บทที่ 2 สังหารล้างหมู่บ้าน
เงินห้าเหรียญไม่ได้มากมายนัก แต่กลับแลดูมากเมื่อเจียงผิงอันเป็ผู้หยิบจ่ายออกมา
เจียงผิงอันอายุเพียงสิบสี่ปี บิดามารดาล่วงลับไปแล้ว แน่นอนว่าเด็กตัวผอมแห้งไม่สามารถทำไร่ไถนาได้ แต่เวลานี้… กลับมีเงินถึงห้าเหรียญ
เื่นี้ทำให้หลี่หมินประหลาดใจยิ่ง
“ข้าเจอเงินที่ท่านพ่อกับท่านแม่ฝังไว้” เจียงผิงอันคิดคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว
“เก็บเงินนี้ไว้ไปจ่ายภาษีเถอะ” หลี่หมินพูด
เขารู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้จ่ายภาษีที่ดิน ครั้งหน้าหากยังไม่จ่ายอีกคงจะโดนพวกเลวระยำนั่นฆ่าเอาจริง ๆ
“ไม่เป็ไรขอรับ ที่บ้านยังมี”
เจียงผิงอันวางเงินห้าเหรียญลงกับโต๊ะ จากนั้นเดินไปที่หน้าเตาไฟและหยิบหมั่นโถวสี่ลูกในหม้อ
“เงินสี่เหรียญสามารถซื้อหมั่นโถวได้แปดลูก นอกจากนี้ข้าให้น่องกระต่ายแก่เ้าเพิ่มอีกชิ้นหนึ่ง”
หลี่หมินไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มยังมีเงินเหลือมากน้อยเพียงใด หากว่าไม่มี นี่อาจจะเป็ชีวิตใน่สุดท้ายของเจียงผิงอัน
ด้วยเหตุนี้หลี่หมินจึงมอบน่องกระต่ายตากแห้งให้หนึ่งน่อง
“ขอบคุณท่านลุงหลี่มากขอรับ” เจียงผิงอันไม่ปฏิเสธ เขาไม่ได้กินเนื้อกระต่ายมานานแล้ว ปกติได้กินแต่ตั๊กแตนย่าง
เจียงผิงอันหอบอาหารกลับบ้านด้วยความปีติยินดี
กลับถึงบ้านแล้วก็รีบปิดประตู ขึ้นไปนั่งบนเตียงเตา*[1] กินหมั่นโถวไปพลางพินิจดูอ่างสัมฤทธิผลไปพลาง ขณะเดียวกันโยนเหรียญทองแดงเข้าไปในอ่างเป็ระยะ ๆ เพื่อทดสอบดู
ทว่าไม่มีผลอันใดเกิดขึ้นเลย
หนึ่งวันผ่านพ้นไป คงเป็เพราะเมื่อวานมัวแต่ครุ่นคิดว่าต้องทำอย่างไรเหรียญทองแดงจึงเพิ่มขึ้น เจียงผิงอันจึงเผลอวางเหรียญทองแดงหกเหรียญที่เหลือไว้ในอ่าง จู่ ๆ รุ่งเช้าวันนี้ก็เกิดมีแสงสว่างวาบขึ้น
“มาแล้ว!”
เจียงผิงอันเด้งลุกจากเตียง มองไปที่อ่างสำริดด้วยความตื่นเต้นดีใจ
เหรียญทองแดงจำนวนมากปรากฏขึ้น!
เจียงผิงอันนับดู สิบหกเหรียญ!
