รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับข่าวร้ายระลอกใหม่ที่ซัดกระหน่ำเหมันตนครอีกครั้ง
องครักษ์หนุ่มของตระกูลหลันที่รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากช่องเขาหมาป่าคร่ำครวญ ได้คลานกลับมาถึงประตูเมืองในสภาพที่น่าสังเวช ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยาแและเืแห้งกรัง ใบหน้าซีดเผือดราวกับศพ และดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวาที่ยังไม่จางหาย เขารวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายะโชื่อตระกูลของตนเอง ก่อนจะหมดสติล้มลงไปกองกับพื้น...
เื่ราวการปล้นฆ่าคาราวานของตระกูลหลันแพร่กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็วราวกับเชื้อโรค! ผู้คนต่างพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความตกตะลึง เมืองเหมันตนครที่เคยสงบสุข บัดนี้เกิดเื่ร้ายแรงขึ้นติดๆ กันถึงสามครั้งในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์! บรรยากาศของความไม่ปลอดภัยและความหวาดกลัวได้ปกคลุมไปทั่วทุกหัวระแหง
ณ ห้องโถงประชุมของคฤหาสน์ตระกูลหลัน บรรยากาศนั้นเย็นเยียบและกดดันยิ่งกว่าพายุหิมะนอกหน้าต่าง หลันเจี้ยน นั่งอยู่บนตำแหน่งประมุขด้วยใบหน้าที่ดำคล้ำราวกับท้องฟ้าก่อนพายุจะเข้า เหล่าผู้าุโของตระกูลต่างมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเจตนาฆ่าฟัน
ใจกลางห้องโถง องครักษ์หนุ่มที่รอดชีวิตได้คุกเข่าอยู่บนพื้น เขาเพิ่งจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยโอสถฟื้นฟูพลัง และกำลังเล่าเื่ราวที่เขาประสบพบเจอมาด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเทาไม่หาย
"...หลังจากที่หินถล่มลงมาขวางทาง คนชุดดำคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตพรายขอรับ! มัน...มันฆ่าท่านหัวหน้าและคนอื่นๆ ในพริบตา! ฝีมือของมันน่ากลัวเกินไป!"
"แล้วเ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็คนของตระกูลเซียว!" ผู้าุโคนหนึ่งตะคอกถามอย่างเกรี้ยวกราด
"ข้า...ข้าเห็นกับตาขอรับ!" องครักษ์หนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่น "ตอนที่มันจะสังหารข้า แสงจันทร์ได้สาดส่องลงมากระทบดาบของมันพอดี... ข้าเห็นสัญลักษณ์ 'หมาป่าสีทอง' ที่สลักอยู่บนด้ามดาบของมันอย่างชัดเจน! และ...และมันยังพูดกับข้าก่อนที่ข้าจะสลบไป..."
"มันพูดว่าอะไร!?" หลันเจี้ยนถามเสียงเข้ม
องครักษ์หนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะตอบ "มันบอกว่า... 'ตระกูลเซียว้าเงิน... และตระกูลหลันก็มีมัน... นี่เป็เพียงการสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น' ขอรับ!"
ปัง!
หลันเจี้ยนทุบโต๊ะไม้จันทน์หอมที่อยู่ข้างกายจนแตกละเอียดเป็เสี่ยงๆ! "บัดซบ! เซียวคัง! เ้ามันกล้าดียังไง!"
"ท่านผู้นำ! พวกมันหยามเกียรติเราเกินไปแล้ว! เหมืองของตัวเองถล่มแล้วคิดจะมาปล้นชิงทรัพย์สินของตระกูลเราเพื่อชดเชยรึ! มันเห็นตระกูลหลันของเราเป็อะไร!""ต้องล้างแค้น! เราต้องไปทวงหนี้แค้นนี้คืน!"
เหล่าผู้าุโต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความโกรธแค้น ไฟโทสะได้บดบังเหตุผลของพวกเขาไปจนหมดสิ้น
มีเพียงคนเดียวที่ยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่ริมหน้าต่าง... หลันซูเหยา
นางขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย นางรู้สึกว่าเื่นี้มันมีบางอย่างผิดปกติ... มันดู "จงใจ" เกินไป การทิ้งพยานไว้หนึ่งคน... การเปิดเผยสัญลักษณ์ของตระกูลตัวเอง... การพูดจาข่มขู่ที่ชัดเจนเช่นนั้น... มันไม่เหมือนกับสไตล์การทำงานที่รอบคอบและเ้าเล่ห์ของเซียวคังเลยแม้แต่น้อย
"ท่านพ่อ" นางเอ่ยขึ้นทำลายเสียงโห่ร้อง "เื่นี้อาจจะมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่"
"เงื่อนงำอะไรอีก!?" ผู้าุโคนหนึ่งสวนกลับทันที "หลักฐานและพยานก็มัดตัวแ่าขนาดนี้! หรือเ้าจะบอกว่าองครักษ์ของเราโกหก!?"
"ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นท่านผู้าุโ" หลันซูเหยากล่าวเสียงเรียบ "ข้าเพียงแค่รู้สึกว่ามันง่ายดายเกินไป... ราวกับว่ามีใครบางคน... กำลังจงใจสร้างเื่ให้เราสองตระกูลต้องแตกหักกัน"
"ไร้สาระ!" หลันเจี้ยนตวาดลั่น ความโกรธทำให้เขาไม่รับฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น "เซียวคังมันเป็คนอย่างไรข้ารู้ดีที่สุด! เมื่อมันสิ้นไร้หนทาง มันย่อมทำได้ทุกอย่าง! เตรียมคน! ข้าจะไปทวงคำอธิบายจากมันด้วยตัวเอง!"
ขบวนของตระกูลหลันที่นำโดยหลันเจี้ยนและเหล่าผู้าุโ เดินทางไปยังคฤหาสน์ตระกูลเซียวด้วยจิตสังหารที่คุกคามไปทั่วบริเวณ
เมื่อไปถึง พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับเซียวคังและเซียวเทียนอี้ที่ออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนและไม่พอใจ
"พี่หลัน ท่านยกขบวนมาที่นี่ด้วยท่าทีคุกคามเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?" เซียวคังเอ่ยถามขึ้นก่อน
"เซียวคัง! เ้าเลิกเล่นละครตบตาข้าเสียที!" หลันเจี้ยนคำรามลั่น "เ้าส่งคนไปปล้นฆ่าคาราวานของข้าที่ช่องเขาหมาป่าคร่ำครวญ! เ้าคิดว่าข้าไม่รู้รึ!?"
"เ้าพูดเื่อะไรของเ้า!?" เซียวคังเบิกตากว้างด้วยความใและโกรธจัด "ตระกูลข้ากำลังวุ่นวายกับเื่เหมืองถล่มแทบตาย จะเอาเวลาที่ไหนไปปล้นคาราวานของเ้า! เ้าอย่ามาใส่ร้ายป้ายสีกันนะ!"
"ใส่ร้ายรึ!?" หลันเจี้ยนแค่นเสียงเ็าและผลักองครักษ์หนุ่มคนนั้นออกไปข้างหน้า "เ้าลองถามพยานของข้าดูสิ! ว่ามันเห็นอะไร!"
องครักษ์หนุ่มเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับชี้ไปยังสัญลักษณ์หมาป่าสีทองบนชุดของศิษย์ตระกูลเซียว
เซียวคังและเซียวเทียนอี้หน้าเปลี่ยนสี พวกมันมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง พวกมันรู้ดีว่าไม่ได้ทำ... แตหลักฐานกลับมัดตัวพวกมันแ่าเกินไป!
"นี่มันต้องเป็การเข้าใจผิด! หรือไม่ก็มีคนจงใจสร้างเื่ขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเรา!" เซียวเทียนอี้พยายามอธิบาย
"ฮ่าๆๆ! เข้าใจผิดรึ!?" ผู้าุโของตระกูลหลันหัวเราะอย่างเ็า "พวกเ้าคิดว่าพวกข้าโง่เง่านักรึ! นอกจากตระกูลเซียวของพวกเ้าแล้ว ยังมีใครอีกที่เดือดร้อนเื่เงินและมีเหตุจูงใจที่จะทำเื่เช่นนี้!"
คำพูดและการกล่าวหาที่รุนแรงถูกสาดใส่กันไปมา บรรยากาศทวีความตึงเครียดขึ้นทุกขณะ ยอดฝีมือของทั้งสองฝ่ายต่างปลดปล่อยพลังปราณออกมาข่มขู่กันและกัน ราวกับพร้อมที่จะเข้าปะทะกันได้ทุกเมื่อ
"ดี! ดีมาก!" หลันเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนถึงขีดสุด "ในเมื่อตระกูลเซียวของเ้ากล้าทำถึงเพียงนี้... ก็อย่าหาว่าตระกูลหลันของข้าใจร้ายก็แล้วกัน! นับั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป... พันธมิตรระหว่างเราสองตระกูล... ถือว่าสิ้นสุดลง!"
สิ้นเสียงประกาศกร้าว หลันเจี้ยนก็สะบัดแขนเสื้อและนำคนของตนจากไป ทิ้งให้เซียวคังและเซียวเทียนอี้ยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นและสับสนงุนงง
รอยร้าวที่เคยมีอยู่เพียงเล็กน้อย... บัดนี้ได้แตกออกอย่างสมบูรณ์แล้ว
ณ โรงฆ่าสัตว์ที่ถูกลืมเลือน เฟิงหลงลืมตาขึ้นช้าๆ จากการทำสมาธิ รอยยิ้มที่พึงพอใจและเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
เขาััได้ถึงคลื่นพลังที่ปะทะกันอย่างรุนแรงจากใจกลางเมือง... เขาััได้ถึงความโกรธแค้นและความเกลียดชังที่คุกรุ่นขึ้นระหว่างสองตระกูล
เมล็ดพันธุ์ที่เขาหว่านไว้... ได้เริ่มงอกงามแล้ว
"นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น..." เขาพึมพำกับตัวเอง "เมื่อพวกเ้าเริ่มกัดกินกันเอง... ข้าก็จะเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก... จนกว่าพวกเ้าจะเผาผลาญกันเองจนมอดไหม้เป็เถ้าถ่าน"
การแสดงฉากต่อไป... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า