“เรามาเริ่มพิสูจน์เื่ ‘ผี’ที่คุณซามูเอลเห็นกันดีกว่าครับ” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ก้องกังวาน “รบกวนเ้าหน้าที่ช่วยหรี่ไฟแก๊สบนเพดานให้เหลือเพียงแสงริบหรี่ด้วยครับ”
เมื่อแสงสว่างถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิทผมสั่งให้เปิดระบบพ่นควันทันที กลุ่มควันสีขาวหนาทึบพุ่งออกมาจากใต้พื้นไม้สักลอยอ้อยอิ่งอยู่ที่ระดับขา ราวกับทุกคนกำลังยืนอยู่บนก้อนเมฆท่ามกลางรัตติกาลผมหันไปหาซามูเอลที่ยืนตัวสั่น “บรรยากาศตอนที่เกิดเหตุ... เป็แบบนี้ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ...เหมือนเป๊ะเลย” ซามูเอลตอบเสียงตะกุกตะกัก “แต่ว่า... ตอนนี้ไม่มีผีนี่ครับ”
“งั้นคุณลองจ้องมองไปที่เงาสะท้อนในกระจกสิครับ”
ทันใดนั้นเองภายใต้ความมืดและม่านหมอก เงาสะท้อนของทุกคนในกระจกกลับขยับไหวไปมาอย่างเป็อิสระ!มุมสะท้อนของกระจกทั้งแปดบานประกอบกับแสงสว่างที่เปลี่ยนไปตลอดเวลาทำให้เงาเ่าั้ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ไร้ร่างกำลังพุ่งเข้าหาทุกคนในโถงต่างกรีดร้องและถอยกรูดด้วยความสยองขวัญ
และในวินาทีที่ความกลัวถึงขีดสุดผมที่แอบอยู่หลังเสาไม้รอยต่อระหว่างกระจกบานที่สี่และห้าก็ก้าวพรวดออกมาปรากฏตัวที่ด้านหลังซามูเอลอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี
“ตอนที่มันออกมาจากกระจก...คุณเห็นเป็แบบนี้ใช่ไหมครับ!”
“อ๊ากกกก!ใช่ครับ! แบบนี้เลย!” ซามูเอละโตัวลอยด้วยความใสุดขีด
ผมไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้นแต่เดินตรงไปหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของชายผู้ที่นิ่งสงบที่สุดมาตลอดทั้งคืนแสงไฟแก๊สที่สลัวสะท้อนลงบนแววตาที่เริ่มสั่นไหวของเขา
“มุมที่แสงตกกระทบการพรางรอยต่อกระจกด้วยเสาไม้สัก และกลไกการสะท้อนของกระจกที่แเี...ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยคนที่รู้จัก ‘ตำแหน่ง’ ของห้องนี้เป็อย่างดี”ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “วิธีที่คุณใช้หลอกตาพยานและใช้ม่านหมอกพรางกายเพื่อลงมือสังหารเซอร์ฮาร์ทเวลล์ในห้องปิดตาย...มันเป็แบบนี้ใช่ไหมครับคุณวิกเตอร์?”
ผมจ้องมองวิกเตอร์ที่ยืนนิ่งแข็งทื่อก่อนจะเริ่มร่ายยาวถึงกลไกที่เขาใช้สังหาร"แผนการของคุณมันแยบยลมากครับคุณวิกเตอร์คุณเริ่มจากการส่งจดหมายล่อให้เซอร์ฮาร์ทเวลล์มาที่นี่เพียงลำพังและด้วยความระแวงของเขาคุณย่อมรู้ดีว่าเขาจะลงกลอนประตูขังตัวเองไว้ในห้องปิดตายนี้ตามที่คุณ้า"
"ส่วนเื่ 'ผี' ในกระจกที่ทำให้คนสติแตก...มันคือฟิสิกส์ง่ายๆ ครับ" ผมชี้ไปที่โคมไฟแก๊สบนเพดาน"เมื่อคุณหรี่ไฟลงจนสลัวแสงที่ตกกระทบกระจกแปดเหลี่ยมในมุมที่ต่างกันจะสร้างภาพซ้อนและเมื่อมีการขยับของแหล่งกำเนิดแสงเพียงเล็กน้อยหรือการเคลื่อนที่ของกลุ่มควันที่พื้นภาพสะท้อนในกระจกจะดูเหมือนขยับไหวได้เองอย่างอิสระตามหลักการหักเหและการสะท้อนกลับหมด"
