บทที่ ๗
บทลงโทษ
พอหลังจากที่หานจงให้คนตระกูลกู่กลับไปก่อนเขาก็ให้บ่าวไพร่นำตัวหานฟางเหนียงไปลงโทษโดยการให้นางนั่งคุกเข่าสำนึกผิดที่ลานหน้าเรือนกลางแดดร้อน หานหลินเหอพอรู้เื่จึงรีบมาขอร้องผู้เป็บิดาเพื่อยกโทษให้นาง แต่เื่ครานี้ทำให้หานจงโกรธนางมากที่ทำตัวกิริยาไม่งามต่อหน้าเขาและแขกที่มาจึงปฏิเสธจะรับฟัง ถึงเขาจะรู้ว่านางน่าสงสารมากเพียงใดแต่จะให้เขาทำอย่างไรได้ในเมื่ออีกฝ่ายพึงใจต่อบุตรีอีกคนจึง้าจะถอนหมั้นกับนาง
"ท่านพ่อโปรดให้อภัยพี่หญิงใหญ่เถิดนะขอรับ แดดร้อนเช่นนี้พี่หญิงใหญ่อาจไม่สบายได้"หานหลินเหอนั่งคุกเข่าต่อหน้าบิดาอ้อนวอน
"....."
"นะขอรับท่านพ่อ"
"ผู้ใดอยู่ข้างนอกมานำตัวหลินเหอกลับเรือนที"บุรุษร่างโตก้มทำงานไม่ได้สนใจเขา
"ขอรับท่านเ้าเมือง"
"ทะ...ท่านพ่อขอรับ"
"หลินเหอเ้าออกไปก่อนเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียว"
"ขะ...ขอรับ"เด็กน้อยเดินคอตกยอมออกไปจากห้องตำรา
เมื่อในห้องเหลือแค่เขาเพียงผู้เดียวร่างสูงถึงกับถอนหายใจยาวออกมามือหนายกขึ้นนวดขมับเพื่อคลายอาการปวดจังหวะนั้นเขานึกขึ้นได้ว่ามือข้างนี้เป็ข้างเดียวกันที่ใช้ตบหน้าหานฟางเหนียง เขาจึงเลื่อนมือข้างนั้นลงมาแบมือออกในระดับสายตามองมันอย่างเหม่อลอย
หานหลินเหอด้วยความเป็ห่วงพี่สาวจึงรีบเดินมุ่งหน้าไปที่ลานกว้างหน้าเรือนใหญ่เพื่อหานาง ซึ่งตอนนี้เองหานฟางเหนียงกำลังนั่งคุกเข่าหลังตรงกลางแสงแดดร้อนอาภรณ์ที่สวมใส่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อไคลขาแข้งรู้สึกเจ็บเพราะนั่งบนพื้นดินไม่สม่ำเสมอกันอีกทั้งหินกรวดเม็ดเล็กทิ่มแทงและเริ่มจะเหน็บชา หลังมือเล็กยกขึ้นปาดเหงื่อเป็ระยะดวงตาแน่วแน่มองตรงไม่แสดงอาการเหน็ดเหนื่อยออกมาให้เห็น
"พี่หญิงใหญ่ขอรับ ทะ...ท่านเจ็บหรือไม่"น้องชายวัยสิบหนาววิ่งมานั่งคุกเข่ามองหน้าของนางด้วยแววตาเศร้าน้ำตาคลอที่เห็นใบหน้าอีกข้างแดงขึ้นเป็รูปฝ่ามือ
"ข้าไม่เจ็บหรอกเ้ามิต้องห่วง"นางยิ้มบางอย่างอ่อนล้ายกมือเล็กขึ้นััใบหน้าถึงจะแสบแต่นางเจ็บที่ใจมากกว่า
"่ท่านอดทนไว้ก่อนนะขอรับข้าได้ไปขอร้องท่านพ่ออภัยให้แก่ท่านแล้ว อีกไม่ถึงเค่อท่านพ่ออารมณ์เย็นลงคงยกโทษให้เป็แน่"
"หึ เด็กน้อยเ้าช่างเป็เด็กดีนัก ข้าไม่เป็ไรจริงๆข้าทนได้ เ้าลุกขึ้นก่อนเถิด"นางหัวเราะเอ็นดูกับความไร้เดียงสาของเขา
"ไม่ขอรับ ข้าจะนั่งเป็สหายท่าน"เขาพูดอย่างหนักแน่น
"เ้าลุกขึ้นเถิดหรือเ้าไม่เชื่อฟังพี่สาวคนนี้แล้วจึงอยากให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจที่เ้ากระทำเช่นนี้"
"มะ...ไม่ใช่นะขอรับ เช่นนั้นข้าจะนั่งรอท่านตรงนั้นนะขอรับ"เขารีบส่ายหน้าไปมาแล้วชี้มือไปที่เก้าอี้ใกล้ๆ
"อื้ม เด็กดี"นางคลี่ยิ้มลูบศีรษะเล็กเบาๆ แล้วเขาก็ลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้ใต้ร่มต้นไม้รอ
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วยามร่างบางเริ่มโอนเอนแทบทรงตัวไม่อยู่แต่นางก็ยังคงกัดฟันสู้นั่งทนจนถึงที่สุด หานหลินเหอร้อนรนกระวนกระวายนั่งไม่ติดเก้าอี้เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งอันใดจากผู้เป็บิดาเลย กระทั่งมีบ่าวผู้หนึ่งเดินมาแจ้งแก่นางยุติการลงโทษ หานหลินเหอจึงรีบเข้าไปปัดเศษดินจากอาภรณ์ให้นางและประคองพี่สาวลุกขึ้นเพื่อกลับเรือนไปพักผ่อน แต่หานฟางเหนียงได้ปฏิเสธเขาไปไม่อยากให้เขาต้องลำบากไปส่ง นางจึงเดินโซเซกลับเรือนเอง
"พี่หญิงใหญ่ให้ข้าช่วยนะขอรับ"
"ไม่เป็ไรวันนี้เ้าเหนื่อยกับข้ามามากแล้ว กลับเรือนไปพักผ่อนเถิด"
"แต่ว่า..."
