดนามบ้าง ถ้าผ่านมาทางบางกอกโดยตรง พวกตำรวจมันเยอะ”
“ไม่เป็ไร ขอให้ได้ของแล้วกัน แล้วกิจการส่งออกหญิงสาวล่ะ สตีเฟน ”
“ราบรื่นดีครับ ลูกค้าทางโอเชียนเนียบอกว่าพอใจ เพราะเราคัดแต่สาวรูปร่างหน้าตาดี ๆทั้งนั้น ”
“อืม ทางด้านตำรวจก็ขอมอบให้คุณจัดการไปแล้วกัน เงินอัดฉีดผมมีไม่อั้นใครร่วมมือด้วยผมให้เต็มที่ แบ็คหลังเราดีอยู่แล้ว มีแต่คนใหญ่คนโตทั้งนั้นคุณไม่ต้องกลัวเลย ถ้าใครกล้ามาขวาง ผมจะส่งคนไปเก็บเอง เข้าใจมั๊ย ”เว่ยเชียนชื่นชมผลงานของสตีเฟน ทางหวงหู่ลิก็ขัดขึ้น
ขณะกำลังอัดเสียงพูดคุยของพวกเว่ยเชียนอยู่ก็มีคนมาว่าจ้างเดวิดไปส่ง แต่เดวิดบอกว่ามีคนจองไว้แล้วจากนั้นเขาก็อัดเสียงต่อไป
“ในเมื่อไม่มีเื่อื่นแล้ว ก็ขอปิดประชุม ” เว่ยเชียนกล่าว
ทุกคนในห้องก็ทยอยกันเดินออกมาผ่านหน้าหงลี่ที่ก้มหน้าก้มตาถูพื้นอยู่ภายนอกห้อง แต่ไม่มีใครใส่ใจด้วยเพราะเสี่ยวเยี่ยนแปลงโฉมจนกลายเป็สาวบ้านนอกขี้เหร่ หน้าตามอมแมม ในชื่อ หงลี่
ค่ำคืนนั้นเมื่อกลับไปเปิดเครื่องบันทึกเสียงของเดวิดหงลี่ก็ต้องใเมื่อได้ฟังเสียงของหวงหู่ลิที่พูดกับสตีเฟนว่า
“แต่ก็ต้องระวังตัวหน่อย อย่าให้ใครล่วงรู้ความลับของเราได้ อย่างคราวที่แล้วนังจูดี้มันสอดรู้สอดเห็นดีนัก แถมยังจะไปบอกตำรวจมาจับพวกเราอีก ยังดีนะที่ตำรวจคนนั้นคือคุณ สตีเฟนไม่อย่างนั้นเราตาย ถ้านังนั่นไม่กระโตกกระตาก ก็คงไม่ต้องพาไปฆ่าหรอก ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่เห็นผู้หญิงสำคัญกว่างานหรอก ” สตีเฟนยืนยัน
ที่แท้ สตีเฟนตำรวจหนุ่มมือปราบ ซึ่งเสี่ยวเยี่ยนคิดว่าเขาจะเป็ผู้คลี่คลายคดีของจูดี้ได้กลับกลายเป็ผู้ร้ายพวกเดียวกับเว่ยเชียนไปเสียนี่ และจูดี้ ก็กลายเป็ศพเพราะไปล่วงรู้ความลับของพวกนี้ จนถูกหวงหู่ลิพาไปสังหารเสียดังที่เป็ข่าว
“แล้วทีนี้เราจะทำอย่างไรต่อไป” เดวิดถามเสี่ยวเยี่ยน
“คงต้องไปปรึกษาแหม่มมากาเร็ตก่อน เื่มันชักจะซับซ้อนเข้าไปใหญ่แล้วในเมื่อมีตำรวจมาเกี่ยวข้องด้วย แล้วเราจะพึ่งใครดีล่ะ” เสี่ยวเยี่ยนเริ่มกังวล
ณ สำนักงานมูลนิธิ WFDF ( Woman and Family Development Foundation )
มากาเร็ตนั่งฟังเสียงจากเครื่องบันทึกของเดวิดแล้วก็ตอบเสี่ยวเยี่ยนว่า
“ในเมื่อคดีนี้มีตำรวจมาเกี่ยวข้อง เราคงต้องอาศัยตำรวจมาจัดการตำรวจด้วยกันฉันรู้จักกับนายตำรวจที่ได้ชื่อว่าตงฉินคนหนึ่ง เชื่อว่าเขาจะต้องช่วยเราได้ขอเวลาฉันไปปรึกษาเขาก่อนนะ ”
“ ค่ะ แหม่ม ” เสี่ยวเยี่ยนยิ้มได้ เพราะเริ่มมีความหวัง
หลังจากนั้นสองวัน
สตีเฟนเลา ได้รับมอบหมายภารกิจพิเศษให้มาคุ้มกันนักการทูตจากต่างประเทศคนหนึ่งจากท่าเรือ ไปยังโรงแรมที่พัก
