ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 91 ของขวัญของอาจารย์ใหญ่ทั้งหลาย

            เมื่อพิธีกราบอาจารย์สิ้นสุด หลิ่วเทียนฉีก็พาเฉียวรุ่ยกับพวกต่งเฟิงไปที่โรงอาหารเพื่อฉลอง

            พอมาถึงห้องส่วนตัว ทันทีที่ทั้งห้าคนพากันนั่งลง อาหารโอชาชุดใหญ่ก็ถูกยกขึ้นโต๊ะอย่างรวดเร็ว

            “ฮ่าๆๆ เทียนฉี ตอนนี้เจ้าเป็นศิษย์คนเก่งของอาจารย์ใหญ่แล้ว ข้าพี่น้องคนนี้ ขอคารวะเจ้าหนึ่งจอก” ต่งเฟิงพูดพลางชูจอกสุราขึ้น

            “อืม แด่ศิษย์น้องหลิ่ว” เมิ่งเฟยกับจงหลิงพยักหน้าเห็นด้วย ชูจอกสุราขึ้นคารวะเช่นกัน

            “อื้อ เทียนฉี ยินดีกับเจ้าด้วยนะ!” เฉียวรุ่ยชูจอกสุราพลางมองคนรักที่อยู่ข้างกาย

            เห็นทั้งสี่คนชูจอกสุราขึ้นฉลองให้กับตน หลิ่วเทียนฉียกมุมปาก

            “อืม ขอบคุณทุกคน!” เขาพยักหน้าตอบรับ ทั้งห้าคนทยอยเข้ามาชนแก้วแล้วดื่มคำเดียวจนหมด

            “ฮ่าๆๆ คิดไม่ถึงเลยเชียวว่าหัวหน้าอาจารย์ใหญ่ของพวกเราจะใจกว้างปานนี้ ถึงกับมอบสมบัติวิเศษขั้นสี่ เทียนฉี เจ้าทำให้ข้ารู้สึกอิจฉาเสียจริง!” ต่งเฟิงพูดพร้อมแสดงสีหน้าอิจฉาอย่างไม่ปิดบัง

            สมบัติวิเศษขั้นสี่ ต่งเฟิงย่อมไม่รู้จัก แต่ได้ยินศิษย์พี่ชายหญิงที่มาชมเรื่องสนุกบอกว่าศิลาก้อนนั้นเป็นของวิเศษขั้นสี่ มีประโยชน์กับผู้ฝึกตนที่มีแก่นพลังทิพย์สายวารีมากที่สุด เป็นของดีเชียวล่ะ

            “เจ้าจะรู้อะไรเล่า? หัวหน้าอาจารย์ใหญ่กับอาจารย์อาอู๋ฉิงเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมอาจารย์ พวกเขาสนิทกันยิ่งนัก ศิษย์น้องหลิ่วกลายเป็นศิษย์ของอาจารย์อาอู๋ฉิง เช่นนั้นหลังจากนี้ ย่อมเรียกขานหัวหน้าอาจารย์ใหญ่เป็นอาจารย์ลุงได้ กระทั่งคำว่าอาจารย์ใหญ่ยังละได้เลย” เมิ่งเฟยอธิบาย

            “ศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมอาจารย์หรือ? ความหมายของศิษย์พี่เมิ่งคือหัวหน้าอาจารย์ใหญ่ก็เป็นผู้ใช้ยันต์ด้วย อย่างนั้นหรือ?” เฉียวรุ่ยมองเมิ่งเฟยพลางถามอย่างสงสัย

            “ไม่ ไม่ใช่หรอก ความจริงหัวหน้าอาจารย์ใหญ่ อาจารย์อาอู๋ฉิงและอาจารย์อาเหยาเยี่ยน พวกเขาสามคนกราบเข้าสำนักของผู้สูงส่งคนหนึ่ง ร่ำเรียนวิชาตั้งแต่เล็กจึงเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกัน กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ต่อมาหลังมีพลังระดับผนึกดวงปราณ ทั้งสามคนถึงแยกย้ายกันร่ำเรียนศาสตร์คนละวิชา แล้วค่อยกลับมายังแคว้นจินอวี่เพื่อก่อตั้งวิทยาลัยเซิ่งตูขึ้นมาน่ะ” เมิ่งเฟยเล่าอย่างตั้งใจ นางเข้าใจประวัติศาสตร์ช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง

            “อ้อ! เป็นเช่นนี้เอง!” พวกเขาพยักหน้ารับ

            “ฉะนั้น พวกเจ้าอย่าได้คิดว่าใต้หัวหน้าอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ใหญ่ทั้งเจ็ดล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับดวงปราณแล้วจะมีฐานะจะเท่ากันเชียว ตำแหน่งของอาจารย์อาอู๋ฉิงกับอาจารย์อาเหยาเยี่ยนในใจหัวหน้าอาจารย์ใหญ่น่ะสูงกว่าอาจารย์ใหญ่อีกห้าคนยิ่งนัก” จงหลิงเล่าเสริม

            “อืม ศิษย์ร่วมอาจารย์ย่อมไม่เหมือนกันสินะ!” ทุกคนพยักหน้า คิดว่าที่จงหลิงบอกนั้นมีเหตุผล

            “แต่ นอกจากหัวหน้าอาจารย์ใหญ่ที่เป็นผู้มากความสามารถระดับจิตแรกกำเนิด อาจารย์ใหญ่อีกเจ็ดคนต่างเรียกขานกันเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องนี่?” เฉียวรุ่ยมองศิษย์พี่ทั้งสองก่อนถามอีกครั้ง

            “นั่นเป็นเพียงคำเรียกขาน พวกเขาไม่ใช่ศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกันจริงๆ หรอก”

            “อ้อ! ถ้าอย่างนั้น หากเทียนฉีเป็นศิษย์ของอาจารย์ใหญ่อู๋ฉิง ฐานะก็ย่อมต่างกันมากแล้วสิ!” เฉียวรุ่ยกะพริบตาปริบๆ อย่างุนงง

            “แน่นอน ศิษย์ของอาจารย์ใหญ่ และยังเป็นศิษย์หลานของหัวหน้าอาจารย์ใหญ่อีก ฐานะจะเหมือนผู้อื่นได้หรือ?” ต่งเฟิงพูดเหมือนเป็นเรื่องถูกต้อง

             “ใช่แล้ว ไม่เหมือนกันหรอก ฐานะของศิษย์น้องหลิ่วน่ะ สูงกว่าพวกเราอีกนะ!” เมิ่งเฟยมองหลิ่วเทียนฉี บอกด้วยความอิจฉา

            “ใช่แล้ว!” จงหลิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            ศิษย์ของอาจารย์อาอู๋ฉิง ไม่อาจเปรียบเทียบกับพวกนางสองคนได้หรอก!

            “พอศิษย์พี่ทั้งสองเอ่ยเช่นนี้ ข้ารู้สึกรับไม่ค่อยไหวนัก อีกอย่าง ข้าเพิ่งกราบอาจารย์เองนะขอรับ ในวันหน้ายังคงต้องให้ศิษย์พี่ทั้งสองช่วยเหลืออีกมาก!” หลิ่วเทียนฉีมองทั้งสองคนก่อนเอ่ยอย่างถ่อมตัว

            “ฮ่าๆๆ ทุกคนล้วนเป็นสหายสนิท วันหน้าย่อมดูแลกันได้อยู่แล้ว!”

            “ใช่แล้ว ในเมื่อตอนนี้เจ้าเป็นศิษย์ของอาจารย์อาอู๋ฉิง ไม่แน่วันหน้า พวกเราอาจต้องให้เจ้าช่วยก็เป็นได้!” แม้เมิ่งเฟยพูดอย่างไม่ยินดีนัก แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับมีความมั่นใจยิ่ง

            อย่างไร อาจารย์อาอู๋ฉิงก็เป็นถึงคนโปรดอันดับหนึ่งของหัวหน้าอาจารย์ใหญ่เชียวนะ ส่วนฐานะของหลิ่วเทียนฉีในวันหน้า นั่นย่อมเป็นเรือลอยตามน้ำ!

            “ทุกคนล้วนเป็นสหายสนิท ต้องคอยช่วยเหลือกันอยู่แล้ว! หากวันหน้าศิษย์พี่ทั้งสองต้องการให้เทียนฉีช่วยเหลือ เทียนฉีย่อมไม่ปฏิเสธขอรับ!”

            “ดี ตรงไปตรงมาเช่นนี้ ข้าขอคารวะศิษย์น้องหลิ่วอีกหนึ่งจอก!” เมิ่งเฟยพูดพลางชูจอกสุราขึ้น

            “หมดแก้ว!” สองคนชูจอกขึ้นดื่มคำเดียวหมด

            “เทียนฉี! เจ้ากราบอาจารย์ครานี้ รับของขวัญจนมือไม้อ่อน ทำให้พี่น้องอย่างข้าอิจฉาไม่หายเสียที!” ต่งเฟิงบอกอย่างอิจฉาเล็กน้อย