เขาใส่เงินเข้าไปหกเหรียญ มีเพิ่มมาแค่สิบเหรียญ
เจียงผิงอันเดาว่าอ่างสัมฤทธิผลใบนี้น่าจะเพิ่มได้ครั้งละหนึ่งอย่างและเพิ่มได้ครั้งละสิบ
นอกจากนี้เงื่อนไขข้างต้นแล้ว ในหนึ่งวันสามารถเพิ่มได้แค่หนึ่งครั้งเท่านั้น
ทว่าเพียงเท่านี้ เจียงผิงอันก็พึงพอใจมากแล้ว
เขากอดอ่างสำริดพลางร้องไห้ออกมา หากรู้ความลับของอ่างสำริดเสียแต่แรก มารดาก็คงไม่ต้องเหนื่อยตาย บิดาก็ไม่ต้องขึ้นเขาไปล่าสัตว์จนโดนเสือร้ายกิน
เขาร้องไห้อยู่นาน ในที่สุดเจียงผิงอันก็เช็ดน้ำตาแล้วเก็บอ่างสำริด จากนั้นเดินทางเข้าไปในตัวตำบล
มีอ่างสำริดใบนี้แล้ว ต่อไปก็จะมีเงินใช้ ตอนนี้ในบ้านไม่มีอะไรเลยสักอย่าง เขาตั้งใจจะเข้าไปในตัวตำบลเพื่อซื้อข้าวสารและวัตถุดิบมาเก็บไว้
ชีวิตของเขากำลังพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
“พี่ผิงอันจะไปไหน?”
หลี่เยว่เยว่กำลังปั้นดินโคลนเล่น พอเห็นเจียงผิงอันเดินออกหมู่บ้าน นางส่งเสียงแหลมร้องถาม
“เข้าตำบล เดี๋ยวขากลับจะซื้อถังหูลู่*[2]มาฝากเ้านะ” เจียงผิงอันขยี้ศีรษะเล็ก ๆ ของหู่นิวเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี
“ถังหูลู่!” ดวงตากลมโตของหลี่เยว่เยว่พลันลุกวาว
เมื่อก่อนนางเคยกินอยู่เม็ดหนึ่ง รสชาติเปรี้ยวอมหวาน อร่อยถูกปากมาก
ทว่าทันใด นางรีบส่ายหน้า “พี่ผิงอัน อย่าใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย”
เด็กในชนบทต้องดูแลบ้านั้แ่เล็ก ถึงแม้นางจะมีอายุแค่แปดขวบ แต่ก็เข้าใจในหลาย ๆ เื่
“วางใจเถอะ ตอนนี้พี่ชายมีเงินแล้ว” เจียงผิงอันยิ้มให้ นับั้แ่บิดามารดาล่วงลับไป หู่นิวถือเป็ญาติใกล้ชิดที่สุดของเขา
“ถ้าเช่นนั้น… หากว่าพี่ผิงอันซื้อกลับมา น้องหู่นิวจะแต่งงานกับพี่” หลี่เยว่เยว่พูดพลางกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความไร้เดียงสา
เจียงผิงอันทำหน้าไม่ถูก เด็กน้อยคนนี้รู้หรือเปล่าว่าแต่งงานหมายความว่าอะไร
เขาเดินทางเข้าไปในตัวตำบล ซื้อข้าวสารและวัตถุดิบนิด ๆ หน่อย ๆ และแน่นอนยังไม่ลืมซื้อถังหูลู่ติดมือมาด้วย
“เ้าหนุ่ม เ้ามาคนเดียวหรือ? ต่อไปอย่าออกมาเตร็ดเตร่ข้างนอกอีก ตอนนี้โจรขโมยชุกชุม มักจะดักปล้นกลางทางอยู่บ่อย ๆ เมื่อไม่นานมานี้หมู่บ้านเสี่ยวซียังโดนโจรป่าเผาทิ้งทั้งหมู่บ้านเลย”
“ข้าวยากหมากแพง โจรป่าอาละวาด เ้าเมืองกดขี่ ชาวบ้านทุกข์ยาก ลำบากนัก~”
ชายชราขายถังหูลู่เห็นว่าเจียงผิงอันอายุยังน้อย จึงอดใจไม่ไหวพูดเตือนขึ้นมา
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่าที่เตือนขอรับ”
เจียงผิงอันไม่ได้ใส่ใจกับคำเตือนมากนัก เขาร้องเพลงพลางเดินกลับหมู่บ้านอย่างสบายใจ
รองเท้าฟางที่ใส่ไม่ค่อยกระชับเท้า ต้องใช้เวลาเดินกว่าหนึ่งชั่วยาม*[3]ถึงจะมองเห็นหมู่บ้านอยู่รำไร
“รอให้มีเงินเสียก่อนเถอะจะซื้อรองเท้าสวย ๆ มาใส่ หรือบางทีอาจย้ายเข้าไปอยู่ในตัวตำบลเลยก็ได้”
นึกถึงภาพชีวิตที่สวยงามในวันข้างหน้าแล้วรู้สึกสุขใจยิ่งนัก
แต่เมื่อใกล้จะถึงหมู่บ้าน กลิ่นคาวเืก็โชยมาตามสายลม
“บ้านใครกำลังฆ่าหมู?”