"ไม่เป็ไรจริงๆข้าเดินไหว"นางแกะมือเขาออกแล้วเดินผละออกมา
ระหว่างทางเดินกลับเรือนท้ายจวนหานลี่ถิงกับซูหนิงที่ยืนรอนางอยู่ก่อนแล้วได้เดินเข้ามาขวางทางนางไว้ หญิงสาวที่เหนื่อยล้าจากการถูกทำโทษพยายามเลี่ยงเบี่ยงกายเพื่อเดินผ่านแต่พวกนางก็ไม่มีท่าทีว่าจะหลบให้
"มีเื่อันใดจะพูดกับข้าอีก"หานฟางเหนียงมองพวกนางอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
"หือ พี่หญิงใหญ่ล่ะก็ ข้าแค่เป็ห่วงจึงเดินมาดูน่ะเ้าค่ะว่าท่านเป็อย่างไรบ้าง"น้ำเสียงหวานสดใสต่างจากถ้อยคำที่กล่าวออกจะไปทางสะใจเสียมากกว่า
"ข้าไม่เป็ไร แค่นี้ใช่ไหมข้าจะเข้าเรือนไปพัก"เอ่ยจบนางก็แทรกร่างเดินผ่าน
"รู้สึกอย่างไรเ้าคะที่ข้าแย่งคู่หมั้นของท่านมา เจ็บมากหรือไม่ที่ทั้งท่านพ่อ ท่านพี่ซานและใครๆต่างไม่เหลียวแลขนาดแม่นมหรือมารดาแท้ๆก็จากท่านไป"นางพูดตามหลัง
"....."หานฟางเหนียงหยุดชะงักกำมือแน่นข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน
"เ้าจำคำข้าไว้นะ ข้าจะแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็ ไม่สิเกือบเคยเป็ของเ้ามาเป็ของข้าให้หมด"หานลี่ถิงเอ่ยต่อ
"ข้าอยากจะรู้นักว่าข้าเคยกระทำอันใดกับเ้า เ้าถึงได้จงเกลียดจงชังข้าถึงเพียงนี้"นางหันหน้าไปมองปะทะกับหานลี่ถิง
"นั่นสิ หึ ที่ข้ารู้ก็คือข้าเกลียดทุกอย่างในกายของเ้าอย่างไรเล่าฟางเหนียง"นางยิ้มเยาะไม่รู้เพราะเหตุใดถึงได้ชังนัก
"งั้นก็ดี เช่นนั้นนับจากนี้ข้าจะได้ไม่คิดว่าเ้าเป็น้องสาวข้าอีก และข้าจะไม่ยอมให้เ้าหรือผู้ใดรังแกข้าฝ่ายเดียวอีกต่อไป"หานฟางเหนียงตอบโต้ เริ่มเหลืออดสุดที่จะอดทนได้
"....."หานลี่ถิงใเบิกตากว้างเมื่อเห็นท่าทีของสตรีข้างหน้าเปลี่ยนไป นางรู้สึกถึงความอันตรายจึงถอยห่างโดยไม่รู้ตัว
"...จะได้ไม่รู้สึกผิด"นางพูดเน้นคำชัดๆก้าวเท้าไปข้างหน้าทำให้อีกฝ่ายเดินถอยหลังออกสีหน้าตื่นตระหนก
"ว๊าย โอ๊ยเจ็บ"จังหวะที่ร่างเล็กถอยหลังก็ไปสะดุดกับก้อนหินที่อยู่ด้านหลังทำให้นางล้มหงายลงไป
"คุณหนูเจ็บตรงไหนเ้าคะ"ซูหนิงที่ยืนดูทั้งสองพูดคุยกัน นางถึงกับใรีบเข้าไปประคองหานลี่ถิงขึ้น
"ฟางเหนียงเ้าแกล้งข้า"หานลี่ถิงชี้หน้าเดือดดาลมืออีกข้างจับเอวบริเวณที่เจ็บ
"ข้าหรือ"นางเอียงคอถามอย่างงุนงง
"จิ๊ เ้า โอ๊ย คอยดูเถอะข้าจะให้ท่านพ่อท่านแม่ลงโทษเ้าอย่างหนักเลยจนต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนข้า"
"แล้วยืนรออันใดอยู่เล่า ก็รีบไปซะสิ"นางตอบกลับท้าทาย
"ปากดีนักนะ พี่ซูหนิงพาข้าไปหาท่านแม่"
"เ้าค่ะ ค่อยๆเดินนะเ้าคะ"แล้วนางก็ประคองกันไป
