พิมพ์ลดาหรือเหมยตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดใส หลังจากที่ได้นอนหลับพักผ่อนเต็มที่และวันนี้เป็วันหยุดเธอไม่ต้องเร่งรีบตื่นแต่เช้าเหมือนทุกวันสองเท้าก้าวไปยังห้องอาบน้ำเพื่อเตรียมชำระร่างกายก่อนจะสวมเสื้อผ้าสำรวจความเรียบร้อยของตนเองอยู่หน้ากระจกก่อนจะเดินลงมายังชั้นล่าง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะม๊า จุ๊บ...” เหมยเอ่ยพลางจุ๊บแก้มแม่ของเธอจากด้านหลังทั้งกอดรัดหญิงวัยกลางคนตรงหน้าไว้แน่น
“ตื่นสายนะเรา ปล่อยม๊าได้แล้ว”
“โธ่!!...วันหยุดทั้งทีก็ต้องตื่นสายนิดนึงสิคะ”เหมยโอดครวญพลางปล่อยมือจากแม่ของเธอ
“แล้วป๊าไปไหนเหรอคะ”
“ป๊าไปรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน วันนี้แม่ทำข้าวต้มหมูสับมากินก่อนลูก”ว่าจบก็ตักข้าวต้มใส่ถ้วยวางไว้บนโต๊ะให้ลูกสาวสุดที่รัก
“ป๊ากับม๊าทานแล้วเหรอคะ”
“ทานแล้ว ก็เหลือแต่เรานี่ละกว่าจะเสด็จลงมาได้” พิมพ์ชนกเอ่ยพลางส่ายหัวน้อยๆให้กับลูกสาว
“อือหืม...ข้าวต้มฝีมือม๊าอร่อยที่สุดในสามโลกเลยค่ะไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้กินอีกหรือเปล่า”เหมยพูดชมแม่ของเธอทันทีที่ตักข้าวต้มเข้าปาก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำเอาแม่ของเธอชะงัก
“เดี๋ยวตีเลยลูกคนนี้แม่สอนไม่เคยจำว่ากินข้าวแล้วห้ามพูดแล้วดูพูดเข้าสิไม่น่าฟังเสียเลย” พิมพ์ชนกหันไปดุลูกสาว
“โธ่!!...ก็ข้าวต้มฝีมือม๊าอร่อยจริงๆ นี่คะ”
“พอๆ อร่อยก็ทานเยอะๆแม่จะออกไปดูพ่อเราเสียหน่อย”
“ค่ะม๊า”เหมยรับคำก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มจนหมดถ้วยด้วยเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากทานข้าวล้างถ้วยชามจนเสร็จเรียบร้อย หากวันใดหยุดเธอจะไม่ออกไปไหนมักจะอยู่บ้านสนทนากับพ่อและแม่เป็ประจำก่อนจะขึ้นไปนั่งอ่านนิยายที่เธอชอบเป็ชีวิตจิตใจ
“เหมยงานที่โรงเรียนเป็ยังไงบ้างลูก”
“ก็ดีค่ะป๊าทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีปัญหาวางใจเหมยได้”
“เก่งมากอาเหมยลูกของป๊า”
“แน่นอนก็เหมยลูกป๊าก็ต้องเก่งเหมือนป๊าอยู่แล้วจริงไหมคะม๊า”เหมยไม่ว่าเปล่ายังขอความคิดเห็นจากผู้เป็แม่ที่นั่งพยักหน้ายิ้มหวานอยู่ข้างพ่อของเธอ
“เหมยรักป๊ากับม๊ามากนะคะ”
“ป๊ากับม๊าก็รักเหมยมากเหมือนกันเหมยเป็ลมหายใจเป็ดวงใจเป็ทุกสิ่งทุกอย่างของป๊ากับม๊า”
“ป๊าม๊าหากวันใดเหมยไม่อยู่ ป๊ากับม๊าต้องสัญญานะว่าจะดูแลตัวเองดีๆ”จู่ๆ เธอก็เอ่ยคำที่ทำให้พ่อและแม่ของเธอรู้สึกไม่ดีและไม่สบายใจนัก
“เหมยจะไปไหนลูก” พิมพ์ชนกพูดขึ้น
“นั่นสิพูดเหมือนจะไปไหน” ฟางจิ้นเหอหรือคุณอภิศาลเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เหมยแค่พูดไว้เฉยๆ ค่ะ ไม่ได้จะไปไหนเสียหน่อย”
“วันหลังอย่าพูดแบบนี้นะลูกคนไทยถือว่าเป็ลางไม่ดี แม่ไม่สบายใจเลย” พิมพ์ชนกตำหนิลูกสาวที่พูดจาแปลกๆั้แ่เช้า