            อาจารย์ใหญ่หญิงงามของพวกเขาใจกว้างนัก มอบโอสถเลื่อนระดับขั้นสามระดับสูงเม็ดหนึ่งให้เทียนฉีเชียวนะ! นั่นเป็นโอสถเลื่อนระดับ ช่วยเลื่อนระดับขอบขั้นเล็กขั้นหนึ่งเชียว! ถึงกับมอบให้เช่นนี้ อาจารย์ใหญ่กลับไม่ปวดใจสักนิด

            “ใช่แล้ว ข้าก็คิดไม่ถึงว่าอาจารย์ข้า ตาแก่ขี้เหนียวคนนั้นจะถึงกับมอบอุปกรณ์อาคมขั้นสามระดับสูงให้ศิษย์น้องหลิ่ว ข้าเห็นยังตาวาวเลย?” เมิ่งเฟยพูดด้วยใบหน้าน้อยใจ 

            อาจารย์ของตนขี้เหนียวจะตายชัก เป็นเรื่องโด่งดังที่ผู้คนรับรู้ คิดไม่ถึงว่า อาจารย์อาอู๋ฉิงรับศิษย์คราวนี้ ตาแก่ถึงกับยอมควักเนื้อ แถมยังเป็นเนื้อก้อนโตอีก ทำให้ข้าตาค้างได้ดีจริง!

            “ใช่แล้ว แผ่นค่ายกลสังหารขั้นสามที่อาจารย์ข้ามอบให้นั่นก็เป็นระดับสุดยอด เป็นค่ายกลสังหารขั้นสามที่ทรงพลังที่สุด ดูท่าอาจารย์ใหญ่ทุกท่านจะรักศิษย์น้องหลิ่วมากจริงๆ!” จงหลิงคิดว่า ที่อาจารย์ใหญ่ทั้งหลายเหล่านี้ต่างควักเนื้อลงทุน ก็เพื่อซื้อใจอู๋ฉิงกับหัวหน้าอาจารย์ใหญ่

            “ล้วนอาศัยใบบุญของอาจารย์กับอาจารย์ลุงมากนัก!” หลิ่วเทียนฉีเข้าใจ คนเหล่านี้ส่งของขวัญดีปานนี้ให้เพราะเห็นแก่หน้าเฟิงกู่กับอู๋ฉิงเท่านั้น

            .........

            หลังรับประทานอาหาร หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยกลับมาบ้านด้วยกัน

            หลิ่วเทียนฉีเอาของขวัญที่ได้แต่ละชิ้นออกมาวางไว้บนโต๊ะให้เฉียวรุ่ยจับเล่นชมดู

            “หัวหน้าอาจารย์ใหญ่มอบสมบัติวิเศษขั้นสี่ชิ้นหนึ่ง ศิลาหยาดหยกหินย้อย อาจารย์อู๋ฉิงมอบพู่กันเขียนยันต์ขั้นสามระดับสูงด้ามหนึ่งให้ อาจารย์ใหญ่หญิงงามแห่งวิทยาลัยโอสถมอบโอสถเลื่อนระดับขั้นสามระดับสูงเม็ดหนึ่ง อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยแห่งวิทยาลัยค่ายกลมอบแผ่นค่ายกลสังหารขั้นสามระดับสุดยอด อาจารย์ใหญ่เฮยแห่งวิทยาลัยหลอมอุปกรณ์มอบหอทองคำน้อย อุปกรณ์อาคมขั้นสามระดับสูง อาจารย์ใหญ่แห่งวิทยาลัยควบคุมสัตว์อสูรมอบพยัคฆ์ขนดำตัวหนึ่งซึ่งเป็นสัตว์อสูรขั้นสามเช่นกัน อาจารย์ใหญ่เคราแพะแห่งวิทยาลัยกระบี่มอบกระบี่อาคมขั้นสามเล่มหนึ่งให้ และอาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนแห่งวิทยาลัยยุทธ์ มอบวิชาหยางคู่ให้เล่มหนึ่งอย่างงั้นหรือ? นี่คือวิชาอะไรน่ะ?”

            เฉียวรุ่ยถือตำราขึ้นมา เอ่ยถามหลิ่วเทียนฉีอย่างสงสัย

            “วิชาประสานกาย เหมาะให้พวกเราสองคนใช้ยามประสานกายกันที่สุด!” หลิ่วเทียนฉีมองคนรักตัวน้อยอย่างอ่อนโยน ตอบตามความจริง

            ได้ยินอย่างนั้น เฉียวรุ่ยอึ้งไปเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าจะเปลี่ยนสี “อะ อะไรกัน? อาจารย์ใหญ่คนนี้ เขาเลอะเลือนแล้วหรือ มอบของเช่นนี้ให้ได้อย่างไรเล่า?”

