“มัญมีอะไรหรือเปล่า?”
เอกวิชมองใบหน้าสวยหวาน ที่กำลังครุ่นคิดแล้วครุ่นคิดอีก เหมือนกับมีอะไรให้คิดไม่ตกยังไงยังงั้น เอกวิชนั้นสังเกตมัญชุสาอยู่นานแล้ว จึงอดรนทนเป็ห่วงไม่ไหว ก็เลยเอ่ยถามมัญชุสาออกมาตรงๆ
การเอ่ยถามเช่นนั้น ก็ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ใคร่จะพอใจเอามากๆ ที่เอกวิชไปให้ความใส่ใจและสนใจมัญชุสาจนออกนอกหน้าอีกแล้ว
“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก มัญก็แค่คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง ไม่ใช่เื่สลักสำคัญอะไรหรอก”
มัญชุสามองหน้าเอกวิช ก่อนจะคลี่ยิ้มหวาน แต่พอเลื่อนดวงตากลมโตคู่สวยไปมองวิลาสินี พลันเห็นสายตาไม่พอใจเอามากๆ มัญชุสาจึงให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ แต่ไม่ได้ใส่ใจในพฤติกรรมของเพื่อน จึงหันไปพูดกับเอกวิช เพื่อไม่ให้เอกวิชเป็ห่วงเป็กังวลในเื่ของเธอ
“ไม่มีอะไร ก็อย่าแสร้งทำเหมือนมีอะไรสิ ทำให้คนอื่นเขาเป็ห่วงไปหมด”
เสียงแหลมของวิลาสินี ที่ฟังยังไงก็เดาได้เลยว่าไม่พอใจในตัวของมัญชุสา มัญชุสาต้องกลอกตามองบน อย่างไม่เข้าใจที่ทำไมวิลาสินีจะต้องทำเหมือนไม่พอใจเธอด้วย ทั้งที่เธอก็ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย
เอาตรงๆ มัญชุสาก็ไม่ได้อ่อยเอกวิชเลย แค่คิดก็ยังไม่เคยเลย เนื่องจากเห็นเอกวิชเป็เพียงเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น แล้วทำไมวิลาสินีจะต้องมาทำอย่างนี้กับเธอด้วย
“มัญอิ่มแล้ว ถ้ายังไงขอไปเดินเล่นผ่อนคลายจิตใจก่อนก็แล้วกันนะ ขืนนั่งอยู่ตรงนี้ มีหวังได้ทะเลาะกับคนที่ไม่ฟังอะไรใครเลย”
มัญชุสาไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดกับวิลาสินี และไม่อยากจะทะเลาะกันในเื่ไม่เป็เื่ด้วย จึงขอปลีกตัวไปสงบจิตสงบใจเพียงคนเดียว เพราะขืนทะเลาะกันจะมองหน้ากันไม่ติดเอาได้ ยังไงเสียก็ยังจะต้องอยู่ด้วยกันอีกหลายวัน
แต่ถึงกระนั้นก็ยังพูดเหน็บไปอย่างเหลืออดเต็มที พอมัญชุชาพูดจบก็ลุกขึ้น เดินออกจากห้องอาหารไปในทันที โดยไม่สนใจใครทั้งนั้น
“เฮื่ออออออ......”
“ฉันหลวมตัวมากับยัยนี่ได้ยังไงนะ เป็อย่างนี้ไม่สนุกเลยเรา”
“เฮื่ออออออ......”
มัญชุสาเดินออกมาหยุดอยู่ที่สวนหย่อมของโรงแรม เธอถอนหายใจออกมาแรงๆ พร้อมกับพูดกับตัวเองออกมาอย่างเอือมระอาวิลาสินีเต็มที และไม่เข้าใจตัวเองที่หลงมาเที่ยวกับวิลาสินีในครั้งนี้
ทั้งที่ตัวเธอไม่ได้สนิทสนมอะไรกับวิลาสินีมากมายอะไรเลย เพียงแค่ว่าเธออยากจะมาเที่ยวประเทศนี้ แต่หากมาคนเดียวก็ดูจะอันตรายอยู่มิใช่น้อย
มัญชุสาเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่สวนหย่อม ดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ อย่างเป็การฆ่าเวลาที่ทุกคนจะรับประทานอาหารกันเสร็จ เพื่อจะได้ไปทำกิจกรรมยามค่ำคืนกันต่อ
“อุ๊ยยย!!!!!!......”
O_O
มัญชุสาเดินเล่นอยู่ที่สวนหย่อนชั่วขณะ ก็รู้สึกเหมือนข้างหลังบอบบางของเธอ มีใครบางคนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ เธอมาก
เธอจึงหมุนร่างบางหันกลับไปมองอย่างไม่ทันระวัง ทำให้ร่างบางเซถลา เหมือนจะล้มลงไปกองกับพื้น แต่ดีที่มือใหญ่ยื่นมาโอบกอดเอาไว้ได้ทัน
“.........”
แต่ก็ต้องเบิกตากว้างอย่างใ ที่พอเห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ดวงตาคมกริบที่เธอคุ้น ดูยังไงก็คุ้น และไม่มีวันลืมง่ายๆ กำลังจ้องมองมาที่เธอไม่กะพริบ
มัญชุสาชะงักค้างอยู่สักพัก ก็รีบยกมือเรียวเล็กขึ้นผลักอกแกร่ง เพื่อให้เธอพ้นออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่ถึงเธอจะผลักแรงแค่ไหน เธอก็ไม่อาจหลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่งได้เลย
“คุณ! นี่มันอะไร ปะ ปล่อย อะ อื้ออออออ......”
มัญชุสายิ่งใมากขึ้น เมื่อแขนแกร่งกระชับแน่นยิ่งขึ้น เธอจึงทั้งผลักทั้งดัน และทั้งพูดบริภาษ แต่พูดได้ไม่เป็ประโยคก็ต้องกลืนคำพูดต่างๆ หายเข้าไปในลำคอ เมื่อปากบางจิ้มลิ้มถูกปากอันร้อนรุ่ม ฉกเข้ามาประกบปิดโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้มีเสียงอึกๆ อักๆ ดังอยู่เพียงแค่ในลำคอระหงหอมกรุ่น
‘นี่มันอะไร มันคืออะไรกัน อะ อ้าส์ อื้อออ’
คำถามที่ผุดขึ้นมาภายในใจค่อยเลือนไป เมื่อความรู้สึกแปลกใหม่ค่อยๆแทรกซึมเข้ามาภายในเรือนกาย จนมัญชุสาหยุดความคิดนั้นลงไปชั่วขณะ เมื่อรู้สึกเคลิบเคลิ้ม สยิว ซาบซ่าน จนขนอ่อนลุกซู่ชูชัน เรี่ยวแรงที่มีค่อยๆ หดหายไปเกินกว่าครึ่ง
“ผู้หญิงใจง่าย หึ!”
สติสะตังของมัญชุสาค่อยกลับคืนมาสู่ตัวเอง เมื่อชีคอะซีรถอนปากออกจากปากบางจิ้มลิ้ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยอะหยัน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่คำพูดเพียงเท่านั้น ดวงตาคมกริบที่มองมา ก็ยังแสดงออกอย่างเห็นได้ชัด ว่ากำลังดูถูกเย้ยหยัน
๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒
อ๊ายยยย!!!...... มาบุกเค้าให้ไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วยังมาหาว่าเค้าใจง่ายเนี้ยนะท่านชีค ไม่แรงไปเหรอค่าาาาาา....................................^_^ ^_^ ^_^ ^_^