
ดอว์นกล่าวตอบแคเรนก่อนจะเดินนำเธอลงบันไดข้างล่างนั้นยังมีคนร้ายในชุดดำอีกสามคนที่รอกระโจนเข้าใส่ดอว์นพร้อมกับมีดสั้นในมือแต่ทันทีที่มีดสั้นพุ่งเข้ามาใกล้ดอว์นในระยะร้อยเมตรมันก็สลายกลายเป็ของเหลวไหลลงบนพื้นสร้างโอกาสให้ดอว์นตวัดดาบฟันคอของทั้งสามคนจนหลุดกระเด็นในคราวเดียว
ในขณะเดียวกันร่างของคนร้ายห้าคนที่ถูกฟันไปแล้วเื้ัแคเรนก็ลุกขึ้นยืนาแค่อยๆ สมานตัวแล้วพวกมันก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็ปกติได้อีกครั้งมันทำท่าจะจู่โจมใส่แคเรนแต่ถูกคมดาบสีเงินจากด้านหลังฟันคอขาดกระเด็นไปสามคนส่วนอีกสองคนถูกถีบให้ร่วงออกทางหน้าต่างบานใหญ่ตรงระเบียงทางเดิน
แคเรนตั้งสติได้หลังจากหยาดเืที่สาดกระเซ็นนั้นร่วงลงสู่พื้นดินและบางส่วนกระเด็นติดกำแพงไปแล้วทำให้เธอมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เป็เ้าของคมดาบนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นใบหน้าของเขาคมเข้มกว่าดอว์นเล็กน้อยั์ตาสีฟ้าครามราวกับท้องฟ้าสดใสในยามกลางวัน ผมสีบรอนด์ทองยิ่งทำให้ใบหน้าสีขาวของเขาสว่างขึ้นอีกเขาน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอและดอว์น
“ไม่เป็อะไรใช่มั้ยท่านหญิงแคเรน”
แคเรนยังไม่ทันตอบดอว์นก็ก้าวมายืนข้างหน้าเหมือนพยายามปกป้องเธอ “ไกอัส ชาฟเวิร์นขอบใจนะที่ช่วยท่านหญิงเอาไว้”
“เ้าควรอาบยาพิษที่ตระกูลดาทนอร์ธให้มาเอาไว้ที่ดาบมันจะช่วยให้พวกกองทัพะฟื้นคืนชีพไม่ได้”
“ขอบใจที่เตือนข้าแค่นึกไม่ถึงว่าพวกมันจะกล้าบุกเข้ามาจึงไม่ได้นำติดตัวมาด้วย”
เสียงของเขาแ่ลงเมื่อสายตาไปหยุดที่ชายฉกรรจ์ร่างกำยำที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับไกอัสเขาก็คือบิดาของไกอัสและเป็ผู้นำตระกูลชาฟเวิร์นคนปัจจุบันนามว่าโรลัน ชาฟเวิร์น
เขาเดินนำหน้าหญิงสาวรูปร่างอรชรในชุดกระโปรงลูกไม้ยาวสีดำเข้ารูปซึ่งชายกระโปรงลากยาวมาตามพื้นเธอสวมมงกุฎสีทองประดับเพชรสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกาย มงกุฎนั้นร้อยผ้าลูกไม้สีดำบางเบาที่ปกปิดใบหน้าของเธอเอาไว้ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนแต่ดอว์นและแคเรนรู้ได้ทันทีว่าเธอก็คือราชินีเรเนเซียที่หกราชินีแห่งราชวงศ์แอนเชสก้าผู้ปกครองอาณาจักรลอฟท์เรียแห่งนี้
ดอว์นลงนั่งชันเข่าบนพื้นในขณะที่แคเรนย่อตัวลงเพื่อแสดงความเคารพต่อเธอราชินีเรเนเซียกล่าวกับทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงใสแต่ก้องกังวานมีความน่าเกรงขามอยู่ในที
“ทั้งคู่ทำตัวตามสบายเถอะ”
ดอว์นและแคเรนกลับมายืนตามปกติก่อนจะก้มหน้าลงนิดหนึ่งตั้งใจรอฟังสิ่งที่เธอกำลังจะกล่าวต่อไปราชินีเหลือบตามองดูร่างของคนร้ายและสภาพสถานที่เกิดเหตุโดยรอบ ก่อนจะเอ่ยกับแคเรน
