เมื่อทุกคนเข้ามาในมิติก็ต้องปากอ้าตาค้างตกตะลึงกับเกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่โดยเฉพาะเฮยหลงที่ดูจะตกตะลึงกว่าใครเพื่อน
เห็นดังนั้นลี่หงก็ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความพึงพอใจกับปฏิกิริยาของหนึ่งคนกับห้าตัวก่อนจะกระแอมไอเรียกสติของหนึ่งคนกับห้าตัวให้กลับคืนมา
“แอ้ม! ข้าขอแนะนำทุกคนให้รู้จักเกาะลอยฟ้าแห่งแรกในมิติแห่งนี้เกาะา” ได้ยินดังนั้นทุกคนก็เบนสายตามายังร่างบางของเ้านายผู้มากความสามารถที่สามารถกระทำในสิ่งที่ไม่มีใครสามารถทำได้มาก่อน โดยเฉพาะหั่วหงที่จ้องมองมายังเ้านายสาวด้วยแววตาเทิดทูนอย่างสุดซึ้ง
จากนั้นทุกสายตาก็เบนกลับไปจ้องมองความสวยงามของเกาะลอยฟ้าต่อโดยไม่ให้ความสนใจกับเ้านายสาวอีกเลยตอนนี้ทุกสายตากำลังจ้องมองไปยังความสวยงามของเกาะลอยฟ้าาขนาดใหญ่ั์ ที่ลอยอยู่บนฟ้าสูงเหนือพื้นดินราวสองลี้
ทั้งยังมีม่านน้ำตกขนาดขนาดใหญ่หลายสิบสายพร่างพรมลงมาสู่ผืนทะเลสาบขนาดใหญ่ด้านล่างสร้างเป็ภาพที่วิจิตรพิสดารเป็อย่างมาก กว่าที่ทุกคนจะได้สติกลับมาต้องใช้เวลามากกว่าสิบลมหายใจ
“นะนี่มันมากเกินกว่าขอบเขตที่มนุษย์ทำได้แล้วนะ เ้า! เ้าทำได้ยังไงกันลี่หง ขะ ข้าอยากเห็นมันอีกครั้ง เ้าทำให้ข้าดูอีกครั้งได้ไหมนี่ นี่ นี่ แล้วก็นี่ข้าให้เ้าทั้งหมดเลย เ้ารีบหลอมรวมให้ข้าดูเลยเร็วเข้า” เมื่อเห็นลูกแก้วแกนมิติที่เฮยหลงนำออกมาลี่หงก็เบิกตากว้างด้วยความใ
แม้ตนจะรับรู้จากความทรงจำที่ท่านมหาเทพถ่ายทอดมาให้ว่าหนึ่งในลูกหลานของัครามาเป็สัตว์อสูรที่เชี่ยวชาญทางด้านมิติธาตุนั่นก็คือเฮยหลงหรือัทมิฬาแต่ลี่หงก็ไม่คิดว่าเฮยหลงจะมีแกนมิติในมากมายเพียงนี้
“ฮะ ฮะ เฮยหลง เ้ามีมิติมากขนาดนี้เลยงั้นรึ”พูดขึ้นด้วยความตกตะลึง ตอนนี้ในมือน้อยๆ ทั้งสองข้างของมีลูกแก้วแกนมิติอยู่มากกว่าสิบลูกแถมเฮยหลงยังควักออกมาเรื่อยๆ จนต้องเก็บลูกแก้วแกนมิติทั้งหมดไว้ในมิติเก็บของ
“ใช่แล้วแม้ข้าจะไม่เชี่ยวชาญการสร้างมิติพิเศษมากนักแต่พวกนี้ข้าก็สร้างมันขึ้นมาเองกับมือ แต่พื้นที่ภายในนั้นมันไม่ค่อยดีเด่อะไรส่วนเกาะลอยฟ้าตรงนั้นเป็มิติพิเศษที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ข้าสร้างได้แต่เทียบกับของเ้าแล้ว เฮ้อ!!!!!” เมื่อได้ยินสิ่งที่เฮยหลงพูดลี่หงก็แทบลมจับแค่สร้างเองยังไม่พอแถมยังมีเก็บไว้อีกมากมายมิติหากมีผู้ใช้มิติระดับสูงที่รู้การมีอยู่ของแกนมิติมาเห็นคงต้องกระอักเืตายด้วยความอิจฉาแน่นอน
