ไนร่ายืนมองรถซีวิคสีขาวที่ขับไปจนลับสายตาเธอก้มลงดึงกลอนประตูหน้าบ้านเพื่อเปิดและเลื่อนเข้าอย่างช้าๆเพื่อปิดลง
เธอเดินมุ่งตรงไปที่โต๊ะไม้หินอ่อนใต้ต้นมะม่วงที่เป็นมุมประจำกินกาแฟยามเช้าของพ่อค่อยๆ วางกระเป๋าลง เดินมาหยุดที่เปลสีน้ำตาล และค่อยๆโน้มตัวลงนอน
ไนร่าหยิบมือถือออมาจากระเป๋ากระโปรงมีข้อความแจ้งเตือนจากไลน์แม่ว่าจะออกไปซื้อของกับพ่อและสายที่ไม่ได้รับเป็นชื่อของสกาย
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?ไนร่าเพิ่งถึงบ้าน” ไนร่าเลื่อนไปที่แช็ตของเขาและพิมพ์ตอบกลับไป
“ไนร่าทำอะไรอยู่ครับ?”
“นอนเล่นใต้ต้นไม้ค่ะ”
เสียงมือถือไนร่าดังขึ้น
“คะ?”
“คิดถึงอยากได้ยินเสียงอ่ะ”
“ไม่ต้องมาปากหวานเลย”
“ไนร่าคิดถึงพี่มั้ยครับ?”
“ไม่ค่ะ”
“ใจร้ายกับพี่อีกแล้ว”
“ป่าวสักหน่อย”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วไนร่าไปทำงานบ้านก่อนนะคะ”
“งั้นเดี๋ยวดึกๆพี่โทรหาอีกรอบนะครับ”
ไนร่ากดวางสายแล้วเดินเข้าบ้านเดินขึ้นไปวางกระเป๋าที่ห้อง ไม่นานสองเท้าเล็กๆ ค่อยๆ ก้าวลงจากบันได ไนร่ามาในชุดเสื้อสีชมพูและกางเกงขาสั้นสีครีมเดินเข้าไปล้างจานและทำความสะอาดในครัว
บริเวณห้องครัวของแม่ถูกจัดไว้เป็นโซนอย่างเป็นระเบียบ แม้แม่จะใช้งานทุกวัน แต่ทุกซอกทุกมุมแทบไม่มีคราบสกปรกมาให้เห็น
เมื่อจัดการทำความสะอาดห้องครัวเสร็จไนร่าจึงเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อรดน้ำต้นไม้
“ขยันไปไหนเนี่ยเรา”ไนร่าพูดกับตัวเอง โดยในมือก็ถือสายยางลำฉีดน้ำไปที่เหล่าบรรดาต้นไม้ดอกไม้ โดยฝีมือการปลูกของแม่ และการออกแบบโดยพ่อ
เสียงแตรรถยนต์ดังบริเวณหน้าบ้านไนร่าดินไปปิดน้ำและรีบวิ่งไปเปิดประตูบ้านให้พ่อ
“ขยันแบบนี้ต้องเพิ่มค่าขนมให้หรือเปล่านะ?”พ่อเปิดกระจกรถคุยกับลูกสาว เมื่อเห็นลูกสาวมาเปิดประตูบ้านให้
“เพิ่มเยอะๆ เลยค่ะ” เธอหันไปอ้อนพ่อ และเดินไปหาแม่เพื่อช่วยถือของ
“วันนี้มาเป็นลูกมือให้แม่ด้วยนะ”
“รับทราบค่ะ”
ไนร่าเดินตามหลังแม่เข้ามาที่ห้องครัวและล้างผักเตรียมของเพื่อทำกับข้าว เธอช่วยแม่ทำอาหารจนคล่องมือไม่ว่าแม่จะวานให้เธอทำอะไร ก็สามารถทำออกมาได้ดีอยู่เสมอ
ไม่นานกับข้าวหลายอย่างก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อยและถูกวางไว้บนโต๊ะเพื่อพร้อมรับประทาน
“ไนร่า จัดจานเสร็จแล้วไปตามพ่อมาทานข้าวเลยนะลูก” แม่หันมาบอกลูกสาว
“ค่ะแม่”
“พ่อคะ ทานข้าวค่ะ”เธอเดินไปเรียกพ่อที่กำลังนั่งดูข่าวในทีวี
“หอมจังเลยฝีมือสองแม่ลูกนี่ทานทานจริงๆ” พ่อที่เพิ่งเดินเข้ามาในครัวถึงกลับชมใหญ่
เสียงมือถือของแม่ที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น
“แม่ค่ะ มีคนโทรมาค่ะ” ไนร่าหันไปบอกแม่
“รับเลยลูก” แม่ที่กำลังล้างมือบอกลูกสาว
“พี่ตะวันนั่นเอง” ไนร่าหยิบมือถือแล้วกดรับ
“พี่ตะวัน กินข้าวค่ะดูนี่” ไนร่าที่เปิดกล้องแล้วซูมไปที่อาหารแต่ละอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะ
“โหมีแต่ของอร่อยทั้งนั้นเลย” ตะวันเมื่อเห็นอาหารถึงกับตกใจ
