โรงเตี๊ยมสกุลต้วน
ต้วนซานหลี่นั่งฟังคนสนิทของจวนท่านผู้ว่าที่เข้ามาแจ้งเื่ยาปลุกกำหนัด เื่ที่เขานั้นรู้อยู่แล้ว!! ในความนิ่งเฉยมิเอ่ยคัดค้านใด ให้อีกฝ่ายไปรายงานจางหย่งซื่อ แต่มิได้หมายความว่าตัวเขาจะมิยอมขอโทษเพื่อให้วันข้างหน้ายังคงได้มีโอกาสสนทนากันโดยไร้เื่บาดหมาง “กลับไปบอกท่านผู้ว่าด้วย ว่าข้าขอโทษแทนสาวใช้ของชิงหลาน นางทำไปเพราะอยากให้บุตรสาวของข้าสมหวังในความรักครั้งแรก” ก้มลงไปหยิบโสมสีทองล้ำค่า “สิ่งนี้แทนคำขอโทษจากข้า”
เนี่ยฟงรับของสิ่งนั้นมาไว้ในมือก่อนจะขอตัวกลับออกจากโรงเตี๊ยมไป โดยที่ขากลับ เขาเห็นหนึ่งคุณหนูและหนึ่งสาวใช้ตัวดีกำลังสนทนากันอย่างออกรส แน่นอนว่าเขามิได้แอบฟัง แค่บังเอิญผ่านมาได้ยิน!!
“สรุปคือเมื่อวานนี้ เอี้ยะหลิ่งเฟิงดื่มน้ำชาจากไหนั้นแล้วหาญกล้าไปร่วมรักกับบ่าวในจวนของท่านผู้ว่าสินะ” ต้วนชิงหลานเม้มปากแน่น เหตุการณ์ผันเปลี่ยนมิเท่าความเจ็บใจที่นางวางยาปลุกกำหนัดให้ท่านผู้ว่าจางหย่งซื่อได้ไม่ทันท่วงที ดีเท่าใดที่สตรีคราวเคราะห์นางนั้นมิใช่คุณหนูสกุลใหญ่เช่นนางให้ต้องอับอาย “เ้าได้เห็นใบหน้าของบ่าวผู้นั้นหรือไม่ อาจิ้ง”
“ไม่เห็นเ้าค่ะ รู้แค่บ่าวผู้นั้นเฝ้าสวนอยู่ทางด้านหลังของจวน” เื่นี้เป็การคาดเดาของนางจากที่เห็นร่องรอยของเส้นทางที่เอี้ยะหลิ่งเฟิงเดินไป เส้นทางนั้นเป็ด้านหลังที่นางและคุณหนูไม่เคยได้เข้าไปถึงเพราะการมาหาท่านผู้ว่านั้น นางและคุณหนูถูกจำกัดให้นั่งแค่ด้านหน้าของโถงกว้างกับสวนตรงกลางเท่านั้น ในส่วนของโรงครัวก็มีแค่นางที่เข้าไปขอจานชามเพื่อใส่ขนม อีกทั้งในพื้นที่จวนของท่านผู้ว่ายังเต็มไปด้วยบุรุษฉกรรจ์มากกว่าสาวใช้ การเดินย่างไปทางใดล้วนเต็มไปด้วยการถูกจับจ้อง ใจนางเคยคิดอยากจะติดสินบนบ่าวในจวนของท่านผู้ว่า แต่ด้วยความกลัวที่มีมากกว่าความกล้า ความคิดเช่นนั้นจึงถูกยกเลิกไปเสีย
“ช่างเถอะ ข้ากับเอี้ยะหลิ่งเฟิงมิมีสิ่งใดให้ต้องสนทนา นางจะร่วมรักไร้ยางอายกับบุรุษใดหาใช่เื่ที่ข้าต้องสนใจ ว่าแต่เ้าได้มอบเบี้ยหวัดให้ท่านป้าแม่ครัวนั่นแล้วใช่หรือไม่” นางหมายถึงเบี้ยปิดปากเื่ยาปลุกกำหนัด
อาจิ้งตอบกลับไปว่า “เ้าค่ะ น้ำชาในกานั้นบ่าวก็นำมันไปทิ้งแล้ว บ่าวว่าเื่นี้คงมิใช่เื่ที่ท่านผู้ว่าจางจะสนใจหรอกนะเ้าคะเพราะมันเป็แค่เื่ของบ่าวในจวนกับสตรีส่งผัก”
^^ “นั่นสินะ”
เนี่ยฟงใช้วิชาตัวเบาพริ้วกายออกไปจากโรงเตี๊ยมสกุลต้วนทันทีที่ฟังจบ ‘เอี้ยะหลิ่งเฟิง สตรีนิสัยดีแต่โชคร้ายและเขาอยากจะเอาใจช่วยนางให้สมหวัง’ สมหวังกับบุรุษผู้พรากพรหมจรรย์!!