“เ้าไม่ต้องเปรียบเทียบกับมิติของข้าหรอกเฮยหลงเพราะมิติแห่งนี้อาจารย์เป็ผู้สร้างมันขึ้นมาหาใช่ข้าสร้างไม่” ได้ยินดังนั้นเฮยหลงก็เบิกตากว้าง‘อะ อาจารย์งั้นรึ! ชักอยากจะรู้ถึงที่มาที่ไปของเ้าทุกทีแล้วสิลี่หงขนาดเ้ายังโเี้ แอ้ม! ไม่! ไม่! ขนาดเ้ายังเก่งกาจถึงเพียงนี้ แล้วอาจารย์ของเ้าจะเก่งกาจเพียงใด’ เมื่อเห็นเฮยหลงทำท่าทางครุ่นคิดหนัก ลี่หงราวกับสามารถอ่านใจัหนุ่มได้จึงเอ่ยขึ้นมา
“เ้าไม่ต้องคิดให้ปวดหัวหรอกเฮยหลงถึงเ้าคิดไปเ้าก็คิดไม่ออกอยู่ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกแก้วแกนมิติที่เ้าให้มาข้าจะเก็บไว้ก่อนนะตัวข้าในตอนนี้ยังมีพลังไม่มากพอที่จะขยายพื้นที่ของมิติได้ เ้าก็รอไปก่อนละกัน”
“อืม!! ตามใจเ้าละกันแต่ตอนนี้ข้าขอไปดูบนเกาะลอยฟ้าก่อนนะ”พูดจบเฮยหลงก็กลายร่างกลับเป็ัขนาดใหญ่ทะยานขึ้นไปบนเกาะลอยฟ้าทันที การเปิดเผยตัวตนของเฮยหลงทำให้เหล่าสัตว์เลี้ยงของลี่หงตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
“จะ จะ เ้านาย มะ ั ั”หั่วหงที่มีระดับพลังมากกว่าใครเพื่อน กัดฟันพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ใช่แล้วล่ะหั่วหงเฮยหลงนั้นเป็ัทมิฬแล้วก็เป็สัตว์อสูรคู่พันธสัญญาข้าด้วย” ได้ยินดังนั้นสี่หมาป่าวายุกับหนึ่งอสรพิษเพลิงก็จ้องมายังเ้านายสาวเป็ตาเดียวกัน
“พวกจ้าไม่ต้องไปสนใจเฮยหลงหรอกมาสนใจลูกเ้าดีกว่าหั่วหงได้เวลาฟักเ้าตัวน้อยทั้งห้าแล้วนะ” ได้ยินดังนั้นหั่วหงก็ลืมสิ้นในความหวาดกลัวต่อกลิ่นอายัระดับา
“ทะ ท่านพูดจริงงั้นรึเ้าคะเ้านาย” ลี่หงไม่ตอบอะไรเพียงพยักหน้าแล้วนำไข่ของหั่วหงออกมาเท่านั้น
จากนั้นลี่หงก็กรีดเืของตนเองออกมาแล้วนำเืของตนไปกรีดกรายเป็รูปแบบอักขระนับสิบตัวแต่คราวนี้ลี่หงใช้พลังอักขระออกเพียงระดับสีเขียวเท่านั้นเพราะการฟักอสรพิษน้อยทั้งห้าไม่จำเป็ต้องใช้อักขระระดับสูงมากมายอะไรอีกทั้งอักขระชุดนี้เพียงแค่ฟื้นฟูพลังชีวิตของอสรพิษน้อยทั้งห้าเท่านั้น
หลังจากวาดอักขระเสร็จ เ้าตัวก็ชักนำอักขระโลหิตไปประทับลงบนเปลือกไข่ทันทีที่อักขระัักับเปลือกไข่แสงสีเขียวทองก็สาดส่องออกมาจากอักขระจากนั้นลี่หงจึงหันไปทำแบบเดิมกับไข่ฟองอื่นๆจนแล้วเสร็จทุกฟอง
