ตอนเช้าหลังจากอ๋องหยางออกไปดูแลงานที่ศาลาว่าการเมืองแล้ว หลี่หยวนหยวนจะพาสาวใช้แต่งกายเป็บุรุษย่องออกไปทางประตูด้านหลังจวนเพื่อสำรวจรอบๆ เมืองเฉินม่าย
“คุณชาย พวกเราไปกันแทบทุกถนนแล้วนะขอรับ” ไป๋เยว่ทำหน้าฉงน นางก็อยู่ในชุดบุรุษ ดูแล้วคล้ายหนุ่มน้อย
“ยัง ยังไม่ทุกตรอกซอกซอยเสียหน่อย อย่าเพิ่งบ่น”
“เหตุใดเราต้องมาดูให้ครบด้วยขอรับ” ไป๋เยว่ทำหน้าฉงน นางเดินตามหลี่หยวนหยวนหลายวันจนปวดเท้า
“ดูไม่รอบแล้วเราจะเข้าใจเมืองได้อย่างไร”
ไป๋เยว่โคลงศีรษะ “คุณชายไม่ใช่ขุนนางในเมืองเฉินม่ายเสียหน่อยนะขอรับ เหตุใดต้องรู้จักเมืองนี้อย่างละเอียดด้วย”
หลี่หยวนหยวนยิ้มน้อยๆ “เมืองเฉินม่ายใหญ่กว่าที่ข้าคิดเอาไว้มาก ผู้คนก็คึกคัก การค้าคล่องตัวและหลากหลาย เป็เมืองที่เจริญรุ่งเรือง การเงินสะพัด”
“หวางเฟย ท่านคิดจะ...” ซุนมามาสีหน้าลังเล
“ทำการค้า” หลี่หยวนหยวนต่อคำ ระหว่างทางนางขบคิดและตัดสินใจแล้ว ในเมื่อยังไม่รู้จะออกจากยุคโบราณได้อย่างไรก็ต้องมีเงินเอาไว้ใช้จ่ายอย่างไม่ขาดมือ
ความทรงจำผุดขึ้นมาอีกครั้ง...พ่อของติงหยวนหยวนสอนเธอเื่การค้าและการลงทุน ติงหยวนหยวนเริ่มศึกษาตลาดหุ้นั้แ่อายุสิบห้า เธอเริ่มเปิดพอร์ตซื้อหุ้นโดยใช้ชื่อของแม่ ในตอนที่เธอไปทำงานในแผนกของหัวหน้าหยางเธอก็มีมูลค่าทรัพย์สินหลายล้านในพอร์ตแล้ว
สิ่งที่พวกขุนนางทำก็คือการซื้อร้านค้าแล้วจ้างหลงจู๊ให้ทำงานแทน ตอนนี้รายได้ของนางมีเพียงสองช่องทางคือรายได้จากร้านค้าหกร้านใหญ่ในเมืองหลวงกับเบี้ยหวัดพระชายาที่ได้จากจวนอ๋อง
วันหน้าหากหย่ากัน ส่วนของเบี้ยหวัดก็จะหายไป นางจะต้องหาเงินมาทดแทนส่วนนี้
“นั่น! ข้าจะซื้อร้านนั้น” หลี่หยวนหยวนชี้ไปยังโรงน้ำชาฝั่งตรงข้ามที่มีคนนั่งอยู่เพียงสองสามคน
“มิใช่ว่าจะเจ๊งแล้วหรือเ้าคะ มีลูกค้าแค่ไม่กี่คน”
“ก็เพราะจะเจ๊งนั่นล่ะ เราจึงจะซื้อร้านของเขาได้ ไปกันเถอะ” หลี่หยวนหยวนในคราบคุณชายเดินนำหน้าบ่าวรับใช้ตัวปลอมทั้งสามเข้าไปในโรงน้ำชา
หลงจู๊สีหน้าบึ้งตึง เขาเพิ่งถูกเ้าของร้านด่าทอเื่ที่ร้านขาดทุนติดต่อกันมาครึ่งปีแล้ว หากเดือนนี้ยังไม่ดีขึ้น เ้าของร้านขู่ว่าจะขายร้านทิ้งไป หลงจู๊ที่กลัวตกงานกำลังไม่สบายใจ
พอเห็นลูกค้าสี่คนเดินมานั่งมองโน่นมองนี่โดยไม่สนใจจะสั่งอาหารก็ยิ่งหงุดหงิด “เสี่ยวเอ้อ เ้าไปถามพวกเขาสิ จะสั่งอันใด”
พอเสี่ยวเอ้อเดินเข้าไปใกล้ หลี่หยวนหยวนกลับถามถึงเ้าของร้าน หลงจู๊ได้ยินก็ไม่พอใจ