“ตำรวจคนอื่นไม่มีแล้วหรือวะ ทำไมต้องให้เรามาคุ้มกันด้วย เสียเวลาจริง ๆ” เขาคิดด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเนื่องจากถือตัวว่าเป็ตำรวจฝ่ายปราบปราม ไม่ใช่เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
เมื่อส่งนักการทูตเข้าห้องพักที่ชั้น4 แล้ว ขณะกำลังเดินลงบันไดมาชั้นล่างของโรงแรม ก็เกิดไฟฟ้าดับขึ้นนานราวหนึ่งนาทีพวกตำรวจที่เป็เพื่อนกันก็ไม่รู้หายหน้าไปไหนหมด
ฉับพลันนั้นก็ปรากฏกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาตรงทางเดินชั้นสามแล้วแปรเปลี่ยนเป็ร่างของหญิงสาวผมยาวในชุดสีขาว หน้าตาของหญิงนั้นขาวซีดแต่ยังคงเค้าความงาม ซึ่งสตีเฟนจำได้ว่านั่นคือ
“จุ..จูดี้ ! เธอตายไปแล้วนี่ ”
“ฮ้า ฮ่าฮ่าฮ่า ไหนแกบอกว่ารักฉันที่สุดไงล่ะ แล้วถ้าหน้าฉันเละแบบนี้ยังจะรักอยู่มั๊ย ”ว่าแล้วผีสาวตนนั้นก็ล่องลอยขึ้นมาจากตีนบันไดชั้นล่างถึงชั้นบนอย่างรวดเร็วยื่นใบหน้าอันเต็มไปด้วยคราบเืและตัวหนอนเข้าใส่สตีเฟน กลิ่นเน่าอันรุนแรงทำให้เขาเชื่อแล้วว่านี่คือผีของจูดี้แน่นอน
“อย่า... ฉันกลัวแล้ว ฉันไม่ได้ตั้งใจฆ่าเธอ ไอ้พวกเว่ยเชียนมันบังคับฉันมันให้หวงหู่ลิพาเธอมาให้ฉันฆ่า ถ้าฉันไม่ทำ มันก็จะฆ่าฉัน ยกโทษให้ฉันเถิดฉันกลัวแล้ว ” ตำรวจมือปราบนั่งคุกเข่าก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ต้องกลัว พวกเรามาช่วยแล้ว ” สิ้นเสียงนั้น สตีเฟนก็ถูกจับใส่กุญแจมือเมื่อเขาได้สติเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าผู้จับกุมเขานั้นก็คือเพื่อนตำรวจที่มาคุ้มกันนักการทูตด้วยกันเมื่อครู่นั่นเอง
“นี่อะไรกันเนี่ย มาจับผมทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ”
“รอไปให้การในศาลก็แล้วกัน คุณเลา”ชายวัยกลางคนในชุดผู้บัญชาการตำรวจโผล่ออกมาจากมุมมืด ติดตามด้วยมากาเร็ต และเดวิด
“ผู้การเจิ้ง เข้าใจผมผิดแล้วละครับ ผมไม่ได้ทำผิด ผมไม่ได้ฆ่า ”
“เอาตัวไปได้ ดูแลดี ๆ อย่าให้หลุดรอดไปได้ ” ผู้การเจิ้งสั่งตำรวจใต้บังคับบัญชา
ส่วนผีสาวเมื่อสักครู่ก็ถอดชุดผีออก เดินมาสมทบ แล้วกล่าวกับผู้การเจิ้ง
“ขอบคุณมากนะคะ ผู้การเจิ้ง ถ้าไม่ได้ท่านคงยากจะจับคนร้ายได้ ”
“ไม่เป็ไรครับ หงลี่ ถ้าหนูไม่ไปสืบมา เราคงไม่รู้ว่ามีตำรวจชั่วอยู่ในวงการผมก็ต้องขอบคุณหนูเช่นกัน ”
“แล้วเราจะสาวไปถึงเว่ยเชียนผู้บงการต่อไปอย่างไรคะ ท่านผู้การ”
“ไม่ต้องห่วงครับ มากาเร็ต ผมต้องลากคอพวกมันมารับโทษให้ได้ ”ผู้การเจิ้งกล่าวหนักแน่น
