“การปั่นหุ้นคือทำให้ราคาหุ้นขึ้นไปสูงๆ โดยอาศัยข่าวลือต่างๆ”
“จะให้ผมปล่อยข่าวอีกเหรอ?”
“หลิน เธอออกไปก่อน” คุณวรเดชสั่ง
พี่หลินรับคำเดินออกจากห้องไป
“เธอได้เคยยินชื่อบริษัทก่อสร้างไอออน เอ็นจิเนียรริ่งไหม?” คุณวรเดชถาม
ผมพยักหน้า บริษัทก่อสร้างไอออน เอ็นจิเนียริ่งเป็นบริษัทก่อสร้างอันดับต้นๆ ของประเทศ ชื่อย่อของมันในตลาดหุ้นคือ IE “เศรษฐกิจที่แย่ตอนนี้ ทำให้บริษัทก่อสร้างส่วนใหญ่ขาดทุนยับ หุ้น IE ปลายปีที่แล้วขึ้นไปสูงสุดเกือบ 30 บาท ตอนนี้เหลือแค่ 1 บาทกว่า”
“โหย ทำไมลงเยอะแบบนี้อะครับ”
“เธอดูงบการเงินมัน” คุณวรเดชยื่นหนังสืองบการเงินบริษัท IE ให้ผมดู โห
ปี 2570 ขาดทุน 300 ล้านปี 2571 ขาดทุน 270 ล้านปี 2572 ขาดทุน 500 ล้านปี 2573 ขาดทุน 1100 ล้าน !!
โหย แม่งขาดทุนยับ ไม่แปลกที่ราคาหุ้นลงเน่าเละ
ผมถามต่อเลย “ขาดทุนเยอะขนาดนี้ เราปั่นหุ้นไปมันจะขึ้นเหรอครับ ใครจะกล้าซื้อ”
“ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม คนเล่นหุ้นมีความรู้สึกอยู่สองอย่างคือโลภกับกลัว เธอปล่อยข่าวหนี้เสียทุบหุ้นธนาคาร คนก็กลัวแห่ขายออกมา เราก็ได้กำไรที่เล่นชอต(Short-เล่นตก) แต่ตอนนี้เราจะใช้ประโยชน์จากความโลภ”
“โลภยังไงครับ หุ้นตกแถมงบการเงินแย่ขนาดนี้ ใครจะกล้าซื้อ?”
“ถ้าคนไม่โลภ เราก็ทำให้โลภสิ”
ผมขมวดคิ้วย่นไม่เข้าใจ
“ฉันไปเปิดบัญชีที่ต่างประเทศตั้งบริษัทนอมินีไว้ที่เกาะเคย์แมน ฉันจะใช้บัญชีต่างชาติของฉันเข้าซื้อหุ้นบริษัท IE โดยอ้างว่าอยากมาร่วมทุนด้วย จากนั้นจ้างให้นักข่าวสายเศรษฐกิจก็จะกระจายข่าวว่า บริษัท IE มีต่างชาติสนใจซื้อหุ้นเพื่อเข้าเป็นพันธมิตร ราคาหุ้นก็จะขึ้น เราก็จะรวยกัน”
เกาะเคย์แมนที่คุณวรเดชว่า คือหมู่เกาะที่อยู่ประเทศอังกฤษ เป็นเกาะขึ้นชื่อเรื่องการฟอกเงินอันดับต้นๆ ของโลกเลย เราสามารถไปเปิดบัญชีของเราได้โดยใช้ชื่อต่างชาติ สืบประวัติไม่ได้ง่ายๆ ด้วย
แผนคุณวรเดชช่างลึกล้ำ ตามที่ผมเข้าใจก็คือคุณวรเดชจะซื้อหุ้น IE ไว้ก่อน จากนั้นใช้บริษัทต่างชาติปลอมที่ตัวเองตั้งขึ้นมาเข้าซื้อหุ้น IE ซ้ำ เพื่อปล่อยข่าวว่าบริษัท IE ได้พันธมิตรธุรกิจ
เมื่อพวกแมงเม่าในตลาดหุ้นพอได้ยินข่าวว่าต่างชาติจะมาช่วยบริษัท IE ซึ่งกำลังขาดทุนยับ พวกแมงเม่าก็จะคาดหวังว่าบริษัทนี้มีเงินทุนเข้ามาช่วย อีกหน่อยบริษัทน่าจะกลับมาฟื้น ราคาหุ้นก็จะสูงขึ้นกว่าตอนนี้ พวกแมงเม่าจะโลภเข้าซื้อหุ้น IE เป็นการใหญ่ ทำให้ราคาหุ้นขึ้นอย่างแรงได้ในระยะสั้น
นี่คือแผนปั่นหุ้น
“แล้วผมต้องทำไงบ้างครับ”
“เธอจำคุณหญิงวิมลรัตน์ที่เธอไปคุยด้วยได้ไหม?”
“จำได้ครับ”
“คุณหญิงวิมลรัตน์เป็นเพื่อนกับประธานบริษัท IE การจะไปปั่นหุ้นเขา ถ้าไม่อยากสร้างศัตรูต้องคุยกับเจ้าของบริษัทก่อน ไม่งั้นแผนปั่นหุ้นของเราจะมีอุปสรรคมากถ้าเจ้าของบริษัทไม่ยอม”
“ครับ..แล้ว?”
คุณวรเดชจ้องหน้าผม ทำเอาผมรู้สึกหนาวสะท้านเลย
“วันที่เธอไปพบกับคุณหญิงวิมลรัตน์ คุณหญิงพูดอะไรกับเธอบ้าง”
“ก็ถามเรื่องที่บ้านทั่วไปนะครับ”
“แน่ใจ?”
“อืม..ครับ”
“มีการแลกไลน์ แลกเบอร์โทรกันไหม?”
“มีครับ” ผมตอบตามจริง
คุณวรเดชพูดต่อ
“เธอฟังให้ดี คุณหญิงวิมลรัตน์เป็นสาวหม้ายขี้เหงา ถ้าเธอสนิทสนมกับคุณหญิงได้ และอ้อนให้เธอนัดคุณธีรโรจน์ประธานบริษัท IE มาพบกับฉันได้ ถือว่างานเธอสำเร็จ ”
ผมแอบกลืมน้ำลายเล็กๆ นี่คุณวรเดชกำลังชี้แนะให้ผมไปพลีกายเพื่อเกลี้ยกล่อมคุณหญิงวิมลรัตน์นี่หว่า!
“ถ้าเราโทรนัดประธานบริษัท IE มาคุยจะง่ายกว่าไหมครับ?”
“ฉันเคยคุยแล้ว แต่เขายังไม่มั่นใจเลยไม่เล่นด้วย คุณหญิงวิมลรัตน์เป็นเพื่อนสนิทกับประธานบริษัท IE คุณหญิงนี่แหละจะเป็นสะพานให้เรารวย พล็อต”
ผมรับคำ
“แต่เรื่องนี้ช้าไม่ได้ ฉันให้เวลาเธอ 7 วัน เพราะถ้าช้าไปจะทำให้แผนฉันทั้งหมดรวนไปหมด”
“7 วันเองเหรอครับ?” ผมถามแบบตกใจนิดๆ
“ฉันให้เธอมาทำงานเพราะเห็นในความสามารถ หวังว่าเธอคงไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ” คุณวรเดชบอก
“คะ..ครับ”
โอย นี่มันกดดันไปแล้ว จะให้ผมไปนอนกับคุณหญิงหม้ายนั่นในเจ็ดวัน เกลี้ยกล่อมให้คุณหญิงนัดเพื่อนมาคุยกับคุณวรเดช นี่มันไม่ง่ายเลย
“ตั้งแต่พรุ่งนี้เธอไม่ต้องเข้าบริษัท ไปทำงานให้เต็มที่”
ผมรับคำลาคุณวรเดชออกมาห้องแก จากนั้นก็นั่งทำงานเล็กๆ น้อยๆ เพราะคอมผมโดนเอาไปทำลายแล้วนี่
ระหว่างพักกลางวันผมก็ไปกินข้าวกับพี่หลิน
“คุณวรเดชให้ผมไปทำงานข้างนอก ระหว่างนี้ผมคงไม่ได้เข้าบริษัทนะครับ”
พี่หลินพยักหน้า “ อืม แล้วพล็อตจะไปกี่วัน”
“7 วันครับ”
“นานจัง พี่คงไม่ได้เห็นพล็อตอีกหลายวันเลยนะ”
ผมยิ้มและพยักหน้า “เอาน่า เรานัดกินข้าวกันตอนเย็นก็ได้นิ”
“กินข้าวได้ แต่พล็อตห้ามมอมเหล้าพี่อีกนะ” พี่หลินพูดเบาๆ พร้อมหน้าแดงระเรื่อ
ใบหน้าพี่หลินตอนอายน่ารักมากๆ ผมอยากโน้มหน้าไปหอมแก้มแก แต่ไม่กล้าพอ
ผมเอื้อมมือไปจับมือแก แต่แกชักมือกลับ
“ที่ทำงานไม่ดีนะพล็อต”
ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ เรื่องที่เกิดของผมกับแกยังเร็วเกินไปจริงๆ ผมรู้สึกอยากมีเงินจะได้ดูแลผู้หญิงได้ ผมเลยพูด
“พล็อตต้องทำงานนี้ให้สำเร็จให้ได้ คุณวรเดชจะให้พล็อตตั้งยี่สิบเปอเซนต์”
พี่หลินยิ้ม “อืม ตั้งใจทำงานล่ะ”
ผมลองคิดอีกแง่ ถ้าพี่หลินรู้ว่างานผมคือการไปนอนกับคุณหญิง แกจะรู้สึกยังไงนะ โอย ปวดเฮด ไม่อยากจะคิด
หลังเลิกงานผมขึ้นรถเมล์กลับบ้าน รถเมล์ไม่มีที่นั่งเพราะคนแน่นมากแถมรถก็ติดระเบิด ผมมองออกนอกหน้าต่างดูรถยนต์คันอื่นๆ บนท้องถนน ผมอยากได้รถขับสักคันบ้าง แม้ขับรถอาจจะเมื่อย ก็ยังดีกว่ามายืนดมกลิ่นเหม็นเขียวล่ะวะ
เมื่อถึงบ้านผมรีบทักไลน์ไปหาคุณหญิง
‘คุณหญิงสบายดีไหมครับ’
รอสักพักคุณหญิงก็ตอบ
‘สบายดีจ๊ะ พล็อตล่ะเป็นไงบ้าง’
‘สบายดีครับ ขอบคุณนะครับสำหรับการเลี้ยงข้าว’
‘พี่รู้สึกไม่ดีเลยที่เกิดเรื่องวันนั้น’
‘ผมไมได้คิดอะไรเลยครับ’
‘จ๊ะ’
‘คุณหญิง เรานัดกินข้าวกันอีกดีไหมครับ’
โอย หัดอ่อยหญิงม่ายครั้งแรก
‘ได้จ๊ะ’
เชี่ย ง่ายชิบ
‘ดีครับ พรุ่งนี้เลยไหมครับ’
ผมมีเวลาน้อยนี่
‘พรุ่งนี้พี่มีนัดกินข้าวกับเพื่อนน่ะ’
‘อ้อครับ..เพื่อนหรือแฟนครับเนี่ย’
‘บ้า..พล็อต พี่แก่ป่านนี้แล้วจะมีใครเอา’
‘ยังสวยอยู่เลยครับ พี่หลินหัวหน้างานผมยังสู้ไม่ได้เลย’
โอ๊ย ชีวิต ต้องหัดตอแหลถึงจะอยู่รอด…
‘พล็อตนี่ปากหวานนะ จีบสาวเก่งล่ะสิ’
‘ไม่หรอกครับ ผมพูดตามที่เห็น’
ผมรีบขยับนิ้วพิมพ์โทรศัพท์อวยต่อ
‘คนสวยแบบนี้ ผมก็ต้องระแวงว่ามีหนุ่มมาจีบเป็นธรรมดาครับ’
‘พอแล้ว..พรุ่งนี้พี่ไม่ได้ไปกับหนุ่มที่ไหนหรอก นัดเจอกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนหลายคนน่ะ’
ผมฉุกคิดได้ คุณวรเดชบอกว่าคุณธีรโรจน์ประธานบริษัท IE ก็เป็นเพื่อนคุณหญิงเหมือนกัน ผมรีบถาม
‘เพื่อนคุณหญิงคงมีแต่นักธุรกิจไม่ก็เจ้าของกิจการชื่อดังทั้งนั้นสิครับ’
‘ก็มีบ้างนะ’
‘คุณธีรโรจน์ เจ้าของบริษัทไอออน เอนจิเนียริ่งมาไหมครับ?’
‘รู้จักด้วยเหรอ’
‘ครับ แกดังในวงการก่อสร้าง ผมอ่านประวัติผู้บริหารบริษัทหลายคนในตลาดหุ้นครับเลยรู้จัก’
วิชาตอแหลเพื่อให้ตัวเองดูดีของผมพัฒนาขึ้นทุกที
‘ธีรโรจน์ก็มานะ ก็เราปาร์ตี้รุ่นกันนี่ แต่พล็อตรู้ได้ไงวาธีรโรจน์เป็นเพื่อนพี่’
ผมตกใจเลย เผยช่องโหว่ซะแล้ว
‘อ้อ ผมดูจากประวัติการศึกษาคุณธีรโรจน์น่ะครับ เคยเรียนอยู่ที่โรงเรียนคริสต์เหมือนกับคุณหญิงใช่ไหมครับ คุณหญิงเองก็มีประวัติในวิกิพีเดียด้วยนี่ครับ”
‘แหม แอบไปดูประวัติพี่ด้วย ร้ายจังนะ’
‘ผมรู้จักคุณหญิงแล้วประทับใจน่ะครับ เลยอยากรู้จักเพิ่ม’
จริงสิ ถ้าผมได้เจอคุณธีรโรจน์ก่อน ผมอาจเกลี้ยกล่อมให้คุณธีรโรจน์นัดเจอกับคุณวรเดชได้ งานผมก็จะเสร็จเร็วขึ้น
ผมใจสั่นเล็กน้อย ผมคิดอย่างเคร่งเครียดสุดท้ายผมก็ตัดสินใจพิมพ์โทรศัพท์
‘ผมอยากไปด้วยจังเลยครับ อยากรู้จักคนเก่งแบบคุณหญิงเยอะๆ’
คุณหญิงส่งสติ๊กเกอร์ไลน์รูปกระต่ายหน้ายิ้มมาให้
‘พี่ไม่เก่งหรอกจ๊ะ แต่จะดีเหรอ?’
‘ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ’
‘ได้สิ แต่พล็อตต้องใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นมานะ’
เอ๋? ผมงงละคืออะไร
‘เป็นธีมงานปาร์ตี้เราน่ะ พวกผู้ชายจะใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นมากัน’
อ้อ ผมตกใจหมด มีธีมงานปาร์ตี้แบบนี้ด้วยเหรอวะ เอาเหอะพวกสังคมไฮโซผมไม่ค่อยชิน
ผมกับคุณหญิงคุยกันอีกพักหนึ่ง เรานัดวันเวลากัน พรุ่งนี้ผมต้องไปพบกับคุณธีรโรจน์เจ้าของบริษัทก่อสร้างซึ่งเป็นจะเป็นสะพานที่ทำให้ผมรวย!
จบตอนที่ 10เมื่อน้องพล็อตไปเจอคุณธีรโรจน์จะเป็นยังไงนะ การเจรจาธุรกิจท่ามกลางงานปาร์ตี้ไฮโซ กำลังจะเริ่มขึ้น โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนนี้ไรท์ลองเว้นบรรทัดแบบใหม่ดู เพื่อให้การอ่านตัวอักษรไม่ชิดกันเกินไป ชอบไม่ชอบบอกได้นะครับ
*Nominee นอมินี-หมายถึงตัวแทน ในเรื่องคุณวรเดชไปเปิดบริษัทตัวเองที่เกาะเคย์แมน ใช้บริษัทนั้นในการปั่นหุ้น หาประโยชน์จากการลงทุนที่หมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย ดังนั้นบริษัทในต่างประเทศคือนอมินีของคุณวรเดชนั่นเอง
.