"นั่นทำให้ผู้ตายสติแตกเขาชักปืนออกมาเล็งไปที่เงาตัวเองเพราะคิดว่าเป็ิญญาร้ายตามคำล่ำลือที่คุณจงใจปล่อยข่าวไว้ล่วงหน้าโดยที่คุณ... แอบอยู่ในมุมอับสายตาของการสะท้อน"ผมเดินไปที่เสาไม้สักระหว่างกระจกบานที่สี่และห้า "คุณแอบอยู่หลังเสานี้ซึ่งเป็จุดที่กระจกสองบานทำมุมหักเหกันพอดีจนภาพสะท้อนของคุณหายไปจากสายตาผู้ที่ยืนอยู่กลางห้องรอยคราบไอระเหยที่ผมเห็นตรงขอบกระจก... คือหลักฐานว่าคุณยืนพิงอยู่ตรงนั้นเพื่อรอจังหวะ"
"และจังหวะที่ซามูเอลเดินมาเคาะประตูเรียกตามที่คุณคำนวณไว้คุณก็สวมผ้าคลุมดำที่เตรียมมาปรากฏตัวออกมาจากหลังเสาในวินาทีที่ท่านเซอร์หันไปตามเสียงเรียกที่ประตูคุณก็ปักดาบลงที่กลางหลังของเขาอย่างแม่นยำซามูเอลที่มองผ่านรูกุญแจด้วยความตื่นตระหนกจึงเห็นเพียงร่างในผ้าคลุมดำที่ดูเหมือนผีสางพุ่งออกมาจากกระจก
"คุณไม่ได้แค่ฆ่าเขา... แต่คุณสร้าง 'พยาน' อย่างซามูเอลขึ้นมาด้วย คุณรู้เวลาเดินตรวจตราของเขาดีและคุณใช้ความซื่อของเขาเป็เครื่องมือยืนยันว่านี่คือฝีมือของสิ่งที่เหนือธรรมชาติเพื่อปกปิดความเป็ไปได้ที่ผู้ตายถูกคนเป็ฆ่า"
"และหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ผมคิดว่าไม่ใช่ผี คือ 'รอยว่างเปล่า'ในกองเืนั่นครับ"ผมชี้ไปที่จุดเกิดเหตุบนพื้นกระจกที่ยังมีรอยรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแหว่งอยู่"รอยแหว่งขนาดเท่าเศษกระดาษนั่น... คือหลักฐานว่ามีกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่บนพื้นตอนที่เืของท่านเซอร์เริ่มไหลออกมาซึ่งจดหมายฉบับนั้นคือ จดหมายนัดหมายตัวจริงที่ท่านเซอร์ทำตกไว้ตอนที่เขาสติแตกชักปืนออกมาเล็งใส่เงาตัวเอง"
"หลังจากคุณลงมือฆ่าเขาเสร็จคุณรีบเก็บจดหมายฉบับจริงที่ชุ่มเืไปเผาทำลายทิ้ง เพื่อไม่ให้มีร่องรอยว่าคุณเป็คนนัดเขามาแต่คุณกลับ 'ประมาท' ตรรกะของฟิสิกส์ไปอย่างหนึ่ง..."
ผมดึงเศษกระดาษที่ได้จากไซคส์ออกมาวางเปรียบเทียบอีกครั้ง"คุณพยายามยัดเยียดความผิดให้คุณไซคส์โดยการเตรียมเศษกระดาษอีกแผ่นที่มีข้อความข่มขู่เหมือนกันเป๊ะไว้ล่วงหน้าแล้วนำมันไปแอบยัดใส่กระเป๋าเอกสารของเขา แต่คุณกลับทำพลาดที่พยายามจะ 'ทำให้มันสมจริง' จนเกินไป"
"คุณเอาเืป้ายลงบนกระดาษแผ่นที่เตรียมไว้จนชุ่มโชกเพื่อให้มันดูเหมือนจดหมายที่ตกอยู่ในกองเืจริงๆแต่ปริมาณเืบนกระดาษใบนี้มัน 'มากเกินไป' เมื่อเทียบกับรอยแหว่งที่พื้น รอยแหว่งที่พื้นบอกเราว่าเืในจุดนั้นซึมเข้ากระดาษเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่กระดาษในมือไซคส์กลับเปียกโชกเหมือนถูกจุ่มลงในถังเื!ความไม่สัมพันธ์กันของปริมาณเืนี้เองที่ยืนยันว่า กระดาษใบนี้ถูก 'จัดทำขึ้น' ภายหลังเพื่อโยนบาปให้คนอื่น"
"แผนของคุณเกือบจะสมบูรณ์แบบแล้วครับคุณวิกเตอร์...ถ้าเพียงแต่คุณจะเข้าใจว่า 'ความจริง' ไม่เคย้าการตกแต่งให้มันดูจริงเกินไปเหมือนมายากลของคุณ"
วิกเตอร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆแม้ใบหน้าจะสั่นระริกแต่เขายังพยายามฝืนยิ้ม"ช่างเป็ทฤษฎีที่น่าทึ่งครับคุณนักสืบ แต่คุณมีหลักฐานจริงๆ ไหม?ถ้าผมเป็คนลงมือ ผมก็ต้องอยู่ในห้องนี้ตอนที่ซามูเอลร้องโวยวายสิแต่ทุกคนก็เห็นว่าผมวิ่งมาสมทบทีหลัง... ผมมาถึงพร้อมๆ กับคนอื่นเห็นคุณไซคส์ยืนอยู่หน้าประตู เห็นเลดี้กับนักมายากลและเห็นคุณบาร์เน็ตเดินเข้าห้องไปก่อนผมเสียด้วยซ้ำ ทุกคนในที่นี้เป็พยานให้ผมได้!"