หลังจากส่งตัวสตีเฟนขึ้นรถคุมขังของตำรวจแล้ว เดวิดก็มาส่งเสี่ยวเยี่ยนกลับบ้านเช่าและเขาก็ถามเสี่ยวเยี่ยนว่า
“เป็อย่างไร เหนื่อยมั๊ย กว่าจะจับคนร้ายได้ ”
“เหนื่อยสิ แต่ถ้าไม่ได้พี่ช่วย ก็คงยากจะสำเร็จ ขอบคุณพี่จริง ๆ นะคะ”เสี่ยวเยี่ยนยิ้ม
“รู้มั๊ย พี่เป็ห่วงเธอมากนะ เพราะงานนี้มันอันตรายถึงชีวิต อาจพลาดได้ทุกเมื่อถ้าเธอเป็อะไรไปพี่คงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ ” เดวิดพูดจบก็ยืนจ้องตาเสี่ยวเยี่ยน หล่อนก็จ้องตาเขาตอบไปเช่นกันต่างก็นิ่งเงียบกันอยู่ครู่ใหญ่ เหมือนจะทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาระหว่างเขาและเธอ
ชายหนุ่มเคลิบเคลิ้มลืมตัวจนเผลอก้มลงจะหอมแก้มสาวน้อยหล่อนจึงร้องขึ้นเบา ๆ ว่า
“อุ๊ย ตัวหนูเหม็นปลาเน่านะ พี่ไม่เหม็นหรือเดี๋ยวขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ ไม่ไหวแล้ว ”เสี่ยวเยี่ยนเดินไปถึงประตู ก็หันมาะโว่า
“แล้วค่อยเจอกันนะ บ้าย บาย ” หล่อนโบกมืออำลา แล้วก็หันหลังเดินเข้าบ้านไป
เดวิดโบกมือตอบก่อนจะเดินไปขึ้นรถขับออกไป
คืนต่อมา เดวิดยังคงปลอมเป็คนขับแท็กซี่มารับเสี่ยวเยี่ยนที่ปลอมเป็หงลี่ ณไซซีไนต์คลับเช่นเคย
“แย่แล้ว เสี่ยวเยี่ยน ” เขากล่าวขณะที่หล่อนเปิดประตูรถเข้ามานั่ง
“อะไรกันคะ”
“ก็สตีเฟนน่ะสิ หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่ากินยาตายในห้องขังที่สถานีตำรวจเสียแล้วยังไม่ทันจะส่งตัวไปขึ้นศาลเลย ”
“อ้าว แบบนี้ก็สาวตัวเว่ยเชียนมาลงโทษไม่ได้น่ะสิ ”
“ก็นั่นนะสิ ตำรวจสรุปคดีว่าสตีเฟนฆ่าตัวตาย แต่พี่ว่าเขาถูกฆ่าปิดปากมากกว่า ”
“อีกแล้วหรือนี่ ” สาวน้อยเอือมระอากับคดีที่วุ่นวายนี้มาก ก่อนจะถามเดวิดว่า
“แล้วผู้การเจิ้งรู้เื่หรือยัง ”
“พี่ก็ไม่รู้ สงสัยต้องไปถามด้วยตัวเองแล้วละ แบบนี้”
“พรุ่งนี้ต้องไปถามจากแหม่มให้รู้เื่”
วันรุ่งขึ้น เสี่ยวเยี่ยนไปที่มูลนิธิก็พบแม่ของจูดี้กำลังนั่งคุยกับมากาเร็ต
“อ้าว ลินดามาพอดี แม่ของจูดี้มาขอบคุณพวกเราที่ช่วยตามจับคนร้ายได้น่ะ ”
แหม่มสาวตั้งชื่อฝรั่งให้โสมสุดาใหม่ว่าลินดา
“สวัสดีค่ะ คุณน้า ไม่ต้องขอบคุณพวกหนูหรอกค่ะพวกเราทำเพื่อรักษาความเป็ธรรมในสังคม ไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล ”
“เธอคงได้ข่าวเื่ที่สตีเฟนกินยาตายในห้องขังแล้วใช่ไหม เธอคิดว่าอย่างไร”มากาเร็ตถาม
“หนูไม่เชื่อหรอกค่ะ เขาน่าจะโดนวางยามากกว่า ไอ้พวกเว่ยเชียนนี่ร้ายกาจมาก กระทำอุกอาจถึงบนสถานีตำรวจช่างไม่เกรงกลัวกฎหมายเอาเสียเลย ”
“ตอนนี้ก็เท่ากับพยานบุคคลที่จะมัดตัวเว่ยเชียนก็หมดไปแล้ว พวกนั้นก็รอดไปจนได้ ”
