ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล)

    ตอนที่ 56 สงครามไซเบอร์

    ตอนที่ 56 สงครามไซเบอร์

     

     คำสั่งซื้อจากเพื่อนสนิทมิตรสหายหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายกว่าสองชั่วโมงเมื่อหลิวเฟยลองคำนวณดูแล้ว ยอดคำสั่งซื้อทั้งหมดได้รวมเป็นเงินมากกว่า 50,000 หยวน!

     

    นี่คือกลุ่มคนที่เขารู้จักไม่ว่าจะมาจากพนักงานโรงแรมซันริชหรือจากเหล่าแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลเฟิ่งหวงร่วมใจกันอุดหนุนเขามากถึงขนาดนี้ก็ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจมาก

     

    แต่สิ่งที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอดนั้นยังคงมาไม่ถึงการโปรโมททางฝั่งเซี๋ยจื้อนั้นดูท่าทีว่าจะไม่ได้ผล

     

    หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?

     

    เขาถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์แล้วโทรศัพท์ไปหาเซี๋ยจื้อเซี๋ยจื้อที่ตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับบางอย่างก็รับโทรศัพท์ของเขาแล้วเอ่ย“ผมรู้ว่าที่พี่โทรมานั้นต้องการจะถามอะไร ผมกำลังช่วยประสานให้อยู่น่าของแบบนี้มันต้องเตรียมการให้พร้อมแล้วลงมือพร้อมกัน พี่ช่วยอดทนรอหน่อยจะได้ไหมสิ่งที่จำเป็นสำหรับการโปรโมทก็คือข้อความพาดหัวชวนเชื่อและจำเป็นต้องระเบิดตู้มทีเดียวเพื่อให้คนสนใจตอนนี้ผมรวบรวมคนได้หลายคนแล้วอีกอย่างนี่เป็นการปฏิบัติการผ่านโลกอินเทอร์เน็ตจะสั่งการอะไรก็ลำบาก ! ”

     

    เมื่อได้ยินเขาบอกดังนั้นหลิวเฟยก็ยิ้มตอบ “สั่งการ ? นี่นายเป็นราชาแห่งอินเทอร์เน็ตหรือไง? ”

     

    “ผมก็เป็นมาตลอดไม่ใช่หรือไง? ”

     

    “.......”

     

    คำพูดของเขาทำเอาหลิวเฟยหมดปัญญาที่จะต่อกรสิ่งที่เขาพูดนั้นถูกถนัด ถ้าหากดูจากความสามารถในด้านเทคโนโลยีแล้วนั้นจะยกให้เขาเป็นราชาอินเทอร์เน็ตก็ไม่ได้เกินจริงไป หลายปีที่ผ่านมานี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนที่เกี่ยวกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเขาก็ไม่เคยพลั้งมือมาก่อน

     

    เมื่อวางสายหลิวเฟยก็หันไปพูดกับหลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรว“ทางนั้นกำลังจัดการอยู่ รออีกสักหน่อยละกัน ! ”

     

    คิ้วของหลิวอวี้เหลียนโก่งด้วยความสงสัย“ทางนั้นจะทำสำเร็จหรือเปล่า ? ”

     

    ส่วนหลี่อวิ๋นโหรวนั้นได้เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา“นายคงไม่ได้ขอให้เถ้าแก่ร้านเกมที่ไหนขอให้พวกเด็กตูดหมึกมาช่วยนายโปรโมทใช่ไหม ? ต้องลงทุนค่าโปรโมทไปเท่าไร? ”

     

    หลิวเฟยพูดพร้อมเผยรอยยิ้มแลนขมขื่นออกมา“สมัยนี้แล้วมีอะไรที่ไม่ต้องใช้เงินอีกเล่า ! ลงทุนไป 500,000 หยวน ! ”

     

    “อะไรนะ ? 500,000หยวน ? ”

     

    สองสาวถลึงดวงตากลมโตด้วยความตกใจจากนั้นก็หันมามองหน้ากันแล้วต่างก็เซถอยหลังไป 2 ก้าว

     

    เขาเอาเงินเยอะขนาดนั้นมาจากไหน?

     

    และอีกอย่างถ้าเกิดลงทุนไปตั้งเยอะเพื่อการโปรโมทแต่กลับไม่ได้ผลขึ้นมา ภาระและความรับผิดชอบทุกอย่างจะตกลงบนหัวเขาไม่ใช่หรือแล้วคราวนี้จะทำไงต่อไป ไปเป็นขอทานหรือ ?

     

    เมื่อหลิวเฟยสังเกตเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของพวกเธอเขาจึงได้กระแอมถาม “พวกเธออย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะฉันสิ้นเนื้อประดาตัวขนาดนี่จะเอาเงินมาจากไหนได้ ฉันก็ไปยืมมาจากเพื่อนจอมอวดรวยของฉันไงล่ะถ้าเกิดว่าใช้คืนด้วยวิธีการขายลูกเชอร์รี่ไม่ได้.....”

     

    “พี่จะขายตัว ?” หลิวอวี้เหลียนพูดต่อ

     

    หลิวเฟยเอามือไปตบหัวเธออย่างพูดไม่ออก“ฉันเป็นผู้ชายนะ ! ”

     

    หลิวอวี้เหลียนยิ่งทำท่าตื่นเต้นเข้าไปอีก“หรือว่าจะเป็น....เกย์ ? ”

     

     หลิวเฟยเหงื่อแตกท่วมตัวส่วนหลี่อวิ๋นโหรวนั้นเอามือป้องปากพร้อมกับหัวเราะจนท้องแข็งอยู่พักหนึ่งแล้วจึงเอ่ยออกมา“อย่าว่าเธอนะ ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ไม่งั้นหมอนั้นจะให้นายยืมเงินทำไมตั้ง500,000 หยวน ? ตั้ง 500,000 นะ มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย และอีกอย่างหากนายมีเพื่อนที่รวยขนาดนั้นจริงๆ ล่ะก็ถ้าเขาไม่ใช่พวกลูกคนรวยก็คงเป็นเจ้าของกิจการอะไรสักอย่างนายจะกลับมาทำไร่ทำสวนอยู่ทำไม ทำไมไม่ไปอยู่กับเขาเสียล่ะ ดูมีอนาคตดีออก”

     

    “ให้ฉันไปอยู่กับเขา? เล่นตลกอะไรอยู่เนี่ย เขาก็ตามฉันอยู่ต้อย ๆ ตลอด”

     

    หลิวเฟยตอบกลับไปแบบไม่ได้ใส่ใจแต่เมื่อพูดจบก็รู้สึกผิดแทบในทันทีนี่เท่ากับว่าแอบเปิดเผยสถานะที่แท้จริงของตัวเองรึเปล่า ?

     

    แต่เหตุการณ์ตรงหน้าก็พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่าเขาคิดมากเกินไป!

     

    หลี่อวิ๋นโหรวมองเขาด้วยสายที่เกลียดชังแล้วเอ่ยออกมา“นายคิดว่าผู้ชายคนหนึ่งถ้าไม่ขี้โม้สักวันมันจะตายไหม ? ฉันล่ะดูแคลนผู้ชายจำพวกที่เอาแต่พูดอะไรให้ตนดูดีอยู่เรื่อย”

     

    หลิวเฟยยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ย“โอเค ๆ ๆ ฉันผิดไปแล้วและขอน้อมรับคำแนะนำอย่างนอบน้อม ต่อไปฉันจะไม่ขี้โม้แล้ว พอใจแล้วยัง? ”

     

    หลิวอวี้เหลียนหัวเราะอย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ย“พอล่ะ ๆ แต่บอกฉันมาก่อนว่าพี่ใช้เงิน 500,000 หยวนหมดไปกับการโปรโมทจริงรึเปล่า ?”

     

    หลิวเฟยตอบด้วยสีหน้าขึงขัง“แน่นอน”

     

    “แต่ลงทุนจำนวนมหาศาลขนาดนี้ทำไมไม่เห็นจะได้เรื่องอะไรขึ้นมา ? มันต้องได้ผลอะไรบ้างสิ”

     

    “ต้องได้ผลสิ !อดทนรออีกสักนิดนา”

     

    เมื่อพูดจบหลิวเฟยก็ไปนั่งหน้าคอมหลิวอวี้เหลียนก็ไปย้ายเก้าอี้เข้ามานั่งข้างกายเขาจากนั้นทั้งสองก็จ้องมองจอคอมพิวเตอร์โดยแทบไม่กระพริบสายตาราวกับเป็นรูปปั้น

     

