คิมหันต์กับก๊วนปราบผี!

    ตอนที่ 10 วันหยุดของคิมหันต์

    วันเสาร์ เวลา 8.30 AM.

    หลังจากวันเวลาผ่านไปในที่สุดวันเสาร์ที่เด็กสาวรอคอยก็ได้มาถึงเสียที วันนี้เจ้าตัวรีบตื่นขึ้นมาแต่เช้าอย่างอารมณ์ดี รู้สึกว่าผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่วันเธอเริ่มปรับสภาพให้ชินกับที่อยู่อาศัยใหม่ของเธอได้แล้ว

    เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าห้องนอนของเธอ คุณเซนหรือชายหนุ่มที่บอกว่าตัวเองเป็นเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้จะเป็นคนจัดแจงให้เองกับมือ แถมข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างก็ครบถ้วนไม่มีตกหล่นเลยสักอย่างถึงเขาจะดูเป็นคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใครแต่ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียวล่ะ

    ส่วนของเรื่องอาหารการกินที่นี่ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้อยู่อาศัยผลัดเวรกันทำให้ เนื่องจากเธอเคยไปถามคุณเซน เขาให้คำตอบว่าเพราะที่คฤหาสน์แห่งนี้มักจะใช้เป็นที่ชุมนุมของเหล่านักปราบผีเลยทำให้แม่บ้านที่จ้างมามักจะกลัวกันหนีเตลิดไปตลอด

    ด้วยสาเหตุว่านักปราบผีบางคนจะมีวิญญาณคุ้มครองมาด้วยและวิญญาณของบางคนก็เป็นประเภทขี้แกล้งชอบไปวุ่นวายหลอกหลอนแม่บ้านเนี่ยแหละ ตอนนี้เขาก็ได้แต่กลุ้มใจเพราะในกลุ่มแม่บ้านดันลือกันไปยกใหญ่ว่าคฤหาสน์แห่งนี้มีผีสิงทำให้ไม่มีใครกล้ามาสมัครเลย
    คิมหันต์พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับนักปราบผีและเรื่องของวิญญาณร้าย ทุนเดิมเธอก็เป็นคนที่ชอบเรื่องอะไรทำนองนี้อยู่แล้วถึงจะแอบกลัวมั่งก็ตามที เจ้าตัวได้ทำการจดบันทึกข้อมูลลงในสมุดพกเล็กๆ

    และหลังจากที่ได้ไปสอบถามมาพร้อมกับจดชื่อของเหล่าผู้พักอาศัยในคฤหาสน์เธอก็พบว่าแต่ละคนมักจะมีความเป็นตัวเองสูงมาก

    เริ่มจากคนแรก คุณชาลิสา หญิงสาววัย 34 ปี ที่เธอได้พบเมื่อวานนี้ตอนเย็นหลังจากกลับมาจากโรงเรียน


    วัน พฤหัสบดี เวลา 4.20 PM.


    “ กลับมาแล้วค่ะ คุณเซน” เด็กสาวเดินไปทักทายเซนที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเคาน์เตอร์ เขาเงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อย

    “ ไพลินกับซูซาคุไปไหนซะแล้วล่ะ ?” เขาเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าปกติจะต้องเจอคนใดคนหนึ่งประกบคิมหันต์มาด้วยตลอด

    “ วันนี้ซูซาคุต้องไปลงแข่งซ้อมบาสค่ะ ส่วนไพลินต้องไปทำงานพิเศษที่คาเฟ่แทนซูซาคุเป็นการไถ่โทษที่คราวก่อนแอบขโมยจักรยานเขากลับมาน่ะค่ะ” เธอตอบ

    เจ้าตัวพลางนึกขำไพลินขึ้นมาถึงเธอจะดูเป็นคนไม่ค่อยจะสนใจอะไรซักเท่าไร แต่ก็แอบรู้สึกผิดบ้างแหละที่ทำให้ซูซาคุโกรธขนาดนั้น

    “ อ๋อ เข้าใจแล้ว อาหารเย็นวันนี้ทำไว้แล้ว หิวก็ไปหยิบออกมาอุ่นเอา” เซนบอกเด็กสาวก่อนจะกลับไปก้มหน้าก้มตาทำงานของตนต่อ

    “ ค่ะ” เด็กสาวขานรับ แล้วเดินไปนั่งยังโซฟาพลางหยิบกระเป๋าโน๊ตบุ๊คของซูซาคุที่ถูกพิงไว้ข้างโซฟาขึ้นมานั่งทำรายงานที่คุณครูได้มอบหมายไว้ คิมหันต์ไม่มีปัญหากับการที่ต้องมานั่งทำรายงานคนเดียวเสียเท่าไหร่เพราะเธอรู้ว่าทั้งสองคนนั้นยุ่งมาก

