หลังจากลืมตาขึ้นอีกครั้ง หลิงเทียนพบว่าการบ่มเพาะของเขาไม่ได้ก้าวหน้าเท่าไหร่นัก
"การบรรลุขั้นเซียนไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด แต่ถ้าหากบรรลุได้ก็ถือว่าเป็ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในการมาดินแดนลับแห่งนี้!" หลิงเทียนพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ
ณ สถานที่ที่เขายืนอยู่เป็หุบเขาลึกที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาแน่น เสียงน้ำไหลจากลำธารใกล้เคียงทำให้เขารู้สึกสงบ แต่ความคิดเกี่ยวกับการบ่มเพาะพลังทำให้เขารู้สึกหนักใจ
เขาหันไปมองศิษย์น้องของตนเอง ตอนนี้ศิษย์ทุกคนในสำนักเมฆากำลังนั่งบ่มเพาะอย่างแข็งขัน มีเป้าหมายที่จะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน ไม่มีใครอยากล้าหลังกันใน่เวลาที่อันตรายแบบนี้
ชิงเอ๋อร์และหลิงหลี่ยังคงอยู่ที่ระดับ์ขั้นต่ำเช่นเดิม โดยไม่สามารถบรรลุขั้นต่อไปได้ หลิงเทียนสังเกตเห็นว่าแม้พวกเธอจะพยายามอย่างหนักแต่ก็ยังมีอุปสรรคในการก้าวไปข้างหน้า
“ขอบเขตในการบรรลุแต่ละขั้นของระดับ์กว้างใหญ่ไพศาลมากกว่าระดับิญญาถึง 10 เท่า!” หลิงเทียนคิดในใจ
เขาเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถของตนเองที่สามารถก้าวหน้าไปได้เร็วกว่าใครๆ แม้ว่าจะมาจากการใช้ระบบและสมบัติล้ำค่าที่เขาได้มา
การบ่มเพาะไม่ได้เป็เพียงการฝึกฝนพลังเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับจิตใจและความตั้งใจ หลิงเทียนรู้ดีว่าหากเขา้าที่จะปกป้องคนที่รัก การก้าวไปถึงขั้นเซียนเป็สิ่งที่จำเป็อย่างยิ่ง
และหากให้คิดตามปกติ หากใช้ระยะเวลาปกติไม่มีสมบัติและสมุนไพรล้ำค่าอะไรเลย การจะบรรลุขั้น เซียน คงยากอาจจะใช้เวลาถึง 400 ปี! ซึ่งเป็เวลาที่ยากนานยิ่งนัก!
“การได้มาต่างโลก ทำให้ข้าตระหนักถึงเื่นี้มากที่สุด” เขาพูดกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจไม่อยู่เฉยๆ ปล่อยให้เหล่าศิษย์น้องบ่มเพาะไปอยู่แบบนั้น
เขาออกไปค้นหาสมบัติหรือสมุนไพรระดับสูงในพื้นที่ใกล้เคียง ดินแดนลับมีสมบัติล้ำค่ามากมายที่โลกภายนอกไม่มี เขาจึงไม่อยากพลาดโอกาสนี้
เมื่อเดินไปได้สักพัก เขาััได้ถึงพลังงานแปลกปลอมที่อยู่ใกล้ๆ อาจจะเป็สัตว์อสูรที่ซุ่มอยู่ หลิงเทียนหยุดลงและใช้สัญชาตญาณในการจับความเคลื่อนไหว มองไปรอบๆ ด้วยความระมัดระวัง
“ต้องระวังให้มาก สถานการณ์ตอนนี้เริ่มตึงเครียดขึ้นทุกวัน” เขานึกถึงเื่เกี่ยวกับการบุกรุกของเผ่าสัตว์อสูรที่เริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆใน่นี้ ชาวบ้านและผู้ฝึกตนตกอยู่ในอันตราย และไม่วันใดวันหนึ่งมันก็จะมาถึงขุมอำนาจทั้งสี่อย่างแน่นอน
และแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะมีพลังแข็งแกร่งในระดับนึง แต่ใช่ว่าจะสามารถอยู่รอดได้ หากเจอสัตว์อสูรระดับ เหนือเซียน พวกเขาก็ไม่ต่างจากมดเลย!
เมื่อผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ หลิงเทียนได้ค้นพบสมุนไพรและสมบัติล้ำค่ามากมาย หลายอย่างเขาตัดสินใจเก็บไว้เพื่อบ่มเพาะในสำนัก หรือแจกจ่ายให้ศิษย์ที่อ่อนแอ
“สมบัติบางอย่างไม่ได้มีประโยชน์ต่อข้ามากนัก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีประโยชน์ต่อเหล่าศิษย์ในสำนัก” เขาคิดเมื่อมองไปยังสมบัติต่างๆ ที่เขาเก็บได้
อีก 2 เดือนต่อมา
เขาได้นำสมบัติล้ำค่าและสมุนไพรมากมายกลับมา
เมื่อกลับมาถึง หลิงเทียนรู้สึกถึงความอบอุ่นเมื่อได้เห็นศิษย์น้องรออยู่
"ศิษย์พี่!" ชิงเอ๋อร์กับหลิงหลี่วิ่งเข้ามาหาหลิงเทียนด้วยความคิดถึง พวกนางไม่ได้เจอชายหนุ่มตั้งหลายวันั้แ่บ่มเพาะเสร็จ แต่โชคดีที่หลิงเทียนได้ทิ้งอักษรเอาไว้ก่อนแล้ว
“เ้าสองคนดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วนะ” หลิงเทียนยิ้มและลูบหัวของศิษย์น้องทั้งสอง ใบหน้าของเขาแสดงความอ่อนโยนออกมา
“เอาล่ะ ต่อจากนี้เราจะเริ่มออกเดินทางกันต่อ” หลิงเทียนกล่าวกับทุกคน พร้อมมองไปรอบๆ ที่เหล่าศิษย์หลายคนในสำนักเมฆาได้บ่มเพาะสูงขึ้นอีกขั้น
“พวกเราจะไปไหนต่อหรือคะ ศิษย์พี่?” ชิงเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“เมื่อเดือนก่อน ข้าบังเอิญไปเจอสถานที่แห่งหนึ่งระหว่างออกเดินทางไป ดูเหมือนจะเป็คฤหาสน์โบราณ ข้าััได้ถึงกลิ่นอายลึกลับจากที่นั้น ในที่แห่งนั้นน่าจะมีสมบัติล้ำค่ามากมายอยู่...” หลิงเทียนอธิบายให้ทุกคนฟัง
ขณะที่พวกเขาเริ่มออกเดินทาง หลิงเทียนรู้สึกได้ถึงพลังงานที่รุนแรงซึ่งมาจากทิศทางที่เขาตั้งใจจะไป คฤหาสน์โบราณแห่งนี้มีความลับที่รอการค้นพบ
และหลิงเทียนมั่นใจว่าการเดินทางในครั้งนี้จะนำพาเขาไปสู่ความก้าวหน้าที่สำคัญในเส้นทางการบ่มเพาะพลังของเขา
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เราอาจจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายระหว่างทาง” หลิงเทียนเตือน และทุกคนก็ตั้งใจฟังคำสั่งของเขา โดยเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทาง
“พวกเ้าต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่เราทำในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เพื่อตัวเอง แต่ยังเพื่ออนาคตของสำนักเมฆาและคนที่เรารัก” หลิงเทียนย้ำในใจ และเริ่มต้นการเดินทาง
สู่คฤหาสน์โบราณด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่แน่วแน่