“พลังของเ้าในฐานะสายเืแห่งราชวงศ์ตื่นขึ้นแล้วและยังทำพันธะไอรอนบอนด์กับตระกูลเวนดีสได้ด้วย”
สีหน้าของแคเรนตื่นตระหนกเธอตอบด้วยท่าทางหวั่นเกรงและรู้สึกผิด “ขออภัยด้วยท่านแม่ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรโดยพลการ”
แม้จะเรียกองค์ราชินีเรเนเซียที่หกว่าท่านแม่แต่แคเรนไม่ได้สืบเชื้อสายจากองค์ราชินีโดยตรง ผู้สืบทอดหรือรัชทายาทผู้สืบบัลลังก์จะถูกคัดเลือกจากลูกหลานของญาติที่มีสายเืใกล้ชิดกับองค์ราชินีอาจจะเป็บุตรของพระเชษฐาหรือพระขนิษฐา อย่างกรณีของแคเรน พระมารดาของเธอเป็พระขนิษฐาขององค์ราชินี
หลังจากได้รับเลือกแล้วเธอก็ถูกส่งตัวมาอยู่ที่ปราสาทแห่งนี้ั้แ่อายุห้าขวบและได้รับการเลี้ยงดูในฐานะบุตรสาวขององค์ราชินีแต่ก็ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับองค์ราชินีในฐานะแม่ลูกเลยสักครั้งทำให้เธอรู้สึกห่างเหินและเต็มไปด้วยความรู้สึกเกรงใจเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์ราชินี
“ไม่เป็ไรข้ากลับชื่นชมมากกว่า” น้ำเสียงขององค์ราชินีที่ตอบแคเรนกลับมานั้นไม่ได้แสดงความตำหนิหรือไม่พอใจทำให้แคเรนโล่งใจลงได้บ้างองค์ราชินีกล่าวต่อไปแต่ยากที่จะคาดเดาอารมณ์ของเธอได้เพราะถูกผ้าลูกไม้ปิดบังเอาไว้“เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าจะมีพลังควบคุมโลหะชนิดอื่นได้นอกจากวิสทานัม”
ดอว์นเหลือบหางตามองดูของเหลวสีเงินที่ก่อนหน้านี้มันยังเป็คมมีดสั้นซึ่งเป็อาวุธที่คนร้ายใช้ต้องยอมรับว่าเขาเองก็ใเหมือนกันที่การยืมพลังของแคเรนจะทำให้เขาควบคุมโลหะทุกชนิดนอกเหนือจากวิสทานัมได้ด้วยองค์ราชินีกล่าวต่อไป น้ำเสียงของเธอเหมือนจะแสดงความพอใจมากกว่า
“แคเรนเ้าทำดีแล้ว ในเมื่อพลังของเ้าตื่นขึ้นแล้วข้าก็อยากมอบหมายหน้าที่ให้เ้าเ้าต้องเตรียมพร้อมเข้าพิธีทำบลัดบอนด์กับข้าเพื่อสืบทอดราชบัลลังก์อย่างเป็ทางการ”
“ข้ามิกล้าภายใต้การปกครองของท่านแม่ อาณาจักรลอฟท์เรียก็สงบสุขและยิ่งใหญ่อยู่แล้ว”
“ข้าอายุมากแล้วที่เลือกเ้ามาก็เพราะรู้ตัวดีว่าเหลือเวลาอีกไม่นาน”องค์ราชินีหยุดวาจานิดหนึ่งก่อนหันไปมองไกอัส“นับแต่นี้ข้าแต่งตั้งให้เ้าเป็องครักษ์ของแคเรนคุ้มกันนางไปทำพันธะไอรอนบอนด์กับอัศวินอีกหกตระกูลที่เหลือเมื่อนางทำสำเร็จแล้วก็จงคุ้มกันนางกลับมาที่ปราสาทแห่งนี้”
ไกอัสโค้งตัวลงน้อมรับคำสั่งในขณะที่ดอว์นรู้สึกแปลกใจที่ไกอัสได้รับการแต่งตั้งแทนที่จะเป็เขาดูเหมือนองค์ราชินีเองก็สังเกตเห็น นางจึงกล่าวกับดอว์น
“ตอนนี้บิดาของเ้าชาร์ล เวนดีสกำลังไปช่วยตระกูลสตรองวอลล์รบกับกองทัพะทางเหนือของอาณาจักรลอฟท์เรียข้าอยากให้เ้าไปเรียนรู้จากพ่อของเ้าด้วย”
“น้อมรับคำสั่งองค์ราชินี”ดอว์นกล่าวทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยซึ่งก็เหมือนองค์ราชินีจะมองทะลุจิตใจของเขาได้ เธอจึงกล่าวโดยที่เขาไม่ต้องตั้งคำถามเลยซักคำ