เมื่อประทับอักขระแล้วเสร็จลี่หงก็นำไข่ทั้งห้าไปวางเรียงกันเป็วงกลมแล้วเขียนอักขระล้อมรอบไข่ทั้งห้าแต่คราวนี้เ้าตัวเขียนออกด้วยลมปราณเท่านั้น เมื่ออักขระทั้งหมดมารวมเป็วงอักขระชุดใหญ่
ทันใดนั้นเองอักขระที่ขีดเขียนไว้ก็ส่องแสงออกมาเมื่อชุดอักขระทำงานส่งผลให้ไข่ทั้งห้าลอยขึ้นสูงจากพื้นดินราวหนึ่งเมตรพร้อมกับไข่ทั้งห้าเริ่มขยับเคลื่อนไหวหมุนวนเป็วงกลม
ทันทีที่ไข่ทั้งห้าเริ่มขยับ พลันลมปราณโดยรอบก็ถูกดึงดูดเข้าสู่เปลือกไข่อย่างบ้าคลั่งเห็นดังนั้นลี่หงก็ยิ้มออกมาแล้วหันไปกำชับกับหั่วหงด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หั่วหง ั้แ่นี้เป็ต้นไปเ้าจงขดเลื้อยเป็วงกลมล้อมรอบลูกของเ้าแต่อย่าเข้าใกล้มากนักแล้วส่งลมปราณไปให้ลูกของเ้าจนกว่าข้าจะบอกให้หยุดขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายวันแต่เ้าก็ต้องทนอย่าให้ลมปราณของเ้าขาดห้วงเป็อันขาดไม่อย่างนั้นเด็กๆไม่มีวันได้ลืมตาดูโลกแน่นอน”
“เ้าค่ะเ้านาย เพื่อลูกๆของข้าแม้ลำบากกว่านี้ข้าก็ยอมเ้าค่ะ”หั่วหงรีบรับคำเ้านายสาวด้วยน้ำเสียงมาดมั่น พูดจบอสรพิษเพลิงก็ขยายร่างกลับสู่ร่างที่แท้จริงแล้วเลื้อยไปขดตัวรอบลูกๆของตน
เมื่อแล้วเสร็จจากเื่ของอสรพิษเพลิงลี่หงจึงหันไปหาครอบครัวหมาป่าวายุที่นั่งมองอยู่ไม่ไกล
“เสี่ยวหลางเสี่ยวหลินจากนี้พวกเ้าก็เร่งบ่มเพาะพลังให้บรรลุระดับสูงๆโดยเร็ว ส่วนเ้าตัวแสบทั้งสองพวกเ้าต้องตั้งใจบ่มเพาะพลังเข้าใจไหม”พูดจบลี่หงก็สะบัดมือนำผลึกิญญาฟ้าออกมานับร้อยก้อนเพื่อให้ครอบครัวหมาป่าวายุเร่งบ่มเพาะและซากหมาป่าขนเหล็กอีกนับสิบตัวเพื่อเป็เสบียง
แม้ในมิติแห่งนี้จะมีน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์และมีลมปราณที่หนาแน่นแต่ทั้งสองยังเทียบไม่ได้กับผลึกิญญาฟ้า เมื่อจัดการเื่ราวของทั้งสองครอบครัวเสร็จลี่หงจึงมุ่งหน้าตรงไปยังทะเลสาบวารีพิสุทธิ์เพื่อไปตรวจสอบการให้กำเนิดผลึกิญญา
ทันทีที่มาถึงทะเลสาบวารีพิสุทธิ์ลี่หงก็สะบัดมือเหนือทะเลสาบคราหนึ่งก่อนจะมีผลึกิญญามากมายลอยขึ้นมาเหนือทะเลสาบ
“หืม!! สามร้อยหกสิบก้อนงั้นรึ! เราพึ่งได้เมื่อหนึ่งปีก่อน อืม! แบบนี้ก็แสดงว่าทะเลสาบแห่งนี้ให้กำเนิดผลึกิญญาวันละก้อนสินะ”ลี่หงพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น เนื่องจากตอนนี้ตนนั้นมีทะเลสาบเงินทะเลสาบทองถึงสองแห่งแห่งหนึ่งก็สามารถให้กำเนิดผลึกิญญาฟ้าวันละก้อนแห่งหนึ่งก็สามารถให้กำเนิดสิบวันก้อน