    ซูซาคุต้องทำงานพิเศษและซ้อมบาสแถมควบคู่กับงานปราบผีอีกเขาเลยให้สัญญาว่าถ้าจัดการเรื่องของตัวเองเสร็จจะรีบมาช่วยทันที ไพลินนั้นพอมีเวลาว่างก็จะมาช่วยเธอทำทันทีแต่พอเริ่มหัวค่ำเพื่อนสาวก็ต้องไปทำงานกับซูซาคุเช่นกันเนื่องจากทั้งสองคนเป็นคู่หูกัน

    พวกเขาเล่าให้เธอฟังว่า งานปราบผีนั้นส่วนใหญ่มักจะจับคู่กันเพื่อลดความเสี่ยงของอันตรายที่จะเกิดขึ้นยิ่งเป็นนักปราบผีฝึกหัดแบบพวกเขาด้วยแล้ว แต่ก็จะมีพวกที่ชอบฉายเดี่ยวเช่นกันหรือจะเป็นทีมก็มี

    การจะเป็นนักปราบผีนั้นไม่ใช่ว่าใครจะเป็นได้จะต้องมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดและต้องผ่านการทดสอบอีกด้วย อธิบายง่ายๆคือก็เหมือนกับหน่วยงานธรรมดาทั่วไปที่ต้องคัดคนเข้า

    “ ยังงานยุ่งไม่เปลี่ยนเลยนะ เซน” เสียงของหญิงสาวผู้มาเยือนใหม่เอ่ยทักทายชายหนุ่ม

    “ สวัสดีครับ หัวหน้า”

    “ หัวหน้าอะไรกัน ห่างเหินจังเลยนะ เรียกรุ่นพี่เหมือนเดิมน่ะดีแล้ว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่นก่อนจะเหลือบไปเห็นเด็กสาวที่นั่งพิมพ์งานอยู่ที่โซฟา

    เธอไม่เคยเห็นเด็กคนนี้มาก่อนเลยพอจะเดาได้ว่าเป็นใครจึงเดินเข้าไปทักทาย

    “ สวัสดี เธอใช่คิมหันต์ที่มาอยู่ใหม่รึเปล่า?”

    “ เอ๊ะ เอ่อ .. ใช่ค่ะ คุณคือ ?” คิมหันต์งงเล็กน้อยเพราะเธอมัวแต่จดจ่อกับการพิมพ์รายงานเลยทำให้ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิด

    “ฉัน ชาลิสา เป็นหัวหน้าของเซนน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” หญิงสาวผู้สวมใส่แว่นกรอบสีแดงยิ้มให้เด็กสาวอย่างเป็นมิตร

    เธอเอาผมสีส้มทัดหูก่อนจะหยิบของบางสิ่งออกมาจากกระเป๋ากระโปรงของเธอ

    “ เช่นกันค่ะ คุณชาลิสา”

    “ คุณชาลิสาอะไรกัน เรียกพี่ก็ได้นะ ฉันไม่ถือ ว่าแต่น้องคิมหันต์สนใจซื้อเครื่องรางนำโชคสักชิ้นไหมจ๊ะ ?”

    ดวงตาสีฟ้าของเธอเป็นประกายระยิบระยับพร้อมกับยื่นเครื่องรางนำโชคที่เป็นสร้อยคอให้ดูก่อนจะพูดเสริมอีกว่า

    “ ฉันคิดไม่แพงนะ 500 บาทเอง ที่อื่นขายแพงกว่านี้อีกนะ”

    “ หนูไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่ค่ายใช้จ่ายของตัวเองบริหารให้พอก็ลำบากมากแล้วล่ะค่ะ”

    ดวงตาสีม่วงมองชาลิสาอย่างลำบากใจ เพราะรู้สึกเหมือนโดนกดดันให้ซื้อแปลกๆ

    “ นิสัยชอบหลอกขายของแพงกว่าที่อื่นพอทีเถอะครับ คิมหันต์สร้อยนั่นน่ะตามตลาดขายไม่ถึง 200 บาท ด้วยซ้ำนะ”

    เจ้าของคฤหาสน์เอ่ยเตือนเด็กสาวผู้ซื่อบื้อไปทุกเรื่อง

    “ แหะๆ เซนนายนี่ก็ขัดขวางธุรกิจฉันตลอดเลย ! ฉันกลับก่อนล่ะ วันนี้แค่แวะมาดูหน้าเด็กใหม่เท่านั้น ไว้เจอกันนะน้องคิมหันต์ ~”

    เธอหันไปแว้ดใส่รุ่นน้องผู้ชอบขัดขวางการทำมาหากินของเธอตลอดก่อนจะหันมาบอกลาคิมหันต์ที่นั่งเอ๋ออยู่เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกให้ซื้อของที่แพงกว่าเท่าตัว

    คะ คนๆนี้ ร้ายกาจเป็นบ้า !