“ตระกูลอัศวินที่รับหน้าที่องครักษ์คู่บัลลังก์คือตระกูลชาฟเวิร์นและตระกูลเวนดีสตอนนี้บิดาของเ้าไปช่วยกองทัพที่ชายแดนเหนือ เ้าจึงรับหน้าที่องครักษ์ในวังแทนเขาเ้าอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่ส่งตระกูลชาฟเวิร์นไปชายแดนเหนือบ้างใช่หรือไม่”
“ข้ามิกล้า”
“เพราะพลังของบิดาเ้าที่เป็ผู้นำตระกูลเวนดีสคือการสลายโลหะวิสทาเนียมมันจำเป็ต่อกลยุทธ์ที่ใช้ในการรบเพราะได้ยินว่าอาณาจักรครอสวูดที่เป็ศัตรูขโมยแร่โลหะวิสทาเนียมของอาณาจักรลอฟท์เรียของเราไปใช้จริงอยู่ที่ว่าอัศวินทั้งแปดตระกูลล้วนยืมพลังจากข้าทำให้ควบคุมโลหะวิสทาเนียมได้แต่ก็ควบคุมได้แตกต่างกันและมีข้อจำกัดอีกอย่างพลทหารทั่วไปของอาณาจักรเราก็ไม่ได้มีความสามารถควบคุมโลหะวิสทาเนียมได้”
ดอว์นคิดตามก่อนพยักหน้ารับรู้“ทรงพระปรีชา”
“พลังของตระกูลเวนดีสมีประโยชน์อย่างมากต่อกลยุทธ์ที่ใช้ในการรบหากมีโอกาสข้าก็อยากให้เ้าไปศึกษาจากบิดาของเ้าในสถานการณ์จริงด้วย”
“ข้าขอบังอาจทูลถาม”ดอว์นถามขึ้นหลังจากองค์ราชีนีกล่าวจบแล้ว นางให้สัญญาณมืออนุญาตเขาจึงกล้าพูดต่อ“ข้าเองก็อยากไปช่วยกองทัพทางเหนือ แต่หน้าที่องครักษ์ในพระราชวังจะละทิ้งมิได้เช่นกัน”
“ไม่เป็ไรข้าคิดว่าาทางเหนือคงไม่ยืดเยื้อและจะส่งเ้าไปช่วยในอีกไม่ช้า ในระหว่างที่เ้าไม่อยู่โรลันจะคุ้มกันข้าแต่หากฉุกเฉินข้าอาจเรียกตัวเ้าหรือบิดาของเ้ากลับมาที่นี่ก่อนก็ได้”
“น้อมรับคำสั่งองค์ราชินี”
“แต่่นี้ฝ่ายครอสวูดส่งมือสังหารจากกองทัพะเข้ามาในพระราชวังหลายครั้งหากกำลังขององครักษ์น้อยลงอาจจะกระทบต่อความปลอดภัยขององค์ราชินีได้” โรลันชาฟเวิร์นกล่าวแทรกขึ้นรุ่นบิดาของพวกเขาได้รับอนุญาตให้สนทนากับองค์ราชินีได้โดยไม่ต้องเกรงใจมากนัก
“ข้าคิดว่าเป้าหมายของมือสังหารจากครอสวูดนอกจากข้าก็คือแคเรนดูจากจำนวนคนที่ส่งมาบางทีพวกมันอาจพุ่งเป้าไปที่แคเรนเพราะนางยังใช้พลังได้ไม่เต็มที่การส่งนางออกไปข้างนอกก็ช่วยให้นางไม่ตกเป็เป้านิ่งด้วย”
โรลันพยักหน้า“น้อมรับคำสั่งองค์ราชินี”
“ถ้าเช่นนั้นคืนนี้จงจัดการเื่มือสังหารให้เรียบร้อยแล้ววันพรุ่งนี้พวกเ้าค่อยแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของพวกเ้าตามที่ได้รับมอบหมาย”
“น้อมรับคำสั่งองค์ราชินี”
ทุกคนกล่าวพร้อมกันก่อนที่โรลันจะคุ้มกันองค์ราชินีในขณะที่ดอว์นกับไกอัสคุ้มกันแคเรนเพื่อหาที่ปลอดภัยพร้อมๆกับจัดการมือสังหารในปราสาทไปด้วย ความโกลาหลดำเนินไปจนเกือบฟ้าสางสถานการณ์จึงเริ่มสงบลงแต่ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ถูกฟันด้วยดาบอาบยาพิษตายก็จะปีนหน้าต่างหนีไปได้ถือเป็บทเรียนในการรับมือกับมือสังหารจากกองทัพะของอาณาจักรครอสวูดที่บุกเข้ามาในปราสาทอย่างโจ่งแจ้งเป็ครั้งแรก