บทที่ 8 ขึ้นราคาตามอำเภอใจ
เวินฉิงไม่ได้มีอคติต่อเซียวอวิ๋นเพียงเพราะเขามีรากฐานิญญาผสม เลยแม้แต่น้อย กลับกันนางยังช่วยอธิบายแทนเซียวอวิ๋น
"แม้ว่าศิษย์น้องของข้าจะมีรากฐานิญญาผสม แต่เขามีความไวต่อการรับรู้พลังปราณมาก ด้วยความช่วยเหลือของโอสถเสริมรากฐาน เขาจะต้องสร้างรากฐานได้อย่างราบรื่นแน่นอน"
"แล้วอย่างไรเล่า? ต่อให้ไวต่อพลังปราณแค่ไหนก็ยังเป็รากฐานิญญาผสมอยู่ดี!"
"ถึงแม้จะทุ่มเทความพยายามมากกว่าคนอื่นสิบเท่า ก็ยังคงอยู่แค่ขอบเขตฝึกลมปราณขั้นสี่เท่านั้น"
"ศิษย์น้องเวินฉิง ฟังข้าสักคำเถิด ให้โอสถเสริมรากฐานนี้แก่ศิษย์รากฐานิญญาผสมกิน ยังไม่ดีเท่าให้สุนัขกินเสียอีก"
"สุนัขที่มีพร์ดีหน่อยกินโอสถเสริมรากฐานพวกนี้เข้าไป บางทีอาจจะทะลวงขอบสร้างรากฐานได้ด้วยซ้ำ!"
"ให้ศิษย์รากฐานิญญาผสมกิน ช่างเป็การสิ้นเปลืองของ์โดยแท้!"
หยางซวีห่าวพูดจาหยาบคายเช่นนี้ เวินฉิงก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
นี่หมายความว่าอย่างไร? ชายผู้นี้บอกว่าให้โอสถเสริมรากฐานแก่ศิษย์ที่มีรากฐานิญญาผสมกิน ยังไม่ดีเท่าให้สุนัขกิน?
พูดเช่นนี้หมายความว่าเซียวอวิ๋นยังด้อยกว่าสุนัขอย่างนั้นหรือ?
แม้แต่นิสัยอ่อนโยนของเวินชิง ในตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าไม่พอใจ
"ศิษย์พี่หยาง ศิษย์น้องเซียวเป็ศิษย์ของยอดเขาไผ่รำพัน ท่านพูดจาดูถูกเขาเช่นนี้ ท่านกำลังดูถูกว่ายอดเขาไผ่รำพันของพวกเราไร้ความสามารถงั้นหรือ?"
"หากคำพูดนี้ถึงหูอาจารย์ของข้า ต่อให้เป็ประมุขหยางก็คงปกป้องท่านไม่ได้"
เมื่อได้ยินเวินฉิงอ้างถึงเหยียนชิงหุ่ยอาจารย์ของนาง หยางซวีห่าวก็เริ่มกลัวขึ้นมาในทันที
เหยียนชิงหุ่ยนั้นขึ้นชื่อว่าเป็ผู้ที่ปกป้องลูกศิษย์ในสำนักกระบี่ิญญา และไม่ยอมให้ใครดูถูกยอดเขาไผ่รำพัน
เมื่อก่อนมีศิษย์สายในคนหนึ่งจากยอดเขาั เพียงพูดว่ายอดเขาไผ่รำพันมีแค่อาจารย์กับลูกศิษย์สองคน แต่กลับยอดเขากว้างใหญ่เช่นนี้ สู้ให้ไปรวมกับยอดเขาัไม่ดีกว่าหรือ
ทว่าคำพูดนี้ไม่รู้เป็อย่างไร กลับเข้าไปในหูของเหยียนชิงหุ่ย
ศิษย์ผู้นั้นถูกเหยียนชิงหุ่ยลมมืออย่างรุนแรงต่อหน้าเ้าสำนักทันที
กลางตำหนักใหญ่แห่งของยอดเขาั ศิษย์ผู้นั้นถูกหักขาทั้งสองข้างพร้อมทั้งถูกทำลายพลังบำเพ็ญจนสิ้น ต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงนานกว่าครึ่งปีโดยไม่อาจลุกขึ้นมาได้
แม้แต่เ้าสำนักก็ยังไม่อาจห้ามเหยียนชิงหุ่ยได้!