หานฟางเหนียงถอนหายใจอย่างโล่งใจที่นางสามารถตอบโต้พวกนางได้แล้วเดินกลับเรือนไปเพื่อรอเวลาถูกลงโทษอีกครั้ง แต่ครานี้นางขอทำตามใจตนด้วยท่าทีสบายใจไม่หวาดหวั่นเหมือนเมื่อก่อน นางแช่น้ำอุ่นชำระกายเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ให้เรียบร้อยนั่งจ้องกระจกบานเล็กมือบางหยิบผ้าสีขาวบางมาปิดใบหน้าครึ่งล่างจากนั้นก็เก็บกระจกบานนั้นในหีบเพราะนางจะไม่ส่องมันอีก จนกระทั่งมีสาวใช้มาตามนางให้ไปพบหานจง
ร่างบางเดินเชิดหน้าก้าวเท้าเชื่องช้าอย่างอ่อนช้อยดั่งสตรีในห้องหอที่แม่นมจางได้สั่งสอน เข้าไปในห้องโถงดวงตากลมโตกวาดมองทุกคนในห้องทั้งหานลี่ถิงที่กำลังเล่นงิ้วร้องห่มร้องไห้โดยมีซูเอินนั่งปลอบอยู่ข้างๆส่งสายตาอาฆาตมาที่นางแต่นางหาได้กลัวไม่ยกยิ้มมุมปากตอบกลับ ถัดมาหานหลินเหอที่ดูเป็ห่วงนางที่สุดและคนสุดท้ายหานจงที่มองนางอย่างเ็า
"ฟางเหนียงเ้าก่อเื่อีกแล้วหรือ"เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยถามนาง
"ทะ...ท่านพ่อข้าว่าคงเป็เื่เข้าใจผิดกันเสียมากกว่าขอรับ"หานหลินเหอช่วยพูด
"อาเหอเ้ามิเห็นหรือว่าพี่สาวเ้าเจ็บเพียงใด ยังจะปกป้องนางอีก"ซูเอินว่า
"แต่..."เด็กน้อยจะพูดต่อแต่โดนขัดเสียก่อน
"หลินเหอเ้าเงียบปากซะ ข้ากำลังถามพี่ใหญ่ของเ้าอยู่"เขาหันไปเอ็ดบุตรชาย
"ที่ข้าจำได้ข้ายังมิได้แตะต้องตัวนางเลยนะเ้าคะ เป็นางทำตัวเอง"หานฟางเหนียงพูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง
"กะ...โกหก ฮึก ท่านแม่ข้าเจ็บเ้าค่ะ"หานลี่ถิงออดอ้อนมารดา
"ท่านพี่ข้าสงสารลูกนัก ข้าคิดว่านางคงชิงชังที่ถิงเอ๋อร์หมั้นกับอาซานแทนนางจึงหวังทำร้ายเ้าค่ะ"
"....."หานจงกำลังใช้ความคิด
"เอาเช่นนี้หรือไม่เ้าคะ ส่งนางไปสำนึกผิดที่อารามบนเขานอกเมืองจะได้ไปดูแลหลุมศพบรรพชนด้วยเ้าค่ะ"ซูเอินชี้แนะอยากให้หานฟางเหนียงออกไปไกลๆที่แห่งนี้
"ท่านแม่ข้าว่ามันเกินไปนะขอรับ"
"เกินไปอย่างไรอยู่ที่นั้นก็มีเรือนเล็กของตระกูลอีกทั้งยังได้เข้าวัดสวดมนต์สงบจิตสงบใจจะได้ไม่คิดก่อเื่อีก เดินทางแค่สามชั่วยามก็กลับจวนได้แล้ว"
"เอิ่ม เ้าว่าอย่างไรฟางเหนียงถ้าข้าจะส่งเ้าไปอารามบนเขา"เขาเห็นด้วยกับข้อชี้แนะของนางเพื่อป้องกันไม่ให้คนในตระกูลมีเื่ทะเลาะกันอีกจนกว่าพวกนางจะเติบโตเป็ผู้ใหญ่และคิดได้ว่าอะไรควรไม่ควร
"อย่างไรก็ได้เ้าค่ะ"เพราะนางก็เอือมระอากับคนที่นี่เช่นกันไปอยู่ที่นั้นคนเดียวคงจะสบายใจกว่า
"งั้นก็ดี อีกสามวันข้าจะให้คนไปส่งเ้าและเ้าต้องอยู่ที่นั้นจนกว่าข้าจะมีคำสั่งให้กลับมา"
"เ้าค่ะ"แล้วนางมีสิทธิ์เลือกด้วยหรือ