ไซคส์และบาร์เน็ตต่างพยักหน้าช้าๆอย่างจำนนต่อลำดับเหตุการณ์ที่พวกเขาจำได้
ผมยกยิ้มที่มุมปาก"นั่นแหละครับคือหลักฐานมัดตัวคุณ... คุณวิกเตอร์ตอนที่คุณอ้างว่าวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์หน้าห้องกระจกนั่นน่ะ...คุณเห็นเลดี้เอลีเนอร์กับนักมายากลกำลังทำอะไรอยู่ครับ?"
"ก็แน่อยู่แล้ว!" วิกเตอร์ตอบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม"ทั้งสองคนกำลัง 'นั่ง' ปลอบใจกันอยู่ข้างนอกนั่นไงผมเห็นชัดเต็มสองตา!"
ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมห้องทันทีผมหันไปหาจูเลียน สถาปนิกที่มาถึงเป็คนสุดท้าย "คุณจูเลียนครับในตอนที่คุณวิ่งมาถึงที่นี่เป็คนสุดท้าย...คุณเห็นเลดี้กับนักมายากลทำอะไรอยู่ครับ?"
จูเลียนขมวดคิ้วพลางนึกทบทวน"พวกเขา... พวกเขากำลัง 'ยืน' ปลอบกันอยู่ครับ เลดี้ยังไม่ได้นั่งลงเลยจนกระทั่งคุณที่ปรึกษาและคนอื่นๆมาถึง"
ประโยคนี้เหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของวิกเตอร์ใบหน้าของเขาถอดสีทันที
"ใช่แล้วครับ..." ผมก้าวเข้าไปประจันหน้ากับช่างประดิษฐ์จอมลวงโลก "เลดี้เอลีเนอร์เพิ่งจะทรุดตัวลงนั่งตอนที่ผมเดินเข้ามาในโถงนี้เองแต่คุณกลับยืนยันหนักแน่นว่าเห็นเธอนั่งอยู่ั้แ่นาทีแรกที่คุณมาถึง...สาเหตุเดียวที่คุณพูดแบบนั้น เพราะในความจริงแล้วคุณไม่ได้มองเห็นพวกเขาจากข้างนอกห้องเลย!"
"คุณไม่ได้วิ่งมาจากไหนทั้งนั้น หลังจากลงมือฆ่าท่านเซอร์เสร็จคุณไม่ได้หนีออกจากห้องปิดตายนี้ไปไหนแต่คุณแอบซ่อนตัวอยู่ในมุมอับหลังเสาไม้สักบานที่สี่และห้านั่นเอง! คุณรอจนกระทั่งคุณบาร์เน็ตวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยความใคุณจึงอาศัยจังหวะความโกลาหลนั้นก้าวออกมาจากหลังเสา แล้วทำทีเป็ว่าคุณเพิ่งจะเดินตามหลังเขาเข้ามา!"
"ที่คุณบอกว่าเห็นเธอนั่ง... เพราะคุณก็เห็นเธอพร้อมกับผมนั้นเอง คุณเลยคิดว่าเธอนั่งร้องไห้มาตลอดคุณไม่ได้เป็คนมาทีหลัง... แต่คุณคือคนเดียวที่อยู่ในห้องนี้มาั้แ่ต้น!"