นับแต่นั้นมา ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวร้ายหรือดูถูกยอดเขาไผ่รำพันอีกเลย
หยางซวีห่าวตระหนักดีว่าคำพูดเมื่อครู่นั้นเกินเลยไปมาก
หากคำพูดนั้นล่วงรู้ถึงหูของเหยียนชิงหุ่ย ชะตากรรมของเขาคงไม่ดีไปกว่าศิษย์ยอดเขาัผู้นั้นเป็แน่
แม้ท่านพ่อของเขาจะเป็ประมุขยอดเขาไพร์ก็ช่วยอะไรไม่ได้
เหยียนชิงหุ่ยเป็คนที่ไม่ไว้หน้าแม้แต่เ้าสำนัก!
หยางซวีห่าวรีบยิ้มแหยพลางกล่าวว่า "ศิษย์น้องเวินฉิง เ้าอย่าโกรธไปเลย เมื่อครู่ข้าเพียงแต่ยกตัวอย่างเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูถูกยอดเขาไผ่รำพันแต่อย่างใด เ้าคงไม่นำเื่นี้ไปบอกอาจารย์เหยียนกระมัง?"
เวินฉิงมีนิสัยอ่อนโยน ทั้งไม่ใช่คนชอบก่อเื่
เห็นหยางซวีห่าวเปลี่ยนท่าที นางจึงกล่าวว่า "หวังว่าศิษย์พี่หยางจะระมัดระวังคำพูดให้มากกว่านี้ในภายภาคหน้า คำพูดของท่านเมื่อครู่ ข้าจะถือว่าท่านไม่ได้ตั้งใจก็แล้วกัน"
"หากข้าได้ยินคำพูดเช่นนี้อีก เมื่อท่านอาจารย์กลับมา ข้าจะรายงานตามความเป็จริง"
หยางซวีห่าวหน้าแดงด้วยความอับอาย ยิ้มเจื่อนพลางกล่าวว่า "ศิษย์น้องเวินฉิงกล่าวถูกต้องแล้ว ข้าจะจดจำไว้"
"เช่นนั้นเวินฉิงก็จะไม่รบกวนศิษย์พี่หยางแล้ว"
เวินฉิงค้อมกายคำนับหยางซวีห่าวแล้วหมุนตัวจะออกจากหอโอสถ
"ช้าก่อน!" หยางซวีห่าวพลันเรียกเวินฉิงไว้จากด้านหลัง
เวินฉิงหันกลับมามองหยางซวีห่าวแล้วถามว่า "ศิษย์พี่หยางยัง้าชี้แนะข้าอันใดอีกหรือ?"
หยางซวีห่าวไม่ใช่คนที่ใจกว้าง เมื่อครู่ถูกเวินฉิงใช้คำพูดยั่วยุเข้า ก็รู้สึกว่าเสียหน้า
แม้ในใจเขาจะชอบเวินฉิง แต่ก็ทนไม่ได้ที่เวินฉิงใช้เหยียนชิงหุ่ยมากดข่มเขา
ในฐานะบุตรชายของประมุขยอดเขาไพร์ ปกติแล้วทุกคนบนยอดเขาไพร์ล้วนเชื่อฟังคำสั่งของเขา พยายามเอาอกเอาใจอย่างที่สุด
บัดนี้เวินฉิงไม่เพียงไม่ให้เกียรติเขา ยังมองข้ามความหวังดีของเขา นิสัยที่แท้จริงของหยางซวีห่าวจึงเผยออกมาทันที
"ศิษย์น้องเวินฉิง แม้โอสถเสริมรากฐานนี้จะไม่ใช่โอสถวิเศษอะไร แต่ก็เป็สิ่งที่เหล่าศิษย์ยอดเขาไพร์ของเราตรากตรำกลั่นมันขึ้นมา"
"ไม่เพียงแต่สิ้นเปลืองสมุนไพรอันล้ำค่านานาชนิด แต่ยังเป็หยาดเหงื่อแรงกายของเหล่าศิษย์แห่งยอดเขาไพร์อีกด้วย"
"ศิษย์ยอดเขาไพร์ต้องพึ่งพาการขายโอสถเม็ดเหล่านี้เพื่อยังชีพ เ้าเอาโอสถเสริมรากฐานไปสิบเม็ด จะจากไปเช่นนี้หรือ?"