เจียงผิงอันเดินเข้าไปในหมู่บ้านแล้วถึงกับผงะ ข้าวสารและวัตถุดิบที่ถืออยู่ในมือร่วงหล่นกับพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยอาการตื่นตะลึง
ศพ ศพเกลื่อนกลาด! เืย้อมอาบทั้งหมู่บ้านจนเป็สีแดงฉาน เพลิงไฟแผดเผา ผู้หญิงอยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดรุ่ย
“ทำ… ทำไมถึงเป็เช่นนี้!”
เขานึกอะไรได้ รีบวิ่งพรวดพราดไปที่บ้านของหลี่หมินทันที
ในบ้าน หลี่หมินล้มอยู่กับพื้น ที่ท้องมีแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่ เืไหลทะลักเป็ทาง
“ท่านลุงหลี่! เกิดเื่อะไรขึ้น!”
เจียงผิงอันใจนหน้าถอดสี รีบทิ้งสิ่งของในมือแล้วเข้าไปช่วยกดแผล
“โจร...โจรป่า...ช่วย...ช่วยดูแล...หู่นิวแทนข้า...บ่อ...ในบ่อ”
พูดจบ คอของหลี่หมินก็พับ สิ้นลมหายใจ
หัวใจของเจียงผิงอันสั่นสะท้าน ตอนเช้ายังเห็นหลี่หมินดี ๆ อยู่เลย จู่ ๆ ก็จากไปไกลอยู่คนละโลกเสียแล้ว
เขารีบวิ่งไปที่บ่อน้ำ ที่ปากบ่อมีแผ่นไม้ปิดอยู่ เด็กหนุ่มเปิดแผ่นไม้แล้วมองลงไป
หลี่เยว่เยว่นั่งตัวสั่นอยู่ในถังไม้ ขณะที่แผ่นไม้เปิด นางใมาก
แต่เมื่อเห็นว่าเป็เจียงผิงอัน นางปล่อยโฮออกมาในทันที “พี่ผิงอัน! มีโจรป่า!”
เจียงผิงอันดึงหู่นิวขึ้นจากบ่อ เมื่อหู่นิวเห็นว่าบิดาเสียชีวิตไปแล้ว นางร้องไห้โฮหนักยิ่งกว่าเดิม
“ทำไม ทำไมถึงต้องรังแกพวกเราด้วย! ทหาร โจรป่า ทำไมทุกคนถึงต้องรังแกพวกเรา!”
เสียงคร่ำครวญตัดพ้อของหลี่เยว่เยว่เปรียบดังเข็มแหลมทิ่มแทงหัวใจของเจียงผิงอัน ทำให้เขารู้สึกเ็ปรวดร้าวจนแทบหายใจไม่ออก
เจียงผิงอันกำหมัดแน่น บนใบหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเจ็บใจ
นั่นสิ ทำไมพวกเขาถึงต้องเป็ฝ่ายถูกรังแก ทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็แบบนี้!
ทำไมท่านพ่อกับท่านแม่ถึงพูดว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่เห็นจะจริงเลย!
เจียงผิงอันไม่เข้าใจ เขาไม่รู้ว่าจะปลอบใจหลี่เยว่เยว่เช่นใด จึงได้แต่เก็บถังหูลู่ขึ้นมาจากพื้นแล้วยื่นให้
หลี่เยว่เยว่มองถังหูลู่ในมือ พลันกอดเขาแน่น
“หมู่บ้านแห่งนี้ดูเหมือนจะเกิดเื่ขึ้นแล้ว… ยังมีคนรอดชีวิต”
จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นกลางอากาศ เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้น
เห็นภาพข้างบนแล้ว ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
สตรีหลายคนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์สวยงามลอยตัวอยู่กลางอากาศ
เทพ… เทพเซียน!!