    หลีอวิ๋นโหรวก็เดินไปนั่งลงที่คอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งเธอก็นั่งท่องไปในเว็บไซต์ต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ครึ่งชั่วโมงให้หลังจากนั้นเธอก็ส่งเสียงออกมาอย่างตกใจ แล้วลุกพรวดขึ้นมา “พระเจ้าช่วยพวกเธอมาดูนี่เร็วเข้า ลูกเชอรี่ยักษ์ภูเขาไห่หมิงของพวกเรา ถูกโปรโมทจนเข้าไปอยู่เป็นลำดับที่ถูกพูดถึงในเว็บไซต์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศโดยมีพาดหัวว่าลูกเชอร์รี่ขนาดเท่าไข่ไก่เพิ่งขึ้นเป็นลำดับสูงสุดก็เมื่อสามนาทีก่อนนี่เองตอนนี้มีคนตอบกลับมายาวเป็นพรืดเลย และเหมือนว่าจะเพิ่มมากขึ้นไปอีก นี่มันเจ๋งสุดๆ ไปเลย ! ”

     

    หลิวเฟยชะเง้อหัวเข้ามาดูด้วยแล้วก็รีบให้หลี่อวิ๋นโหรวไปดูเว็บไซต์อื่น ๆ ภายในประเทศ

     

    หลี่อวิ๋นโหรวก็ได้เปิดรวดเดียวเจ็ดถึงแปดช่องทางผลปรากฏว่าทุกเว็บไซต์ก็มีลูกเชอรี่ยักษ์เป็นพาดหัวเป็นลำดับหนึ่งอีกทั้งยังถึงไต่เต้าถึงลำดับที่หนึ่งแทบจะเวลาเดียวกันหมด

     

    หลิวอวี้เหลียนไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไรนักแต่กลับกันหลีอวิ๋นโหรวเธอได้หันไปมองหลิวเฟยด้วยแววตาที่ประหลาดใจ“นี่เพื่อนของนายเป็นเทพบนสวรรค์ชั้นไหนกัน ? แค่500,000 หยวนก็สามารถทำให้เป็นพาดหัวข่าวลำดับหนึ่งของประเทศทั้งสิบเว็บไซต์ได้เลยหรือ? มันเป็นไปได้ยังไงกันเนี่ย ! ”

     

    หลิวเฟยไม่ได้ตอบคำถามเธอแต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“เธอลองกดเข้าร่วมกลุ่มออนไลน์ที่เกี่ยวกับผลไม้ดูสิ”

     

    ปกติหลี่อวิ๋นโหรวไม่ค่อยได้เข้าร่วมกลุ่มออนไลน์ต่างๆ สักเท่าไร เมื่อเธอลองกดไปดูแล้ว เธอก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ย“กลุ่มที่เกี่ยวกับผลไม้ก็มีพูดถึงกันหมด แต่เหมือนว่าจะไม่เยอะเท่าไร”

     

    สายตาอันเฉียบแหลมของหลิวอวี้เหลียนได้หันไปเห็นอะไรบางอย่างตรงด้านหนึ่งของคอมพิวเตอร์เธอได้ชี้ไปตรงนั้นแล้วพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น “ลูกเชอรี่ขนาดเท่าไข่ไก่ !ตรงนี้ ตรงนี้ก็มี ! ตอนที่เปิดเข้าไปในแต่ละกลุ่มก็เหมือนจะมีเหมือนกันหมดเจ๋งเป็นบ้าเลย ! ”

     

    เมื่อหลี่อวิ๋นโหรวเพ่งสายออกไปดูเธอก็หักห้ามความตื่นเต้นที่ก่อขึ้นในจิตใจไม่ได้ “นี่.....นี่มันถูกจัดลำดับให้เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดแล้ว !หากดูเวลาที่โพสต์จากในกลุ่มนี้ก็เหมือนว่าจะโพสต์พร้อมกันหมดเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วแต่แค่เวลาครึ่งชั่วโมงก็ไต่เต้าเป็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมได้นี่ทำได้ยังไงกันนี่มันวิเศษสุด ๆ ไปเลย ! ”

     

    หลิวเฟยแค่นยิ้มออกมา“ดูเหมือนว่าฉันจะประเมินค่าเขาต่ำไปเสียแล้วสิฉันคิดว่าเขาคงจะแค่โปรโมทในกลุ่มเกี่ยวกับผลไม้เท่านั้น แต่คิดไม่ถึงว่าจะทำให้ติดลำดับหัวข้อที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกด้วยนับถือจริง ๆ ! ”

     

    เมื่อได้ยินเสียงคอมพิวเตอร์อีกตัวดัง“ตื้อดึง” หลิวอวี้เหลียนก็รับพูดออกมา “ได้ผลแล้วจริง ๆ ใช่ไหมมีคนสั่งซื้อแล้วใช่ไหม ? ”