“คุณชาย ท่านจะถามถึงเถ้าแก่ด้วยเหตุใด”
หลี่หยวนหยวนยกยิ้มมุมปาก “แสดงว่าเ้าไม่ใช่เถ้าแก่สินะ เห็นทีร้านนี้คงจะใกล้จะดำเนินกิจการไม่ไหว ข้าผ่านมาสามสี่วันแล้ว ลูกค้าร้านเ้ามีไม่เกินสามคนเลยสักวัน”
หลงจู๊ได้ยินคำปรามาสก็ถึงกับชักสีหน้า “หากท่านไม่พอใจก็ออกจากร้านข้าไป อย่ามาหาเื่กัน”
“ใจเย็นก่อน ข้าไม่ได้มาหาเื่ ข้าแค่สนใจอยากซื้อร้านนี้ต่อแค่นั้นเอง”
คราวนี้หลงจู๊สีหน้าดีขึ้นทันที “จริงหรือ”
“หน้าตาข้า เหมือนคนชอบพูดเล่นนักหรือไร เ้าไปเชิญเ้าของร้านมาเถอะ”
“คุณชาย ท่านซื้อร้านนี้ไปแล้วคิดค้าขายสิ่งใดหรือ”
“ข้าก็จะทำโรงน้ำชาต่อ เพียงแต่จะปรับปรุงให้สวยงามและค้าขายดีกว่าเดิมหลายสิบเท่า”
หลงจู๊ได้ยินก็สีหน้าดีขึ้น “แล้วท่านจะให้ข้ากับคนในร้านอยู่ทำงานต่อได้หรือไม่”
“หากเ้าช่วยให้ข้าซื้อร้านนี้ได้สำเร็จ ข้ารับปากจะให้พวกเ้าทุกคนได้ทำงานที่นี่อย่างเดิม”
“ตกลง ข้าจะไปตามเถ้าแก่ให้”
เถ้าแก่โรงน้ำชาเป็ชายสูงวัย เขามีกิจการหลายอย่างในเมืองเฉินม่าย แต่โรงน้ำชาแห่งนี้เป็บุตรชายที่รับจำนองเอาไว้ ต่อมาเ้าของเดิมไม่มีเงินมาใช้หนี้จึงได้ยกให้
“ข้าไม่เคยทำโรงน้ำชา ปล่อยไว้มีแต่ขาดทุน คุณชายสนใจจะซื้อก็ว่าราคามาเถิด”
“เถ้าแก่ก็เห็นว่าย่านนี้มิใช่ย่านการค้า โรงน้ำชาท่านก็อยู่ลึกเข้ามาด้านใน ชื่อเสียงเดิมก็ไม่ดี หากเทียบกับราคาร้านค้าละแวกนี้ ท่านลดราคาให้ข้าสักสี่ส่วนดีหรือไม่”
เถ้าแก่เห็นว่าเก็บไว้ตนก็มีแต่เข้าเนื้อ สู้ขายๆ ออกไปนำเงินสดมาเก็บไว้จะดีกว่า ดังนั้นจึงรีบพยักหน้า
หลี่หยวนหยวนยิ้มกว้าง นับว่านางซื้อร้านใหญ่ได้ในราคาถูกมาก ตัวอาคารโรงน้ำชามีสองชั้นขนาดสองคูหา โครงสร้างแข็งแรง นางคิดแผนปรับปรุงตกแต่งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ห้าวันที่วนเวียนมาดูแล้วดูอีก ในที่สุดก็ได้โรงน้ำชาแห่งนี้มาไว้ใน
พอทั้งสองฝ่ายลงนามซื้อขายกันเสร็จ หลี่หยวนหยวนก็สั่งให้ปิดร้าน นางเรียกลูกจ้างทั้งหมดมานั่งรวมกันที่ห้องโถงกลางของร้านแล้วเริ่มอธิบายว่าตนคิดจะทำสิ่งใดกับ โรงน้ำชาแห่งนี้
“ข้าจะตกแต่งร้านนี้ใหม่ คงต้องใช้เวลาสักสิบห้าวัน ร้านเราจะสวยงาม สะอาด น่านั่ง อาหารจะต้องแตกต่างจากร้านอื่น ข้าจะแนะนำเื่การปรุงอาหารเอง ส่วนเสี่ยวเอ้อก็ต้องแต่งกายให้สะอาดและนอบน้อม ต่อไปที่นี่จะมีชื่อว่า โรงน้ำชาจาเรอ เน้นขายอาหารและเครื่องดื่มที่ราคาปานกลาง รสชาติอร่อย สามารถซื้อกลับบ้านได้”