"ท่านหมายความว่าอย่างไร?" เวินฉิงขมวดคิ้วถาม
"การซื้อขายก็คือการซื้อขาย ข้าขาย เ้าซื้อ ศิษย์น้องเวินฉิงเอาโอสถเสริมรากฐานไปสิบเม็ด แน่นอนว่าต้องใช้หินิญญามาซื้อสิ" หยางซวีห่าวพูดพลางมองเวินฉิงด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
เวินฉิงขมวดคิ้วกล่าวว่า "เมื่อครู่ศิษย์พี่หยางไม่ได้บอกหรือว่า ศิษย์ยอดเขาไพร์กลั่นโอสถ ต้องใช้ไม้ไผ่มรกตของยอดเขาไผ่์เป็เชื้อเพลิง"
"โอสถเหล่านี้ใช้แลกกับไม้ไผ่มรกตของพวกเรา ที่ยอดเขาไพร์เอาไป"
หยางซวีห่าวหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า "น่าขัน ไม้ไผ่มรกตของยอดเขาไผ่รำพันไม่เคยคิดหินิญญา แล้วเหตุใดพอเป็ยอดเขาไพร์ของพวกข้าถึงต้องคิดหินิญญาด้วย?"
"หรือว่าศิษย์น้องเวินฉิงดูถูกยอดเขาไพร์ของพวกข้า?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เวินฉิงจึงเข้าใจความหมายของหยางซวีห่าว
เขากำลังแก้แค้นที่นางใช้ชื่อเสียงของอาจารย์มากดข่มเขาเมื่อครู่นี้
เมื่อครู่ยังบอกว่าจะให้โอสถนี้โดยไม่ต้องจ่ายหินิญญา แต่ตอนนี้กลับหันมาเรียกเก็บหินิญญาจากนางเสียแล้ว
คราวนี้เวินฉิงได้รู้จักนิสัยที่แท้จริงของหยางซวีห่าวเสียที
อาจารย์พูดไม่ผิดเลย ในโลกนี้ไม่มีเื่ดี ๆ ที่ได้มาโดยเปล่าจริง ๆ
"ได้ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะจ่ายหินิญญาก็แล้วกัน โอสถเสริมรากฐานสิบเม็ดนี้ต้องใช้หินิญญาเท่าไหร่?"
เวินฉิงไม่อยากมาคิดมากกับหยางซวีห่าว ถึงอย่างไรนางก็ตั้งใจจะซื้อด้วยหินิญญาอยู่แล้ว
หยางซวีห่าวเป็ฝ่ายบอกว่าจะให้นางโดยไม่ต้องจ่ายหินิญญา นางถึงได้ยอมรับมาอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเขาไม่ให้แล้ว นางก็จะซื้อด้วยหินิญญาเอง
"โอสถเสริมรากฐานหนึ่งเม็ดเท่าหับหนึ่งร้อยหินิญญา ศิษย์น้องเวินฉิงเอาไปสิบเม็ด รวมทั้งหมดหนึ่งพันหินิญญา" หยางซวีห่าวพูดเรียบ ๆ
"หนึ่งร้อยหินิญญาต่อเม็ด? ศิษย์พี่หยางคงเข้าใจผิดแล้วกระมัง ถึงเวินฉิงจะไม่ใช้โอสถเม็ดเหล่านี้ แต่ก็รู้ว่าโอสถเสริมรากฐานโดยทั่วไปมีราคาเพียงห้าสิบหินิญญาต่อเม็ดเท่านั้น"
หยางซวีห่าวหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า "นั่นเป็ราคาก่อนหน้านี้ เมื่อไม่นานมานี้ ยอดเขาไพร์ของเราพบว่า เพราะราคาโอสถเสริมรากฐานถูกเกินไป ศิษย์บางคนซื้อโอสถไปแล้วไม่รู้จักคุณค่า สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์"
"เพื่อป้องกันสถานการณ์เช่นนี้ และเพื่อฝึกให้ทุกคนมีจิตสำนึกในการประหยัด ตอนนี้โอสถเสริมรากฐานจึงมีราคาหนึ่งร้อยหินิญญาต่อเม็ด!"