     

    หลิวเฟยลุกพรวดไปที่หน้าคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งเขามองดูอยู่สักครู่ ก็เปล่งเสียงออกมาด้วยความดีใจ “โห !มีคนสั่งซื้อโดยที่ไม่ได้สอบถามอะไรตั้ง 6 คน และตอนนี้มี 3 คนที่กำลังสอบถามเพิ่มเติมอยู่! ”

     

    “เร็วเข้ารีบตอบเร็วเข้า ! ”

      

    หลิวอวี้เหลียนเดินไปที่ด้านหลังของหลิวเฟยแล้วก็ซบลงตรงไหล่ของเขา จากนั้นก็มองหน้าจออย่างใจจดใจจ่อสองมือของเธอนั้นสั่นเครือ ดูเหมือนว่าเธอจะตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าหลิวเฟย

      

    หลี่อวิ๋นโหรวก็ได้มาร่วมวงด้วยเธอคอยให้คำแนะนำอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่หยุดหย่อนราวกับจะขัดเกลาให้หลิวเฟยคนที่รับหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าจำเป็นอยู่ตอนนี้เป็นมืออาชีพเสียให้ได้

      

    ไม่นานนักก็สามารถปิดการขายทั้งสามอย่างราบรื่นหลิวเฟยแทบจะไม่ได้มีเวลาหายใจเพราะหลังจากนั้นก็มีลูกค้ามาสอบถามพรวดเดียวมากกว่า 10 คนจำนวนผู้คนที่เข้ามาเยือนเว็บไซต์ก็โตขึ้นอย่างรวดเร็ว และโตอย่างก้าวกระโดดในที่สุด

      

    หลังจากที่สามารถปิดการขายได้มากกว่า10 คำสั่งซื้อ มือของหลิวเฟยก็แทบจะไม่รู้สึกอะไรอีกเลยหลิวอวี้เหลียนที่ตอนนี้ยังคงซบอยู่ตรงไหล่ของหลิวเฟยก็พูดออกมา“อย่ามัวแต่ตื่นเต้นอยู่ รีบจัดการให้แต่ละกลุ่มลงมือทำงานเข้าเพื่อที่จะได้ขนของไปส่งที่รถของบริษัทขนส่งเสินเฟิงได้ก่อนที่มันจะค่ำเสียก่อน”

      

    หลิวอวี้เหลียนโน้มหัวลงไปจูบเขา“สู้ ๆ นะพี่ ฉันเห็นพี่นั่งกดแป้นพิมพ์รัวจนฉันรู้สึกเหนื่อยไปด้วยเลยเนี่ย ! ”

     

    เมื่อหลิวอวี้เหลียนเดินออกไปหลี่อวิ๋นโหรวก็หันไปเอ่ยกับหลิวเฟย “นายพักก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง !เมื่อกี๊ฉันยังคิดอยู่เลยว่า 500,000 หยวนนี่มันแพงหูฉี่ แต่พอมาเจอแบบนี้แค่แป๊บเดียวก็ดังระเบิดไปทั่วโลกออนไลน์ และถ้าเกิดว่าเป็นอย่างนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ ฉันว่าเงินก้อนนั้นมันคุ้มค่ามากเลยนะ ! ”

      

    หลิวเฟยยิ้มด้วยความอิ่มเอมเพราะเห็นได้ชัดว่านี่เป็นราคามิตรภาพ นั้นก็เป็นเพราะว่าความสัมพันธ์อันซี้ปึกระหว่างเขากับเซี๋ยจื้อถ้าหากว่าเป็นคนอื่น ต่อให้อ้อนวอนจนแทบเข้าไปเลียตูดยังไงเขาก็อาจจะไม่ยอมตกลงที่จะช่วย

      

    เมื่อหลี่อวิ๋นโหรวง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ราว1 ชั่วโมง ตอนนั้นเธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคำสั่งซื้อมาทั้งหมดเท่าไรแล้ว จากนั้นหลิวเฟยก็เข้ามารับช่วงต่อ

      

    เธอพักไปดื่มน้ำจากนั้นก็นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งเพื่อดูว่ากระแสในโลกออนไลน์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้วเธอเหลือบไปเห็นพาดหัวที่ว่า “ลูกเชอรี่ขนาดเท่าไข่ไก่”ได้ถูกบัญชีเวยป๋อของคนที่ทรงอิทธิพลกว่าสิบบัญชีและมีผู้ติดตามมากว่าสิบล้านแชร์ลงหน้ากระดานข่าวของตนและตอนนี้ได้ไต่เต้าจนเป็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมในเวยป๋อเมื่อเห็นดังนั้นจึงทำให้เธอดีใจจนแทบจะเป็นบ้า

      

    นี่มันระดับเทพชัดๆ !