            “ไม่นะ ข้ารู้สึกว่ามีประโยชน์เอาการเชียวล่ะ!” พูดพลางขยับเข้ามาโอบเอว

            เฉียวรุ่ยรู้สึกถึงหน้าอกที่ร้อนดั่งไฟแนบชิดอยู่บนแผ่นหลังของตน ร่างกายจึงสั่นน้อยๆ “อย่า อย่าแกล้งข้าสิ รีบทำพันธสัญญากับเสือดำเร็ว อย่าให้เจ้าตัวนี้หนีออกมาจากถุงเลี้ยงอสูรแล้วก่อปัญหาขึ้นมาเลย”

            “ข้าไม่ใช่ผู้ควบคุมสัตว์อสูรสักหน่อย ด้วยความสามารถของข้า ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรสามตัวคงเป็นไปไม่ได้” หลิ่วเทียนฉีบอก คิ้วพลันขมวดขึ้นมาทันที

            เขามีแมลงผายลมกับอสูรอาชาอยู่ หากคิดทำพันธสัญญาอีก เกรงว่าคงเป็นไปได้ยาก

            “ถ้าอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นทำอย่างไรดีเล่า?” เฉียวรุ่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย เหลือบมองหลิ่วเทียนฉีอย่างร้อนรน

            “ข้าคิดว่าจะปลดพันธสัญญากับอสูรอาชาก่อน ค่อยทำพันธสัญญากับเสือดำน่ะ” มีแค่วิธีเดียว

            “แต่ จะทำอย่างไรกับอสูรอาชาต่อเล่า?”

            “ขาย อสูรอาชาเป็นสัตว์อสูรขั้นสอง ตอนนี้พวกเราอยู่ขั้นสาม ไม่เหมาะให้พวกเราใช้แล้ว นอกจากนี้เสือดำยังเป็นพาหนะได้ และกระบี่อาคมที่อาจารย์ใหญ่แห่งวิทยาลัยกระบี่มอบให้ก็ใช้เหาะเหินได้เหมือนกัน”

            “อ้อ!” ได้ยินเช่นนี้ เฉียวรุ่ยจึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            เฉียวรุ่ยยืนอยู่ด้านข้าง เห็นหลิ่วเทียนฉีปลดพันธสัญญากับอสูรอาชาเสร็จ ทำพันธสัญญากับเสือดำกลายเป็นนายบ่าวอย่างรวดเร็ว ก็ยกมุมปากอย่างยินดี “หลังจากนี้ เทียนฉีก็มีสัตว์เลี้ยงร่วมรบของตนเองแล้วนะ!”

            “ใช่แล้ว!” แม้เสือดำตัวนี้เพียงขั้นสาม แต่พลังโจมตีคงไม่เลวนัก อย่างน้อยก็แข็งแกร่งกว่าอสูรอาชาของเขามาก

            “ชิ มีอะไรยอดเยี่ยมกัน แค่สัตว์อสูรขั้นสามตัวหนึ่งเอง!”

            ได้ยินเสียงกระแสจิตของจิ้งจอกน้อยจินเยี่ยน หลิ่วเทียนฉีระบายยิ้มอ่อนโยน

            “ฮึ จินเยี่ยน เจ้าตัวน่าชังนี่ ยังมีหน้ามาล้อผู้อื่นอีก ตัวเจ้าเองก็เป็นขั้นสามไหม?” เฉียวรุ่ยรีบพูดขึ้นทันที

            “ข้า นั่นเพราะข้าบาดเจ็บอยู่หรอก ถึงอย่างนั้นแล้วอย่างไรเล่า อีกอย่าง หากไม่ใช่พวกเจ้ามัวแต่ชักช้า ไม่หาโอสถให้ข้า อาการบาดเจ็บของข้าจะหายช้าปานนี้หรือไง?”

            “เฮ้ จะเกินไปไหม? โอสถเม็ดนั้นที่เทียนฉีให้ต่งเฟิงซื้อจากวิทยาลัยโอสถให้เจ้าราคาหนึ่งหมื่นก้อนศิลาทิพย์เชียวนะ หนึ่งหมื่นก้อนศิลาทิพย์เชียว เจ้ารู้ไหมฮะ? นั่นเป็นโอสถขั้นสามระดับสูง มีฤทธิ์รักษาอาการบาดเจ็บภายในได้ดีที่สุดในหมู่โอสถขั้นสาม! ไหนจะเป็นโอสถสำหรับให้สัตว์อสูรกินโดยเฉพาะ เจ้ารู้บ้างไหม?” เฉียวรุ่ยถลึงตาจ้องถุงเลี้ยงอสูรของตน หายใจฟืดฟาดก่อนถาม

            เจ้าตัวนี้ กินโอสถราคาหนึ่งหมื่นก้อนศิลาทิพย์ลงท้องไปยังไม่รู้จักพออีก

            “สัตว์อสูร? สัตว์อสูรยอดเยี่ยมนักหรือ? เจ้าเอาโอสถที่สัตว์อสูรกินให้ข้าซึ่งเป็นสัตว์เทพ ช่างดูถูกข้าโดยแท้!”