แม้จะผลึกิญญาจะถือกำเนิดวันละหนึ่งก้อนแต่ในมิติแห่งนี้หนึ่งวันเทียบเท่ากับโลกภายนอกเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้นแบบนี้แล้วจะไม้ให้ลี่หงดีใจได้ยังไงนอกจากผลึกิญญาฟ้าจะเป็ที่้าของผู้คนแล้วยังหาได้ยากยิ่งอีกด้วย
เนื่องจากผลึกิญญานั้นอัดแน่นไปด้วยลมปราณที่บริสุทธิ์ทำให้ผู้คนสามารถดูดซับได้อย่างหมดจดและยังช่วยยกระดับพลังได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ที่สำคัญผลึกิญญานั้นไม่ส่งผลเสียใดๆต่อร่างกายเหมือนผลึกอสูรหรือโอสถที่มีความบริสุทธิ์ไม่ถึงสิบส่วน
ว่ากันว่าผลึกิญญานั้นเกิดขึ้นจากการบีบอัดของลมปราณบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมักจะปรากฏขึ้นในทะเลสาบขนาดใหญ่หรือก็ปรากฏขึ้นในถ้ำที่มีลมปราณหนาแน่นแน่นอนว่านี่คือสิ่งที่คนทั่วไปทราบ
แต่กับลี่หงที่ได้รับความรู้มากมายมาจากท่านมหาเทพและท่านมหาเทพีแห่งพฤกษาย่อมรับรู้ถึงแหล่งที่มาและแหล่งกำเนิดที่แท้จริงผลึกิญญา
การกำเนิดของผลึกิญญา เกิดขึ้นมาจากจุดกำเนิดของแหล่งน้ำหรือที่เรียกกันว่าตาน้ำนั่นเองโดยตาน้ำมีลักษณะเป็ลูกแก้วสีฟ้าสดใส ขนาดก็ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดของตาน้ำนั้นๆว่ามีลมปราณมากน้อยเพียงใดและขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตาน้ำที่สามารถให้กำเนิดแหล่งน้ำประเภทใด
แหล่งน้ำที่สามารถให้กำเนิดผลึกิญญานั้นย่อมไม่ใช้น้ำธรรมดาสามัญแน่นอนเพราะน้ำธรรมดาสามัญนั้นไม่ได้มีลมปราณไหลเวียนอยู่มากมายเหมือนเหล่าน้ำทิพย์ชนิดต่างๆ
หากเป็แหล่งน้ำทั่วไปแม้จะมีแหล่งกำเนิดมาจากตาน้ำเหมือนกันแต่เมื่อไม่มีคุณสมบัติพิเศษแฝงอยู่ย่อมไม่สามารถให้กำเนิดผลึกิญญาได้หากได้ก็ต้องใช้เวลานานนับสิบๆปีถึงจะให้กำเนิดผลึกิญญาหนึ่งหรือสองก้อน
ตาน้ำนั้นล้วนเป็สิ่งที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาโดยธรรมชาติกำเนิดขึ้นมาจากควบกลั้นจับกลุ่มรวมตัวกันของลมปราณธรรมชาติที่มีอยู่อย่างหนาแน่นจนตกผลึกกลายเป็ตาน้ำขนาดต่างๆและตาน้ำนี่เองที่เป็แหล่งกำเนิดน้ำทั่วทุกมุมโลก