วิกเตอร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะขยับมือช้าๆ ถอดเสื้อคลุมของเขาออกมาแล้วกลับด้านในออกเผยให้เห็นเนื้อผ้าสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นซามูเอลก็เบิกตากว้างด้วยความหวาดผวาและชี้มือสั่นเทาไปที่ผ้าผืนนั้นทันที
“นั่นแหละครับ!ผ้าผืนนั้นเลยที่ผมเห็น... เงาสีดำที่พุ่งออกมาจากกระจก!” ซามูเอลร้องบอกเสียงดัง
วิกเตอร์แค่นหัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อนเขามองดูผ้าคลุมสีดำในมือแล้วหันมาสบตากับผม“ไม่ว่าผมจะวางแผนหรือออกแบบกลไกไว้ดีแค่ไหน...ก็ไม่มีทางที่จะหนีพ้นสายตาของคุณได้จริงๆ สินะครับคุณที่ปรึกษา”
“ใช่ครับ...ผมเป็คนฆ่าเขาเอง” เขาประกาศก้อง น้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความอัดอั้น“ชายที่เห็นชีวิตและจิติญญาของคนอื่นเป็เพียงก้อนดินที่เขาจะเหยียบย่ำยังไงก็ได้!”
ผมก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆแล้วเอ่ยถามถึงแรงจูงใจที่แท้จริง “เป็เพราะเื่ของ ‘ช่างกระจก’ที่เสียชีวิตไปใช่ไหมครับ?”
วิกเตอร์พยักหน้าช้าๆหยดน้ำตาไหลอาบแก้ม “เขาไม่ใช่แค่คนเลี้ยงดูผมมาั้แ่เด็ก... แต่เขาคือ ‘ดวงตา’ของผม ท่านเป็ช่างกระจกผู้พิการทางสายตาจากการทำงานหนักในโรงงานแก้วมาทั้งชีวิตแต่ท่านกลับสอนให้ผม ‘มองเห็น’ โลกผ่านการประดิษฐ์”
เขาหันไปมองร่างที่ไร้ิญญาของเซอร์ฮาร์ทเวลล์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชัง“ฮาร์ทเวลล์รู้ดีว่าผมรักท่านมากแค่ไหน เขาจึงใช้ท่านเป็ตัวประกัน...เขาบังคับให้ท่านที่มีดวงตาฝ้าฟางต้องนั่งเจียระไนกระจกแปดเหลี่ยมพวกนี้ด้วยมือเปล่าวันละ18 ชั่วโมง! เขาบอกท่านว่าถ้าท่านทำไม่สำเร็จเขาจะเผาแปลนงานประดิษฐ์ทั้งหมดของผมทิ้ง และส่งผมไปเข้าคุกฐานยักยอกอุปกรณ์”
“ท่านยอมแลกชีวิตเพื่อปกป้องอนาคตของผม...ในคืนที่ท่านเสียชีวิตท่านพยายามเจียระไนกระจกบานสุดท้ายให้เสร็จจนนิ้วมือแตกละเอียดเืของท่านอาบลงบนกระจกบานนั้น... แต่ฮาร์ทเวลล์กลับเดินเข้ามาดูแล้วถ่มน้ำลายรดร่างที่กำลังจะสิ้นลมของท่านพร้อมกับบอกว่า ‘ไอ้แก่ตาบอดนี่ทำกระจกฉันเป็รอยเืซะเสียของ’”
วิกเตอร์ทรุดเข่าลงกับพื้นสะอื้นไห้“เขามองไม่เห็น ‘ชีวิต’ ของคนที่สร้างมันขึ้นมาเลยแม้แต่นิดเดียว!ผมไม่ได้ฆ่าเขาเพราะเงินหรือชื่อเสียง แต่ผมฆ่าเขาเพื่อให้เขารู้ว่า...เืของคนที่เขาดูถูก มันเ็ปแค่ไหนตอนที่มันอาบอยู่บนกระจกที่เขารักนักหนา!”
บรรยากาศในโถงกระจกเงียบงันจนน่าใจหายเลดี้เอลีเนอร์ถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดปากสะอื้นตามแม้แต่ไซคส์ที่เห็นแก่ตัวก็ยังต้องหลบตาด้วยความรู้สึกบางอย่างสารวัตรเฮย์สก้าวเข้ามาวางมือบนไหล่วิกเตอร์เบาๆ มันไม่ใช่การจับกุมที่ก้าวร้าวแต่เป็การนำพาชายผู้แตกสลายออกไปจากคุกกระจกที่เขาสร้างขึ้นเอง
“กระจกบานนี้...มันสะท้อนความจริงได้ชัดเจนอย่างที่คุณบอกจริงๆ ครับคุณที่ปรึกษา”วิกเตอร์ทิ้งท้ายขณะถูกใส่กุญแจมือ “มันสะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้แสงไฟที่สวยงาม...ฮาร์ทเวลล์คือปีศาจ ส่วนผม... ก็เป็ได้แค่เงาของปีศาจตัวนั้น”
สารวัตรเฮย์สมองส่งตัววิกเตอร์ขึ้นรถคุมขังก่อนจะหันมาตบไหล่ผมแรงๆ หนึ่งที"สมแล้วที่เป็ที่ปรึกษาพิเศษของสก็อตแลนด์ยาร์ด ถ้าไม่ได้นายคดีนี้คงกลายเป็เื่เล่าสยองขวัญในหน้าหนังสือพิมพ์ไปอีกนาน"
"ฝีมือระดับนายท่านเนี่ย... นอกจากคำชมแล้วสารวัตรอย่าลืมพิจารณาเื่ขึ้นเงินเดือนและโบนัสเป็รางวัลปลอบขวัญนกผู้น่ารักด้วยนะ!"เกียร์กระพือปีกทวงถามทันที จนผมต้องรีบยื่นมือไปบีบจะงอยปากมันให้เงียบเสียงลง
"ขอโทษแทนเ้าคู่หูปากมากนี่ด้วยครับสารวัตร"ผมพึมพำขณะที่ไซคส์เดินเข้ามาหาผมด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้น
"ขอบคุณมากคุณที่ปรึกษาที่ช่วยล้างมลทินให้ผม"ไซคส์เอ่ยขอบคุณสั้นๆ ก่อนจะหันไปบ่นพึมพำกับตัวเอง "แต่พับผ่าสิ...แล้วเงินที่ผมลงขันไปกับโครงการอาร์เคดแสงแห่งอนาคตนี่ล่ะ ใครจะรับผิดชอบ!"
ทางด้านบาร์เน็ตและซามูเอลก็เดินเข้ามาหาผมเช่นกันทั้งคู่ดูเหมือนคนยกูเาออกจากอก "ขอบคุณมากครับคุณดัสก์บอร์นที่ทำให้พวกผมรู้ว่าความกลัวที่ผ่านมามันมีที่มาที่ไป...อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่มีผีจริงๆ"
คุณคลอเดียเดินเข้ามาเป็คนสุดท้ายเธอมีสีหน้าสำนึกผิดเล็กน้อย "ฉันต้องขอโทษจริงๆ ค่ะคุณดัสก์บอร์นฉันเชิญคุณมาเพียงเพื่อจะให้พิสูจน์เื่ข่าวลือผีสางไม่นึกเลยว่ามันจะกลายเป็การไขคดีฆาตกรรมที่น่าเศร้าแบบนี้"
"ไม่เป็ไรครับคุณคลอเดีย...บางครั้งความจริงก็ซ่อนอยู่หลังม่านของเื่งมงายเสมอ" ผมกล่าวลาทุกคนก่อนจะเดินนำเกียร์ออกจากโครงการที่กำลังวุ่นวายมุ่งหน้ากลับสู่ที่พักท่ามกลางเสียงนกเหล็กที่บ่นเื่เมนูอาหารเช้าไปตลอดทาง
ในเวลาเดียวกันณ คฤหาสน์หรูหราอีกฟากหนึ่งของเมือง
ที่นั่นมีร่องรอยของมานาเจือจางวนเวียนอยู่รอบห้องราวกับมีชีวิตชายหนุ่มผมทองสง่างามในชุดสูทแบบผู้ดีอังกฤษขนานแท้ นั่งอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คสลักลายมือของเขาบรรจงตวัดปากกาขนนกลงบนกระดาษอย่างใจเย็นแววตาแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความสนุกสนาน
เขาสอดจดหมายลงในซองสีครีมชั้นดีก่อนจะประทับตราครั่งสีแดงสดเป็รูปสัญลักษณ์ที่แปลกตาบนจ่าหน้าซองระบุชื่อผู้รับไว้อย่างชัดเจนว่า...
"ถึง...คุณดัสก์บอร์น"
เขายกยิ้มมุมปากพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง "ถึงเวลาเริ่มเกมจริงๆ เสียทีนะ... คุณผู้ปิดประตูมิติ"