เหล่านี้คือเทพเซียนเช่นนั้นหรือ? บินได้จริง ๆ เสียด้วย!
เจียงผิงอันตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก หลี่เยว่เยว่ใจนหยุดร้องไห้เช่นกัน
ผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเดินมาข้างหน้า จับศีรษะของเจียงผิงอันเบา ๆ
“พร์ธรรมดา อายุก็มาก หนทางแห่งการฝึกตนมีจำกัด”
จากนั้นนางจับศีรษะของหลี่เยว่เยว่ หลังจากนั้นชั่วครู่ดวงตาก็เบิกกว้าง
“รากญาณวารีแต่กำเนิด! พร์แข็งแกร่งมาก!”
ผู้หญิงนางนั้นกล่าวด้วยความปีติยินดียิ่งนัก “แม่นางน้อย ข้าจะพาเ้าไปฝึกตน เ้าจะไปหรือไม่?”
“เ้า… พวกเ้าคือเทพเซียนเช่นนั้นหรือ? ทำให้บิดาของข้าฟื้นคืนชีพได้หรือไม่?” หลี่เยว่เยว่ถามด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นและประหม่า ซุกครึ่งหน้าแนบอกเจียงผิงอัน
สตรีนางนั้นส่ายหน้า “พวกเราไม่อาจฟื้นชีวิตคนที่ตายไปแล้วได้ แต่…หากว่าเ้าฝึกตน เ้าก็ไม่ต้องกังวลเื่กินเื่อยู่อีก และยังสามารถฆ่าคนที่สังหารบิดาของเ้าได้ด้วย”
พอได้ยินว่าสามารถแก้แค้นแทนบิดา หลี่เยว่เยว่กำถังหูลู่แน่น “ข้าจะล้างแค้นแทนบิดา!”
ผู้หญิงคนนั้นอุ้มหลี่เยว่เยว่ขึ้น ยิ้มพลางพูด “ด้วยพร์ของเ้า ขอเพียงก้าวสู่การฝึกตน สามารถแก้แค้นได้เป็แน่”
พูดจบ นางพาหลี่เยว่เยว่ลอยชึ้นฟ้า เตรียมตัวจะจากไป
ทันใดหลี่เยว่เยว่ร้องะโ “พวกเ้าลืมพาพี่ผิงอันมาด้วย!”
“พร์ของเขาธรรมดา พวกเ้าสองคนอยู่กันคนละโลก” ผู้หญิงคนนั้นตอบ
“ไม่ได้! ข้าจะอยู่กับพี่ผิงอัน ข้าไม่ฝึกตนแล้ว! ปล่อยข้าลงไป!”
หลี่เยว่เยว่ดีดดิ้นอย่างเต็มกำลัง ตอนนี้เจียงผิงอันเป็คนที่นางสนิทมากที่สุด นางไม่อยากจะจากเขาไป
[1] เตียงเตา เตียงชนิดหนึ่งที่ก่อจากอิฐหรือดิน ้าใช้สำหรับปูที่นอน ด้านล่างเป็โพรงเชื่อมต่อกับปล่องไฟ สามารถก่อไฟกันหนาวได้ ใช้กันมากทางตอนเหนือของจีน
[2] ถังหูลู่ ผลไม้เคลือบน้ำตาล เป็ขนมท้องถิ่นของจีนที่มักจะพบเห็นบ่อยใน่ฤดูหนาว เริ่มมีขึ้นเมื่อสมัยราชวงศ์หนานซ่ง ปกติผลไม้ที่นำมาเคลือบน้ำตาลจะใช้ผลซานจา แต่ปัจจุบันถูกพัฒนาเป็ผลไม้ชนิดอื่น ๆ
[3] 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง