บทที่ 19 นังอ้วน ฉันจะฉีกแกเป็ชิ้น ๆ
เมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง หลัวิ่ แม่ของเด็กชายก็ใ รีบวิ่งรุดออกมา
เธอเห็นลูกชายของตนร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของเจียงหว่าน
ส่วนเจียงหว่านกำลังอุ้มลูกชายของเธอและมองไปรอบ ๆ
นังอ้วนเจียงหว่าน ไม่มีทั้งความอ่อนโยนและความสง่างาม แถมยังหยาบคาย
เธอรู้สึกได้ถึงเสียงก้องในหัว จึงรีบตรงเข้าไปกระชากลูกชายออกมา และเตะแขนอีกฝ่ายอย่างแรง
“ออกไปนะ อย่ามาแตะต้องลูกชายของฉัน!”
ในขณะนี้ หลัวิ่เป็เหมือนหมาป่าคลั่ง หากเจียงหว่านก้าวไปข้างหน้าอีกสักก้าว เธอคงพุ่งเข้าไปกัดเจียงหว่านแน่
เจียงหว่านกัดฟันแน่น แต่เวลานี้เด็กสำคัญที่สุด
เธอรีบชี้ไปที่เด็ก "ลองดูสิว่าเขาเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
เมื่อหลัวิ่เห็นอย่างนั้น เธอก็ไม่สนใจเื่อื่น รีบตรวจสอบลูกชายของตน เธอพบว่ามีรอยขีดข่วนตื้น ๆ บนแขนของลูกชาย และมีเืไหลซึมออกมาเล็กน้อย
หลัวิ่เป็ทุกข์มากจนตาแดงก่ำ เมื่อกี้นี้เธอกำลังงีบหลับอยู่ในบ้าน ไม่คาดคิดว่าลูกชายจะเปิดประตูออกมาเล่นจนเกิดเื่แบบนี้ขึ้น
ในความคิดของเธอ นี่คือสถานที่ทางทหาร เป็สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีคนในวางแผนร้ายกับลูกชายของเธอ
หลัวิ่อุ้มลูกขึ้น ก่อนขบฟันมองเจียงหว่าน
“แกทำอะไรกับลูกชายของฉัน นังบ้า!”
เจียงหว่านรีบอธิบาย "ไม่ มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด มันเป็เพราะลูกชายของคุณต่างหาก!"
“หุบปาก!” หลัวิ่โกรธจัด
“ลูกฉันทำอะไร? เป็ไปได้เหรอที่ลูกฉันจะคลานขึ้นไปหรือข่วนแขนตัวเอง เขาอายุแค่สามขวบ เขาจะรู้อะไร?”
“นังตัวเหม็น แกมันบ้า ลูกชายฉันอายุแค่สามขวบ เขาจะรู้เื่อะไรงั้นเหรอ?”
เจียงหว่านพูดไม่ออก
พอหลัวิ่โมโห เธอก็ไม่สนใจอะไรแล้ว เอาแต่เปิดปากพ่นคำสาปแช่งใส่อีกฝ่ายด้วยความโกรธทันที
เธอมาจากทางใต้ แม้ในเวลาปกติเธอจะสามารถพูดภาษาจีนกลางได้ แต่เมื่อสติหลุด เธอก็กลับไปพูดภาษาถิ่นของตนเอง
ส่วนในสายตาของ เจียงหว่านมันเป็เพียงคำสาปแช่ง
เจียงหว่านไม่เข้าใจ แต่เธอสามารถบอกได้ว่าบางประโยคเป็คำสาปแช่งรุนแรง
เธอโกรธมาก "คุณพอได้แล้ว คุณสิป่วย ฉันทำอาหารอยู่นะ ฉันกำลังทอดขนมหูแมว แล้วลูกชายของคุณก็มาปีนขึ้นกระทะของฉัน แต่คุณยังมาตำหนิฉันอีกเนี่ยนะ?"
"ฉันจะจับเขามาวางบนกระทะได้ยังไง?"
หลัวิ่ตกตะลึงเล็กน้อย ก่อนมองลงไป และแน่นอนว่าเธอเห็นเจียงว่านกำลังเตรียมอาหารอร่อย ๆ อยู่จริง ๆ
เธอเดาในใจว่าลูกชายของตนได้กลิ่นหอมจึงแอบปีนขึ้นเพราะอยากกิน แต่เจียงหว่านรู้ทันเลยทุบตีเขา
แม้ว่าเธอจะรู้สึกว่ามันไม่มีเหตุผล แต่เธอก็สามารถหาข้ออ้างได้ นอกจากนี้ เด็กวัยสามขวบจะไปรู้อะไร?
เมื่อเห็นว่าหลัวิ่ไม่พูดไม่ไม่จามาพักหนึ่งแล้ว เจียงหว่านก็คำรามด้วยความโกรธ
“คุณมาเถียงอะไรกับฉัน ทำไมไม่ไปดูแขนของลูกชายคุณก่อนฮะ?”
หลัวิ่เย้ยหยัน "ลูกชายของฉันหนังหนา อาการาเ็เล็กน้อยแค่นี้ไม่เป็อะไรมากหรอก"
“อย่าพยายามหาข้อแก้ตัวเลย ฉันถามเธออยู่นะ ถึงลูกชายของฉันจะวิ่งมาเอง แต่เธอถอดเสื้อผ้าของเขาเพื่ออะไร?”
เจียงหว่านแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ "ฉันก็ตรวจดูว่าเขาาเ็ตรงไหนน่ะสิ คุณป่วยหรือเปล่า? คิดว่าฉันจะลวนลามลูกชายคุณหรือยังไง? เขาอายุแค่สามขวบนะ!"
“ต่อให้มาเปลือยต่อหน้าฉัน ฉันก็ไม่ดูหรอก!”
หลัวิ่ได้ยินยิ่งโกรธจัด "นังบ้า..."
บางทีอาจเป็เพราะเสียงของหลัวิ่ดังเกินไป เทียนเทียนจึงใและเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
เจียงหว่านมองไปเด็กที่กำลังร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง จากนั้นมองไปยังหลัวิ่ที่ยืนกรานจะเค้นความจริงกับเธอท่าเดียว โดยไม่สนใจลูกชายสักนิด
ความอดทนของเจียงหว่านจึงหมดลง
“ได้ ตกลงคุณจะเถียงกับฉันให้ได้ใช่ไหม?”
“งั้นเรามาจัดการเื่ที่ลูกชายคุณทำชามของฉันแตกสองใบเลยก็แล้วกัน!”
……
“นี่คือที่ที่ฉันทำอาหาร แล้วเขาก็มาทำชามของฉันแตกไปสองใบ”
“จ่ายค่าชามของฉันมาก่อนเลยนะ!”
หลัวิ่ตกตะลึงเล็กน้อย พอมองลงไปแน่นอนว่าเธอเห็นมีชามที่แตกอยู่สองใบ
ได้ยินเสียงลูกร้องเธอก็รีบวิ่งออกมา แต่ไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์อะไร เธอจึงไม่แน่ใจว่าลูกชายของเธอไปทำชามแตกจริงหรือเปล่า
เธอขมวดคิ้วและไม่พูดอะไรสักคำ เจียงหว่านจึงพูดต่อว่า "ชดเชยค่าชามก่อน แล้วค่อยพูดเื่อื่น!"
หลัวิ่เถียงข้าง ๆ คู ๆ ด้วยความโกรธ "เธอเองก็แตะตัวลูกชายฉันนี่!"
เจียงหว่านเย้ยหยัน "ใช่ ฉันแตะตัวเขา แล้วคุณจะทำไม!"
“เขาเป็แค่เด็กอายุสามขวบ ยังจะมาสนใจที่ฉันแตะตัวเขาอีกงั้นเหรอ? ก็ได้ นี่ไง ฉันแตะให้ดู!”
ในขณะที่พูดนั้น เธอก็ยื่นมือออกไปเพื่อบีบก้นเล็ก ๆ ของเสี่ยวเทียนเทียนที่โผล่อยู่นอกกางเกง
เธอจับมันเบามาก แต่เนื่องจากมือเจียงหว่านค่อนข้างแข็งแรง เมื่อเธอบีบเบา ๆ ก้นเด็กชายก็เปลี่ยนเป็สีแดกปรากฏรอยไม่ลึกไม่ตื้นขึ้น
เทียนเทียนกะพริบตาปริบ ๆ มองเธอ และมองไปที่แม่ของตน ก่อนจะแหกปากร้องไห้อีกครั้ง
หลัวิ่ทนไม่ไหวอีกต่อไป แม้คนหัวหนานจะมีวิธีการเลี้ยงลูกในแบบของตัวเอง โดยส่วนมากพวกเขาจะปล่อยให้เด็กออกไปเล่นด้วยตัวเอง
แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อมีคนมาหยิกก้นลูกชายต่อหน้าแล้วจะทนได้
หลัวิ่วางเด็กลงและรีบพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับร้องคำราม
สะใภ้เฉินและเหอหยวนหยวนได้ยินเสียงจึงรีบออกไปดู พวกเธอได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องและคำสาปแช่งของหลัวิ่ แต่ไม่เห็นตัวเธอ
ส่วนเจียงหว่าน ตอนนี้เธอนอนหงายหลังอยู่บนพื้นเป็ภาพที่ดูน่าสมเพชมาก
“ไหนล่ะ? เมื่อกี้ฉันยังได้ยินเสียงของหลัวิ่อยู่เลย!” สะใภ้เฉินถามอย่างสงสัย
"ใช่ ฉันก็ได้ยินเสียงหลัวิ่เหมือนกัน แต่ทำไมไม่มีใครเลย?" เหอหยวนหยวนก็งุนงงเช่นกัน
แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบ กลับมีมือยื่นออกมาจากใต้ร่างของเจียงหว่าน "ฉัน… ฉันอยู่ที่นี่ ช่วย…ช่วยฉันด้วย!"
ทุกคนใมาก
เจียงหว่านแค่นเสียงเย็น "ช่วย? เมื่อกี้นี้เธอกัดฉันนี่ จะให้ช่วยงั้นเหรอ? ไม่มีทางซะหรอก!"
หลัวิ่ได้ยินอย่างนั้นก็พูดอย่างสติหลุด "นังตัวเหม็น นังบ้า! มาสู้กันดี ๆ สิ มาทับฉันทำไม!"
เจียงหว่านไม่ใจอ่อน เธอสวนว่า "ในเมื่อมันเป็การต่อสู้ การทับก็เป็วิธีหนึ่ง คุณเองก็เพิ่งดึงผมของฉันไปเหมือนกันนี่!"
หลัวิ่ยิ่งโกรธกว่าเดิม "เป็บ้าอะไรของเธอ! ผู้หญิงก็ทะเลาะกันด้วยการดึงผม ใช้มือคว้า แล้วใช้ฟันกัดกันทั้งนั้น!"
“เธอนั่นแหละที่ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป แล้วมาโทษฉัน!”
เจียงหว่านเย้ยหยัน "นี่คุณมีตั้งสามกระบวนท่า แต่ฉันไม่มีความรู้เท่าคุณหรอก ถ้าไม่พอใจคุณก็มาทับฉันได้นะ!"
หลัวิ่โกรธมากจนปวดฟัน เธอเตี้ยแค่ร้อยห้าสิบเิเ ทั้งยังผอมแห้ง จะไปเอาอะไรไปชนะเจียงหว่านที่หนักร้อยห้าสิบกิโลได้ยังไง?
ด้วยความหงุดหงิดรำคาญ เธอจึงยื่นมือออกมาทุบตีร่างอ้วน ๆ ของเจียงหว่านอย่างสิ้นหวัง พลางโวยวาย
“นังอ้วน นังสารเลว ออกไปนะ ออกไป ออกไป!”
เจียงหว่านนอนนิ่งเหมือนหมูที่ไม่กลัวน้ำร้อน เชิญตีเธอตาม้าได้เลย แต่เธอจะไม่ยอมลุกเด็ดขาด!
และเมื่อเธอโกรธ เธอก็จะบดเบียดก้นลงไปแรง ๆ
“อ๊า!” เสียงกรีดร้องโหยหวนของหลัวิ่ดังก้องไปทั่วทั้งลาน
เห็นอย่างนั้นแล้ว หนังศีรษะของสะใภ้เฉินกับเหอหยวนหยวนก็ลุกชันไปพักหนึ่ง
จนทั้งสองคนต้องจับมือกันพยายามดึงเจียงหว่านขึ้นมา
แต่เจียงหว่านยังคงไม่ยอมลุก สะใภ้เฉินจึงต้องพูดอย่างจนใจ
“ดูซะบ้างว่าเธอหนักเท่าไหร่ ถ้าทับคนตายขึ้นมาจะติดคุกนะ?”
เจียงหว่านได้ยินเช่นนี้ก็เกิดเห็นด้วยขึ้นมาเช่นกัน เธอจึงยอมลุกขึ้น เธอเคยได้ยินว่ามีคนถูกเหยียบตายด้วย จะว่าไปน้ำหนักร้อยห้าสิบกิโลกรัมของเธอเองก็ค่อนข้างอันตรายเหมือนกันนะเนี่ย
เอาเถอะ ยังไงมันก็ไม่คุ้มที่จะติดคุกเพื่อหลัวิ่
หลัวิ่โซเซลุกขึ้นจากพื้น เมื่อครู่เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกบดขยี้จนแบนเป็แผ่นแล้ว
ต้องขอบคุณที่เมื่อวานฝนตก ดินจึงนุ่มมาก
หากแทนที่ด้วยพื้นคอนกรีต และมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น เธอตายได้เลยนะ!
หลัวิ่หอบหายใจเฮือกใหญ่ พลางจ้องมองไปที่เจียงหว่านด้วยความแค้นเคือง