เมื่อเวินฉิงได้ยินคำพูดนี้ นางก็เข้าใจทันทีว่าหยางซวีห่าวตั้งใจกลั่นแกล้งนางอย่างชัดเจน
แต่นางก็ไม่มีทางเลือก
หากโกรธแล้วไม่ซื้อ ศิษย์น้องก็จะไม่มีโอสถเสริมรากฐานกิน
ทั้งสำนักกระบี่ิญญา มีเพียงยอดเขาไพร์เท่านั้นที่สามารถ กลั่นโอสถได้ หาก้าโอสถก็ต้องซื้อจากที่นี่เท่านั้น
เมื่อนึกถึงว่าเซียวอวิ๋นมีรากฐานิญญาผสม หากไม่มีโอสถเสริมรากฐาน เกรงว่าจะยากที่จะสร้างรากฐานได้สำเร็จ
เพื่อเซียวอวิ๋น เวินฉิงจึงจำต้องกลืนความโกรธนี้ลงไป
นางตรวจสอบถุงร้อยสมบัติของตน ข้างในมีหินิญญาอยู่กว่าห้าร้อยก้อน
นี่ก็เพราะ่นี้นางไม่ได้ฝึกฝนจึงเก็บออมไว้ได้
เวินฉิงหยิบหินิญญาห้าร้อยก้อนออกจากถุงร้อยสมบัติวางลงบนโต๊ะ
"นี่คือหินิญญาห้าร้อยก้อน ข้าขอซื้อโอสถเสริมรากฐานห้าเม็ด"
เมื่อกล่าวจบ นางก็หยิบโอสถเสริมรากฐานออกมาห้าเม็ด แล้วเก็บกลับคืนไป จากนั้นก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองตำหนักร้อยโอสถอีกเลย
มองดูแผ่นหลังที่โกรธเคืองของเวินฉิง หยางซวีห่าวก็หัวเราะเยาะแล้วกล่าวว่า "หึ เ้าที่มีรากฐานิญญาผสม ต่อให้กินโอสถเสริมรากฐานเป็ร้อยเม็ดก็ไม่มีทางสร้างรากฐานได้หรอก"
ในตอนนั้น ศิษย์ผู้ดูแลตำหนักร้อยโอสถก็เข้ามาใกล้ พลางยิ้มแย้มกล่าวว่า "ศิษย์พี่ ท่านรังแกน้องเวินฉิงเช่นนี้ ต่อไปนางคงไม่สนใจท่านอีกแล้วกระมัง"
หยางซวีห่าวชำเลืองมองศิษย์ผู้ดูแลตำหนักร้อยโอสถครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเยาะกล่าวว่า "เ้าจะรู้อะไร สตรีน่ะไม่ควรตามใจ ยิ่งตามใจนาง นางก็จะยิ่งเห็นเ้าต่ำต้อย"
"หากใช้ไม่ได้ ก็ต้องแข็งเข้าใส่ ข้ามีวิธีมากมายที่จะทำให้นางเป็ของข้า!"
"ศิษย์พี่สอนได้ถูกแล้ว รอให้ศิษย์พี่ชนะการประลองเจ็ดยอดเขา อย่าว่าแต่เวินฉิงเลย ศิษย์หญิงของสำนักกระบี่ิญญาทั้งหมดก็ให้ท่านพี่เลือกได้ตามใจชอบมิใช่หรือ?"
"ฮ่า ๆ... คำพูดนี้ข้าชอบฟัง" หยางซวีห่าวหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