สวนผักสกุลเอี้ยะ (08.20)
ท่านยายเอี้ยะกุ้ยใช้ชะลอมด้ามยาวตักน้ำจากร่องน้ำไปรดพืชผักเหมือนเช่นทุกวัน จะต่างกันแค่วันนี้หลานสาวของท่านยายมิได้ออกมาช่วยเหมือนเช่นเคยเพราะอีกฝ่ายจับไข้โดยไม่รู้สาเหตุ ั้แ่ไปส่งผักที่จวนของท่านผู้ว่าจางเมื่อเย็นวาน บวกกับท่านยายนั่งสวดมนต์ภาวนาถึงสามีและเข้านอนตามกิจวัตรประจำวัน เหมือนกับหลิ่งเฟิงที่หลังจากส่งผักแล้วเสร็จ ก็คงจะแยกไปชำระร่างกายแล้วพักผ่อน สองยายหลานใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเช่นนี้มานานหลายปีแล้ว
“ท่านยายขอรับ ท่านยาย!!!”
เสียงเรียกของบุรุษตรงรั้วด้านหน้า ทำให้สตรีสูงวัยเรือนผมสีดอกเลาเดินออกไปต้อนรับ ใจหวังว่าคงเป็พ่อค้ามารับผักเหมือนเช่นเคย แต่เมื่อเดินไปถึง…กลับไม่ใช่ เพราะการแต่งกายเช่นนี้ก็มีเพียงคนของจวนท่านผู้ว่าเท่านั้น “เ้าเป็ใครแล้วมีอะไรรึ”
เจี้ยนจื่อแย้มยิ้มใส่สตรีสูงวัยท่าทางใจดีตรงหน้า การมาในครั้งนี้เป็คำสั่งจากนายท่านที่้ามาสังเกตการณ์สตรีร่างบางในบ่อน้ำ…สตรีคนเมื่อคืน “ข้าคือเจี้ยนจื่อเป็พ่อบ้านจากจวนของท่านผู้ว่าขอรับ วันนี้นายท่านจางอยากได้ถู่โต้ว (มันฝรั่ง) สักสามสี่หัวน่ะขอรับ ไม่ทราบว่าในสวนของท่านยายมีหรือไม่”
ท่านยายเอี้ยะกุ้ยยิ้มใส่บุรุษแปลกหน้า และข้ออ้างว่าตนมาจากจวนท่านผู้ว่าทำให้สตรีสูงวัยค่อนข้างวางใจ เพราะหลานสาวของนางก็มักจะไปส่งผักที่นั่นมาร่วมหนึ่งสัปดาห์ “มีสิ ตามยายมาทางนี้” ตอบกลับพร้อมเดินนำบุรุษร่างสูงอ้อมไปด้านข้างของเรือนไม้ขนาดกระทัดรัด แปลงผักหลายชนิดั้แ่ ไป๋ช่าย (ผักกาดขาว) หลัวปู่ (หัวไชเท้า) หงหลัวปู่ (แครอท) และพืชผักผลเล็กที่ใช้ในครัวเรือนมีให้เห็นในสายตาอย่างเช่นล่าเจียว (พริก) แต่ผักทุกชนิดถูกปลูกแยกกลุ่มไว้อย่างมีระเบียบ ผักปลอดยาฆ่าแมลง สดๆ จากสวนถูกแนะนำให้บุรุษผู้ติดตามผู้ว่าไปทีละอย่าง แม้การส่งผักนั้นจะมีอยู่แล้ว
เจี้ยนจื่อยิ้มอย่างยินดีกับสภาพแวดล้อมของสวนผักตรงนี้อย่างที่เนี่ยฟงเคยบอกกับเขา แต่ในขณะที่หูตั้งใจฟัง ดวงตากลับสอดส่ายมองหาเอี้ยะหลิ่งเฟิง ‘แต่ไม่พบ?’ “ข้ามารับก่อนเวลาเช่นนี้ ท่านยายขายอย่างไร”
^^ “เ้าเอาไปได้แค่สามหัว ยายคิดราคาสองตำลึงเท่านั้น” นางบอกอย่างจำกัดเพราะสวนของนางมีพ่อค้าเ้าประจำอยู่แล้ว เื่นี้จวนผู้ว่ารู้ดี ผักชนิดไหนเหลืออยู่เท่าไร ล้วนต้องขนเข้าไปขายที่จวนท่านผู้ว่าอยู่แล้ว
“ได้ขอรับท่านยาย”
“เดี๋ยวยายตัดให้” ท่านยายเอี้ยะกุ้ยหยิบมีดเล่มบางย่างไปตามแนวทางเดิน (เป็ล็อกๆ) มืออีกข้างคว้าตะกร้าใบขนาดกลางอย่างคล่องแคล่ว แต่ถึงอย่างนั้นบุรุษผู้เป็ลูกค้าก็ยังคงเดินตามหลังพร้อมกับขอลงมือตัดเอง
“ข้าได้ยินว่าท่านยายมีหลานสาวใช่หรือไม่ขอรับ หลานสาวที่มักจะเข็นรถนำผักไปส่งถึงจวนท่านผู้ว่า” เจี้ยนจื่อนั่งตัดถู่โต้วและแสร้งไม่ใส่ใจในคำถามทั้งๆ ที่เื่นี้คือเื่หลักที่ท่านผู้ว่าสั่งมา