การกำเนิดของแหล่งน้ำทั่วไปเกิดจากตาน้ำจะดึงลมปราณธาตุน้ำที่มีอยู่ในชั้นบรรยากาศโดยควบแน่นจับตัวกันจนกลายเป็หยดน้ำทำให้พื้นที่ที่มีตาน้ำอยู่นั้นมีความชื้นมากกว่าพื้นที่รอบข้าง หากตาน้ำนั้นมีขนาดใหญ่ย่อมสามารถสร้างความชุ่มชื้นให้พื้นที่โดยรอบได้กว้างไกลเมื่อมีความชื้นมากหยดน้ำหยดเล็กหยดน้อยจึงค่อยๆสั่งสมกลายเป็แอ่งน้ำลำธาร
เมื่อความชื้นที่เกิดขึ้นมีมากก็จะถูกสายลมและความร้อนพัดพาลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจากนั้นจึงกลั่นตัวกลายเป็เมฆฝนตกลงมาสู่พื้นดินสร้างความชุ่มชื้นและเมื่อพื้นที่ใดมีความชุ่มชื้นมากขึ้นและบวกกับสภาพแววล้อมที่เหมาะสมย่อมสามารถให้กำเนิดตาน้ำได้กลายเป็วัฏจักรสืบไป
แต่หากพื้นที่ไหนมีลมปราณหนาแน่นผิดปกติพื้นที่แห่งนั้นย่อมสามารถให้กำเนิดตาน้ำที่มีคุณสมบัติแฝงได้และคุณสมบัติแฝงนั่นเองที่ทำให้เกิดเป็น้ำทิพย์ชนิดต่างๆทั้งยังสามารถให้กำเนิดผลึกิญญาได้อีกด้วย
การกำเนิดของผลึกิญญานั้นย่อมไม่แตกต่างจากการกำเนิดของตาน้ำมากนักเพียงแต่การกำเนิดของผลึกิญญานั้นเกิดจากการกลั่นตัวของลมปราณธรรมชาติมากมาย บีบอัดกันจนกลายเป็เศษเสี้ยวผลึกขนาดเล็กและในระหว่างนั้นเศษเสี้ยวผลึกขนาดเล็กนั้นก็จะไหลไปตามสายน้ำไปรวมกันอยู่ที่ก้นแม่น้ำหรือก้นทะเลสาบ
ในระหว่างทางเศษเสี้ยวผลึกนั้นย่อมดูดซับลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสน้ำทำให้เศษเสี้ยวผลึกค่อยๆเพิ่มขนาดขึ้นจนไม่สามารถล่องลอยไปตามกระแสน้ำได้สุดท้ายจึงไปรวมตัวกันในบึงหรือก้นทะเลสาบ แต่เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งผลึกิญญาจะหยุดดูดซับและนอนแน่นิ่งใต้ทะเลสาบเพื่อรอให้สัตว์อสูรหรืุ์มาเก็บเกี่ยวไปใช้ประโยชน์
บางครั้งก็มักพบผลึกิญญาปรากฏอยู่ในถ้ำหรือใต้พื้นดินที่เป็แบบนั้นเนื่องมาจากตาน้ำที่ให้กำเนิดน้ำทิพย์ถูกทำลายหรือถูกรบกวนจนไม่สามารถให้กำเนิดน้ำทิพย์ได้สุดท้ายแหล่งน้ำแห่งนั้นจึงเหือดแห้งไป เมื่อกาลเวลาผันผ่านดินหินก็เข้ามาทับถมแทนที่จบปิดผนึกสถานที่แห่งนั้นไปในที่สุดทำให้ผู้คนและสัตว์อสูรเชื่อกันไปเองว่าผลึกิญญานั้นหาได้จากใต้ทะเลสาบหรือในถ้ำใต้ดินเท่านั้น
แต่ด้วยมิติพิเศษที่ได้รับมาจากท่านมหาเทพนอกจากจะมีตาน้ำทิพย์วารีพิสุทธิ์แล้วยังมีลมปราณในบรรยากาศที่หนาแน่นกว่าทั่วไปหลายสิบเท่าทำให้ตาน้ำทิพย์ทั้งสองแห่งสามารถให้กำเนิดน้ำทิพย์ได้โดยไม่มีวันหมด ทั้งยังให้กำเนิดผลึกิญญาในปริมาณที่มากกว่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลายเท่าตัวด้วยเหตุนี้หากมีคนภายนอกรู้ลี่หงก็เตรียมตัวบอกลาความสงบสุขได้เลย