แม้ลูกจ้างทั้งหมดจะยังไม่เข้าใจสิ่งที่เถ้าแก่คนใหม่คิด แต่พอฟังแล้วพวกเขาก็รู้สึกมีความหวัง
“ดีๆ วันหน้าหากว่าที่นี่ค้าขายดี ข้าก็คงจะไม่ตกงาน” หลงจู๊ยิ้มออกมา
“หลงจู๊จง หากเ้าทำอย่างที่ข้าแนะนำ ไม่เพียงแต่จะไม่ตกงานแต่ข้าจะให้โบนัสเ้าด้วย”
“โบ..นาส..คืออันใดหรือขอรับ”
หลี่หยวนหยวนพลันนึกขึ้นได้ “เอ่อ...ข้าหมายถึงเงินที่มอบให้เพิ่มนอกจากค่าจ้างปกติ ถ้าเกิดร้านเราขายได้ดีมากๆ น่ะ”
“อ้อ ดีขอรับ”
ลูกจ้างต่างพากันยิ้มแย้มแจ่มใส พวกเขารู้สึกว่าคุณชายหลี่ผู้เป็เถ้าแก่คนใหม่มีหัวการค้า น่าจะทำให้ โรงน้ำชาจาเรอเจริญรุ่งเรือง จึงอาสามาช่วยในการทาสีและปรับปรุงร้านค้า
หยางหลีเหว่ยกลับมาถึงเมืองเฉินม่ายก็มีภารกิจมากมายที่ต้องจัดการ เขาจึงมิได้ใส่ใจหลี่หยวนหยวน สาส์นจากรองแม่ทัพสวีพานผู้เป็ทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาและญาติ ทำให้เขาต้องเรียกตัวอีกฝ่ายเข้ามาพบที่เฉินม่าย
อ๋องหยางเล่าเื่ระหว่างทางที่พระชายาของตนถูกคนเผ่าหมาป่าหมายจะมาลักพาตัว “กำเริบยิ่งนัก ข้าตีทัพพวกมันแตกพ่ายไปแล้วแท้ๆ ยังกล้าส่งคนเข้ามาในต้าหลง คิดจะจับตัวหวางเฟยของข้าไปต่อรอง”
สวีพานย่นหัวคิ้ว “เข้าไปถึงเมืองอี้เหลียงได้ เกรงว่าฝ่ายเราคงจะมีหนอนบ่อนไส้”
“ค่อยๆ สืบหาไปก่อน อย่าเพิ่งกระโตกกระตาก”
“เ้าเพิ่งแต่งงานมิใช่หรือ เป็อย่างไรบ้าง”
“หึ! ข้าตกหลุมพรางคนต่างหาก” หยางหลีเหว่ยจึงเล่าเื่ที่มารดาตนเป็โรคร้ายทำให้เขาต้องแต่งงานกับหลี่หยวนหยวนเพื่อนำยามารักษาชีวิต
“เ้าบรรลุเป้าหมายแล้ว เหตุใดต้องนำนางมาด้วย”
“นางเป็คนของเสนาบดีชุย ข้าหย่านางที่เมืองหลวงไม่ได้ ต้องพานางมาทำเื่ที่นี่ ให้นางอยู่เฉินม่ายสักพักค่อยให้กลับไป”
สวีพานฟังแล้วก็ร้องอืมเพียงคำเดียว ก่อนหน้านี้เขาได้ยินว่ามารดาของญาติผู้น้องอยากจะให้อ๋องหนุ่มแต่งงานกับบุตรสาวสกุลโหวเซียว แต่พอแต่งจริงกลับต้องแต่งกับบุตรสาวจวนป๋อ เื่นี้นับว่าขาดทุนจริงๆ
“ตอนนี้ทหารของแคว้นเว่ยกับคนของเผ่าหมาป่าเข้ามาก่อกวนหมู่บ้านแถวชายแดนอยู่เรื่อย ข้าเกรงว่าพวกเขามาหยั่งเชิงเรา ชิงจือคอยนำคนออกไปไล่อยู่เรื่อยๆ”
ชิงจือที่สวีพานเอ่ยถึงก็คือน้องชายต่างมารดาของ หยางหลีเหว่ยนาม ‘หยางชิงจือ’ ยามนี้เพิ่งอายุสิบห้า แต่ชอบการรบทัพจับศึกจึงอาสาไปอยู่รักษาเมืองจู๋หลิงช่วย สวีพาน
*************