“อยากกินก็รีบกลับมานะคะ”ไนร่าหัวเราะที่แกล้งพี่ได้
“ตะวันเป็นยังไงบ้างลูก”
“ผมกำลังจะออกไปทำธุระข้างนอกครับคิดถึงก็เลยโทรหาทุกคนก่อน”
“ออกไปทำไมเย็นขนาดนี้คะ?”ไนร่าที่กำลังสงสัย ทำให้พี่ชายถึงกลับหัวเราะลั่น
“อยู่นี่เพิ่งเช้าเองไนร่า”พี่ชายถึงกับส่ายหัว
“ลืมไปเลย” ไนร่าที่หลุดขำทำให้พ่อและแม่ยิ้มตาม
“งั้นทานข้าวกันให้อร่อยนะครับ”
“จ้ะลูกดูแลตัวเองดีนะๆ นะ” แม่บอกกับลูกชาย
“ครับ”
เมื่อวางสายจากตะวัน ทุกคนก็เริ่มลงมือรับประทานอาหารโดยมีบทสนทนาเล็กๆ เป็นประจำอีกเช่นเคย
เมื่อรับประทานข้าวเสร็จไนร่าจึงขอตัวขึ้นมาอาบน้ำและจัดการการบ้านของตัวเองต่อ
ผ่านไปไม่นานไนร่าเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสีฟ้า เธอเดินตรงไปที่โต๊ะอ่านหนังสือข้างหน้าต่างก่อนจะหยิบการบ้านขึ้นมาทำจนเสร็จ
เสียงมือถือดังขึ้นอีกรอบเหมือนรู้เวลาว่าเธอเพิ่งจัดการธุระของตนเองเพิ่งเสร็จและกำลังจะเข้านอน
“ฮัลโหล”
“ทำอะไรอยู่ครับ?”
“ทำการบ้านเพิ่งเสร็จค่ะ”
“กินข้าวหรือยัง?”
“กินแล้วค่ะ”
“แล้วพี่สกายกินหรือยังคะ?”
“กินแล้วครับดีใจจังนึกว่าน่าจะไม่ถามพี่ซะแล้ว” เขาตอบ
“พี่มีอะไรจะให้ดูเปิดกล้องหน่อยได้มั้ย?”
“ได้ค่ะ”
ไนร่ากดเปิดกล้องก็พบกับสกายในเสื้อสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำ ที่กำลังเช็ดผม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้
“ก็ดูหล่อไปอีกแบบแฮะ”เธอมองดูเขาเหมือนหลุดอยู่ในภวังค์ แล้วพูดกับตัวเองในใจก่อนจะรีบดึงสติตัวเองคืนมา
“มีอะไรจะให้ไนร่าดูหรอคะ?”
“ดูหน้าพี่นี่แหละดูคนที่กำลังคิดถึงไนร่าอยู่” ไนร่าถึงกลับเผยยิ้มออกมาทำให้พอใจเด็กหนุ่มอยู่ไม่ใช่น้อย
“เมื่อไหร่จะยอมใจอ่อนให้พี่บ้าง”เขาพูดและโน้มตัวลงนอน
“ก็ขอดูพฤติกรรมไปเรื่อยๆก่อนค่ะ พี่ยิ่งไว้ใจไม่ได้ด้วย”
“ไหนจะแฟนเก่าคนสวยของพี่อีก”
“เห็นมั้ย หึงพี่นี่เอง”เขาหัวเราะออกมา
“ป่าว!” ไนร่ารีบกลอกตา
“พี่จะไม่ทำให้ไนร่าเสียใจอีกแน่นอน”
“พี่จะจีบจนกว่าในร่าจะใจอ่อนให้ได้”
“พี่ไม่ยอมแพ้หรอกนะ”สกายแสดงสีหน้าและน้ำเสียงที่ดูจริงจังและจริงใจ
บทสนทนาของเธอและเขาล่วงเลยไปเกือบสองชั่วโมง
“แบตมือถือไนร่าจะหมดแล้วแค่นี้ก่อนนะคะ”
“แบตหมดได้แต่ห้ามหมดใจจากพี่นะครับ”
“มุกเสี่ยวเยอะเหลือเกินนะคะ”ไนร่าแอบแซว ทำให้สกายถึงกลับยิ้มออกมา
“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่โทรหานะ”
“ฝันดีนะครับ”
“ฝันดีค่ะ”
ไนร่ามองหน้าจอมือถืออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกไปหยิบหนังสือเล่มสีขาวที่วางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะ เธอนั่งลงพิงที่เก้าอี้มือก็เปิดหนังสืออย่างรวดเร็วจนไปหยุดที่หน้าที่มีรูปภาพคั่นไว้เธอหยิบรูปแผ่นเล็กออกมานั่งดูแล้วยิ้ม ก่อนจะวางรูปแผ่นเล็กไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้รูปเธอและสกายที่ถ่ายด้วยกันอย่างมีความสุขตอนที่ไปดูหนังครั้งก่อนวางอยู่กลางโต๊ะไม้อย่างโดดเดี่ยว