ผู้คนในโลกภายนอกสามารถพบเจอผลึกิญญาได้จากก้นทะเลสาบหรือในถ้ำแต่ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่ผู้คนสามารถพบเจอผลึกิญญาได้นั่นก็คือดินแดนลึกลับที่ซุกซ่อนอยู่ในมิติพิเศษต่างๆทำให้หลายครั้งผู้คนต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงผลึกิญญาแม้ผลึกิญญาเพียงก้อนเดียวผู้คนก็ไม่เกี่ยงที่ฆ่าฟันเพื่อแย่งชิงมา
ผลึกิญญาที่ปรากฏขึ้นมาในโลกนี้สามารถจำแนกประเภทออกตามความหนาแน่นของลมปราณที่อัดแน่นจนมีสีสันที่แตกต่างกัน เช่นผลึกิญญาฟ้า เป็ผลึกิญญาที่มีลมปราณน้อยที่สุดแต่ก็มากพอที่จะทำให้จอมยุทธ์หนึ่งคนเลื่อนระดับพลังได้อย่างง่ายดาย
นอกจากผลึกิญญาฟ้าแล้วยังมีผลึกิญญาน้ำเงินเป็ผลึกิญญาที่มีความหนาแน่นของลมปราณเทียบเท่ากับผลึกิญญาฟ้าหนึ่งร้อยก้อนประเภทต่อไปคือผลึกิญญาม่วง เป็ผลึกมีความหนาแน่นของลมปราณเทียบเท่ากับผลึกิญญาน้ำเงินหนึ่งร้อยก้อนและหาพบได้ยากยิ่งครั้งล่าสุดที่ผู้คนในดินแดนแห่งนี้ได้พบเห็นผลึกิญญาม่วงก็ล่วงเลยมากว่าห้าร้อยปีแล้ว
ระดับสุดท้ายก็คือผลึกิญญาทองคำเป็ผลึกิญญาที่มีความหนาแน่นของลมปราณเทียบเท่ากับผลึกิญญาม่วงหนึ่งร้อยก้อนทั้งยังไม่เคยมีใครได้พบเจอผลึกิญญาทองคำมานานนับหมื่นปีแล้วบ้างก็บอกว่าผลึกิญญามีเพียงสามประเภทเท่านั้นแต่ไม่ใช่กับลี่หงแน่นอนเพราะเ้าตัวพึ่งได้รับผลึกิญญาทุกชนิดมาจากเฮยหลง
ผลึกิญญานอกจากใช้ในการบ่มเพาะพลังแล้วบางครั้งยังใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็เงินตราได้โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่หนึ่งแสนเหรียญทองต่อผลึกิญญาฟ้าหนึ่งก้อน
ดังนั้นนี่จึงเป็สาเหตุที่ทำให้ลี่หงตื่นเต้นดีใจที่ตนมีบ่อเงินบ่อทองถึงสองบ่อเนื่องจากการที่จะทำตามคำสั่ง! เอ่อ! คำร้องขอของท่านมหาเทพได้นั้นจำเป็จะต้องใช้ทั้งกำลังกายทั้งทุนทรัพย์มากมายมหาศาล
หลังจากครุ่นคิดเื่ราวต่างๆ ลี่หงก็ทำการตรวจสอบผลึกิญญาที่มีรวมกับผลึกิญญาที่ได้มาจากทะเลสาบของเฮยหลงเมื่อเห็นผลึกิญญาทั้งหมดที่ตนมีก็ยิ้มร่าออกมาด้วยความตื่นเต้น