“แล้วผู้การเจิ้งรู้เื่หรือยังคะ” เสี่ยวเยี่ยนถาม
“รู้ แต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว ” มากาเร็ตตอบ
“เพราะอะไรคะ ”
แหม่มสาวหยิบเอกสารยื่นให้สาวน้อยดู
“เขาถูกสั่งย้ายเมื่อคืนนี้ ให้ไปช่วยราชการในที่ทำการของเครือจักรภพที่ปีนัง ”
“โธ่ คนดี ๆ ไม่น่าเลย แล้วต่อไปเราจะพึ่งใครละเนี่ย ”ลินดาหรือโสมสุดาทำหน้าละห้อย
ออกจากมูลนิธิเสี่ยวเยี่ยนก็พาเดวิดไปเยี่ยมป้าหวังที่โรงพยาบาล
“เป็อย่างไรบ้าง ป้าหวัง อาการดีขึ้นไหม หมอว่าอย่างไร” เสี่ยวเยี่ยนถาม
“ดีขึ้นเยอะแล้ว หมอบอกว่าปอดชื้น รักษามาเป็เดือน เพิ่งจะดีขึ้นใกล้จะกลับบ้านได้แล้ว ป้าไม่ได้ไปทำงานตั้งนาน ไม่รู้เขาไล่ออกแล้วหรือยัง”
“ยังหรอกป้า เขาให้หนูทำหน้าที่ไปพลาง ๆ ก่อน แต่ถ้าเกินสามเดือนนี่เขาอาจให้ออกก็ได้ ”
“จริงหรือ ต้องขอบใจหนูมากนะ เลยต้องลำบากเพราะป้าแท้ ๆ ”
“ไม่เป็ไรหรอก อย่าโทษตัวเองเลย หนูก็ได้ประสบการณ์เพิ่มขึ้น หนูทำควบสองแรงก็ได้เงินเพิ่มอีก ไม่ลำบากหรอกจ้ะ ”
หลังจากเยี่ยมอาการของป้าหวังตามสมควรแล้วก็พากันลากลับเสี่ยวเยี่ยนกับเดวิดก็เดินสวนทางกับหลี่หงหมินที่หน้าห้องจ่ายยา
“อ้าว เสี่ยวเยี่ยน มาโรงพยาบาลทำไม ใครเป็อะไรหรือ” หนุ่มแซ่หลี่ถาม
“มาเยี่ยมคนรู้จักน่ะจ้ะ แล้วพี่มาทำไม ”
“มาเยี่ยมกุ้ยซิมน่ะสิ เธอรู้มั๊ย กุ้ยซิมแท้งลูก ตกเืเกือบตาย นอนพักอยู่ห้อง401 นั่นน่ะ”
“หา กุ้ยซิมท้อง ... ท้องกับใคร”
“เบา ๆ สิ ท้องกับจื้อซาน น้องชายฉันเอง เธอไม่ไปเยี่ยมกุ้ยซิมหน่อยหรือ ”
“ไปสิ ๆ ไปด้วยกันหมดนี่แหละ ไป พี่เดวิด ”
หลังจากเยี่ยมเยียนถามไถ่อาการของกุ้ยซิมแล้ว เสี่ยวเยี่ยนก็กุมมือของกุ้ยซิมพร้อมให้กำลังใจหล่อนต่อสู้ชีวิตต่อไป
“ถ้าเธอจะลาออกจากบ้านคุณหลี่ ก็อย่าลืมไปหาแหม่มมากาเร็ตที่มูลนิธินะบอกว่าฉันแนะนำมา ฉันจะขอให้เขาช่วยหางานให้เธอทำ เธอกับแม่จะได้ไม่ลำบาก ”
“ขอบคุณค่ะ ฉันเป็หนี้บุญคุณของคุณอีกแล้ว ” กุ้ยซิมตื้นตันใจนัก
“ไม่เป็ไร ฉันไปล่ะ พักผ่อนเยอะ ๆ นะ ”
แล้วเสี่ยวเยี่ยนก็จูงมือเดวิดออกไปจากห้องผู้ป่วยต่อหน้าหลี่หงหมิน แต่เมื่อพ้นสายตาของหนุ่มหลี่แล้ว หล่อนก็ปล่อยมือเดวิดเสียแถมยังเดินห่าง ๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไร เสี่ยวเยี่ยนเข้าใจดีว่าเดวิดคิดอะไรกับหล่อนความห่วงใยและความดีที่เขามีให้หล่อนนั้น แม้ยากจะปฏิเสธแต่ก็ไม่อาจฝืนใจยอมรับรักเขาได้
เพราะส่วนลึกในดวงใจของสาวน้อยยังคงมีหลี่หงหมินอยู่
จบตอนที่6 โปรดติดตามตอนที่ 7 แข่งขันประชันรัก