            “ดูถูก? ดี เจ้าพูดเองนะ หลังจากนี้เจ้าอย่าคิดว่าพวกเราจะซื้อโอสถให้กินอีกเลย!” เฉียวรุ่ยพูดพลางบีบถุงเลี้ยงอสูรแรงๆ ทีหนึ่ง

            “โอ๊ย ไอ้หนู เจ้าทำอะไร!”

            “ข้าจะบีบเจ้าให้ตาย!”

            “ไอ้หนู เจ้าต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือไงฮะ?”

            “ทำเกินไป เป็นข้าทำเกินไปหรือเจ้ากันแน่ที่ทำเกินไป? ตั้งแต่ซื้อเจ้ากลับมา พวกเราต้องซื้อโอสถให้เจ้า ใช้ศิลาทิพย์ไปตั้งเท่าไร? แล้วเจ้าล่ะฮะ? ยังกล้าจุกจิกจู้จี้ ทำตัวไม่รู้จักพออีก เจ้าตัวสารเลวนี่!”

            “ข้า ข้าก็แค่กินโอสถของพวกเจ้าไปไม่กี่เม็ดเองไหม? ถึงขั้นต้องโกรธมากปานนี้เชียวหรือ? แล้วโอสถนั่นก็ไม่อร่อยเลยสักนิด ด้อยกว่าโอสถเซียนที่ข้าเคยกินที่แดนเซียนอันไกลโพ้นอีก!”

            “ใช่แล้ว โอสถของพวกเราไม่ดี โอสถของพวกเราช่างระดับต่ำเตี้ย ไม่เข้าตาท่านสัตว์เทพผู้ยิ่งใหญ่ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วเจ้ากินทำไมเล่า? คายออกมาเลยสิ?”

            “ข้า...”

            หลิ่วเทียนฉีมองหนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกทะเลาะกันไม่เลิก ก็ส่ายศีรษะหลุดหัวเราะออกมา

            “พอแล้วเสี่ยวรุ่ย อย่าถือสามันเลย ในเมื่อมันไม่ชอบโอสถสำหรับสัตว์อสูร เช่นนั้นหลังจากนี้ไม่ต้องซื้อให้ก็เท่านั้น!” หลิ่วเทียนฉีบอกเหมือนเป็นเรื่องสมควร

            “อืม ความคิดดี ให้มันค่อยๆ รักษาอาการบาดเจ็บเองไปละกัน!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย

            “เฮ้ย ไอ้หนูทั้งสอง พวกเจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะ หากแผลของข้าไม่หายดีก็ฟื้นพลังไม่ได้ และถ้าพลังฟื้นไม่ได้ อย่างนั้นที่พวกเจ้าทำพันธสัญญากับสัตว์เทพขั้นสามแล้วจะมีประโยชน์อะไรเล่า?”

            “เฮอะ เจ้ามีระดับขั้นสูงก็ใช่ว่าจะปกป้องข้านี่! ที่ผ่านมาเจ้าไม่เคยปกป้องข้าสักหน่อย!” เฉียวรุ่ยบอกความจริง

            “นั่น โทษข้าไม่ได้นะ? ก่อนหน้านี้ตอนอยู่เขาเทียนมู่ พอพบอันตรายพวกเจ้าก็คลี่คลายเองได้ ไยจะมีบทให้ข้าปกป้องเล่า?”

            “จินเยี่ยน หากเจ้าอยากได้โอสถก็ทำตัวดีๆ เสียหน่อย อย่าคิดว่าตนเป็นสัตว์เทพจึงดูแคลนโอสถของสัตว์อสูร ที่นี่คืออวิ๋นโจว ไม่มีโอสถเซียนอะไรนั่น แล้วก็ไม่มีโอสถทิพย์ มีเพียงโอสถที่ให้มนุษย์กินกับให้สัตว์อสูรกินเท่านั้น ไม่มีหนทางให้เจ้าเลือกนักหรอกนะ!”

            “เข้าใจก็ได้!” จินเยี่ยนกัดฟัน ยังคงฮึดฮัดไม่หาย

            “เข้าใจก็ดีแล้ว!”

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120