ในตอนนี้ลี่หงมีผลึกิญญาฟ้ามากกว่าหนึ่งล้านก้อนผลึกิญญาน้ำเงินอีกราวสามแสนก้อน ผลึกิญญาม่วงราวห้าหมื่นก้อนและผลึกิญญาทองคำอีกราวหกพันก้อน แม้จะดีใจมากเพียงใดแต่ด้วยระดับพลังที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน? ทำให้เ้าตัวสามารถดูดซับได้เพียงผลึกิญญาฟ้าและผลึกิญญาน้ำเงินเท่านั้น
เนื่องจากลมปราณที่มีอยู่อย่างหนาแน่นหากฝืนดูดซับลมปราณจากผลึกิญญาม่วงหรือผลึกิญญาทองคำในตอนนี้แม้แต่เส้นชีพจรของัครามาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ดังนั้นลี่หงจึงไม่คิดเสี่ยงแม้แต่น้อยคิดได้ดังนั้นเ้าตัวก็นำผลึกิญญาฟ้าออกมาหนึ่งร้อยก้อนแล้วนั่งดูดซับอยู่ริมทะเลสาบ
ทางด้านเฮยหลงที่ขึ้นมาสำรวจเกาะลอยฟ้าก็มองบ้านใหม่ตนเองด้วยความสุขเนื่องจากมิติของลี่หงนั้นมีความหนาแน่นของลมปราณมากกว่ามิติของตนมากหลังจากสำรวจเสร็จแล้วจะกลับไปหาลี่หง แต่ก็เห็นว่านางกำลังดูดซับลมปราณอยู่จึงไม่คิดก่อกวนัหนุ่มจึงหันหลังกลับเข้าไปพักผ่อนในถ้ำรัตติกาลทมิฬ
ณจวนตระกูลหลิว ตอนนี้ทุกคนในจวนต่างก็มารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่เพื่อรอรับมื้อเช้า
“ท่านพี่ข้าเป็ห่วงหงเอ๋อร์มากเลยเมื่อไหร่ลูกจะกลับมาเ้าคะ” จ้าวลี่ฮวาพูดขึ้นด้วยความกังวลตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาบุตรสาวไม่ส่งข่าวคราวใดๆมาหาพวกตนเลย
“ข้าก็ห่วงหงเอ๋อร์ไม่ต่างจากเ้าหรอกฮวาเอ๋อร์เฮ้อ! ่นี้มีแต่เื่วุ่นวายเต็มไปหมดไหนจะเื่สัตว์อสูรในป่าอสูรร้อยราชันย์ ไหนจะเื่ภัยแล้งอีกอาหารก็เริ่มที่จะขาดตลาดแล้วด้วย” หลิวหลี่เฉินพูดขึ้นด้วยความเหนื่อยใจ
เนื่องจาก่นี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่นอกเมืองกำลังประสบภัยแล้งน้ำท่าที่เคยมีก็เหือดแห้งฝนก็ไม่ตกต้องตามฤดูกาล อาหารที่ชาวบ้านชาวเมืองกักตุนไว้ก็เริ่มขาดแคลนแถมบางที่ผู้คนก็เริ่มเจ็บไข้ได้ป่วยกันแล้ว
ทำให้ร้านสมุนไพรของตนมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสายสินค้าที่มีในคลังก็เริ่มร่อยหรอหากเป็แบบนี้ต่อไปคงต้องปิดร้านไปพักใหญ่
เดิมทีร้านโอสถของตนนั้นรับซื้อสมุนไพรจากบรรดาจอมยุทธทั้งหลายแต่ด้วยสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจของป่าหมอก ทำให้เหล่าจอมยุทธไม่กล้าเข้าไปหาสมุนไพรมาขาย
ด้วยเหตุนี้สมุนไพรหลายชนิดเริ่มที่จะขาดแคลนแค่อาศัยเงินเดือนจากบุตรชายย่อมไม่สามารถช่วยอะไรตระกูลได้มากเงินจากร้านโอสถและโรงเตี๊ยมก็พอทำเนาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