“รับทราบค่ะม๊า เป็อะไรกันไปหมดดูทำหน้าเข้าสิเหมยไปอ่านหนังสือดีกว่า จุ๊บ...จุ๊บ...” เหมยรับคำวิ่งไปหอมแก้มผู้เป็พ่อและแม่ก่อนจะวิ่งไปยังห้องนอนเพื่อไปอ่านนิยายที่อ่านค้างไว้
“ไอ้ตัวแสบ ฮ่า...ฮ่า...”อภิศาลหัวเราะชอบใจที่ลูกสาววิ่งมาหอมแก้มเขาก่อนจะหันไปมองภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากพลางโอบกอดภรรยาที่สีหน้าไม่สู้ดีนัก
ในอีกด้านหนึ่งของโลกคู่ขนาน
ฟางเหมยซือนั่งอยู่บนรถม้าพร้อมกับชิงชิงสาวใช้ที่กำลังนั่งมองความผิดปกติของบรรยากาศข้างทางด้วยความไม่สบายใจหลังจากเห็นกิริยาน่าสงสัยของคุณหนูใหญ่ฟางเหมยซือ
“พี่ชิงชิงเป็อันใดไปเ้าคะเหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น”
“ไม่มีอันใดเ้าคะคุณหนู”ชิงชิงเอ่ยเพื่อให้คุณหนูสบายใจหลังจากออกเดินทางก็ผ่านไปครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง)จะให้นางบอกคุณหนูได้เช่นไรว่าการเดินทางครั้งนี้ดูจะน่าสงสัยมิน้อยไหนบ่าวชายที่ตามมาคุ้มกันควรจะมีกันมากกว่านี้มิใช่แค่ 5 คนรวมถึงคนขับรถม้าหากเกิดอะไรขึ้นระหว่างทางจะทำเช่นไร
“แน่ใจนะพี่ชิงชิง”
“แน่ใจเ้าค่ะคุณหนู”ชิงชิงตอบให้อีกฝ่ายได้สบายใจ
หลังจากสนทนากันจบฟางเหมยฮวาก็หยิบผ้าที่ปักค้างไว้ขึ้นมาปักต่อเพื่อแก้เบื่อระหว่างนั่งอยู่บนรถม้าส่วนชิงชิงก็เฝ้าสังเกตการณ์ตลอดสองฝั่งข้างทางต่อไปเงียบๆจนกระทั่งรถม้าเคลื่อนผ่านไปราวสองเค่อ (30 นาที) เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้
“ฮี๊!!...วะ...ว้ายยย!!...โครมมม!!...” ขบวนรถม้าที่ฟางเหมยฮวานั่งอยู่เกิดเสียหลักพลิกคว่ำสตรีสองนางที่นั่งอยู่ในรถม้ากรีดร้องด้วยความใ ทั้งนอนกองกันอยู่กับผนังรถม้าที่พลิกคว่ำอยู่
“คุณหนูเป็อันใดหรือไม่เ้าคะ”
“พี่ชิงชิงข้าไม่เป็อะไรมากแค่เจ็บที่ศีรษะนิดหน่อยเท่านั้น”
“คุณหนูรับนี่ไปเ้าค่ะเดี๋ยวบ่าวจะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นด้านนอก”ชิงชิงพูดพลางหยิบมีดพกที่นางแอบหยิบมาใส่ไว้ในย่ามให้คุณหนูถือไว้ ฟางเหมยฮวารับไว้อย่างงงๆเตรียมจะถาม แต่ก็ไม่ทันเมื่อชิงชิงคลานออกไปว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น
“ชิงชิงพาคุณหนูหนีไป!!...เคร้งงง!!...”ยังไม่ทันที่ชิงชิงจะคลานถึงทางออกเสียงบ่าวชายก็ะโออกมาเสียงดังพร้อมกับเสียงกระบี่ดังขึ้น
เมื่อชิงชิงได้ยินเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดเื่ขึ้นเสียแล้วจึงรีบคลานกลับไปที่เดิมใช้มีดพกอีกเล่มฉีกผ้าคลุมรถม้าออกพลางหันไปทางคุณหนูที่นั่งหน้าซีดเผือดก่อนจะออกแรงดึงให้คุณหนูตามนางออกมา
“คุณหนูตั้งสติไว้นะเ้าคะคุณหนูวิ่งให้เร็วที่สุดไม่ต้องหันกลับไปมองและหาที่ซ่อนตัวระวังอย่าให้พวกมันเห็นนะเ้าคะ”
“แล้วพี่ชิงชิงละ”
“บ่าวจะล่อพวกมันไปอีกทาง”
“ไม่ได้ จะหนีก็ต้องหนีด้วยกันข้าไม่ทิ้งพี่แน่นอน”
“แต่...”
“ไปกันเถอะพี่ชิงชิง”ว่าจบสตรีสองนางก็รีบวิ่งด้วยความเร็วเท่าที่จะทำได้แต่ก็หาพ้นสายตาอำมหิตที่ทอดมองสตรีทั้งสองอยู่ก่อนแล้วพลางยกยิ้มเหี้ยมวิ่งไปดักสตรีทั้งสองอีกด้านอย่างสบายใจ