      

    เมื่อกี๊ที่เธอบอกว่า500,000 หยวนแลกมากับผลที่ได้นั้นแสนคุ้ม แต่เมื่อเห็นมันทะยานขึ้นสู่ลำดับในเวยป๋อแล้วยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าที่มันราวกับสวรรค์ทรงโปรดชัดๆ ดูจากแนวโน้มตอนนี้ก็ทำให้รู้ได้เลยว่าลูกเชอรี่ยักษ์ภูเขาไห่หมิงจะดังต่อเนื่องอย่างฉุดไม่อยู่แล้วจริงๆ !

      

    เธอได้นำข่าวที่น่าตื่นเต้นนี้ไปบอกให้หลิวเฟยฟังซึ่งตอนนี้เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับการตอบรับคำสั่งซื้อเลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ยินเท่าไรนัก

      

    เธอเอามือค้ำแก้มแล้วมองเขาอย่างเพ่งพิศทำให้เธอปักใจเชื่ออีกครั้งว่าเขาต้องมีเบื้องหลังบางอย่างที่ไม่ธรรมดาแน่นอนไม่งั้นเขาจะคบค้ากับคนเทพ ๆ อย่างนี้ได้ยังไงกัน ?

     

    .......

      

    ณ คฤหาสน์หลังหนึ่งใจกลางเมืองเฟิ่งหวง

      

    หลู่อิงปินที่ตนนี้กำลังเข้าได้เข้าเข็มอยู่กับสาวอยู่บนเตียงนอนและทันใดนั้นก็ได้มีคนมาทุบประตูอย่างแรง “คุณชายหลู่ครับ มีเรื่องด่วนแล้วครับ !”

      

    “แม่งเอ้ยเรื่องด่วนแม่งอะไรตอนนี้วะ ! ”

      

    หลู่อิงปินก่นด่าอย่างไม่สบอารมณ์แล้วหันไปมองสาวคนนั้นที่ตอนนี้เผยสีหน้าขมขื่นออกมาเขาใส่เสื้อผ้าของตนจากนั้นก็เปิดประตูออกแล้วตบเข้าไปตรงหน้าของขายคนนั้นอย่างจัง“แกนี้แม่งมาได้ถูกเวลาจริง ๆ รนหาที่ตายหรือไง ?”

      

    ชายหนุ่มตอบอย่างรู้สึกกดดัน“ก็คุณชายบอกว่าถ้าเกิดหลิวเฟยมันมีความเคลื่อนไหวอะไรก็ให้บอกในทันทีไม่ใช่หรือครับ? ผมก็แค่เกรงว่าจะล่าช้าไป”

      

    หลู่อิงปินพูดพร้อมกับพ่นลมออกมาทางจมูก“มันไปร่วมงานกับบริษัทไหนอีก ? หรือว่าเป็นบริษัทจากมณฑลอื่น? ปัญญานิ่มจริง ๆ ต่อให้เป็นบริษัทจากมณฑลอื่น ฉันก็จะตามไปรังควานไม่เลิก! ”

     

    ชายหนุ่มรีบส่ายหัว“ไม่ใช่ครับ มันเปิดร้านค้าออนไลน์ ! ”

      

    “ร้านค้าออนไลน์ ? ฮ่าๆๆๆ....ฮ่าๆๆๆ......”

      

    เมื่อได้ยินดังนั้นหลู่อิงปินก็ได้หัวเราะจนล้มไปนอนกลิ้งอยู่บนโซฟา เห็นได้ชัดว่าหลิวเฟยถูกเขากดดันจนหมดหนทางเลยต้องหันไปพึ่งร้านค้าออนไลน์ แต่ต่อให้ดิ้นรนยังไงก็ไปไม่รอดอยู่ดีเพราะมันกำหนดราคาสูงลิบลิ่วเสียยิ่งกว่าของนำเข้า จะไปขายออกได้ยังไงกัน !