แถมเงินเก่าเงินเก็บก็เริ่มร่อยหรอครั้นจะลดจำนวนข้ารับใช้ในจวนก็ตัดใจทำไม่ลง ยิ่งคิดผู้นำตระกูลหลิวก็ยิ่งปวดหัวเพราะจวนของตนนั้นไม่ใช่น้อยๆข้ารับใช้ในจวนก็มีมากมายนับร้อยคนดังนั้นรายจ่ายย่อมมีมากขึ้นทุกวัน เมื่อนึกถึงบุตรชายหลิวหลี่เฉินก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
“เฮ้อ! อาหยางเ้าจะเดินทางไปเมืองหมอกม่วงเมื่อไหร่”จู่ๆหลิวหลี่เฉินก็พูดขึ้นมาสร้างความแปลกใจให้แก่ผู้ที่ถูกเรียกไม่น้อย
“พรุ่งนี้เช้าเลยขอรับท่านพ่อเพราะหลังจากที่หมอกในป่าหมอกหายไป ทำให้สัตว์อสูรในป่าหมอกแตกตื่นและหลบหนีออกมาจากป่าหมอกกันจ้าละหวั่นเลยขอรับฝ่าาเกรงว่าสัตว์อสูรเหล่านี้จะเข้ามารุกรานชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้น จึงมีรับสั่งให้ทัพหลวงรีบเดินทางไปควบคุมสถานการณ์”หลิวลี่หยางพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น เนื่องจากที่ตนจะได้ออกไปผจญโลกกว้างอีกครั้งแม้จะเป็เพียงป่าหมอกก็ตาม
หลิวลี่หยางนั้นเป็ชายหนุ่มรูปงามร่างกายกำยำสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลาด้วยพร์และความสามารถจึงทำให้ได้รับการเข้าศึกษาและฝึกฝนในสำนักัฟ้าั้แ่อายุสิบขวบแต่ศึกษาจนได้อายุสิบหกปีก็ต้องลาออกมาดูแลครอบครัว
เนื่องจากบิดาได้รับาเ็สาหัสทำให้ไม่สามารถใช้วรยุทธได้จึงลาออกมาสมัครเข้ารับราชการทหารและไต่เต้ามาจนได้รับยศรองแม่ทัพภายในเวลาเพียงสี่ปีตอนนี้หลิวลี่หยางก็มีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์แล้วอีกทั้งยังมีพลังในระดับปราณฟ้าขั้นสามอีกด้วย
“หยางเอ๋อร์ ลูกต้องระวังตัวให้ดีเดี๋ยววันนี้แม่จะปรุงโอสถให้ ให้เ้าเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินนะ” เมื่อรู้ว่าบุตรชายจะต้องไปในที่ที่อันตรายอย่างป่าหมอกจ้าวลี่ฮวาก็รีบทานอาหารก่อนจะกลับไปปรุงโอสถให้บุตรชายนำติดตัวไปด้วย
“พี่ใหญ่หากท่านเจอพี่รองรีบพาพี่รองกลับบ้านเลยนะเ้าคะ” หลิวลี่หรงพูดขึ้นด้วยความมาดมั่นได้ยินดังนั้นลี่หยางก็แย้มยิ้มออกมา
“ได้เลยหรงเอ๋อร์หากพี่เจอหงเอ๋อร์พี่จะรีบพาตัวกลับมาเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จากนั้นทุกคนก็พูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน