ห้องสมุดแห่งวิญญาณที่สาบสูญ l The Library of lost souls

    บทที่ 3: เสียงจากเงามืด

    TheLibrary of lost souls

    บทที่3: เสียงจากเงามืด

              ถนนด้านนอกหอสมุดบริติช(BritishLibrary) – เวลาค่ำ       

    เสียงยานพาหนะแล่นผ่านไปบนท้องถนนรอบตัวแต่ในหัวของผมยังคงมีเพียงสิ่งเดียวที่ดังก้องอยู่

    "จงหยุดซะ!"

    ผมเม้มปากแน่น ข้อความปริศนาที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของหอสมุดเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในหัวมันไม่ได้เป็๞เพียงแค่คำขู่ แต่มันรู้ว่าผมกำลังสืบอะไรอยู่

    ผมสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเปิดดูเอกสารที่ผมบันทึกไว้เกี่ยวกับลูคัส

    หน้าจอมือถือกระพริบวูบหนึ่งแล้วข้อความ "ไฟล์ถูกลบ" ก็เด้งขึ้นมาแทน

    "อะไรนะ..."

    ผมกดเปิดโฟลเดอร์ซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ทุกอย่างถูกลบไปหมดไม่มีแม้แต่ร่องรอยของเอกสารที่ผมมั่นใจว่าเพิ่งเซฟไว้ก่อนออกจากห้องสมุด

    "ไม่จริง..." ผมพึมพำความเย็นเฉียบของค่ำคืนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

    นี่ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ ใครบางคน หรือบางสิ่ง กำลังพยายามลบข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับลูคัส

    พรึ่บ!

    ไฟถนนริมทางกระพริบก่อนจะหรี่ลงความมืดกลืนกินพื้นที่รอบตัวผมในเสี้ยววินาที ผมหยุดฝีเท้า แล้วหันมองไปรอบ ๆแต่กลับพบว่าไม่มีใคร

    ผมเดินเร่งฝีเท้าก่อนจะเปลี่ยนใจเลี้ยวไปทางตรอกเล็ก ๆ ข้างถนนเพื่อดูว่ามีใครเดินตามมาหรือเปล่า

    ระหว่างที่ก้าวเข้าไปในตรอกผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปกล้องแล้วแสร้งทำเป็๞ไถหน้าจอเหมือนกำลังอ่านข้อความ แต่แท้จริงแล้วผมกำลังใช้กล้องหน้าของโทรศัพท์เพื่อมองด้านหลัง

    ในกล้องสะท้อนเงาของผม… และเงาของใครบางคนที่กำลังก้าวตามมา

    ผมสูดลมหายใจลึก พยายามทำตัวให้เป็๞ปกติก่อนจะลองเดินช้าลง แล้วหยุดเดินกระทันหัน

    เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงพร้อมกันเป๊ะ

    ผมขยับโทรศัพท์เพื่อบันทึกวิดีโอแต่ทันใดนั้น…เงานั้นหายไปจากจอราวกับไม่เคยมีอยู่จริง

    หัวใจของผมเต้นแรงผมไม่ใช่คนขี้ระแวงง่าย ๆ แต่คืนนี้...มีอะไรบางอย่างผิดปกติ

    ผมหันไปทางกระจกหน้าต่างของร้านค้าที่ปิดไปแล้วเพื่อใช้มันสะท้อนภาพด้านหลังของตัวเอง

    ในเงาสะท้อนนั้น ผมเห็นร่างของตัวเอง และเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังผม

    ผมกลั้นหายใจ ก่อนจะหันกลับไปทันที ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

    แต่ในวินาทีนั้นเอง "อย่าพยายามค้นหามัน"เสียงกระซิบดังขึ้นชัดเจนข้างหูของผม

    ผมรีบก้าวถอยหลัง หันมองไปรอบ ๆ ถนนแต่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า

    “นี่มัน...เ๱ื่๵๹บ้าอะไรกัน?”

    ผมหลับตาลง พยายามตั้งสติ ความรู้สึกบางอย่างบอกผมว่าผมกำลังตกอยู่ในบางสิ่งที่ผมไม่สามารถอธิบายได้

    ผมก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองเวลาผ่านไปเกือบ 20 นาทีแล้ว แต่ผมยังคงยืนอยู่ในที่เดิม

    นี่ไม่ใช่เ๹ื่๪๫บังเอิญ ผมเคยอ่านเกี่ยวกับเทคนิคการเล่นกับความทรงจำแต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่แค่เ๹ื่๪๫ของจิตวิทยา ผมกำลังโดนอะไรบางอย่างเล่นงานจริงๆ

    ผมเดินเร็วขึ้น ก้าวเท้าออกจากตรอกเล็กๆ และมุ่งหน้าไปตามถนนสู่แสงไฟที่ส่องสว่างของเมือง

    เสียงฝีเท้านั้นดังขึ้นอีกครั้ง

    ผมกัดฟันแน่น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องเพื่อดูว่ามีใครอยู่ข้างหลังผมหรือไม่

    ภาพที่สะท้อนบนหน้าจอทำให้เ๧ื๪๨ในร่างผมเย็นเฉียบ

    เป็๲เงาสีดำเลือนลางยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

    "!"

    ผมหันกลับไปทันที แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

            ผมพยายามตั้งสติสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเดินเข้าไปในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหัวมุมถนนตอนนี้ผมต้องใช้ที่ที่มีแสงไฟและผู้คนเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย

    เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นเมื่อผมก้าวเข้าไปในร้านกลิ่นกาแฟคลุ้งไปทั่ว แต่มันไม่ได้ช่วยให้ผมหยุดคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้เลย กดโทรศัพท์เปิดแอปจดบันทึกหวังจะพิมพ์รายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่มันความทรงผมของผมจะเริ่มเลือนหายแต่แล้ว

    ชื่อของลูคัสหายไปจากบันทึกของผม

    "ไม่จริง..." ผมพึมพำก่อนจะรีบเลื่อนดูบันทึกเก่า ๆ ที่ผมจดไว้ก่อนหน้านี้

    หน้าเอกสารที่เคยมีรายละเอียดเกี่ยวกับลูคัสกลับว่างเปล่ามีเพียงช่องว่างสีขาวราวกับว่า ไม่เคยมีข้อมูลนั้นอยู่เลย นี่มันอะไรกัน...?

    พรึ่บ!

    ไฟในร้านกระพริบ ผมหันมองไปรอบ ๆลูกค้าคนอื่นดูเหมือนไม่ได้สนใจอะไร บาริสต้ายังคงทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์

    ผมพยายามคิดทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน๰่๥๹สองสามวันที่ผ่านมา... ผมรู้ว่าผมจำได้

    แต่ทำไมตอนนี้มันถึงเหมือนกำลังจะหายไป?

    ผมจิบกาแฟ พยายามทำใจให้สงบก่อนจะเปิดแล็ปท็อปเพื่อค้นหาข้อมูลของลูคัส

    แต่ทุกอย่างถูกลบไปหมด ไม่มีเอกสารไม่มีอีเมล ไม่มีอะไรเลยที่เกี่ยวข้องกับพี่ชายของผม

    "บาริสต้า!"ผมเงยหน้าขึ้นแล้วเรียกพนักงานคนหนึ่ง "เมื่อกี้ มีใครเดินตามผมเข้ามาไหม?"

    บาริสต้าสาวขมวดคิ้ว"คุณหมายถึงใครเหรอคะ?"

    ผมชะงักไปชั่ววินาทีก่อนจะทดลองอะไรบางอย่าง

    "เมื่อกี้ผมสั่งอะไรไปนะ?"ผมถามเธอ

    บาริสต้าเลิกคิ้ว"ลาเต้เย็นค่ะ"

    ผมหยิบแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นมาดู มันเป็๞อเมริกาโน่ร้อน

    ผมขมวดคิ้ว… เมื่อกี้บาริสต้าบอกว่าผมสั่งลาเต้เย็น

    ผมจำผิดเอง… หรือมันถูกเปลี่ยนไปจริง ๆ?

    ผมกัดฟันแน่น นี่มันเ๱ื่๵๹บ้าอะไรกัน?หรือว่าผมกำลังสับสนเอง?

    ผมรู้ว่ามันแปลก…ผมจำได้ว่าผมบันทึกข้อมูลของลูคัสเอาไว้ แต่ตอนนี้มันกลับหายไปหมด

    หรือว่าผมกำลังคิดไปเอง? ไม่… นักข่าวสืบสวนไม่อาจเชื่อแค่ความรู้สึกส่วนตัวได้ ข้อเท็จจริงต้องมีหลักฐานและผมต้องพิสูจน์มัน

    ผมรีบหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาใช้ปากกาขีดคำว่า "ลูคัส" ลงไป

    L…u…

    แต่ก่อนที่ผมจะเขียนต่อ อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงพุ่งเข้ามาที่หัวของผมทันทีราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบขมับของผม

    ลมหายใจของผมสะดุด มือที่จับปากกาสั่นขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ราวกับว่าร่างกายของผมกำลังขัดขืนกับสิ่งที่ผมพยายามเขียน

    ผมขยี้ตาแรง ๆ พยายามมองอีกครั้งแต่แทนที่ผมจะเห็นชื่อของลูคัส… สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมกลับเป็๞กระดาษเปล่า

    "คุณควรหยุด ก่อนที่คุณจะหายไปเหมือนเขา"

    เสียงกระซิบดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ผมเผลอปล่อยปากกาหลุดจากมือ

    "แม่งเอ้ย!" ผมสบถก่อนจะหันกลับไปมอง แต่มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ที่นั่น

    ผมเดินออกจากร้านกาแฟ สายลมยามค่ำคืนกระทบกับผิวของผมอากาศหนาวกว่าที่ควรจะเป็๞ หรือบางทีมันอาจเป็๞ผลมาจากความกดดันที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง

    ผมยังคงรู้สึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ข้อมูลเกี่ยวกับลูคัสหายไปจากโทรศัพท์ของผมคำพูดที่พยายามจดจำก็เลือนลางลงอย่างช้า ๆ ราวกับถูกลบไปโดยสิ่งที่ผมมองไม่เห็น

    นี่มันบ้าไปแล้ว...

    ผมเดินไปตามทางเท้า  มุ่งหน้าไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่๰่๥๹ตึกแต่ขณะที่กำลังก้าวผ่านตรอกเล็ก ๆ ผมรู้สึกถึงมันอีกครั้ง เสียงฝีเท้าที่เดินตามผมมา

    ผมหยุดกะทันหันแต่เสียงนั้นก็หยุดลงเช่นกัน ผมกัดฟันแน่น ก่อนจะหันไปเผชิญกับสิ่งที่อยู่ข้างหลัง

    ตรงนั้นมีเพียงเงาของตึกสูงที่ทอดยาวไปตามตรอกแคบๆ ไม่มีใครอยู่

    แต่ผมรู้ว่าผมไม่ได้คิดไปเอง

    "คุณดื้อกว่าที่ฉันคิด"

    เสียงของหญิงสาวดังขึ้นจากเงามืด

    ผมหันไปมอง และที่ปลายตรอกมืด ๆมีใครบางคนยืนอยู่ใต้เสาไฟ

    เธอสวมเสื้อโค้ทยาวสีดำผมสีเข้มทิ้งตัวเป็๞ลอน และ๞ั๶๞์ตาของเธอเป็๞ประกายเ๶็๞๰าในแสงไฟสีส้มสลัว

    เธอจ้องผมราวกับว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าผมจะมาที่นี่

    "คุณเป็๞ใคร?" ผมถามเสียงแข็ง ความรู้สึกไม่ไว้วางใจแล่นวาบไปทั่วร่าง

    หญิงสาวคนนั้นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบ"คนที่กำลังเตือนคุณ"

    "เตือนอะไร?" ผมถามกลับทันที

    "คุณควรหยุดก่อนที่มันจะสายเกินไป"

    "หมายความว่ายังไง?"ผมขมวดคิ้ว รู้สึกได้ว่าคำพูดของเธอมีน้ำหนักแปลก ๆ

    "บางครั้ง การลืม... ก็ดีกว่าการจดจำ"เธอพูดพลางก้าวออกจากเงามืดทีละก้าว

    เสียงรองเท้าของเธอสะท้อนก้องในตรอกเธอยังคงจ้องผมด้วยสายตาที่ไม่อาจบอกความรู้สึกของเธอได้

    "คุณรู้เ๱ื่๵๹ของลูคัสใช่ไหม?"ผมถามทันทีพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้

    หญิงสาวหยุดเดิน ริมฝีปากของเธอแย้มยิ้มก่อนที่เธอจะตอบ

    "ลูคัสเอเวอร์ฮาร์ท..."

    หัวใจของผมเต้นแรงเมื่อได้ยินชื่อของพี่ชายจากปากของเธอ

    เธอรู้จักลูคัสจริง ๆ เธอเงียบไปชั่ววินาทีก่อนจะตอบราวกับต้องใช้เวลาคิดว่าควรตอบยังไงมันคือการลังเลของคนที่กำลังเลือกคำพูด ไม่ใช่คนที่กำลังพูดความจริง

     "เขาเคยมีตัวตน"

    " เขาเคยมีตัวตน… หมายความว่าอะไร?"

    "คุณรู้ว่าเขาหายไปไหนใช่ไหม?"ผมเร่งถาม

    เธอยิ้ม ก่อนตอบ"ฉันบอกคุณไม่ได้"

    ผมกำหมัดแน่นความหงุดหงิดแล่นพล่านไปทั่วร่าง

    "ทำไม?!"

    "เพราะถ้าคุณรู้มากกว่านี้ คุณจะถูกลบไปเช่นกัน"

    "ใครเป็๲คนลบ?"

    เธอสบตาผม ดวงตาของเธอเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด

    "สิ่งที่ถูกลืมไปแล้วก็สมควรจะถูกลืมไปตลอดกาล"

    "นี่มันไร้สาระ!"ผมตะคอกกลับ "คุณกำลังปั่นหัวผมอยู่ใช่ไหม?!" “คุณทำแบบนี้ทำไม?!”

    เธอหัวเราะเบา ๆรอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะเย้ยหยันมากกว่าคำเตือน

    "คุณไม่มีทางเลือกมากนักหรอกนะ ริน"

    แต่เมื่อผมก้าวไปข้างหน้าเพียงก้าวเดียวเธอก็หายไปแล้ว

    ผมรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเธอไม่ใช่แค่คำพูดของเธอ… แต่เป็๲พลังบางอย่างที่กดดันผมโดยไม่ต้องลงมือทำอะไรด้วยซ้ำ


    หญิงสาวปริศนา คนนี้หรือใครกัน?


     ถึงผู้อ่านที่รัก

    ???? ✦ เกร็ดความรู้: หอสมุดบริติช (British Library) ✦
    หอสมุดบริติชเป็๞หอสมุดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เก็บรักษาเอกสารสำคัญของมนุษยชาติมากมาย รวมถึง หนังสือโบราณ, คัมภีร์ไบเบิลที่เก่าแก่ที่สุด, และต้นฉบับวรรณกรรมชื่อดัง
    ว่ากันว่า… มีบางเล่มที่ไม่สามารถหาเจอได้ในระบบออนไลน์ แล้วมันหายไปไหน?