      

    ชายหนุ่มจำต้องฝืนใจปล่อยให้เจ้านายของตนหัวเราะให้สะใจเสียก่อนแล้วค่อยเศร้าหม่นเสียตอนหลัง ทว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกเสียจากว่าบอกความจริงออกไป

      

    เขากัดฟัดแล้วเผยสิ่งที่เกิดขึ้นออกไป“แต่สถานการณ์มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คุณชายคิดนะครับ ตอนนี้ลูกเชอรี่ยักษ์ภูเขาไห่หมิงไม่ใช่แค่เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด ในทุกเว็บไซต์ภายในประเทศแต่ยังถูกจัดลำดับความนิยมในกลุ่มออนไลน์หรือในเวยป๋ออีกด้วยเมื่อกี๊ผมเพิ่งเข้าไปดูในอินเทอร์เน็ตตอนนี้ถือว่าได้รับความนิยมมากเลยนะครับน่าจะขายได้มากถึงแสนกว่าหยวนเป็นอย่างต่ำนะครับ ! ”

     

    “ว่าไงนะ ?”

      

    เมื่อหลู่อิงปินได้ยินก็แทบทรุดดวงตาของเขาถลึงโตด้วยความโมโหแบบแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ตนได้ยินทำไมหลิวเฟยมันถึงได้เก่งขนาดนี้นะ ทำไมมันถึงได้ทำให้ลูกเชอรี่ยักษ์แปรสภาพเป็น“เน็ตไอดอล” ได้ภายในเวลาอันสั้น ?

      

    ชายหนุ่มบอกเล่าเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้งหลู่อิงปินได้ยินแล้วเอากำปั้นทุบโต๊ะอย่างแรง “แม่งเอยในชีวิตจริงแกเอาชนะฉันไม่ได้ พึ่งโลกออนไลน์แล้วคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือ ? จะบอกไว้ในโลกออนไลน์ฉันน่ากลัวกว่าบนโลกแห่งความเป็นจริงเป็นล้านเท่า! ไปเรียกเสี่ยวเหลี่ยวจากบริษัทเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ฉันจะเล่นงานให้มันตายคามือให้ได้ ! ”

     

    ......

      

    หลังจากที่หลิวเฟยยุ่งจนมือเป็นระวิงอยู่ครึ่งค่อนวันเขาได้จัดการแบ่งให้คนกลุ่มหนึ่งขนกล่องพัสดุไปที่ตีนเขาจากนั้นก็กลับมาง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อน ทว่าไม่นานหน้าจอของเขากลับแปรสภาพไปเป็นรหัสลับเต็มไปหมด

      

    หลี่อวิ๋นโหรวร้องลั่นด้วยความตกใจ“หรือว่ามีผู้เข้าชมมากจนเกินไป เว็บมันก็เลยล่ม ?”

      

    หลิวเฟยเอามือทุบที่แป้นพิมพ์ด้วยความไม่พอใจ“ไอ้สารเลว ไม่มีคนอื่นให้ตามรังควานแล้วหรือไงวะ ? ได้คอยดูฉันจะเล่นแกให้ตายคามือ ! ”

     

    พูดจบเขาก็ยืนขึ้นแล้วโทรไปหาเซี๋ยจื้อ“เซี๋ยจื้อ ลูกพี่ของนายโดนรังแกอีกแล้ว ต้องพึ่งนายอีกครั้งซะแหละ ! ”

      

    เซี๋ยจื้อหัวเราะตอบ“อย่ามาล้อกันเล่นนา พี่ต่างหากที่คอยรังแกคนอื่น ใครมันจะไปรังแกพี่ได้ ! ผมกำลังพักผ่อนอยู่งานโปรโมทของพี่ทำเอาผมเพลียเลยเนี่ย ! ”

      

    หลิวเฟยพูดกลับไปอย่างสั้นๆได้ใจความ“เว็บของฉันถูกแฮกแล้ว.....”

      

    เมื่อเซี๋ยจื้อได้ยินดังนั้นก็ขำไม่ออกเขารีบลุกขึ้นมาเปิดหน้าจอคอมแล้วพูด “ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ผมเถอะผมจะลองควบคุมคอมพิวเตอร์ของพี่ในระยะไกลดู อีกสามนาทีก็จะเรียบร้อย ! ”

     

    “นายรีบเลยนะโว้ย ฉันอุตส่าห์ตอบรับคำสั่งซื้ออยู่ครึ่งค่อนวันแต่กลับโดนไอ้สารเลวนั้นทำลายคำสั่งซื้อเกือบหมดภายในเวลาไม่กี่วินาที”

     

    .....